- หน้าแรก
- จักรวรรดิเสมือนจริงเริ่มจากเกม
- บทที่ 13 ปล่อยวิดีโอ
บทที่ 13 ปล่อยวิดีโอ
บทที่ 13 ปล่อยวิดีโอ
เดิมทีหลินโหยวอยากให้พี่บอดี้การ์ดเจี้ยนช่วยถ่ายคลิปให้ แต่เขาเชี่ยวชาญแค่การติดตั้งกล้องวงจรปิดแทบทุกรุ่น แถมยิงปืนทำลายเลนส์ขนาดเท่าเม็ดวอลนัทจากระยะยี่สิบเมตรได้อย่างสบาย ทว่าไม่เคยใช้ “กล้องวิดีโอ” ถ่ายจริงจังเลยสักครั้ง
ท้ายที่สุด ซือเซี่ย เห็นบอดี้การ์ดทำท่าเก้อๆ ก็อาสาช่วยถ่ายให้เอง จนถูกเร่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ถ้าช้าอีกนิดตารางทั้งวันนี้ก็จะพัง เจ้าหญิงจึงจำใจต้องร่ำลา แถมก่อนที่จะออกไปก็ยังหันกลับไปมองที่คาดศีรษะสีขาวบนโต๊ะด้วยสายตาแวววาว ดูแล้วเธอคงยังเล่นได้ไม่จุใจ แต่ก็รู้กาลเทศะ จึงไม่ได้เอ่ยปากขอยืมมันกลับไป
หลินโหยวนั่งหน้าคอมตั้งใจจะเริ่มตัดต่อ พอเปิดโปรแกรมก็ชะงักขึ้นมา
ไหน ๆ ก็มี เสี่ยวเมิ่ง แล้ว ฉันจะตัดเองทำไม
“เสี่ยวเมิ่ง?” เขาเรียกลองเชิง
“เจ้านายลืมเสี่ยวเมิ่งไปแล้วใช่ไหมคะ”
พร้อมกับเสียงบ่นอุบอย่างนอย ๆ ตัวการ์ตูนหัวโตตัวเล็กของเสี่ยวเมิ่งก็โผล่มา เธอคลานจากขอบขวาหน้าจอมาหยุดตรงกลาง ท่าทางเหมือนโดนเจ้านายเมินจนช้ำใจ
หลินโหยวใจอ่อนได้หนึ่งวินาที ก่อนสะบัดหัว
“จะสงสารอะไร สงสารคอมเก่ากระยาจกนี่สิ ฟังซะก่อน มันไอแล้ว!”
ได้ยินดังนั้น เสี่ยวเมิ่งเวอร์ชันหัวโตก็ “แปะ” นอนคว่ำหน้ากลางเดสก์ท็อปเป็นหยดน้ำสีลูกกวาด แล้วลุกขึ้นใหม่กลายเป็นแค่ลายเส้นเรียบง่าย ก็ดูเชื่อฟังดี ยังจะมีการเล่นเอฟเฟกต์ก่อนค่อยลดรูปของตัวเองอีกนะ
หลินโหยวปลอบ “พอเถอะ เลิกน้อยใจ แล้วมาช่วยฉันตัดวิดีโอ เดี๋ยวเราได้เงินเมื่อไหร่ ค่อยย้ายบ้านให้ใหม่”
“เสี่ยวเมิ่งอยากได้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์!”
“ตกลง!”
เสี่ยวเมิ่งยิ้มพอใจ แล้วไล่ตัดต่ออย่างรวดเร็ว ส่วนหลินโหยวนั่งกินแอปเปิลไป สั่งปากไป
“ท่อนนี้ไม่เอา ลบ”
“ช่วงนี้ทำสโลว์ แล้ววางเพลงธีมเกม”
“เอ่อ… เติมบิวตี้ให้หน้าฉันหน่อยไหม”
เสี่ยวเมิ่งที่กำลังนั่งเงียบทำงานอยู่ดี ๆ ก็เงยหน้าขึ้นว่า
“ไม่จำเป็นค่ะ เสี่ยวเมิ่งดูรูปใน หลิงซี เกินสองล้านภาพ กับคอมเมนต์อีกเป็นสิบล้าน แล้วสร้างสเกลให้คะแนนหน้าตา อิงจากเพศและอายุเดียวกัน ถือว่าเจ้านายติดท็อปสามเปอร์เซ็นต์”
ได้ยินแล้วหลินโหยวก็รู้สึกปลาบปลื้ม นี่ไม่ใช่เรื่องโม้เหม็น แต่มีข้อมูลคอยหนุนกันชัดๆ ทว่าเขาก็นึกขึ้นได้ทันที “แล้วเธอเอาพลังประมวลผลไปเผากับอะไรนักหนา สงสารคอมมือสองนี่ด้วยสิ”
“เสี่ยวเมิ่งทำเสร็จแล้วค่ะ!” ลายเส้นเสี่ยวเมิ่งโบกมือกระดึ๊บๆ ให้ตรวจ
หลินโหยวดูแล้วผ่าน เตรียมอัปโหลด แต่ก่อนกดส่ง เขาเหลือบดูเวลา สี่โมงสามสิบหก เขาตัดสินใจรออีกสองชั่วโมง เพราะตอนนี้หวังหลง ยังไม่เลิกงาน
ตั้งแต่ข้ามโลกมา เขาก็วุ่นวายไม่หยุด พอได้พักกลับไม่รู้ว่าจะทำอะไร “งั้นเช็กสำนักข่าวหน่อย ลิสต์พวกกินเงิน เขียนมั่ว แต่งเรื่อง เอียงข้าง จับลงแบล็กลิสต์ให้หมด”
“เย้ เสี่ยวเมิ่งรับทราบค่ะ!”
