เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 กลับเข้าร้าน

บทที่ 131 กลับเข้าร้าน

บทที่ 131 กลับเข้าร้าน


หมู่บ้านจิงซิน บ้านของโจวเฉียง

โจวเฉียงนอนเอนกายอยู่บนโซฟาดูทีวี เขาหาวออกมาฟอดใหญ่พลางบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อยสายตัวแทบขาด พาไปลูกค้าดูบ้านมาทั้งวัน รู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

"เสี่ยวเจี้ยน รองน้ำเสร็จหรือยัง? อย่ามัวชักช้าลีลาอยู่ได้ไหม" โจวเฉียงชะเง้อคอไปทางห้องน้ำแล้วตะโกนเรียก

"ถ้าหาว่าผมช้า ทำไมพี่ไม่มาทำเองล่ะ" โจวเจี้ยนตอกกลับ

"ฉันวิ่งวุ่นข้างนอกมาทั้งวัน มันเหนื่อยนะเว้ย" โจวเฉียงบ่น

"พูดหยั่งกะผมนอนเล่นอยู่บ้านเฉยๆ งั้นแหละ" โจวเจี้ยนส่งเสียงฮึดฮัด

"แกนี่มันขี้บ่นจริง ก็แค่ให้ช่วยรองน้ำให้หน่อยเดียวเอง" โจวเฉียงว่า

"น้ำที่พี่ให้ผมรองเนี่ย ไม่ใช่น้ำธรรมดา ไม่ใช่น้ำดื่ม แต่มันคือน้ำล้างเท้า เข้าใจไหมครับคุณพี่?" โจวเจี้ยนทำหน้ามุ่ยแสดงความไม่เต็มใจสุดขีด

"น้ำอะไรมันก็เหมือนกันแหละ จะต่างกันตรงไหนนักหนา" โจวเฉียงแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ

"ถ้าพี่คิดว่าไม่ต่าง งั้นก็กินเข้าไปสิ" โจวเจี้ยนยกกะละมังน้ำเดินมาหยุดตรงหน้าโจวเฉียง ทำท่าจะป้อนให้กินจริงๆ

"เพิ่งไปทำนายหน้าได้ไม่กี่วัน ฝีปากกล้าขึ้นเยอะนะ นี่คือวิธีพูดกับผู้หลักผู้ใหญ่เหรอ?" โจวเฉียงตีหน้าขรึมดุ

"แก่กว่าผมไม่กี่ปี กล้าเรียกตัวเองว่าผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่อายปากบ้างหรือไง" โจวเจี้ยนสวนกลับ

"ไอ้เด็กนี่ วอนโดนตีนซะแล้ว"

"สุภาพชนเขาใช้ปากเจรจา ไม่ใช้กำลังกันครับ พอเถียงสู้ไม่ได้ก็ใช้ความรุนแรง นี่มันนิสัยพวกอำนาจนิยมชัดๆ ไม่ถูกต้องนะพี่" โจวเจี้ยนร่ายยาว

"ไม่รู้จริงๆ ว่าที่ส่งแกไปเป็นสายสืบเนี่ยคิดถูกหรือคิดผิด รู้สึกว่าแกจะไม่ใช่เสี่ยวเจี้ยนผู้อ่อนต่อโลกคนเดิมอีกต่อไปแล้ว" โจวเฉียงถอนหายใจด้วยความปลง

"มันมีคำโบราณประโยคหนึ่ง ที่อธิบายสถานการณ์ของผมตอนนี้ได้เป๊ะเลย" โจวเจี้ยนกล่าว

"ว่ามา?" โจวเฉียงเลิกคิ้วถาม

โจวเจี้ยนลุกขึ้นยืน ชำเลืองมองโจวเฉียงแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับตัวออกห่างจากโซฟาเล็กน้อยแล้วพูดว่า "คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล"

"ไปไกลๆ ตีนเลยไป" โจวเฉียงด่าไล่หลัง

"ถูกเธอบัญชาจนหมดใจ หมดทางถอยหนีไปจากเธอ..." เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น โจวเฉียงล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง มองดูชื่อบนหน้าจอ เป็นน้าของเขา จางอวี้เหมย โทรมา

เมื่อวันก่อน โจวเฉียงเพิ่งพาซ่งคุนเซิงไปดูบ้าน ซ่งคุนเซิงบอกว่าจะขอกลับไปปรึกษาจางอวี้เหมยดูก่อน เพราะฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร การจะหาเงินก้อนมาลงทุนเก็งกำไรบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย

ตอนนี้จางอวี้เหมยโทรมา ความรู้สึกแรกของโจวเฉียงคืออีกฝ่ายน่าจะตัดสินใจได้แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ

ในบรรดาญาติพี่น้อง โจวเฉียงหวังพึ่งได้แค่จางอวี้เหมยคนเดียว ดังนั้นเขาจึงใส่ใจมากว่าจางอวี้เหมยจะยอมร่วมขบวนการเก็งกำไรบ้านหรือไม่ เขารีบกดรับสายทันที "ฮัลโหล ครับน้า"

"โจวเฉียงเหรอจ๊ะ ตอนนี้คุยสะดวกไหม?" เสียงของจางอวี้เหมยดังมาจากปลายสาย

"สะดวกครับ น้ามีอะไรหรือเปล่าครับ" โจวเฉียงขานรับ

"คราวก่อน เห็นเธอบอกว่ายังไม่มีแฟนใช่ไหม? น้ารู้จักเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง นิสัยดีใช้ได้เลย ก็เลยอยากจะแนะนำให้รู้จักกันหน่อย" จางอวี้เหมยกล่าว

"หา..." โจวเฉียงร้องเสียงหลง นึกไม่ถึงเลยว่าจางอวี้เหมยโทรมาเพื่อจะคุยเรื่องนี้

"หาอะไรล่ะ อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว จะครองตัวเป็นโสดตลอดไปไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวแม่เธอรู้เข้าจะมาโทษน้าเอาได้ว่าไม่ช่วยดูดำดูดี" จางอวี้เหมยบ่น

"ไม่หรอกครับ แม่ผมเขาใจกว้างจะตาย" โจวเฉียงแย้ง

"น้ารู้ว่าพวกหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่ชอบการดูตัวแบบเป็นทางการ น้าจะให้เบอร์น้องเขาไว้ เดี๋ยวเธอโทรไปหาเขา ชวนคุยทำความรู้จักกันก่อน ถ้าคุยแล้วถูกคอก็ค่อยนัดเจอกินข้าวกัน ดีไหม?" จางอวี้เหมยเสนอ

จางอวี้เหมยพูดมาขนาดนี้แล้ว โจวเฉียงจะปฏิเสธได้ยังไง ขืนหาข้ออ้างไม่ยอมรับ ก็เท่ากับทำลายน้ำใจผู้ใหญ่

"เอาตามที่น้าว่าเลยครับ" โจวเฉียงรับคำ

"ดีมาก น้ารู้จักกับพ่อแม่หนูคนนี้ดี เป็นครอบครัวซื่อสัตย์สุจริต รับรองไม่ผิดหวัง" จางอวี้เหมยหัวเราะร่า

"แล้วเธอชื่ออะไรครับ เดี๋ยววางสายแล้วผมจะโทรไปหา" โจวเฉียงถาม

"น้องชื่อจูเหวินเหวิน เป็นเด็กเรียบร้อย เดี๋ยววางสายแล้วน้าจะส่งเบอร์ไปให้ คุยกันดีๆ ล่ะ" จางอวี้เหมยกำชับ

"ไม่มีปัญหาครับ" โจวเฉียงรับปากอย่างหนักแน่น ในเมื่อผู้ใหญ่หวังดี ถ้าเขามัวแต่อิดออดเล่นตัว ก็จะเสียมารยาทและทำลายความสัมพันธ์เปล่าๆ

พอกดวางสาย โจวเฉียงยังไม่ทันตั้งตัว โจวเจี้ยนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พี่ มีคนแนะนำสาวให้เหรอ?"

"หนักหัวแกหรือไง" โจวเฉียงถลึงตาใส่

"พี่ก็แก่แล้วนะ ขืนปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดี ควรจะหาใครสักคนได้แล้ว" โจวเจี้ยนยิ้มกวน

"แกอย่ามาว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง อย่างน้อยเมื่อก่อนฉันก็เคยมีแฟน แกเคยมีกับเขาหรือเปล่าเถอะ?" โจวเฉียงย้อนถาม

"ผมไม่รีบหรอก ผมจะตามหารักแท้ และจะเก็บครั้งแรก สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของผม ไว้ให้ภรรยาในอนาคตเท่านั้น" โจวเจี้ยนยิ้มเขินๆ ท่าทางเอียงอาย

"ปัญญาอ่อน ใครเขาจะมาอยากได้ครั้งแรกของแก" โจวเฉียงส่ายหน้า ระอาใจจนพูดไม่ออก

...

