- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 15 ความในใจหลังดื่ม
บทที่ 15 ความในใจหลังดื่ม
บทที่ 15 ความในใจหลังดื่ม
บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ดำเนินกิจการโดยอาศัยหน้าร้านเป็นหลัก นายหน้าต้องออกไปเดินตระเวนหาลูกค้าตามท้องถนนทุกวัน บวกกับการแข่งขันในวงการที่ดุเดือด เรื่องแย่งทรัพย์ แย่งลูกค้าจึงเกิดขึ้นเป็นประจำ การกระทบกระทั่งระหว่างบริษัทก็มีให้เห็นจนชินตา
ยิ่งเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนด้วยแล้ว พอความขัดแย้งบานปลาย การลงไม้ลงมือก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงยาก ถอยออกมาคิดอีกมุมหนึ่ง ต่อให้โจวเฉียงรักษากฎกติกาแค่ไหน แต่นายหน้าคนอื่นอาจไม่ได้คิดแบบเดียวกัน ถ้าวันไหนโดนรังแกขึ้นมา โจวเฉียงก็คงไม่ยอมเป็นกระสอบทรายให้ใครซ้อมเล่นฟรีๆ แน่
ดังนั้น การหา แบ็ค ในวงการตำรวจไว้สักคน จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
ชาติก่อน โจวเฉียงวิสัยทัศน์คับแคบ มองไม่การณ์ไกล ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเว่ยตงจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเว่ยตงเลยเป็นแค่คนรู้จักผิวเผิน เจอกันก็แค่ทักทายตามมารยาท พอเว่ยตงได้ดิบได้ดี จะกลับไปตีสนิทก็สายเกินไปเสียแล้ว
แต่ตอนนี้ เมื่อมี ไดอารี่แห่งอนาคต คอยเตือนสติ โจวเฉียงที่รู้อนาคตล่วงหน้า ย่อมต้องฉกฉวยโอกาสทองนี้ไว้ รีบสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเว่ยตงก่อนที่อีกฝ่ายจะรุ่งโรจน์
"พี่เว่ย ดูทีวีอยู่เหรอครับ" โจวเฉียงฝืนยิ้มทักทาย
"อ้อ เสี่ยวโจวกลับมาแล้วเหรอ" เว่ยตงพยักหน้ารับทักทายกลับสั้นๆ
เห็นเว่ยตงทำหน้าเศร้าซึม ไม่มีกะจิตกะใจจะคุยด้วย โจวเฉียงก็ไม่ได้โกรธเคือง กลับมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่าอีกฝ่ายกำลังเจอปัญหาหนักอกจริงๆ และนี่แหละคือจังหวะเหมาะที่จะเข้าไปตีสนิท
โจวเฉียงกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตา แล้วมุดลงไปใต้เตียงควานหาเหล้าขาวหนิวหลานซาน ออกมาขวดหนึ่ง เปิดลิ้นชักหยิบถั่วลิสงยี่ห้อ เหล่าหน่ายนาย มาหนึ่งห่อ พร้อมไส้กรอกอีกสองแท่ง แล้วเดินกลับออกมาที่ห้องรับแขก
"พี่เว่ย คืนนี้มีธุระที่ไหนไหมครับ?" โจวเฉียงถาม
"ทำไมเหรอ?" เว่ยตงเลิกคิ้วสงสัย
"วันนี้พาลูกค้าไปดูบ้านทั้งวัน เหนื่อยจะแย่ อยากจะกรึ๊บสักหน่อยจะได้หลับสบาย มาดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ" โจวเฉียงนั่งลงบนโซฟา ชูขวดเหล้าในมือเชิญชวน
เว่ยตงดูแปลกใจเล็กน้อยที่โจวเฉียงชวนดื่ม แต่ก็พยักหน้าช้าๆ "เอาก็เอา กำลังอยากเมาพอดี เผื่อจะได้หลับๆ ไปซะ"
ลูกผู้ชายก็แบบนี้แหละ เวลามีปัญหาคับอก มักจะไม่กล้าพูดระบายออกมา เพราะกลัวเสียหน้า โดยเฉพาะคนอย่างเว่ยตงที่มีศักดิ์ศรีค้ำคอสูงเป็นพิเศษ ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้โจวเฉียงถามว่าเป็นอะไร เว่ยตงก็คงไม่ยอมปริปากบอกความจริง
แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันทีเมื่อมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง พอเหล้าเข้าปาก ความสัมพันธ์ก็กระชับแน่นแฟ้นขึ้น ฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำให้คนอ่อนไหวและเปิดใจง่ายขึ้น อาชีพนายหน้าอย่างโจวเฉียงถนัดเรื่องการเข้าสังคมและอ่านใจคนอยู่แล้ว แค่ใช้เทคนิคนิดหน่อย ก็คงล้วงความลับในใจเว่ยตงได้ไม่ยาก
ตอนแรก โจวเฉียงแค่ชวนเว่ยตงดื่มคุยสัพเพเหระ พอเหล้าขาวลงท้องไปได้หลายแก้ว บรรยากาศเริ่มครึกครื้น โจวเฉียงก็เริ่มบ่นเรื่องงานให้น่าสงสาร ว่าวงการนายหน้ามันเหนื่อยแค่ไหน น่ารำคาญยังไง โดนเจ้าของบ้านด่าเช้าเย็นขนาดไหน ใส่สีตีไข่ผสมเรื่องจริงเจ็ดเท็จสาม ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมดเปลือก
เว่ยตงที่ตอนแรกนั่งเงียบๆ ก็เริ่มคล้อยตาม เริ่มผสมโรงบ่นบ้าง ว่าชีวิตในปักกิ่งมันอยู่ยาก ทุกคนต่างก็ดิ้นรนกันทั้งนั้น อายุอานามปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้ว ยังหาเมียไม่ได้เลย
พอเห็นว่าได้จังหวะ โจวเฉียงก็แกล้งถามเว่ยตงว่าช่วงนี้มีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือเปล่า ปกติเว่ยตงคงไม่บอก แต่ตอนนี้ฤทธิ์เหล้าทำให้เขาเปราะบาง เลยยอมระบายความทุกข์ในใจออกมาให้โจวเฉียงฟัง
เรื่องมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เว่ยตงอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว คบหาดูใจกับแฟนสาวชาวปักกิ่งคนหนึ่ง ฐานะทางบ้านฝ่ายหญิงค่อนข้างดี
พ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ค่อยปลื้มที่ลูกสาวมาคบกับตำรวจจนๆ อย่างเว่ยตง แต่แฟนสาวก็ยอมแตกหักกับที่บ้านเพื่อจะมาอยู่กับเขา ความสัมพันธ์ดำเนินมาจนถึงขั้นวางแผนจะแต่งงานกัน
ไม่กี่วันก่อน แฟนสาวอยากจะซื้อรถ แต่เงินดาวน์ยังขาดอยู่อีกหกหมื่นหยวน เลยเอ่ยปากขอยืมเว่ยตง ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เว่ยตงตบปากรับคำทันทีว่าจะหามาให้
ความจริงแล้ว เว่ยตงไม่ได้มีเงินเก็บมากมายขนาดนั้น การใช้ชีวิตในเมืองหลวงค่าครองชีพสูง นอกจากค่ากิน ค่าเช่าห้อง ค่าเข้าสังคม แล้วยังต้องเปย์แฟนเวลาไปเดทอีก เงินเก็บทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่แค่สี่หมื่นกว่าหยวน
แต่ในเมื่อรับปากแฟนไปแล้ว จะให้กลับคำก็เสียหน้าแย่ เว่ยตงเลยคิดจะหาทางยืมเงิน ตอนแรกกะจะยืมพ่อแม่ แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดไป ตัวเองอายุสามสิบกว่าแล้ว พ่อแม่ก็แก่เฒ่าปาเข้าไปหกสิบกว่า จะให้แบกหน้าไปขอเงินคนแก่เอามาซื้อรถให้แฟน มันทำไม่ลงจริงๆ ลูกทรพีชัดๆ
ในเมื่อยืมพ่อแม่ไม่ได้ ญาติพี่น้องก็ตัดทิ้งไปได้เลย ขืนไปยืม เดี๋ยวเรื่องก็รู้ถึงหูพ่อแม่อยู่ดี เว่ยตงเลยเริ่มโทรหาเพื่อนฝูง
