- หน้าแรก
- ผมไม่ได้อยากเด่น ระบบมันพาไป
- บทที่ 8 - อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์
บทที่ 8 - อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์
บทที่ 8 - อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์
บทที่ 8 - อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์
ถึงเสิ่นหยวนกับหลีจือจะอยู่บ้านตรงข้ามกัน แต่เวลาไปโรงเรียนไม่ได้ไปพร้อมกัน
การรอคนไปพร้อมกันเป็นเรื่องยุ่งยาก
ใครจะไปรู้ว่าจะตื่นตรงเวลาไหม
ผู้ชายอ่ะนะ บางทีตอนกลางคืนเกิดมีอารมณ์ ทำงานฝีมือ (ช่วยตัวเอง) ดึกดื่นบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ถึงเสิ่นหยวนจะไม่ใช่ช่างฝีมืออะไร แต่หลักๆ คือชอบนอนตื่นสาย
พอนอนกินบ้านกินเมือง ก็ไม่ยุติธรรมกับคนที่ตื่นเช้า
ดังนั้นสองคนนี้เลยไม่มีธรรมเนียมไปโรงเรียนพร้อมกัน ใครอยากรีบไปโรงเรียนเพื่อเริ่มเรียนก็ไปก่อนเลย
ยังไงเสิ่นหยวนก็ไม่ไป
เสิ่นหยวนรู้ดี ต่อให้รีบไปโรงเรียน เขาก็ไม่มีทางไปเรียน
อย่างมากก็แค่เปลี่ยนที่นอน
นอกจากนั้น เขานึกไม่ออกว่าจะทำอะไรได้อีก
แน่นอน ยกเว้นแต่หลีจือจะส่งข้อความมาตามให้ไปโรงเรียนพร้อมกัน
แต่นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
มองดูภารกิจตรงหน้า เสิ่นหยวนหยิบมือถือ ส่งข้อความหาหลีจือ
เสิ่นหยวน: "พรุ่งนี้ไปโรงเรียนพร้อมกัน"
ส่งข้อความเสร็จ เสิ่นหยวนรอหลีจืออยู่ไม่กี่นาที เห็นเธอยังไม่ตอบ ก็กระโจนขึ้นเตียง ยกมือทุบผนังห้อง
ห้องข้างๆ
หลีจือได้ยินเสียง "ตึง ตึง ตึง" ในห้อง ก็รู้ทันทีว่าเป็นเสิ่นหยวน
สองบ้านอยู่ติดกัน ห้องหลีจือกับเสิ่นหยวนมีแค่กำแพงกั้น
ปกติถ้าเสิ่นหยวนทำเสียงดังหน่อย หลีจือจะได้ยินหมด
หลีจือหยิบมือถือเตรียมจะด่ากลับ ก็เห็นข้อความของเสิ่นหยวน
สองข้อความมันดูไม่เชื่อมโยงกันเลย
ข้อความก่อนหน้ายังคุยเรื่องตักขี้แมว ข้อความถัดมาจะไปโรงเรียนพร้อมกันซะงั้น
ออกทะเลไปหน่อยมั้ง
พอนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเสิ่นหยวน หลีจือก็รู้สึกทันทีว่ามีพิรุธ
ไม่นานเสิ่นหยวนก็ได้รับข้อความตอบกลับจากหลีจือ
หลีจือ: "เลี้ยงข้าวเช้าฉัน"
เสิ่นหยวน: "เลี้ยงๆๆ กี่โมง"
หลีจือแปลกใจนิดหน่อย ยอมง่ายขนาดนี้เลย?
หลีจือ: "ตี 5:50 หน้าประตู"
เห็นเวลาที่หลีจือส่งมา เสิ่นหยวนอยากจะพุ่งเข้าไปในห้องนอนเธอแล้วถามให้รู้แล้วรู้รอด
ทำไมเธอถึงนอนไม่ถึง 6 ชั่วโมง!
แต่เสิ่นหยวนก็ตอบกลับไปว่า OK
เห็นข้อความเสิ่นหยวน หลีจือยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ
ไอ้หมอนี่ แอบไปสูดกาว เอ้ย สูดแมวจนเพี้ยนไปแล้วรึเปล่า?
แต่หลีจือก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก
ต่อให้เสิ่นหยวนจะมีปัญหายังไง แต่ในเมื่อนัดเวลาแล้ว ถ้าเขาทำไม่ได้ เธอก็ไม่รอ
เช้าตรู่
หลีจือมองเสิ่นหยวนที่ยืนหาวอยู่หน้าประตู รู้สึกสะเทือนใจอย่างแรง
"แกตื่นไหวด้วยเหรอ?"