หมู่บ้านจิงซิน ร้านจงเหว่ย

"อะแฮ่ม"

สวี่หรูอวิ๋นกระแอมเบาๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุยโทรศัพท์มากเกินไปหรือเปล่า เธอรู้สึกระคายคอเหมือนคอกำลังจะพัง

"เสี่ยวสวี่ ไม่สบายเหรอครับ" เย่เทียนหันขวับมาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

คำเรียก 'เสี่ยวสวี่' นี้ เป็นคำเรียกที่สนิทสนมที่สุดที่เย่เทียนพอจะนึกออกและสวี่หรูอวิ๋นยอมรับได้ หลังจากผ่านการลองเชิงและประนีประนอมกันมาหลายรอบ

"ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ แค่เจ็บคอนิดหน่อย ดื่มน้ำเยอะๆ ก็คงหาย" สวี่หรูอวิ๋นตอบ

"หรูอวิ๋น ฉันมียาอมเหลืออยู่ครึ่งกล่อง ลองอมสักเม็ดสิจะได้ดีขึ้น" หลินเยว่หยิบกล่องกระดาษเล็กๆ ออกมาจากลิ้นชักแล้วยื่นส่งให้

"ขอบคุณค่ะ" สวี่หรูอวิ๋นรับมา

"วันนี้แดดเปรี้ยงอีกแล้ว ร้อนจนผดจะขึ้นอยู่แล้วเนี่ย เมื่อไหร่ฝนจะตกสักทีนะ" หลิวเฉวียนถอนหายใจ

"ฝนตกมันก็เย็นดีอยู่หรอก แต่พอฝนตก ลูกค้าก็เดินทางลำบาก กระทบงานเราอีกนะพี่" หลี่เหวินหมิงแย้ง

"ร้อนอีกไม่นานหรอก ใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว" เย่เทียนปลอบ

"ต้องตากแดดทุกวันเลย อยากจะหยุดงานสักพัก รอให้อากาศเย็นลงค่อยกลับมาทำจัง" หลินเยว่เท้าคางบ่นพึมพำ จะว่ากลุ้มก็เหมือนกลุ้ม จะว่าบ่นลอยๆ ก็เหมือนบ่นลอยๆ

"เหอะ คิดว่าตัวเองเป็นโจวเฉียงหรือไง?" หลิวเฉวียนแค่นหัวเราะ ไม่รู้ว่าหัวเราะเยาะโจวเฉียง หรือหัวเราะเยาะหลินเยว่ หรือว่ากำลังสมเพชตัวเองกันแน่

"ฉันทำไมเหรอ?" เสียงชายหนุ่มดังมาจากหน้าประตูร้านจงเหว่ย

"เชี่ย! พี่เฉียง มาแล้วเหรอครับ!" เย่เทียนดีดตัวลุกขึ้นยืน 'ผึง' นัยน์ตาแทบจะเปล่งแสงสีเขียวออกมา

"เออ ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงเลยแวะมาดูหน่อย" โจวเฉียงเดินเข้ามาในร้าน ทักทายทุกคน

"พี่เฉียง ผมคิดถึ๊งคิดถึงพี่จะตายอยู่แล้ว" เย่เทียนตะโกนลั่น ดูออกเลยว่าออกมาจากใจจริง

เย่เทียนคิดถึงโจวเฉียงมากจริงๆ เฝ้ารอทุกวันว่าเมื่อไหร่โจวเฉียงจะเข้าร้าน เหตุผลน่ะง่ายมาก เคสลูกค้าซื้อวิลล่าหลงวานนั่นเพิ่งจะเซ็นแค่สัญญาจอง ยังไม่ได้เซ็นสัญญาซื้อขายจริง ลูกค้าเจ้านั้นโจวเฉียงเป็นคนดีล ต้องรอให้โจวเฉียงกลับมาที่ร้านจงเหว่ยถึงจะทำสัญญาซื้อขายได้อย่างเป็นทางการ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับค่าคอมมิชชันเกือบแสนหยวนของเย่เทียนเชียวนะ เขาจะไม่คิดถึงโจวเฉียงได้ยังไง?

"แหม ทำหยั่งกะราชาคืนบัลลังก์ เวอร์ไปไหม" หลิวเฉวียนบ่นอุบอิบ

"โจวเฉียง ไม่เจอกันตั้งนาน บอกว่าจะกลับมาเยี่ยมพวกเรา ไม่มีของติดไม้ติดมือมาบ้างเหรอ?" หลินเยว่ทวง

"ใครบอกว่าไม่มี ฉันซื้ออาหารเช้ามาฝากพวกเธอด้วย" โจวเฉียงวางถุงเคเอฟซีในมือขวาลงบนเคาน์เตอร์ต้อนรับ

"เชอะ นึกว่าของดีอะไร ที่แท้ก็อาหารเช้าเคเอฟซี กะจะเอามาเป่ากระหม่อมพวกเราล่ะสิ" หลินเยว่เบะปาก

"ก็จริง เคเอฟซีมันเป็นฟาสต์ฟู้ด สู้พวกอาหารทะเลไม่ได้หรอก ได้ข่าวว่าแถวนี้มีภัตตาคารอาหารทะเลมาเปิดใหม่ ฉันยังไม่เคยไปกินเลย ว่าจะชวนพวกเธอไปลองชิมกันหน่อย" โจวเฉียงเปรยขึ้นมา

"แคก..."

สีหน้าหลินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเข้าใจความนัยที่โจวเฉียงสื่อทันที จึงรีบแก้ตัว "ฉันก็แค่ล้อเล่น อาหารทะเลมีอะไรอร่อย สู้เคเอฟซีก็ไม่ได้ ฉันชอบกินเคเอฟซีที่สุดเลย"

"ในเมื่อฉันซื้อของโปรดมาฝากเธอแล้ว ไม่คิดจะขอบคุณกันหน่อยเหรอ?" โจวเฉียงขยิบตา

"ขอบคุณย่ะ ฉันจะกินให้อร่อยเลย" หลินเยว่รับคำเสียงอ้อมแอ้ม

"เปลี่ยนสีเร็วจริงนะแม่คุณ" หลี่เหวินหมิงชำเลืองมองหลินเยว่ คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกัน แต่หลี่เหวินหมิงจำได้แม่น หลินเยว่ยังติดค้างมื้อเย็นโจวเฉียงอยู่หนึ่งมื้อ และที่ตกลงกันไว้ก็คือภัตตาคารอาหารทะเล ดังนั้นพอโจวเฉียงเอ่ยถึงอาหารทะเล หลินเยว่ก็เลยจ๋อยสนิท

"พี่เฉียง พี่ไม่ได้มานาน เดี๋ยวผมเปิดคอมฯ วอร์มเครื่องให้เอามั้ยครับ" เย่เทียนประจบประแจง

"ไม่ต้องหรอก ฉันแค่แวะมาดูพวกนาย เดี๋ยวก็ต้องไปทำธุระต่อแล้ว" โจวเฉียงโบกมือปฏิเสธ

"พี่เฉียง แล้วลูกค้าวิลล่าหลงวานเป็นไงบ้างพี่? จะเซ็นสัญญาจริงเมื่อไหร่ครับ" พอได้ยินว่าโจวเฉียงจะไปแล้ว เย่เทียนก็รีบถามด้วยความร้อนรน

"พี่หวังอยู่ไหม?" โจวเฉียงตอบไม่ตรงคำถาม

"อยู่ในห้องทำงานครับ" เย่เทียนตอบ

"อยากรู้ก็ตามเข้ามา" พูดจบ โจวเฉียงก็เดินตรงไปทางห้องทำงานผู้จัดการ

"จัดไปครับลูกพี่" เย่เทียนขานรับ เดินยิ้มร่าตามหลังไปต้อยๆ ตอนนี้โจวเฉียงคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเขา ไม่เดินตามเทพเจ้าแห่งโชคลาภแล้วจะให้ไปเดินตามใครล่ะ?

"หลินเยว่ เอาอาหารเช้ามาชุดนึง" โจวเฉียงหยุดเดิน ลืมใครก็ลืมได้ แต่จะลืมหวังตงหยวนไม่ได้เด็ดขาด

"หมดแล้ว" หลินเยว่แบมือยักไหล่

"จะหมดได้ไง ฉันซื้อมาตั้งหกชุด..." โจวเฉียงพูดได้ครึ่งประโยค สายตาก็กวาดไปรอบร้าน คำพูดท่อนหลังเลยกลืนหายไปในลำคอ

มีคนเกินมาหนึ่งคน แถมยังเป็นสาวสวยเสียด้วย มาทำอะไรที่นี่? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน นั่งอยู่ที่โต๊ะพนักงานขาย ไม่น่าใช่ลูกค้า หรือจะเป็นเพื่อนร่วมงานใหม่?

"คนสวย เรียกว่าอะไรครับ?" โจวเฉียงเอ่ยถาม

"ฉันเป็นนายหน้าคนใหม่ค่ะ เรียกฉันว่าเสี่ยวสวี่ก็ได้" สวี่หรูอวิ๋นลุกขึ้นยืนทักทาย

"สวัสดีครับ ผมชื่อโจวเฉียง"

"ถึงเพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก แต่สองวันนี้ฉันได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณบ่อยมากเลยค่ะ" สวี่หรูอวิ๋นยิ้มบางๆ

"ได้ยินว่ายังไงบ้างครับ?" โจวเฉียงสงสัย

สวี่หรูอวิ๋นยิ้มแต่ไม่ตอบ เธอยื่นชุดอาหารเช้าเคเอฟซีที่หลินเยว่ส่งให้เมื่อครู่คืนกลับมา "ชุดนี้น่าจะเป็นของท่านผู้จัดการหวังค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 131 กลับเข้าร้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว