- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 141 เสิ่นเชี่ยน
บทที่ 141 เสิ่นเชี่ยน
บทที่ 141 เสิ่นเชี่ยน
ปักกิ่ง บ้านของจางอวี้เหมย
นับตั้งแต่หวังเสี่ยวเฟินกลับไป จางอวี้เหมยก็เฝ้ารอข่าวอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งเมื่อวานตอนบ่าย หวังเสี่ยวเฟินก็โทรมาแจ้งข่าวร้าย
หวังเสี่ยวเฟินเจรจากับโจวเฉียงล้มเหลว แถมยังกำชับจางอวี้เหมยอีกว่าห้ามแอบไปซื้อบ้านกับโจวเฉียงเด็ดขาด ให้สองครอบครัวร่วมมือกันบีบโจวเฉียง เดี๋ยวเขาก็ต้องยอมลดให้เอง
ตกดึก จางอวี้เหมยปรึกษากับซ่งคุนเซิง สามีของเธอ ทั้งคู่มีความเห็นตรงกันว่าจะไม่ฟังคำยุยงของหวังเสี่ยวเฟินอีกต่อไป เพราะซ่งคุนเซิงเคยไปดูบ้านกับโจวเฉียง และได้คุยกับคนในกลุ่มเก็งกำไรบ้านมาแล้ว รู้ว่ามีคนซื้อไปเป็นสิบราย ความน่าเชื่อถือของข่าวนี้สูงมาก ไม่คุ้มที่จะเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ยอมทิ้งโอกาสทำเงินเพียงเพราะเรื่องค่านายหน้า
ฐานะทางบ้านของจางอวี้เหมยไม่ได้ร่ำรวย ลูกสาวก็โตเป็นสาวต้องใช้เงินเยอะ บ้านช่องก็เก่าโทรม จะพาแฟนมาบ้านทีก็อายเขา กลัวเขาจะดูถูกลูกสาว
ลำพังรายได้ของสองผัวเมียก็แค่พอมีพอกิน ไม่ได้มีช่องทางหาเงินอื่น ครั้งนี้แผนเก็งกำไรบ้านที่โจวเฉียงเสนอมาเปรียบเสมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นโอกาสเดียวที่จะพลิกชีวิตพวกเขาได้
จางอวี้เหมยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมโทรหาโจวเฉียง ในใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวว่าโจวเฉียงจะพาลโกรธเธอไปด้วยเรื่องที่หวังเสี่ยวเฟินไปต่อรองราคา ถึงจะเป็นญาติกัน แต่ก็เป็นแค่ญาติห่างๆ ความสัมพันธ์มันเปราะบาง
เธอเรียบเรียงคำพูดในใจครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรออก "ฮัลโหล โจวเฉียงเหรอจ๊ะ?"
"ครับน้า มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" โจวเฉียงตอบเสียงเรียบ
จางอวี้เหมยลังเล ยังไม่กล้าเข้าเรื่องซื้อบ้านทันที เลยเฉไฉไปเรื่องดูตัวก่อน "โจวเฉียง ไปเจอหนูเหวินเหวินมาแล้วเป็นไงบ้างลูก?"
