- หน้าแรก
- จักรวรรดิเสมือนจริงเริ่มจากเกม
- บทที่ 43 พาดสะพานระหว่างเกมกับศิลปะ!
บทที่ 43 พาดสะพานระหว่างเกมกับศิลปะ!
บทที่ 43 พาดสะพานระหว่างเกมกับศิลปะ!
เซี่ยอี๋ไล่ตาม UID ไปจนเจอบัญชีของครีเอเตอร์คนหนึ่ง ดูเผินๆ เหมือนเพิ่งสมัคร ยังไม่เคยลงวิดีโอหรือโพสต์ใดๆ มาก่อนเลย
เธอลองส่งข้อความส่วนตัวไปทักว่า “สวัสดี เธอคือคนที่อยู่ตรงหน้าฉันใช่ไหม”
ไม่นานก็ได้รับคำตอบว่า “ว้าว ใช้ได้จริงด้วย! เธอเก่งมากเลย! ฉันยังกลัวอยู่ว่าการส่งสัญญาณแบบนี้จะยุ่งเหยิงเกินไป เธออาจจำไม่ได้น่ะ”
เซี่ยอี๋คิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดบทว่า “วาสนาล้วนๆ วาสนาล้วนๆ”
อีกฝ่ายตอบ “อืม โคตรมีวาสนา! เรารีบไปต่อกันเถอะ ข้ามประตูนี้ไป ก็จะถึงส่วนที่ฉันตั้งตารอมากที่สุดแล้ว!”
เซี่ยอี๋เริ่มเอะใจ อีกฝ่ายน่าจะเคยร่วมทดสอบภายในมาเหมือนกัน แถมความคืบหน้าน่าจะไกลกว่าเธอในวันนั้น เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่านั่นคือสุ่ยฮวา
แอคเคานต์เว็บเล็กๆ นั้นก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะสมัคร เพราะสุ่ยฮวานั้นแตกต่างจากองค์หญิง เธอคือนักท่องเน็ตตัวจริง มีไอดีย่อยเพียบกระจายอยู่ทุกแพลตฟอร์ม
เซี่ยอี๋ว่า “พอเธอพูดแบบนี้ ฉันก็ยิ่งตื่นเต้น ไปกันๆ!”
ทั้งสองร่วมแรงร่วมใจกันเริ่มแก้ปริศนา
หลินโหยวไม่ได้ตั้งความยากมาขวางผู้เล่นมากนัก พวกเธอจึงผ่านตรงนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว ทะยานข้ามผ่านประตู เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทะเลทรายไหล
ทำนองเพลงเปลี่ยนเป็นคล่องแคล่ว แสงแดดในยามเย็นสีทองราวกับโลหะหลอมทำให้มหาทะเลทรายสุกสกาว ว่าวผ้าบินตามอยู่เหนือศีรษะ ซุ้มหินผลัดกันโผล่พ้น ทะเลทรายพลิ้วเป็นระลอกอย่างกับคลื่น
เซี่ยอี๋ดื่มด่ำเต็มที่ รู้สึกว่าประสบการณ์นี้ช่างงดงามเหลือเกิน
คอมเมนต์ที่เคยไหลพรากก็เบาบางลง ทุกคนถูกภาพตรงหน้าดึงดูดจนเงียบ ซึมซับอย่างตั้งใจ
ในความเงียบนั้น เซี่ยอี๋กับสุ่ยฮวาตามกระแสทรายไปจนสุดปลาย ลอดมุมเลี้ยวก็เข้าสู่ระเบียงแนวนอนที่หลินโหยวรังสรรค์อย่างประณีต
ตอนเริ่มเลี้ยว ทั้งเซี่ยอี๋และผู้ชมต่างคิดว่าได้ดูวิวที่สวยที่สุดไปแล้ว แต่ไม่คาดเลยว่าเพียงแค่ผ่านพ้นมุมนั้นมา หลินโหยวกลับวางฉากที่ละเมียดละไมและงดงามกว่า ไร้ที่ติยิ่งกว่าไว้ตรงหน้าโดยไม่ให้ตั้งตัว
ทุกคนเงียบงันในพริบตา นี่คือผลกระทบของ “ความงดงาม” นี่เอง เมื่อความงามพุ่งสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง มันก็สามารถข้ามพรมแดนภาษาและเผ่าพันธุ์ ข้ามกาลเวลาและชนชั้น
เซี่ยอี๋แทบคราง “นี่มันใช่เกมที่ไหนกันล่ะ นี่คือศิลปะต่างหาก”
ไม่มีใครโต้แย้งคำพูดนี้เลยสักคน
ก่อนที่จะมีวันนี้ ไม่เคยมีใครเอา “เกม” กับ “ศิลปะ” มาผูกกันได้เลยสักนิด
แต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกคนได้ที่เล่น “นักเดินทางแห่งสายลม” จะต้องยอมรับว่า หลินโหยวได้พาดสะพานระหว่าง “เกม” กับ “ศิลปะ” ให้เชื่อมถึงกันเรียบร้อยแล้ว
