- หน้าแรก
- ผมไม่ได้อยากเด่น ระบบมันพาไป
- บทที่ 27 - น้ำตาลและคาเฟอีน
บทที่ 27 - น้ำตาลและคาเฟอีน
บทที่ 27 - น้ำตาลและคาเฟอีน
บทที่ 27 - น้ำตาลและคาเฟอีน
หลังจากขอเพจ QQ สารภาพรักจากจั๋วเพ่ยเพ่ยมาได้สำเร็จ เสิ่นหยวนก็รีบขุดผลงานชิ้นเอกของท่านประธานออกมาจากบันทึกใน Qzone แล้วนั่งอ่านอย่างเอร็ดอร่อยตลอดคาบเรียนภาคค่ำ
จะว่าอย่างไรดีล่ะ สมกับเป็นคนที่สอบภาษาจีนได้ 130 คะแนนขึ้นไปจริงๆ
"ฉันรู้สึกว่าฉันต้องเข้าร่วมสมาคมนักจิ้นแล้วล่ะ"
ได้ยินคำพูดน้ำตาลเกินพิกัดของเสิ่นหยวน หยางเจ๋อก็หันมาหัวเราะ "งั้นคราวหน้าตอนเฉินหมิงอวี่ฝันกลางวัน นายก็ไปฉี่รดใส่เขา ให้เขาได้ลิ้มรสความหวานซะหน่อย"
เฉินหมิงอวี่สวนหมัดใส่หยางเจ๋อทันที "ไอ้ชาติชั่ว!"
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเฉินหมิงอวี่ หยางเจ๋อก็รีบสวนกลับ ไม่นานทั้งคู่ก็เริ่มเล่นตบแปะกันอย่างปัญญาอ่อน
เห็นภาพนี้ อาเจ๋อก็หัวเราะ "อาเจ๋อ นายตีเฉินหมิงอวี่ ไม่กลัวจะตีจนมันเกิดอารมณ์เหรอ?"
ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางเจ๋อและเฉินหมิงอวี่ก็แข็งค้างไปพร้อมกัน
ทันใดนั้น โจวเส้าเจี๋ยก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจากด้านหลัง
วิชาล็อกคอของเสิ่นหยวน!
"เจิ้นไร้ความผิด! พวกเจ้าสองคนนั่นแหละชาวหนานทง! เป็นชาวหนานทง!!"
หยางเจ๋อกับเฉินหมิงอวี่ช่วยกันดึงขาอาเจ๋ออย่างขะมักเขม้น
ส่วนเสิ่นหยวน ล่องหนหนีไปอย่างสวยงาม
หากหลีจือจับได้ว่าเขาไปเล่นรูดเสาอีก นักบวชแห่งความเจ็บปวดคงได้เร่งการเติบโตของเมล็ดพันธุ์แห่งความเจ็บปวดที่ฝังไว้ในใจเขาแน่ ๆ
เมล็ดพันธุ์หนึ่งชื่อถงชูโหรว อีกเมล็ดชื่อผลการเรียน
อดทนจนกระทั่งเลิกเรียนภาคค่ำ เสิ่นหยวนก็มายืนรอหลีจือเก็บของที่ข้างโต๊ะตามธรรมเนียม
"ป่ะ"
หลังจากส่งกระเป๋านักเรียนให้เสิ่นหยวน หลีจือก็รับกระเป๋าของเสิ่นหยวนมาถืออย่างคล่องมือ
ทั้งสองเดินออกจากโรงเรียนอย่างเงียบเชียบ พอถึงถนนใหญ่ เสิ่นหยวนก็สังเกตเห็นว่าหลีจือเดินห่างจากแปลงดอกไม้มาก
ดูท่าทาง เหตุการณ์เมื่อวานคงจะสร้างปมในใจให้สาวสวยไม่น้อย
คิดได้ดังนั้น เสิ่นหยวนก็แกล้งก้าวขาไปทางแปลงดอกไม้
เป็นไปตามคาด หลีจือตวัดสายตาระแวดระวังมาทันที
เสิ่นหยวนหัวเราะ "หึหึ อาการออกเลยนะ"
"น่าเบื่อ"
สาวสวยรีบจ้ำอ้าวไปทางบ้าน
"ถามจริง ทางเธอมีเอกสารคณิตศาสตร์อะไรบ้างไหม?"
"สมุดรวมโจทย์ผิดของเทพเจ้าเอาไหมล่ะ?"
มุมปากเสิ่นหยวนกระตุก "ขอแบบง่ายกว่านั้นหน่อย"
"ห้าสาม"
มาแล้ว อาวุธประจำกายของนักบวชแห่งความเจ็บปวด!
