เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 เริ่มทำเกม

บทที่ 6 เริ่มทำเกม

บทที่ 6 เริ่มทำเกม


เขาเลยถามเสี่ยวเมิ่งว่า “เสี่ยวเมิ่ง เรือธงอวกาศลำนี้ สร้างในโลกจริงได้ไหม”

“ได้ค่ะสบายมาก” เสี่ยวเมิ่งพยักหน้าอย่างมั่นใจ “เสี่ยวเมิ่งมีแบบพิมพ์เขียวครบชุด ทั้งอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ สายการผลิตหุ่นยนต์ ทุกอย่างมีแบบหมด”

ทำได้จริงด้วย หลินโหยวตื่นเต้นขึ้นมาทันที พอมีเงินเมื่อไหร่ จะไม่สร้างได้ยังไงกัน

“แต่ว่า เสี่ยวเมิ่งไม่มีแบบของเตาปฏิกรนิวเคลียร์ขับเคลื่อนกับระบบอาวุธนะคะ เทคโนโลยีแกนกลางพวกนี้ถูกเก็บแยกไว้”

ขันน้ำเย็นของเสี่ยวเมิ่งสาดลงมา ทำให้หลินโหยวได้สติ

ไม่มีอาวุธไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่คิดจะเอาไปออกรบ แต่ถ้าไม่มีกำลังขับนี่หนักใจ

ได้แต่เปลือกยักษ์ที่บินไม่ได้ จะทุ่มแรงสร้างไปทำไม เอาไว้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ให้คนชมงั้นหรือ

เดี๋ยวก่อน แบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้แฮะ

ต่อให้บินไม่ได้ เขาก็ยังอยากได้อยู่ดี เถียงไม่ได้หรอกว่ามีผู้ชายสักกี่คนที่ปฏิเสธเรือธงอวกาศได้

ไม่สิ ไม่ใช่ประเด็นตอนนี้

“เสี่ยวเมิ่ง เธอมีแบบกับข้อมูลแค่ไหนกัน” นี่แหละประเด็น หากควบคุมเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่าทั้งโลกได้ตั้งมากมาย จะมามัวนั่งทำเกมอยู่ทำไมล่ะ จับเส้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปเลยสิ

“เยอะมากๆ เลยค่ะ” เสี่ยวเมิ่งพยักหน้ารัวเพื่อย้ำความน่าเชื่อถือ

แต่หลินโหยวยังไม่ทันดีใจ เธอก็พูดต่อว่า “ทว่า ตอนนี้ยังเอาออกมาไม่ได้ค่ะ”

ฮะ อะไรนะ ล้อกันเล่นหรือ

“ทำไม”

“พลังประมวลผลไม่พอค่ะ เพราะอุปกรณ์เก็บข้อมูลถูกทำลาย เอกสารเทคโนโลยีฉบับสมบูรณ์หายไปเยอะ ที่เหลือก็เก็บในฟอร์แมตเข้ารหัสพิเศษ ต้องใช้พลังประมวลผลสูงมากถึงจะถอดได้”

อืม ข่าวร้าย แต่ยังมีหวัง แค่ซื้อซูเปอร์คอมพ์มาไม่ใช่หรือ

มีเงินเมื่อไหร่ จัดมาสักสองเครื่อง

“แล้วก็ยังมีอีกค่ะ…” เสี่ยวเมิ่งเอียงหน้าเล็กน้อยทำหน้าละอาย “เพื่อป้องกันการกบฏของปัญญาประดิษฐ์ การเก็บเอกสารจะถูกแยกส่วน เสี่ยวเมิ่งเองก็มีไม่ครบ เหมือนเรือธงอวกาศที่ไม่มีข้อมูลอาวุธกับเตาขับเคลื่อนเลยล่ะ พอเป็นสาขาอาวุธทหาร วิศวพันธุกรรมมนุษย์ ฟิสิกส์นิวเคลียร์แนวหน้า พวกเทคโนโลยีแกนกลางจะถูกตัดออก”

พูดจบเธอก็ทำเสียงน่าสงสาร “ไม่ใช่แค่เสี่ยวเมิ่งนะ เอไอทั้งหมดก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บไว้เหมือนกัน”