เสี่ยวเมิ่งเวอร์ชันลายเส้นเปิดหลิงซีเวอร์ชันเว็บ เจอแอ็กเคานต์สื่อ “สื่อสามคำถามแห่งเซี่ยจิง” “เจ้านี้ต้องรับเงินแน่ค่ะ”
หลินโหยวพยักหน้า นี่คือหนึ่งในสื่อระลอกแรกที่ไล่ถล่ม “เจ้าของร่างเดิม” ตอนคลิปที่เขาเมาด่า หวังหลง และถูกแม่ๆ แฟนของเจ้าหญิงดันขึ้น ทั้งที่ฝั่งนั้นยังไม่ออกตัว สื่อกลุ่มนี้ก็เริ่มสาดโคลนแล้ว จะบล็อกทีละเจ้าก็ยังเล็ดรอดออกไปเยอะ เขาจึงให้เสี่ยวเมิ่งบันทึกทั้งหมด ถึงไม่มีสิทธิ์แบนอีกฝ่าย แต่เขาก็สร้างแบล็กลิสต์ส่วนตัวได้
พูดถึงแบล็กลิสต์ เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เขากัดฟันทุบกระปุก เหลือเงินราวสามร้อยกว่าหยวน ควักอีก 108 ซื้อสมาชิกแบบรายปีของ หลิงซี
“เสี่ยวเมิ่ง สรุปทุกแอ็กเคานต์ที่เข้ามาด่าในคอมเมนต์ ลบแล้วบล็อกให้หมด ไม่ต้องรีบ ไล่ไปเรื่อยๆ ให้เสร็จหกโมงครึ่ง แล้วปล่อยวิดีโอทันที”
“รับทราบ!”
ไม่นาน ก็มีคนที่ไถฟีดอยู่ดีๆ ก็เจอเด้งแจ้งเตือน
“เพราะคุณถูก @หลินโหยว ลบคอมเมนต์และบล็อก แอ็กเคานต์ของคุณถูกห้ามคอมเมนต์ 3 วัน”
นี่เป็นฟีเจอร์หน้าด้านของหลิงซีที่จะใช้ได้ต้องมีผู้ติดตามเกินแสน และเป็นเมมเบอร์รายปี เดิมหลินโหยวมีผู้ติดตามไม่ถึงร้อย ส่วนใหญ่เป็นแค่เพื่อนกับคนรู้จักจึงยังใช้ฟังก์ชันนี้ไม่ได้
แต่พอมีคนแห่มาด่าเขาที่หน้าเพจ บางคนก็กดติดตามเพื่อให้ตนเองตามด่าได้สะดวก จนดันยอดฟอลฯ ของเขาทะลุ 1.3 แสน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 1,300 เท่า และผ่านเกณฑ์ “ฟังก์ชันชนชั้นสูง”
เมื่อเสี่ยวเมิ่งลบและบล็อกผู้คนอย่างต่อเนื่อง ผู้คนเหล่านั้นก็ได้รับแจ้งเตือนห้ามคอมเมนต์เพิ่มมากขึ้น มากพอแล้วก็เริ่มมีคนใช้ไอดีสำรองออกมาด่าในหลิงซี จนคำว่า “หลินโหยวลบคอมเมนต์” ก็ติดเทรนด์ ไต่ขึ้นประเด็นฮิตอย่างช้าๆ
ชาวเน็ตคึกคักขึ้นมาทันควัน
“เริ่มใจเสาะแล้วล่ะสิ ลบคอมเมนต์ทำเป็นตาย?”
“ตลก จะทำเป็นตายก็ลบแอ็กเคานต์ตัวเองสิ ลบคอมเมนต์คนอื่นมันยังไง”
“ต้องถามอีกเหรอ ใกล้สิ้นใจเลยดึงเพื่อนไปตายด้วยไง เลวชะมัด”
“ไอดีหลักฉันโดนแบนคอมเมนต์! จะระเบิดตัวเองก็อย่าพาเพื่อนร่วมตาย!”
“ไหนว่าเก่งไม่ใช่เหรอ ยังไม่ครบอาทิตย์เลย อย่าเพิ่งถอดใจ!”
“แล้ว ‘สิ่งประดิษฐ์สะท้านโลก’ ของแกอยู่ไหน ‘เทคโนโลยีปฏิสัมพันธ์คน–คอมพ์ระดับก้าวข้ามยุค’ เอามาดูสิ!”
ฝ่ายสื่อสารองค์กรของ หวังหลง เฝ้าดูหลิงซีของหลินโหยวตลอด กลัวว่าเขาจะปั่นอะไรอีก เห็นเขาเริ่มลบคอมเมนต์เหมือนยอมแพ้ ก็วางใจ เลิกงานกลับบ้านกันอย่างอารมณ์ดี
เสี่ยวเมิ่งยังคงลบและบล็อกไม่หยุด ความร้อนแรงพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ถึงหกโมงครึ่งตามแผน ก็ขึ้นอันดับสองของชาร์ตรายชั่วโมง
“ถึงเวลาแล้วค่ะ!”
“เดี๋ยว”
หลินโหยวหยิบเหล้าที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้จากตู้เย็น รินใส่แก้วเล็ก วางบนโต๊ะ
“ได้ ปล่อยเลย”
ถัดจากนั้น ระเบิดแรงสูงก็ถูกโยนลงบึงลึกที่ชื่อ “หลิงซี” ดังกึกก้องดั่งสายฟ้าฟาดในเวลากลางวัน
“หลินโหยว, ความเป็นจริงเสมือน”
หลังจากนั้นคลิปดังกล่าวก็พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์ฮิตตลอดวันของหลิงซีทันที