คัมภีร์แห่งความเจ็บปวด 《ห้าปีสอบเกาสามปีจำลอง》!
เสิ่นหยวนกลอกตา "ถ้าฉันอ่านไอ้นี่แล้วเข้าใจเรื่อง ฉันจะมาขอเธอทำไม?"
หลีจือทำเสียง 'ชิ' เบาๆ "นายเนี่ยเอาใจยากชะมัด"
"ก็ฉันมันเป็นฉนวนกันความรู้นี่หว่า"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า"
เมื่อเสิ่นหยวนนึกว่าหลีจือจะปลอบใจ ประโยคถัดมาของสาวสวยก็แทบทำให้เขาช้ำในตาย
"นายพยายามหน่อย น่าจะแซงเจ้าตูบได้อยู่นะ"
มีสมองนะ แต่ไม่เยอะ
อย่างน้อยก็ฟังชื่อตัวเองออก
หลังจากหลีจือพูดจบ ทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบ
ขณะที่เดินผ่านร้านรถเข็นขายอาหารรอบดึก หลีจือจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "นายคงไม่ได้เป็นซึมเศร้าหรอกนะ?"
"ถ้าเธอเลี้ยงโอเด้งฉันสักถ้วย ไม่แน่โรคซึมเศร้าของฉันอาจจะหายเองก็ได้"
เมื่อเสิ่นหยวนพูดจบ เขาก็ไปยืนอยู่หน้าร้านโอเด้งแล้ว
ทันใดนั้น หลีจือก็ก้าวมายืนข้างร้าน บ่นพึมพำ "ทำดีวันละนิด จิตแจ่มใส"
เสิ่นหยวนขำ "งั้นเลี้ยงโค้กคืน"
"โคคาโคล่า ฉันชอบแบบซ่าๆ"
"OK"
หลังจากจัดโอเด้งมาสองถ้วย เสิ่นหยวนก็ไปซื้อโค้กสองขวดจากร้านขายของชำ
"ชนแก้ว!"
"ชน!"
ทั้งสองเอาถ้วยโอเด้งชนกัน แล้วเริ่มจัดการมื้อดึก
"เสิ่นหยวน เปิดขวดให้หน่อย!"
เสิ่นหยวนรับโค้กมา บิดฝาเปิดออกอย่างง่ายดาย
นี่แหละคือสุภาพบุรุษตัวจริง
เมื่อเห็นหลีจือกระดกโค้กอึกๆ เสิ่นหยวนก็นึกถึงเรื่องในคาบเรียนภาคค่ำวันนี้ เลยพูดขึ้นว่า "เรียนเหนื่อยสินะ"
"ผีเข้าเหรอ?"
"แค่เป็นห่วงเฉยๆ"
หลีจือมองเสิ่นหยวนอย่างระแวง "กลัวที่สุดคือความห่วงใยแบบกะทันหันจากเพื่อนนี่แหละ"
เสิ่นหยวนหัวเราะร่า ชูถ้วยโอเด้งขึ้น "นี่ฉันก็ได้กินแล้วไง?"
สาวสวยหัวเราะตาม แต่ไม่นาน รอยยิ้มก็จางลง
หลีจือเอาไม้เสียบจิ้มถ้วยเล่นสองสามที
"เหนื่อย"
"เรียนเก่งมันเหนื่อยนะ บางทีก็น่ากังวล กลัวคะแนนตก นายรู้ไหม บางทีฉันยังกลัวเลยว่าตัวเองจะตกจาก 670"
ภาษาคน?
รอยยิ้มเสิ่นหยวนแข็งค้าง "คุณชายหลี นี่ไม่ใช่หัวข้อที่ฉันจะมีส่วนร่วมได้แล้วล่ะ"
"อ้างอิงจากที่นายตกจาก 600 ไง"
เสิ่นหยวนยิ่งไม่สบอารมณ์
มันเอามาเปรียบเทียบกันได้ที่ไหนวะ?
"สรุปนี่คือเหตุผลที่เธอเลือกอ่าน '《ความรักในยุคหน้าชั้นเรียน》' เหรอ?"
"คนเราก็ต้องรับน้ำตาลทางใจบ้างสิ ไม่อย่างนั้นจะทนความขมทุกวันไปทำไม? ตะบี้ตะบันทำโจทย์ อ่านหนังสือทุกวัน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันดูแลสายตาดี ป่านนี้คงสายตาสั้นไปนานแล้ว"
เสิ่นหยวนมองดวงตาคู่สวยที่เป็นประกายของหลีจือ แล้วพยักหน้า
การเรียนก็เพื่อการสอบอยู่แล้ว ขอแค่สอบได้คะแนนดี ใครจะมาพูดอะไรได้
"จริงๆ บางทีฉันก็คิดนะ ว่าฉันสอบได้ดีขนาดนี้แล้ว จะหาความสุขใส่ตัวบ้างไม่ได้เหรอ?"