"ดูถูกกันนี่หว่า ทำไมฉันจะตื่นไม่ไหว?"
เสิ่นหยวนพูดพลางหาวหวอด
เพื่อจะงัดตัวเองลุกจากเตียง เสิ่นหยวนตั้งนาฬิกาปลุก 10 รอบ ห่างกันรอบละ 1 นาที
เพื่อรับประกันเวลานอนให้เต็มอิ่มที่สุด เสิ่นหยวนบีบเวลาแปรงฟันล้างหน้าเหลือแค่ 2 นาที
ตื่นนอนจนถึงออกจากบ้าน ใช้เวลาแค่ 5 นาที
"เออๆๆ แกตื่นไหว"
หลีจือตอบส่งๆ แล้วทั้งคู่ก็แลกกระเป๋ากัน
พอยื่นกระเป๋าให้เสิ่นหยวน หลีจือก็นั่งยองๆ ใส่รองเท้า
มองดูหลีจือสวมเท้าที่ใส่ถุงเท้าสีขาวเข้าไปในรองเท้า จู่ๆ เสิ่นหยวนก็รู้สึกว่า การเป็นคางคกก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
การเป็นคางคกซุ่มโจมตีในรองเท้าสาวน้อยเนี่ย มันน่าคิดถึงจริงๆ!
พอหลีจือใส่รองเท้าเสร็จ เห็นเสิ่นหยวนยังจ้องเท้าเธออยู่ ก็ขมวดคิ้วทันที
"ตอนนี้ฉันสงสัยว่านังแซ่ถงนั่นเปลี่ยนรสนิยมแกไปด้วยรึเปล่า"
พอโดนขุดประวัติมืด เสิ่นหยวนก็ตาสว่างทันที
สำหรับประวัติมืดของตัวเอง ปฏิกิริยาของทุกคนคือการต่อต้านโดยสัญชาตญาณ
เสิ่นหยวนก็เช่นกัน
"หล่อนคู่ควรเหรอ?"
เจอคำโต้แย้งของเสิ่นหยวน หลีจือไม่ได้พูดอะไร แค่มองเสิ่นหยวนหัวจรดเท้า แล้วหัวเราะเบาๆ
ท่านั้น ดาเมจแรงมาก แต่ความดูถูกแรงกว่า
"ไม่ใช่สิ หลีจือ เธอหมายความว่าไง!"
เสิ่นหยวนร้อนตัว
"คิดเอาเองย่ะ" หลีจือพูดจบก็เดินเข้าลิฟต์
เสิ่นหยวนรีบตามเข้าลิฟต์ "ไม่ได้ เธอต้องพูดให้เคลียร์ ไม่งั้นคืนนี้ฉันจะไปคอสเพลย์เป็นตุ๊กตาไล่ฝนในห้องเธอ"
"อันนั้นไม่ต้องก็ได้มั้งสาว"
อาศัยจังหวะลิฟต์ลง หลีจือมองเสิ่นหยวนอย่างล้อเลียน "จะให้ฉันแฉประวัติมืดแกต่อจริงๆ เหรอ?"
เสิ่นหยวนสูดหายใจลึก
ไม่มีความกล้าจะให้พูดเลยแฮะ
เห็นท่าทางอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของเสิ่นหยวน หลีจือหันไปมองหน้าจอลิฟต์
ไอ้โง่เอ๊ย
ชะนีทั่วไป เขาอ่อยเพื่อตกผู้
แต่นังถงชูโหรวนั่นมาถามแต่ภาษาอังกฤษแก อย่างอื่นไม่เอาเลย ชัดเจนว่าจะมาหลอกถามเทคนิคการเรียน เป็นชะนีนักเรียน
ที่หล่อนใส่มานั่นใช่ถุงน่องดำซะที่ไหน?
นั่นมันศาสตราวุธมารชัดๆ เอาไว้ล่อลวงพวกเทพสงครามวิชาเฉพาะทางแดนล่างอย่างพวกแก เพื่อดูดพลังบำเพ็ญเพียร
ตอนนี้หล่อนฝึกวิชาสำเร็จ ก็จุติขึ้นสู่แดนบน (ห้องคิง) แล้ว
พวกคนแดนล่างในอดีต เห็นหล่อนสนใจบ้างไหมล่ะ?
ส่วนทำไมถงชูโหรวไม่ไปหาพวกอัจฉริยะรอบด้านแดนบน หลีจือบอกได้คำเดียวว่า พวกที่สอบไม่ถึง 600 จะไปคุยรู้เรื่องกับอัจฉริยะแดนบนได้ยังไง?
