- หน้าแรก
- สัญญารักท่านประธาน เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเจ้าสาวสุดแกร่ง
- บทที่ 7 คนที่นัดดูตัวกับคุณไม่ใช่ฉัน
บทที่ 7 คนที่นัดดูตัวกับคุณไม่ใช่ฉัน
บทที่ 7 คนที่นัดดูตัวกับคุณไม่ใช่ฉัน
บทที่ 7 คนที่นัดดูตัวกับคุณไม่ใช่ฉัน
ลู่เฉินเงยหน้ามองซูเนี่ยนอันด้วยแววตาขบขัน
"คุณซู ผมว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ ผมไม่ได้ตามคุณมา"
"ไม่ได้ตามมา? แล้วคุณลงมาทำอะไรที่ชั้นใต้ดิน B2 คุณไม่มีรถสักหน่อย"
แม้ลู่เฉินจะไม่ใช่ดาราดังคับฟ้า แต่เขาเริ่มทำงานหาเงินตั้งแต่เรียนอยู่ปีสอง ตลอดหลายปีมานี้รายได้ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
เพียงแต่เงินส่วนใหญ่ นอกจากจะนำไปรักษาคุณย่าแล้ว ก็หมดไปกับซูเนี่ยนอันแทบทั้งสิ้น
หากไม่ใช่เพราะเธอ เงินเก็บของเขาคงซื้อรถดีๆ ได้สักคันไปนานแล้ว
แต่น้ำเสียงของซูเนี่ยนอันในตอนนี้ ราวกับกำลังดูถูกว่าเขาเป็นไอ้หนุ่มไส้แห้งที่ไม่มีปัญญาซื้อรถ
ลู่เฉินไม่ได้นึกรำคาญ เขาเพียงแค่หัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "คุณซู คุณเองก็ไม่มีรถเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ แล้วลงมาทำอะไรที่ชั้นใต้ดิน?"
"ฉัน..."
ซูเนี่ยนอันพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"ผมรู้นะว่าคุณเกาะทายาทเศรษฐีได้แล้ว มีรถหรูให้นั่งด้วย รีบขึ้นรถไปเถอะครับ อย่าให้เขารอนาน ผมมีธุระ ขอตัวก่อน"
ลู่เฉินเหลือบมองหานเหมี่ยวที่ยืนรออยู่อย่างเงียบสงบ แล้วเดินผ่านหน้าซูเนี่ยนอันไป
เขาเดินตรงไปหาหานเหมี่ยว เธอเปิดประตูรถให้เขาพร้อมผายมือ "เชิญค่ะ คุณลู่"
ในแง่ของรูปร่างหน้าตา หานเหมี่ยวเทียบซูเนี่ยนอันไม่ได้แน่นอน แต่เธอกลับมีออร่าของสาวทำงานมืออาชีพที่ดูภูมิฐานกว่ามาก
ทว่า ลู่เฉินกลับสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าเธอไม่ได้มาดูตัวกับเขา
ความรู้สึกเหมือนผู้บริหารส่งเลขาฯ มารับเขาไปเจรจาธุรกิจเสียมากกว่า
เขาไม่อยากเก็บมาคิดให้รกสมอง แค่อยากรีบไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด หลังจากกล่าวขอบคุณ เขาก็ก้าวขึ้นรถไป
ซูเนี่ยนอันมองตามแผ่นหลังของลู่เฉินที่เดินขึ้นรถไมบัคสีดำไป ภายใต้การดูแลอย่างนอบน้อมของผู้หญิงคนนั้น
รถไมบัคสตาร์ทเครื่องแล้วแล่นผ่านหน้าเธอไป เธอเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ "ลู่เฉิน... ทำไมถึงมีคนมารับเขาด้วยล่ะ?"