"แล้วทำไมไม่หาความสุขล่ะ?" เสิ่นหยวนถามอย่างไม่เข้าใจ
หลีจือยิ้มหวาน "เพราะเวลาปั่นหัวพวกนายแล้วมันสนุกยังไงล่ะ! แค่ฉันแกล้งทำเป็นเรียน พวกนายก็จะรู้สึกถึงแรงกดดัน แต่จริงๆ แล้วฉันแค่นั่งเหม่อเฉยๆ"
เสิ่นหยวนชาไปทั้งตัว
"เพื่อนสาว เธอนี่มัน 'นักบวชแห่งความเจ็บปวด' ตัวจริงเลยนี่!"
"ฮ่าๆๆๆ! จงลิ้มรสสกิลของข้า กางอาณาเขต! นรกทะเลโจทย์! ผู้ที่มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของห้อง จงเริ่มปั่นโจทย์อย่างไม่หยุดหย่อน ณ บัดนี้!"
"อ๊าก! จู่ๆ ฉันก็อยากทำโจทย์ขึ้นมาทันที! เร็ว! เอาข้อสอบมา!"
เมื่อเห็นท่าทางโอเวอร์ของเสิ่นหยวน สาวสวยก็หัวเราะอย่างมีความสุข
เสิ่นหยวนได้ข้อสรุปแล้ว
น้ำตาลที่หลีจือรับประทานเข้าไป ไม่ได้มีไว้ชดเชยความเจ็บปวดที่เธอปล่อยใส่คนอื่น แต่มีไว้เพื่อสร้างสมดุลให้กับความเจ็บปวดจากการเรียนของตัวเองต่างหาก
ในฐานะ 'นักบวชแห่งความเจ็บปวด' ที่เป็นเด็กเรียนเก่ง เธอจึงสร้างแรงกดดันให้คนรอบข้างด้วยความสามารถของตัวเอง ซึ่งเป็นการสร้างทั้งความกดดันในการเรียนและความเจ็บปวดไปพร้อมกัน
แต่โดยเนื้อแท้แล้ว เธอคือผู้รับบาปจากการศึกษาที่มุ่งเน้นการสอบ เป็นผลผลิตที่สมบูรณ์แบบของการศึกษาแบบยัดเยียด
หลีจือเปรียบเสมือนกบฏในหมู่นักบวชแห่งความเจ็บปวด เธอไม่เหมือนนักบวชแห่งความเจ็บปวดในห้องอื่น ๆ ที่ศรัทธาต่อการรับความรู้และรอคอยการสอบ
แม้หลีจือจะยอมรับการยอมรับจากครูผู้สอนผ่านทางคะแนนสอบ แต่เธอก็ตระหนักดีถึงเป้าหมายของการศึกษาที่เธอได้รับ
การเรียนไม่ใช่เพื่อหาความรู้ แต่เพื่อการสอบ
เธอก็เหมือนนักเรียนปกติ เหนื่อยก็หลับในห้อง ทำการบ้านฟิสิกส์ในคาบภาษาจีน บางทีก็ไม่ทำการบ้าน
และด้วยผลการเรียนเช่นนี้ของหลีจือ ทำให้ครูผู้สอนมักจะว่าอะไรเธอไม่ได้เลย
หลีจือรู้ดีว่า ในฐานะ 'นักบวชแห่งความเจ็บปวด' จุดจบสุดท้ายคือการเป็นอมตะในการสอบเกา
เพราะ 'นักบวชแห่งความเจ็บปวด' รู้แจ้งเห็นจริงเรื่องการสอบ แต่ในขณะเดียวกันก็ตกเป็นนักโทษนิรันดร์ของการสอบนั้น
หลีจือไม่อยากเป็นแบบนั้น
แต่พลังการต่อต้านส่วนบุคคลนั้นน้อยนิดเกินไป เธอทำได้แค่ปรับตัวและหาสิ่งมาบรรเทาความเจ็บปวดในใจเท่านั้น
อย่างเช่นน้ำตาล
เหมือนกับที่ลัทธิชาเย็นแสวงหาความหวานและสารต้านอนุมูลอิสระ
หรือพรรคนิยมโค้กที่ยึดติดกับเครื่องดื่มอัดลม แก่นแท้ของมันก็เหมือนกัน
น้ำตาลและคาเฟอีนทั้งหมด คืออาวุธชีวภาพที่เหล่าหนุ่มสาวใช้ต่อต้านการศึกษาแบบเน้นการสอบ
(จบแล้ว)