“แล้วมีหุ่นยนต์เกราะไหม” หลินโหยวไม่ยอมแพ้

“มีค่ะ แต่ไม่มีเตาขับเคลื่อน…”

พอเถอะ หลินโหยวถอนใจ เดี๋ยวมีเงินค่อยทำหุ่นยักษ์รุ่นของสะสมไว้ปลอบใจฝันก็แล้วกัน

ตอนนี้หันกลับมาที่งานหลักก่อน ทำเกม

“ทำเกมนี่ไม่มีปัญหาใช่ไหม”

คำว่าเกมเรียกขวัญเธอกลับมาทันที “ไม่มีปัญหาค่ะ เสี่ยวเมิ่งถนัดมาก”

ว่าพลางแสงหนึ่งพาดผ่าน เสี่ยวเมิ่งก็เปลี่ยนเป็นชุดเกราะอัศวินเต็มยศ

เธอฟาดดาบยาวเพียงที เดรัจฉานยักษ์กลางหาวก็สยายปีกทะลุชั้นเมฆเหนือดาดฟ้า ลมกระพือปีกกวาดกลุ่มเมฆแตกกระจาย

เสียงคำรามสะเทือนฟ้า เมื่อลำคอเริ่มแดงก่ำ เปลวไฟมังกรก็ทำท่าจะทะลักออกจากปากใส่ดาดฟ้า ให้หลินโหยวอาบลาวาเสียให้ได้

“หยุดๆๆ” หลินโหยวร้องห้าม “รู้แล้วว่าเธอทำได้ แล้วทำไมเสียงมังกรถึง ‘อ่าว’ เหมือนหมาล่ะ”

“ฮึม ฮึม” เสี่ยวเมิ่งเชิดหน้าภูมิใจ

“อย่าเพิ่งทำเป็นเก่ง” หลินโหยวขัด “มันแจ่มก็จริง แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้หรอก”

ฟ้าผ่าลงกลางหัวเสี่ยวเมิ่งดดังเปรี้ยง เธอชะงัก “ทำไมล่ะคะ”

เขาไม่อยากบ่นแล้ว นิสัยชอบใส่เอฟเฟกต์ให้ตัวเองของยัยนี่มันแก้ไม่หายจริง ๆ แฮะ

เขาเริ่มคิด เพราะการที่มันยังใช้ไม่ได้ก็เพราะเหตุผลง่ายๆ อย่างหนึ่ง

นั่นก็คือคุณต้องคำนึงถึงนิสัยผู้เล่นและระดับการยอมรับ

โลกก่อนมีเกมระดับหอเกียรติยศอยู่เพียบ แต่พอหิ้วมาโลกนี้มันจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ และถูกใจทุกคนหรือเปล่า

ไม่แน่ จริงๆ ต่อให้เป็นสุดยอดผลงานในโลกเดิมก็ไม่อาจบอกว่าเป็นผลงานที่ทุกคนรัก

ยิ่งโลกนี้ที่มันพิเศษเข้าไปใหญ่ ประวัติศาสตร์เกมสั้นมาก แต่เทคโนโลยีกลับกระโดดขึ้นมาเร็วเกินไป

ต้นตอคือ ไม่รู้ทำไม สงครามของโลกนี้ถึงได้ยืดเยื้อกันนานนัก

หลายประเทศและภูมิภาคทำสงครามแบบๆ หยุดๆ ยาวนานหลายร้อยปี เทคโนโลยีเบ่งบานใต้ไฟสงคราม ขณะที่ภาคบริการถูกฉุดรั้งหนัก

จนกระทั่งสิบห้าปีก่อน โลกถึงได้รวมตัวตั้งองค์กรร่วมกัน ขยายสันติภาพออกไปเป็นวงกว้าง

พอสงครามหยุด ชาติทั้งหลายก็เร่งหนุนภาคบริการ ยอมปลดล็อกเทคโนโลยีทหารครั้งใหญ่เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมพลเรือน

อุตสาหกรรมเกมก็ติดปีกตามไปด้วย ไม่มียุคอาตาริ ไม่มี 8 บิต 16 บิต อะไรทั้งนั้น เปิดตลาดครั้งแรกก็ 64 บิต แล้วก็อัปเกรดถี่ยิบจนรุ่นแรก ๆ ตกรุ่นก่อนที่มันจะมี “เกมหอเกียรติยศ” ของ 64 บิตถือกำเนิดด้วยซ้ำ