"น้าอุตส่าห์แนะนำทั้งที จะไม่ดีได้ยังไงครับ" โจวเฉียงย้อนถาม
"แล้วทำไมไม่สานต่อล่ะ เห็นว่าหนูเหวินเหวินเขาประทับใจเรานะ แต่เรากลับทำตัวห่างเหิน กินข้าวด้วยกันมื้อเดียวก็เงียบไปเลย บอกน้ามาตรงๆ ไม่ชอบน้องเขาเหรอ?" จางอวี้เหมยถาม
"น้าครับ ผมชอบเขา แต่เขาอาจจะไม่ได้ชอบผมก็ได้" โจวเฉียงถอนหายใจ
"พูดอะไรอย่างนั้น ถ้าไม่ชอบ แม่เขาจะมาบอกน้าทำไม" จางอวี้เหมยแย้ง
"น้าครับ บางอย่างดูแต่ภายนอกไม่ได้หรอกครับ เหวินเหวินเธอโปรไฟล์ดี แต่กับผมอาจจะไม่เหมาะกัน สู้ถอยออกมาตอนนี้ให้เหลือความทรงจำดีๆ ดีกว่าต้องมาเลิกกันทีหลัง" โจวเฉียงอธิบาย
"น้องเขาพูดอะไรไม่ดีเหรอ?" จางอวี้เหมยเริ่มจับสังเกตได้
"ช่างเถอะครับน้า เอาเป็นว่าถ้ามีคนใหม่ที่เหมาะสม น้าค่อยแนะนำให้ผมอีกทีนะครับ" โจวเฉียงตัดบท
จูเหวินเหวินโปรไฟล์ดีจริง เหมาะกับคนอย่างโจวเฉียงที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง แต่ติดตรงที่ตอนนี้เขายังให้ในสิ่งที่เธอต้องการไม่ได้ ที่จูเหวินเหวินเปลี่ยนใจหันมาสนใจเขาคงเพราะเห็นรถเลกซัสคันนั้น คิดว่าเขาเป็นเศรษฐีเลยอยากลองคบดู
แต่โจวเฉียงรู้ดีว่ารถนั่นเขาเช่ามา ขืนคบกันไปความลับแตก จูเหวินเหวินคงอาละวาดหาว่าเขาหลอกลวง แล้วขอเลิกแน่ๆ ถึงตอนนั้นคงมองหน้ากันไม่ติด สู้จบกันตอนนี้แบบสวยๆ ดีกว่า
นี่ไม่ได้เรียกว่าเท่ แต่เรียกว่าจำใจ ถ้าเขามีพร้อมทุกอย่าง ป่านนี้คงเดินหน้าจีบเต็มตัวไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งเล่นละครตบตาแบบนี้หรอก
ส่วนเรื่องที่จูเหวินเหวินมองคนที่ฐานะ โจวเฉียงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะโลกนี้มันโหดร้าย ทุกคนก็ต้องดิ้นรนเพื่อตัวเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาเสแสร้งเป็นคนดีหรอก
พอได้ยินโจวเฉียงพูดแบบนี้ จางอวี้เหมยก็โล่งอก การที่โจวเฉียงยังให้เธอช่วยหาแฟนให้ แสดงว่าไม่ได้โกรธเคืองเธอ เรื่องซื้อบ้านก็น่าจะคุยกันได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องจูเหวินเหวิน ช่างมันเถอะ ผู้หญิงดีๆ ยังมีอีกเยอะ
"โจวเฉียง พรุ่งนี้ว่างไหมลูก?" จางอวี้เหมยเข้าเรื่อง
"มีอะไรเหรอครับ?"
"น้ากับน้าเขยว่างพอดี กะว่าจะไปดูบ้านกันหน่อย จะได้รีบตัดสินใจซื้อซะที" จางอวี้เหมยบอก
"ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมขับรถไปรับ" โจวเฉียงรับปากทันที โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องที่หวังเสี่ยวเฟินขอส่วนลดเลยแม้แต่น้อย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่พูดก็เท่ากับยอมรับกลายๆ ว่าต้องจ่ายค่านายหน้าเต็มจำนวน ทั้งโจวเฉียงและจางอวี้เหมยต่างรู้กันดี แค่ไม่ต้องพูดออกมาให้เสียบรรยากาศ
เรื่องใหญ่ทำให้เล็ก เรื่องเล็กทำให้หาย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป สบายใจทั้งสองฝ่าย ขืนมัวแต่คิดเล็กคิดน้อย ชีวิตคงหาความสุขยาก
......