แนวคิดการแก้โจทย์มันคนละคลื่นความถี่กัน
อีกอย่าง ห้องคิงไม่มีผู้หญิงสวยๆ รึไง?
ทำไมต้องไปหานางมารแดนล่างนั่นด้วย?
แค่เพราะหล่อนใส่ถุงน่องดำมาโรงเรียนเหรอ?
โอเค ห้องคิงไม่มีใครใส่ถุงน่องดำจริงๆ นั่นแหละ
คิดถึงตรงนี้ สายตาของหลีจือก็ตกกระทบเงาตัวเองในกระจกลิฟต์
"หึๆ ถ้าฉันใส่ถุงน่อง รับรองสวยกว่านังชะนีเรียนเก่งนั่นแน่"
ก็มีแต่คนตาถั่วบางคนนั่นแหละ
...
มื้อเช้าของทั้งสองคนมักจะจบที่ร้านอาหารเช้าระหว่างทางไปโรงเรียน
พ่อแม่เสิ่นหยวนสมัยเขาอยู่ประถมยังตื่นมาทำอาหารเช้าแห่งความรักให้
แต่พอถึงตอนนี้ อายุอานามก็มากขึ้น
ตอนเช้าไม่ใช่แค่เสิ่นหยวนที่ตื่นไม่ไหว พ่อแม่ก็ตื่นไปทำงานไม่ไหวเหมือนกัน
ไหนๆ ก็ไม่ต้องตื่นไปส่งลูก ก็ให้เงินลูกไปซื้อกินเองดีกว่า
ได้ทั้งตามใจปากลูก และยังได้นอนต่ออีกหน่อย
ส่วนเรื่องกินของข้างนอกจะสกปรกไหม
ถ้าต้องมาคิดเรื่องนี้ ชีวิตนี้คงมีเรื่องให้คิดเยอะเกินไปแล้ว
หลีจือสั่งข้าวปั้น เสิ่นหยวนสั่งเครปไข่แบบเครื่องแน่นจัดเต็ม
ตื่นเช้าขนาดนี้ ต้องให้รางวัลตัวเองหน่อย
เสิ่นหยวนยังซื้อน้ำเต้าหู้ให้หลีจืออีกแก้ว
"ดื่มน้ำเต้าหู้เยอะๆ ร่างกายกำลังโตนะสาว"
หลีจือกระพริบตาปริบๆ
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไม แต่เดี๋ยวค่อยเช็กดู
ถ้าเสิ่นหยวนมั่วซั่ว เดี๋ยวแม่จะจัดหมัดไฟฟ้าเข้าหน้าให้
เดินไปตามทาง หลีจือเคี้ยวข้าวปั้นคำเล็กๆ นึกถึงความสงสัยเมื่อวาน ก็เลยถามเสิ่นหยวน
"ทำไมจู่ๆ แกถึงอยากไปโรงเรียนพร้อมฉัน?"
เสิ่นหยวนตอบแบบไม่ลังเล "ก็ขึ้นห้องคิงแล้วไง กลับตัวกลับใจ เป็นคนใหม่ ตั้งใจเรียน!"
"ฉันคือจิ๋นซีฮ่องเต้" หลีจือตอบกลับแบบไม่ลังเลเช่นกัน (เปรียบเปรยว่าโกหกหน้าตาย/เรื่องเพ้อเจ้อ)
"โอเคๆ" เสิ่นหยวนบิดตัวไปมา "จริงๆ แล้วฉันอยากจีบเธอ อยากให้เจ้าเกิงกับเน่าเน่ามีครอบครัวที่สมบูรณ์"
"คะแนน 620 นิ่งรึยัง?"
"เฮ้ยๆๆ ฉันคุยเรื่องความรัก เธอมาคุยเรื่องเรียนกับฉันทำไม!"
เสิ่นหยวนพูดจบ ก็เห็นหลีจือยังคงทำหน้าดูถูกเหมือนเดิม
"นังแซ่ถงก็ทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?"
ประโยคเดียว ฆ่าเสิ่นหยวนตายคาที่
เสิ่นหยวนนึกว่าพอก้าวเท้าเข้าประตูโรงเรียน ภารกิจจะสำเร็จ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่
ภารกิจเขียนไว้ชัดเจน
"ไปเดินเล่นที่โรงเรียนมัธยมเก่ากับหลีจือ"
หมายความว่า ต้องเดินเล่น
ไว้ค่อยว่ากัน
(จบแล้ว)