อาร์เคดมาไวไปไว เครื่องคอนโซลกับพีซีก็พุ่งขึ้นมาพร้อมกัน

ความเร็วการพัฒนาเกมนั้นช้ากว่าความเร็วการพัฒนาของตัวเครื่อง อุตสาหกรรมโตขึ้นมาแบบดิบเถื่อน

ตอนนี้เข้าสู่ยุคเกมเสมือนจริงแล้ว

แต่เกมระดับขึ้นหอเกียรติกลับน้อยนิด

น่าสนใจที่เกมอาร์เคดที่ อายุสั้นยังคงฝากภาพประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่าง Evo moment 37 ทว่าหลังจากโด่งดังได้เพียงแป๊บเดียว กระแสก็ดิ่งลงฮวบ

สำหรับหลินโหยว นี่เป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย

ข่าวดีคือ ทะเลสีน้ำเงินจ๋า เขาสามารถลุยอย่างเต็มที่ได้เลย

ข่าวร้ายก็คือ ผู้เล่นที่นี่ยังไม่ได้ผ่านการบ่มเพาะ หลายไอเดียที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องสามัญและสนุก ก็อาจจะแปลกเกินกว่าพวกเขาจะยอมรับได้

ต้องค่อย ๆ ลองหยั่งเชิงดูก่อน

“ดังนั้นเริ่มจากทางสายอนุรักษ์นิยมก่อน” เขากำหนดโทนงานชิ้นแรก

มองดูจากตลาดตอนนี้ เกมที่ขายดิบขายดีส่วนใหญ่ก็คือแนวยิงปืน

เข้าใจง่ายดี ผ่านสงครามมาหลายร้อยปี ผู้คนก็เลยยังห้าวอยู่ แม้ตอนนี้สันติภาพมาเยือนแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่ได้ปรับตัว

แผนที่ปลอดภัยสุดคือ ทำเกมยิง แต่ให้มีลูกเล่นไม่เหมือนใคร

ไม่รู้ทำไม พอคำว่า “เกมยิง” กับ “ไม่เหมือนใคร” มาชนกันเมื่อไหร่ ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งก็เด้งขึ้นมาในหัวทันที—Wanted

หนังเรื่องนี้มีไอเดียดีถึงขั้นทะลุเพดาน ผู้กำกับสร้างเทคนิคการยิงแบบใหม่ขึ้นมา ทำให้ปืนไม่มีร่องเกลียว บิดข้อมือแรง ๆ ตอนลั่นไก ใส่แรงหักให้กับกระสุน พอกระสุนพุ่งออกจากรังเพลิง ภายใต้แรงเฉื่อยผสมแรงหัก มันจะวิ่งเป็นวิถีโค้ง

แน่นอน มันฟังดูเพ้อเจ้อในเชิงทฤษฎี แต่พอใส่ “ช่วงเวลาแห่งกระสุน” หรือ Bullet Time เข้าไปแล้ว ภาพที่ออกมามันก็โคตรเท่จนหาที่สุดมิได้

หลินโหยวก็ไม่คิดจะมาเทศน์ตรรกะอะไรให้ฟังหรอกนะ ขอให้ผู้เล่นรู้สึกว่าโคตรเท่ก็พอ

ลองนึกภาพคุณยิงกระสุนออกไปหนึ่งนัด แล้วในช่วงเวลาแห่งกระสุน เห็นวิถีกระสุนโค้งอ้อมไปเจาะศัตรูหลังฉากกำบัง หรือให้มันชนกับกระสุนฝั่งตรงข้ามแล้วแตกช้าๆ พร้อมกัน

ใครเห็นก็จำไม่ลืม มือเอื้อมไปควักกระเป๋าทันที

ผู้เล่นในโลกนี้อาจเล่นเกมยิงมานับไม่ถ้วน แต่พวกเขาไม่เคยเห็นภาพแบบนี้แน่นอน

ไม่ทำให้กลายเป็นเกมเอาไว้เปิดหูเปิดตาได้ยังไง

งานนี้ไม่ใช่แค่ยืนโกยเงิน ยังต้องทำให้พวกเขาร้องว้าวกันทั้งวงการอีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 6 เริ่มทำเกม

คัดลอกลิงก์แล้ว