ก่อนโทร เว่ยตงก็กระดากอายนิดหน่อย แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าปกติเป็นคนใจกว้าง เลี้ยงเพื่อนฝูงบ่อยๆ แค่ยืมเงินสองหมื่นคงไม่ใช่เรื่องยาก ใครจะไปคิดว่าพอเอาเข้าจริง กลับโดนปฏิเสธหน้าหงาย
โทรหาเพื่อนสมัยเรียน โทรไปรอบวงทุกคนบอกไม่มีตังค์ บ้างก็บอกจะซื้อบ้าน บ้างจะซื้อรถ บ้างจะแต่งเมีย บ้างก็บอกเพิ่งให้คนอื่นยืมไป สรุปคือไม่มีใครมีเงินเย็นสักคน ทำเอาเว่ยตงไปไม่เป็น
แต่พอลองคิดดูดีๆ ยุคสมัยนี้ใครๆ ก็ลำบาก อายุสามสิบกว่า ภาระรุงรัง ต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัว ส่วนใหญ่เงินเดือนชนเดือนกันทั้งนั้น ต่อให้มีเงินเหลือเก็บจริงๆ ก็คงไม่อยากให้ใครยืม กลัวไม่ได้คืน ตัวเองจะพลอยซวยไปด้วย
แม้จะผิดหวัง แต่เพื่อรักษาหน้าต่อหน้าแฟนสาว เว่ยตงจำใจต้องบากหน้าไปขอยืมเพื่อนร่วมงาน ทั้งที่ไม่อยากทำ เพราะต้องเจหน้ากันทุกวัน มันเสียศักดิ์ศรี แต่จนตรอกแล้วก็ต้องยอม
เขาเลือกคุยกับเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดสามคน คนหนึ่งให้ยืมมาหมื่นนึง อีกสองคนบอกไม่มี รวมกับเงินเก็บตัวเอง ตอนนี้มีอยู่ห้าหมื่นสอง ยังขาดอีกแปดพัน
แค่แปดพันหยวนนี่แหละ ที่ทำให้เว่ยตงคิดจนหัวแทบระเบิดก็ยังหาทางออกไม่ได้ ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะไปเจอหน้าแฟน เลยต้องมานั่งกลุ้มใจอัดบุหรี่อยู่บนโซฟาเนี่ย
"พี่เว่ย ที่พี่กลุ้มใจก็เพราะเรื่องนี้เองเหรอครับ" ฟังจบ โจวเฉียงนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถาม
"เฮ้อ... แปดพันมันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอก แต่ไอ้ตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ จะไปหาที่ไหนทันล่ะ" เว่ยตงถอนหายใจส่ายหน้า
"ลองคุยกับพี่สะใภ้ตรงๆ ดีไหมครับ ผมว่าเธอน่าจะเข้าใจนะ" โจวเฉียงแนะนำ
"เธออุตส่าห์ยอมแตกหักกับที่บ้านเพื่อมาอยู่กับฉัน ถ้าไม่ทะเลาะกับพ่อแม่ ป่านนี้พ่อแม่ซื้อรถให้ขับไปนานแล้ว ตอนนี้เธอแค่ขอยืมเงินฉัน ถ้าฉันบอกว่าไม่มี ฉันยังจะเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม? จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะมีปัญญาไปสู่ขอเธอได้ยังไง" เว่ยตงจุดบุหรี่มวนใหม่อีกตัว สูบอัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่
เห็นเว่ยตงหน้าดำคร่ำเครียด โจวเฉียงอดไม่ได้ที่จะปลงสังเวชกับโชคชะตาชีวิต ตามบันทึกในไดอารี่ อีกไม่นานเว่ยตงจะได้เป็นถึงเลขาฯ ผู้ใหญ่ในกรม แค่เอ่ยปากคำเดียวก็ช่วยเขาประหยัดเงินวิ่งเต้นคดีได้เป็นหมื่นๆ คนระดับนั้น บารมีคับฟ้า ใครๆ ก็อยากวิ่งเข้าหาเอาเงินมาประเคนให้ แต่วันนี้กลับต้องมานั่งกลุ้มใจเพราะเงินแค่แปดพันหยวน
โจวเฉียงเผลอยิ้มออกมา ถ้าโอกาสทองขนาดนี้หลุดลอยไปอีก เขาคงโง่บรมโง่ เลิกเป็นนายหน้าแล้วกลับบ้านไปทำไร่ไถนาซะดีกว่า