สำคัญที่สุด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าผู้เล่นนับล้าน และจะถูกขยายด้วยการบอกต่อ ทำให้การยอมรับ “เกมสายผ่อนคลาย” เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
ก่อนหน้านี้ เกมสายผ่อนคลายนั้นไปไม่รอด เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่คุ้นชินกับการแข่งขันและการปะทะ คุ้นกับปืนและกำลัง จึงยากที่จะคุ้นชินกับสไตล์ผ่อนคลายในทันที
พอมีผู้สร้างที่ทำด้วยใจรักทำเกมแนวนี้ออกมา ผู้เล่นเดิมก็ไม่อิน และเกมเองก็ยังไม่ดีมากพอที่จะแพร่กระจายออกไปหาแฟน ๆ กลุ่มใหม่ได้ ทำให้ยอดขายมักจะซบเซา พอยอดขายออกมาแย่ก็ยิ่งทำให้ผู้สร้างลดน้อยลงไปด้วย เมื่อไม่มีดินที่ดี ก็ยากที่จะทำให้ดอกไม้ชั้นเลิศผลิบาน กลายเป็นวัฏจักรที่ชั่วร้าย เกมผ่อนคลายยิ่งทำยาก ส่วนเกมยิงยิ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แต่ “นักเดินทางแห่งสายลม” ทำลายวงจรนี้ไปแล้ว
หนึ่ง องค์หญิงจูซือเซี่ยลงสนามเอง กวาดความสนใจได้อย่างมหาศาล คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นผู้เล่นสายผ่อนคลายที่มีศักยภาพ
สอง ตัวเกม “พร้อมสรรพ” และ “น่าทึ่ง” พอที่จะรองรับกระแสนั้น และเปลี่ยนคนที่มีแนวโน้มเหล่านั้นให้เป็นผู้เล่นจริงได้
หากไม่มีแสงไฟจากองค์หญิง ต่อให้ “นักเดินทางแห่งสายลม” โด่งดังขึ้นมาจริง ๆ แต่เมื่อผู้เล่นยังไม่ยอมรับ ก็ยากที่จะดันยอดขายเครื่อง แถมกระแสปากต่อปากก็ต้องใช้เวลาที่ยาวนานและไม่แน่นอน ถ้ามีกระแสแต่เกมทำไม่ถึง ก็เหมือนสายลมวูบเดียว มาก็เร็วไปก็ไว แถมอาจย้อนศรเป็นผลลบได้
ดีที่สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น สำหรับหลินโหยว ตอนนี้คือจังหวะที่ดีที่สุด
ฉวยเวลาที่ผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่งถูกเปิดเหมือง ต่อให้เป็นผู้สร้างเกมผ่อนคลายรายอื่น ก็มีหวังได้ยอดขายที่งามขึ้น โดยสรุป สภาพแวดล้อมการอยู่รอดของเกมผ่อนคลายในประเทศ ถูกหลินโหยวกับจูซือเซี่ยช่วยกันพลิกไปแบบบังเอิญจนดีขึ้นมาก
อีกไม่นาน “พันธมิตรชิงเหนียว” ก็ออกบทความยาว อธิบายความสำคัญของ “นักเดินทางแห่งสายลม”
บทความว่า “ขอแสดงความยินดีกับ @หลินโหยว @สตูดิโอหยุนเมิ่ง ที่เครื่องรุ่นใหม่ขายดี ‘เทคโนโลยีแทรกจิตสำนึกสู่ฉากเสมือนจริง’ คือพรของผู้เล่นนับล้าน และจะนำความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่และเป็นคุณต่อทั้งอุตสาหกรรมโดยไร้ข้อกังขา
พร้อมกันนั้น การมาของ ‘นักเดินทางแห่งสายลม’ ยังเขย่าทัศนคติเรื่องประเภทเกมของทั้งผู้เล่นและผู้สร้าง เราตื่นตะลึงเมื่อเห็นว่า แท้จริงเกมยังมีถนนสายสว่างอีกสาย เพียงแต่จุดเริ่มต้นนั้นยากยิ่ง และต้องการพรสวรรค์ที่สูงส่ง จึงถูกมองว่าเป็นทางตันเสมอมา
แต่วันนี้ อัจฉริยะที่เข้าเงื่อนไขก็ได้ปรากฏตัวแล้ว! ‘นักเดินทางแห่งสายลม’ พิสูจน์ให้เราเห็นว่า ถนนเส้นนี้เดินได้จริง ผู้สร้างเกมนับไม่ถ้วนจงจดจำวันนี้ จงขอบคุณที่เกมนี้ถือกำเนิดขึ้น!
การถือกำเนิดของ ‘นักเดินทางแห่งสายลม’ คือปาฏิหาริย์ ดอกไม้ที่ผลิบานบนผืนทรายไร้ซึ่งดิน และมันคือดอกไม้ที่ไร้มลทิน งดงามครบถ้วนด้วยแรงของตนเองผลัก ‘เกม’ ให้ทะยานขึ้นถึงชั้นศิลปะ
ผู้เล่นคนใดที่มีเงื่อนไขเล่นได้ โปรดอย่าพลาด นี่คือเกมที่คู่ควรที่สุดของปี ไม่ว่าในครึ่งปีหลังจะมีเกมใดผงาดขึ้นมา คำนี้ก็ไม่เปลี่ยน”
ก่อนหน้านี้ จ้าวอวี่เฉิง แห่งหวังหลง เคยติดต่อพันธมิตรชิงเหนียวหลายครั้ง หวังร่วมมือกันเพื่อเล่นงานหลินโหยวและหยุนเมิ่ง แต่พันธมิตรชิงเหนียวไม่เคยตอบรับ เพราะกลุ่มนี้ก่อตั้งมาเพื่อยืนหยัดสู้แรงกดจากบริษัทยักษ์ตั้งแต่ต้น จะให้ไหลไปตามน้ำ ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่เพื่อกดทับคนอื่นได้อย่างไร
อย่างไรก็ดี บทความที่อาจทำให้เจ้านายหนุ่มแห่งหวังหลง จ้าวอวี่เฉิง โมโหมือสั่น ยังไม่ถูกปล่อย ณ ตอนนี้ และหลินโหยวเองก็ยังไม่รู้เลยว่า “นักเดินทางแห่งสายลม” กำลังจะก่อแรงสะเทือนเพียงใด
เวลานี้เขากำลังดูไลฟ์อยู่
ไม่ใช่ห้องของเซี่ยอี๋ แต่เป็นห้องเล็กกว่านั้น เล็กจนแม้เจ้าของไลฟ์จะได้เครื่อง “มิราจ” ของหยุนเมิ่งและเริ่มใช้งานแล้ว แต่เพราะหัวข้อไม่ได้ใส่คำสำคัญ ผู้ชมเลยมีแค่ร้อยกว่าคน
เพราะคนไลฟ์ไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
แม่คนนี้เลี้ยงลูกสาวตาบอดโดยลำพัง ชีวิตลำบากมามาก เพื่อหารายได้เสริมและบันทึกการเติบโตของลูก เธอสมัครบัญชีวิดีโอ โพสต์เรื่องราวชีวิตและช่วงเวลาของลูกอยู่เสมอ
เด็กหญิงอายุเพียงแปดเก้าขวบ ตาบอดโดยกำเนิดจากปัญหาเส้นประสาท ดวงตากลมสวย แต่ไม่เคยเห็นโลกสักครั้ง
ดังนั้นเมื่อเห็นทีเซอร์ของหลินโหยว แม่จึงเฝ้าตามข่าวทุกวันด้วยใจจดจ่อ และเหมือนฟ้าประทาน เธอแย่งซื้อได้ทันทีในรอบแรก
เธอทดลองเองก่อน พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหา ก็สลับเป็นโหมดผู้ปกครอง ช่วยลูกสาวสวมอุปกรณ์แล้วเปิดเครื่อง ส่วนตัวเธอเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ภายนอก สื่อสารกับลูกในโลกเสมือน
ตอนที่หลินโหยวคลิกเข้ามาดู เด็กหญิงในโลกเสมือนก็เบิกตากลมโต มองโลกรอบตัวด้วยความเหลือเชื่อ ส่วนแม่ที่อยู่นอกจอทรุดนั่งลงกับพื้น น้ำตาไหลพราก จ้องลูกน้อยในจอโทรทัศน์ พยายามควบคุมอารมณ์เต็มที่ก็ยังกลั้นไม่อยู่ สุดท้ายร้องไห้โฮออกมา