ถนนฉี่หมิง ร้านอาหารกวงหมิง
ชายหญิงคู่หนึ่งยืนรออยู่หน้าร้าน ฝ่ายชายสูบบุหรี่ พลางชะเง้อมองไปที่ถนนเป็นระยะเหมือนกำลังรอใครอยู่
"เว่ยตง เข้าไปรอข้างในเถอะ ข้างนอกแดดร้อนจะตาย" ฝ่ายหญิงบ่น
"ฉันเพิ่งโทรหาโจวเฉียง เขาใกล้ถึงแล้ว รอข้างนอกอีกแป๊บเดียว เธอร้อนก็เข้าไปก่อนสิ" เว่ยตงยิ้ม ตบไหล่แฟนสาวเบาๆ
"ไม่เอาอะ เข้าไปคนเดียวน่าเบื่อจะตาย" หญิงสาวหน้ามุ่ย
"น่า อีกแป๊บเดียวน่า" เว่ยตงก้มดูนาฬิกา
"เพื่อนคุณขับรถอะไรมา ฉันจะได้ช่วยมอง" หญิงสาวถาม
"เอ่อ..." เว่ยตงอึกอัก "น่าจะนั่งแท็กซี่มามั้ง"
"งั้นก็ช่วยไม่ได้ แท็กซี่หน้าตาเหมือนกันหมด" หญิงสาวไหวไหล่
"นั่นสินะ" เว่ยตงยิ้มเจื่อนๆ
ผู้หญิงคนนี้คือเสิ่นเชี่ยน แฟนสาวของเว่ยตง ทั้งคู่รักกันดี แต่ก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง เพราะบ้านเสิ่นเชี่ยนรวยกว่า เลยแอบมองเว่ยตงด้อยกว่าหน่อยๆ
ถึงจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ มันฟ้อง อย่างเมื่อกี้ที่เว่ยตงจะรอโจวเฉียงหน้าร้าน เธอก็หงุดหงิด พอรู้ว่าเพื่อนจะนั่งแท็กซี่มา น้ำเสียงก็ดูแคลนนิดๆ รายละเอียดพวกนี้เว่ยตงรู้ดี แต่ทำไงได้ ในเมื่อเขายอมเป็นฝ่ายพึ่งพาบารมีบ้านฝ่ายหญิง ก็ต้องก้มหน้ารับสภาพ ไม่งั้นเขาจะเอาอะไรไปสู้
ทันใดนั้น รถเลกซัสสีเงินคันงามก็แล่นมาจอดเทียบหน้าร้าน โจวเฉียงก้าวลงจากรถ ทำเอาเว่ยตงยืนอึ้งไปพักใหญ่
"โจวเฉียง! ร้ายนี่หว่า" เว่ยตงเดินเข้าไปทักทาย สายตาสำรวจรถหรู
"ก็พอถูไถครับพี่ยังหาเมียไม่ได้ ก็ต้องมีรถไว้ประดับบารมีหน่อย" โจวเฉียงหัวเราะ
"ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวให้ซ้อแกแนะนำให้" เว่ยตงตบไหล่โจวเฉียงดังป้าบ ในใจนึกขอบคุณรุ่นน้องคนนี้ที่ช่วยกู้หน้าให้เขาได้มากโข
"ได้เลยครับ" โจวเฉียงรับคำ แล้วหันไปมองเสิ่นเชี่ยน "คนสวยคนนี้คงเป็นซ้อสินะครับ"
"อย่าเพิ่งเรียกซ้อ ยังไม่ได้แต่งงานกัน เรียกเจ๊เสิ่นเถอะ" เสิ่นเชี่ยนรีบแย้ง
"แหม เรียกเจ๊ดูห่างเหินไป ผมว่าเรียกซ้อดีกว่าครับ" โจวเฉียงหยอด
"นายชื่อโจวเฉียงใช่ไหม"
เสิ่นเชี่ยนปรายตามองโจวเฉียง ยิ้มมุมปาก "ที่บริษัทฉันมีเด็กสาวๆ สวยๆ เพียบ ถ้าเรียกเจ๊ เดี๋ยวเจ๊แนะนำให้ แต่ถ้าเรียกซ้อ... ก็อดนะจ๊ะ"
"งั้นผมเรียกเจ๊เสิ่นครับ เจ๊สวยที่สุดในสามโลกเลยครับ" โจวเฉียงกลับลำทันควัน
"ดีมาก น้องรัก" เสิ่นเชี่ยนหัวเราะชอบใจ ดูท่าทางจะถูกชะตากับโจวเฉียงไม่น้อย
"มากันครบแล้ว อย่ามัวยืนตากแดดเลย เข้าไปข้างในกันเถอะ" เว่ยตงยิ้มแก้มปริ มือซ้ายโอบไหล่โจวเฉียง มือขวาจูงมือเสิ่นเชี่ยน เดินเข้าร้านอย่างภาคภูมิใจ
คนเรามักดูกันที่เปลือก ถ้าเพื่อนคุณดูดี คุณก็พลอยดูดีไปด้วย ถ้าโจวเฉียงนั่งแท็กซี่มา เสิ่นเชี่ยนคงปฏิบัติกับเขาอีกแบบแน่ๆ
พอได้ที่นั่งริมหน้าต่าง โจวเฉียงสั่งสปาเก็ตตี้กับเครื่องดื่มเย็นๆ ส่วนเว่ยตงสั่งสลัดผลไม้ ปีกไก่นิวออร์ลีนส์ กุ้งค็อกเทล และหน่อไม้ฝรั่งพันเบคอนมาเพิ่ม
ระหว่างรออาหาร ทั้งสามคนคุยสัพเพเหระ โจวเฉียงขอโทษที่มาช้า "พี่เว่ย เจ๊เสิ่น ขอโทษทีครับที่ให้รอ"
"ไม่เป็นไร เรามาเร็วเองต่างหาก" เว่ยตงโบกมือ
"พี่นัดผมมาวันนี้ คงไม่ได้แค่จะแนะนำเจ๊เสิ่นให้รู้จักใช่ไหมครับ" โจวเฉียงถาม
"ก็ที่เคยคุยกันไง อยากให้แกมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ว่าไง?" เว่ยตงทวงสัญญา
"ได้เสมอครับ ขอแค่พี่ไม่กลัวผมหล่อเกินหน้าเกินตาก็พอ" โจวเฉียงแซว
"ไอ้นี่ หลงตัวเองชะมัด" เว่ยตงส่ายหัวขำๆ
"คิก..." เสิ่นเชี่ยนหลุดขำ "พี่น้องคู่นี้ พอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยนะเรื่องความหลงตัวเองเนี่ย"
คุยไปคุยมาบรรยากาศก็เริ่มเป็นกันเองมากขึ้น โจวเฉียงสบโอกาสเข้าเรื่อง "พี่เว่ย เจ๊เสิ่น แต่งงานแล้วจะแยกบ้านอยู่ หรือจะอยู่กับผู้ใหญ่ครับ?"
"ต้องแยกสิ! ฉันอยากมีโลกส่วนตัวจะตายอยู่แล้ว" เสิ่นเชี่ยนตอบทันควัน อยู่บ้านกับพ่อแม่มาสามสิบปี อึดอัดจะแย่ โอกาสนี้แหละที่จะได้เป็นอิสระ
"ผมทำนายหน้าอยู่พอดี ให้ผมช่วยหาบ้านเช่าให้ไหมครับ" โจวเฉียงลองหยั่งเชิง
"เราไม่เช่าหรอก ค่าเช่าสมัยนี้แพงจะตาย สู้ผ่อนบ้านเองดีกว่า เรากะจะซื้อเรือนหอเลย" เสิ่นเชี่ยนตอบอย่างมั่นใจ บ้านเธอมีเงิน เธอเป็นคนจ่าย เรื่องนี้เธอตัดสินใจเองได้
"ถ้าจะซื้อบ้าน ผมมีข้อแนะนำดีๆ นะครับ สนใจไหม?" โจวเฉียงยิ้มกริ่ม โอกาสทองลอยมาถึงที่แล้ว มีหรือเขาจะปล่อยให้หลุดมือ!