เซี่ยเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ แค่นเสียงหึ "ซูซู เธอดูไม่ออกเหรอ? เขาจงใจเช่ารถพร้อมคนขับมาเพื่องานประกาศรางวัลโดยเฉพาะ พอเห็นเธออยู่กับคุณชายเสิ่น เขาคงเจ็บใจเลยอยากจะกู้หน้าตัวเองบ้างก็แค่นั้น"
ซูเนี่ยนอันขมวดคิ้วมองท้ายรถไมบัคที่ไกลออกไป พลางพูดด้วยความไม่พอใจ "นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเดี๋ยวนี้ลู่เฉินจะกลายเป็นคนหัวสูงแบบนี้ คิดว่าเช่ารถหรูมาอวดต่อหน้าฉัน แล้วฉันจะกลับไปหาเขาหรือไง ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้"
"นั่นสิ ต่อให้มีเวลาอีกสิบปี เขาก็เทียบชั้นกับคุณชายเสิ่นไม่ได้หรอก"
เซี่ยเหยาพูดเสริมเป็นลูกคู่
เธอติดตามซูเนี่ยนอันมาหลายปี ได้พบเจอคนรวยมาก็มาก จึงเข้าใจซึ้งถึงความสำคัญของต้นทุนทางบ้าน
คนอย่างลู่เฉินที่ไม่มีแบ็กกราวนด์ทางครอบครัว ต่อให้ทำงานจนตัวตาย ก็ยากที่จะสร้างฐานะเทียบเท่าเสิ่นอวี้หาวได้
เสิ่นอวี้หาวที่นั่งรออยู่ในรถฝั่งตรงข้ามเริ่มหมดความอดทน เขาเลื่อนกระจกลงแล้วเร่ง "ซูซู แฟนคลับกลับไปหมดแล้ว ไม่ขึ้นรถเหรอ?"
"ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ พี่อวี้หาว"
ซูเนี่ยนอันปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที ก่อนจะหันมาพูดกับเซี่ยเหยา "เหยาเหยา พี่อวี้หาวจะไปส่งฉันที่บ้าน ไม่สะดวกให้เธอติดรถไปด้วย เธอเรียกรถแท็กซี่กลับเองนะ!"
แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงกำชับเพิ่ม "อ้อ จริงสิ เงินสี่หมื่นหยวนที่ฉันช่วยเธอชดใช้ไปเมื่อกี้ เธอต้องคืนฉันนะ เดี๋ยวเราค่อยหักจากเงินเดือนทีละนิด เธอจะได้ไม่กดดันเกินไป"
พูดจบ เธอก็ทิ้งเซี่ยเหยาไว้ แล้วเดินไปขึ้นรถมาเซราติเพียงลำพัง
"พี่อวี้หาว ไปกันเถอะค่ะ!"
พอขึ้นมานั่งข้างเสิ่นอวี้หาว ซูเนี่ยนอันก็เอ่ยเสียงหวานออดอ้อน
เสิ่นอวี้หาวเหลือบมองไปนอกรถ "ผู้ช่วยคุณไม่ไปด้วยเหรอ?"
"รายนั้นเขาเกรงใจไม่อยากกวนเราน่ะค่ะ เลยยืนกรานจะเรียกรถกลับเอง"
เสิ่นอวี้หาวไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขาบอกให้คนขับออกรถ
เซี่ยเหยามองตามรถที่แล่นออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าซูเนี่ยนอันจะทิ้งเธอไว้แบบนี้
ต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่คุณชายเสิ่นมีรถ แค่แวะไปส่งเธอก็คงไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกมั้ง?
ดึกป่านนี้แล้ว จะให้ผู้หญิงอย่างเธอยืนเรียกรถกลับเองเนี่ยนะ?
แถมเมื่อกี้ที่เธอไปหาเรื่องลู่เฉิน ก็ทำเพื่อซูเนี่ยนอันแท้ๆ แต่สุดท้ายเธอกลับต้องมารับกรรมคนเดียว
ตอนนี้ซูเนี่ยนอันไม่ได้เป็นแค่เจ้านาย แต่กลายเป็นเจ้าหนี้ของเธอไปแล้วด้วย?
เซี่ยเหยากัดฟันกรอด หันหลังเดินกลับไปทางลิฟต์อย่างเจ็บใจ
บนรถ เสิ่นอวี้หาวถามซูเนี่ยนอัน "คุณพักที่ไหน?"
"ไป่เยว่แมนชั่นค่ะ"
เสิ่นอวี้หาวพยักหน้าเงียบๆ สั่งคนขับให้ไปส่งซูเนี่ยนอันก่อน
ไป่เยว่แมนชั่นจัดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในเมืองหลวง ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละเจ็ดถึงแปดหมื่นหยวน การที่ซูเนี่ยนอันพักที่นี่ได้ แสดงว่าฐานะทางบ้านของเธอก็คงไม่ธรรมดา
ทั้งสองเพิ่งตกลงคบหากันจึงยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
เสิ่นอวี้หาวพักอยู่ที่บ้าน ครอบครัวเขาไม่ว่าหากเขาจะเสเพลข้างนอก แต่ถ้าคิดจะพาผู้หญิงเข้าบ้าน ต้องผ่านด่านพ่อแม่เสียก่อน
ด้วยความสัมพันธ์ขั้นปัจจุบันกับซูเนี่ยนอัน เขาจึงยังไม่คิดจะพาเธอไปเปิดตัวกับที่บ้าน
เมื่อรถมาถึงหน้าไป่เยว่แมนชั่น ซูเนี่ยนอันลงจากรถมายืนโบกมือลาเสิ่นอวี้หาวที่หน้าโครงการ
รอจนรถของเขาขับออกไปจนลับสายตา เธอถึงแอบเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามที่ชื่อโครงการ 'ซินไห่เจียหยวน'
นี่ต่างหากคือที่พักจริงที่เธอเช่าอยู่กับครอบครัว
อีกด้านหนึ่ง หานเหมี่ยวพาลู่เฉินมาถึงภัตตาคารที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
หลินซีเหยียนมารออยู่ก่อนแล้ว
หานเหมี่ยวลงจากรถก่อน ลู่เฉินเดินตามลงมา
"คุณลู่ เชิญทางนี้ค่ะ"
หานเหมี่ยวผายมือเชื้อเชิญ ยิ่งทำให้ลู่เฉินมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดูตัวกับเขาแน่ๆ
เขากวาดตามองการตกแต่งอันวิจิตรตระการตาภายนอกร้านแล้วเอ่ยขึ้น "ผมยังไม่ทราบชื่อคุณเลย"
"หานเหมี่ยวค่ะ"
"คุณหาน คุณเห็นตัวจริงผมแล้ว ไม่ทราบว่าพอใจไหมครับ ถ้าพอใจเราค่อยเข้าไปคุยรายละเอียดกันข้างใน แต่ถ้าไม่..."
หานเหมี่ยวขับรถหรู พาเขามาภัตตาคารระดับนี้ ฐานะย่อมไม่ธรรมดา
ส่วนเขามีเงินติดตัวแค่สี่หมื่นหยวนที่ซูเนี่ยนอันชดใช้ให้เมื่อครู่ ฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหว มื้อนี้กินทีคงไม่ต่ำกว่าหลักพัน หรือเผลอๆ อาจถึงหลักหมื่น
ดังนั้นก่อนเข้าไป เขาอยากเช็กท่าทีของเธอให้แน่ใจก่อน
หานเหมี่ยวหัวเราะเบาๆ "คุณลู่คะ จริงๆ แล้วคนที่นัดดูตัวกับคุณคืนนี้ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นอีกคน ไหนๆ ก็มาแล้ว คุณเข้าไปเจอเธอหน่อยเถอะค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่ว่าจะคลิกกันหรือไม่ ค่าใช้จ่ายคืนนี้ทางเราดูแลเองค่ะ"
หานเหมี่ยวผายมือเชิญอีกครั้ง
ในเมื่อพาเขามาถึงที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะยังไง ลู่เฉินก็ต้องเข้าไปพบเจ้านายของเธอ ไม่อย่างนั้นโบนัสปลายเดือนของเธออาจจะปลิวหายไปได้
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
ลู่เฉินมั่นใจแล้วว่าลางสังหรณ์ของเขาถูกต้อง หานเหมี่ยวไม่ใช่คู่เดตของเขาจริงๆ
แล้วใครกันที่ลงทุนเล่นใหญ่ขนาดนี้เพื่อนัดดูตัวกับเขา?
เขาเริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อหานเหมี่ยวเปิดทาง เขาจึงไม่ลังเลที่จะเดินตามเข้าไปในร้าน
ที่นี่เป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันตก แต่ละโต๊ะจัดวางห่างกันค่อนข้างมาก ให้ความเป็นส่วนตัวสูง
แสงไฟภายในร้านสลัว มีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์วินเทจส่องสว่างตามโต๊ะที่มีแขกนั่งอยู่ประปราย
ตอนนี้เกือบสี่ทุ่มแล้ว แขกส่วนใหญ่ที่มาทานอาหารจึงมักเป็นคู่รัก
หานเหมี่ยวพาลู่เฉินขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วผลักประตูห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง ลู่เฉินมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง
เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ผมลอนยาวสีดำขลับปล่อยสยายคลอเคลียไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ
บนใบหน้าสวมแว่นสายตากรอบทอง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ ริมฝีปากแต้มสีแดงระเรื่อจางๆ เหมือนไวน์ชั้นดี
แวบแรกที่เห็น เธอดูเหมือนประธานบริษัทหญิงแกร่งที่เพิ่งเสร็จจากการประชุมข้ามชาติ แล้วแวะมาพักผ่อนจิบชาที่นี่
ลู่เฉินคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี เคยพบเจอทั้งเศรษฐีและนักธุรกิจหญิงมาก็มาก แต่คนที่มีบุคลิกสง่างามโดดเด่นอย่างผู้หญิงตรงหน้านี้... นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัส