เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 สวมบทสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้แสนเย็นชา

บทที่ 13 สวมบทสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้แสนเย็นชา

บทที่ 13 สวมบทสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้แสนเย็นชา


บทที่ 13 สวมบทสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้แสนเย็นชา

ผู้กำกับเฉินขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ "เสี่ยวเฉิน ถ้าเธอไปล่วงเกินซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าจริงๆ ฉันเกรงว่าต่อไปเธอจะหากินในวงการบันเทิงลำบากนะ"

เป็นซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์จริงๆ สินะ

"ไม่เป็นไรครับ" ลู่เฉินยิ้มกว้าง "ผู้กำกับเฉิน ไปบอกพวกเขาเถอะครับว่าขอแค่จ่ายค่าชดเชยผิดสัญญามา ผมจะไปทันที"

ปกติลู่เฉินจะเป็นมิตรกับทุกคน แต่เขาไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะยอมให้ใครมาบีบเล่นได้ง่ายๆ

ต่อให้ต้องโดนแบน เขาก็ต้องเรียกร้องศักดิ์ศรีของตัวเอง

"ทำไมนายถึงหัวแข็งแบบนี้นะ! คนเราต้องรู้จักผ่อนปรนบ้างสิ"

ผู้กำกับเฉินยังคงหวังว่าลู่เฉินจะยอมถอย และไม่ไปงัดข้อกับนายทุนใหญ่ที่มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง

แต่ครั้งนี้ลู่เฉินตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว "ไปบอกพวกเขาเถอะครับผู้กำกับเฉิน ถ้าพวกเขาไม่ยอมจ่าย ทีมผู้กำกับของคุณก็ต้องเป็นคนจ่ายแทน"

ผู้กำกับเฉินย่อมไม่อยากควักเนื้อจ่ายค่าชดเชยเอง เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเขา และเขาไม่ใช่คนที่ต้องการเปลี่ยนตัวนักแสดง

ตอนที่นางเอกคนเดิมของเรื่องนี้ถูกเปลี่ยนตัว เธอก็ยื่นข้อเสนอแบบเดียวกัน แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เธอก็สะบัดก้นจากไปอย่างหัวเสียโดยไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่แดงเดียว

แต่ลู่เฉิน แม้จะรู้ว่าเป็นซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ก็ยังยืนกรานที่จะสู้

"ก็ได้ ฉันจะไปคุยกับเขาให้ นายเตรียมตัวรับผลที่ตามมาเองแล้วกัน!"

ผู้กำกับเฉินรู้ดีว่าเส้นทางอาชีพนักแสดงของลู่เฉินคงจบสิ้นลงแล้วอย่างสมบูรณ์

เขาเดินเลี่ยงไปที่มุมเงียบสงบแล้วโทรหาเสิ่นอวี่ฮ่าว "ฮัลโหล คุณชายเสิ่นครับ ผมเพิ่งคุยกับนักแสดงบทพระรองสาม เนื่องจากเราเซ็นสัญญากันไปแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนตัวกะทันหัน เขาต้องการเรียกร้องค่าชดเชยผิดสัญญาครับ"

"คุณบอกเขาหรือเปล่าว่าซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นคนสั่งปลด?" เสิ่นอวี่ฮ่าวถามกลับด้วยน้ำเสียงดูแคลน

"บอกแล้วครับ แต่ผมคิดว่าเงินส่วนนี้ควรจะจ่ายนะครับ ยังไงซะพวกเราก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา"

"ผู้กำกับเฉิน ผมรู้นะว่าคุณคิดอะไร คุณแค่อยากให้ซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ใช่ไหม? ว่ามาสิ เท่าไหร่?"

"ไม่มากครับ เขาเซ็นสัญญาในบทพระรองสาม ค่าชดเชยแค่หนึ่งแสนหยวนครับ"

"ก็ได้ เงินแค่นั้นลงบัญชีของซิงฮุยไป แต่ผมอยากรู้จริงๆ ว่ามันชื่ออะไร?"

ในน้ำเสียงของเสิ่นอวี่ฮ่าวเจือแววเย้ยหยัน

ละครเรื่องนี้มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงไปตั้งหลายคน แต่ไม่เคยมีใครกล้าเรียกค่าเสียหายมาก่อน

เขาอยากจะเห็นหน้านักว่าใครกันที่กล้าดีขนาดนี้

"เขาชื่อ..." ผู้กำกับเฉินลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เอ่ยชื่อออกมา "ลู่เฉินครับ"

"ดีมาก ผมจำชื่อนี้ไว้แล้ว นับจากวันนี้ไป ชื่อของลู่เฉินจะสาบสูญไปจากวงการบันเทิง"

อีกด้านหนึ่ง เซี่ยเหยากลับเข้ามาในห้องแต่งตัวของซูเนี่ยนอัน

"เป็นยังไงบ้าง? พวกเขาว่ายังไง?"

ซูเนี่ยนอันรีบซักไซ้ทันที

"ลู่เฉินยอมไปแล้ว แต่เขาต้องการให้ซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์จ่ายค่าชดเชยผิดสัญญา"

"อะไรนะ?" ซูเนี่ยนอันอุทานด้วยความตกใจ "ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ เอะอะก็เรียกร้องแต่เงิน เขาตกเป็นทาสเงินไปแล้วเหรอ?"

ซูเนี่ยนอันรู้สึกโมโหเล็กน้อย ลู่เฉินที่เธอเคยรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้

เขาไม่เคยสนใจเรื่องเงินทองมาก่อน อะไรที่เธออยากได้ เขาจะพยายามหามาประเคนให้ และไม่เคยเสียดายที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเธอแม้แต่น้อย

หรือว่าการเห็นเธออยู่กับเสิ่นอวี่ฮ่าวจะไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างในใจเขา?

"จริงๆ แล้วฉันว่าที่ลู่เฉินทำก็ไม่ผิดนะ ยังไงซะการไล่เขาออกตอนนี้ก็ถือว่าผิดสัญญาจริงๆ"

เซี่ยเหยาแก้ต่างให้เขาเสียงเบา

ทว่าซูเนี่ยนอันกลับตวาดใส่เธอ "เธอเป็นอะไรไป? ยังจะไปเข้าข้างเขาอีก ลืมเรื่องที่เขามาทวงเงินเธอเมื่อคืนไปแล้วหรือไง? ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอจะเป็นหนี้ฉันสี่หมื่นจนหมดตัวแบบนี้เหรอ?"

เซี่ยเหยาพูดไม่ออก นั่นไม่ใช่เพราะเธอช่วยกันลู่เฉินให้เจ้านายหรอกหรือ สุดท้ายเธอกลับต้องมารับภาระหนี้สี่หมื่นหยวนอยู่คนเดียว

เดี๋ยวนะ ซูเนี่ยนอันบอกว่าเธอหมดตัวแล้ว งั้นเงินเดือนเดือนนี้ล่ะ?

"ซูซู ใกล้จะถึงวันเงินเดือนออกแล้ว เธอจะจ่ายฉันเมื่อไหร่?"

"จะรีบไปทำไม? ยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่เหรอ? เงินเดือนเธอห้าพัน เดือนนี้ฉันจะหักใช้หนี้สามพัน แล้วจะจ่ายให้เธอสองพันที่เหลือ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า!"

เซี่ยเหยาขมวดคิ้ว เงินแค่สองพันหยวนจะไปพอใช้ชีวิตในปักกิ่งได้ยังไง เธอรวบรวมความกล้าพูดขึ้นอีกครั้ง

"ซูซู ตอนนี้เธอได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว งานของฉันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เธอช่วยขึ้นเงินเดือนให้ฉันหน่อยได้ไหม? ผู้ช่วยดาราระดับเธอตอนนี้เขาได้กันเป็นหมื่นแล้วนะ"

ซูเนี่ยนอันปรายตามองเธอ "ทำไมเธอยิ่งอยู่ยิ่งวัตถุนิยมแบบนี้นะ?"

แต่เมื่อมาคิดดูอีกที เธอเพิ่งจะได้รับโอกาสใหญ่ จำเป็นต้องมีคนเก่งๆ คอยช่วยงาน และเซี่ยเหยาก็ติดตามเธอมาหลายปี รู้ใจเธอดีที่สุด จะเสียคนคนนี้ไปตอนนี้ไม่ได้

น้ำเสียงของเธอจึงอ่อนลง "เหยาเหยา เธอตามฉันมาตั้งหลายปี ฉันเคยเอาเปรียบเธอเหรอ? วางใจเถอะ รอให้ฉันดังเป็นพลุแตกหรือได้แต่งงานเข้าตระกูลเสิ่นเมื่อไหร่ ฉันจะให้เงินเดือนเธอห้าหมื่นเลย"

พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปจับมือเซี่ยเหยาประหนึ่งพี่น้องที่แสนดี "ฉันเคยบอกแล้วไงว่าจะพาเธอรวยไปด้วยกัน ตามฉันมาเถอะ วันดีๆ รออยู่ข้างหน้า ทนลำบากตอนนี้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?"

เซี่ยเหยาถูกคำหวานหว่านล้อมจนคล้อยตามอีกครั้ง เธอพยักหน้าเงียบๆ "อืม!"

ทางฝั่งลู่เฉิน หลังจากได้รับเงินโอนหนึ่งแสนหยวน เขาก็เก็บของออกจากกองถ่ายทันที

ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นกองถ่าย เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากโรแลนด์ ผู้จัดการที่ดูแลศิลปินเบอร์เล็กๆ เหล่านี้ "ลู่เฉิน เกิดอะไรขึ้น? ทำไมนายถึงโดนปลดกะทันหันแบบนี้?"

"ครับพี่หลาน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ถึงโดนเปลี่ยนตัว"

ลู่เฉินเองก็จนปัญญาที่จะอธิบาย

"นายไปล่วงเกินใครโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า? ตอนนี้ข่าวแพร่ไปทั่ววงการแล้วว่านายโดนแบน ต่อไปคงไม่มีกองถ่ายไหนกล้าจ้างนายอีก"

ลู่เฉินถอนหายใจ "พี่หลาน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้"

โรแลนด์พูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "งั้นก็แค่นี้แหละ บริษัทจะไม่ดูแลนายอีกแล้ว นายดูแลตัวเองก็แล้วกัน"

เสียงวางสายดัง 'ติ๊ด' ตัดบทสนทนาจบลง

นอกจากดูแลศิลปินรายย่อยอย่างลู่เฉินแล้ว โรแลนด์ยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวของซูเนี่ยนอันด้วย

แต่ซูเนี่ยนอันไม่ได้บอกเรื่องที่เสิ่นอวี่ฮ่าวบีบให้ลู่เฉินออกจากกองถ่าย โรแลนด์จึงไม่รู้ความจริง

ตอนนี้ลู่เฉินตกอับถึงขีดสุด แต่เขาไม่แคร์ ต่อให้ไม่มีงานแสดง เขาก็ยังมีอีกงานหนึ่งรองรับ!

งานรับบทเป็นสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้เลอโฉมแต่เย็นชา

ค่าจ้างงานนี้สูงกว่าการไปถ่ายละครตั้งเยอะ

ด้วยความมั่นใจนี้เอง เขาถึงกล้างัดข้อกับซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างไม่เกรงกลัว

เขาเรียกแท็กซี่ "ไปโรงพยาบาลประชาชนหมายเลขหนึ่งครับ"

ในเมื่อมีเวลาว่างแล้ว เขาจะได้ไปเยี่ยมคุณย่าเสียที

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลู่เฉินแวะซื้อช่อดอกยิปโซที่ร้านดอกไม้หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะเดินเข้าไปในตึกผู้ป่วยใน

"หมอจางครับ อาการคุณย่าของผมเป็นยังไงบ้าง?"

ก่อนจะไปที่ห้องพักฟื้น ลู่เฉินแวะไปที่ห้องพักแพทย์เจ้าของไข้ นายแพทย์จางชิงหยาง เพื่อสอบถามอาการ

"ตอนนี้ทรงตัวครับ แต่ยังไงซะท่านก็เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มีโอกาสที่จะจากไปได้ตลอดเวลา คุณต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ"

"เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับหมอจาง"

ออกจากห้องพักแพทย์ ลู่เฉินเดินเข้าสู่ห้องพักผู้ป่วย ป้าผู้ดูแลกำลังช่วยเช็ดมือให้คุณย่าอยู่ พอเห็นลู่เฉินผลักประตูเข้ามา เธอก็ทักทาย "คุณลู่ มาแล้วเหรอคะ!"

คุณย่าลืมตาขึ้นพอดี "เสี่ยวเฉิน..." เสียงของหญิงชราแผ่วเบาและอ่อนแรง

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของคุณย่า ลู่เฉินก็รีบเดินเข้าไปวางช่อดอกไม้ไว้ข้างๆ แล้วรับผ้าขนหนูมาจากป้าผู้ดูแล "ป้าครับ ป้าไปพักเถอะ เดี๋ยวผมดูแลคุณย่าต่อเอง"

"ได้ค่ะ"

"เสี่ยวเฉิน คราวก่อนหลานบอกว่าจะพาแฟนมาให้ย่าดูไม่ใช่เหรอ? เธอมาหรือเปล่าลูก?"

สายตาของหญิงชรามมองเลยไปด้านหลังเขา

ลู่เฉินเอื้อมมือไปทัดผมสีดอกเลาให้เข้าที่ "คุณย่าครับ เธอต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ คงอีกหลายวันกว่าจะกลับ แล้วอีกอย่าง... เราแต่งงานกันแล้วนะครับ"

พูดจบ เขาก็หยิบสมุดเล่มสีแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ดูสิครับ นี่ไงทะเบียนสมรสของเรา"

จบบทที่ บทที่ 13 สวมบทสามีเด็กของท่านประธานสาวผู้แสนเย็นชา

คัดลอกลิงก์แล้ว