- หน้าแรก
- สัญญารักท่านประธาน เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเจ้าสาวสุดแกร่ง
- บทที่ 3 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 3 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 3 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 3 พบกันอีกครั้ง
ชุดสูทตัวนี้เป็นยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง แต่นอนว่าไม่ใช่ของแท้ เพราะของแท้ราคาหลายหมื่นหยวน ลู่เฉินตัดใจซื้อไม่ลงหรอก
ปีที่แล้วเขาซื้อของก๊อปเกรดเอจากเถาเป่ามาเพื่องานคล้ายๆ กันนี้ ในราคาแค่สองพันหยวน แถมยังได้เสื้อเชิ้ตแถมมาฟรีอีกตัว
แม้ตอนนี้เขาจะเป็นเพียงศิลปินตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่อย่างน้อยก็ผ่านงานแสดงละครมาไม่น้อย เวลาออกงานสังคมก็ต้องรักษาภาพลักษณ์กันบ้าง
หลังจากปัดฝุ่นจัดทรงชุดสูทเก่าเก็บตัวนี้ มันก็ดูแทบไม่ต่างจากของใหม่เลย
เมื่อสวมชุดเรียบร้อย เขาก็นั่งแท็กซี่ตรงไปยังโรงแรมสถานที่จัดงานประกาศรางวัลสตาร์ไลท์
ทันทีที่มาถึงโรงแรม พอลู่เฉินก้าวลงจากรถ ก็เห็นรถหรูมาเซราติสีดำจอดเทียบท่าอยู่ที่หน้าประตูโรงแรมพอดี
พรมแดงยาวเหยียดถูกปูลาดจากทางเข้าโรงแรมทอดยยาวมาจนถึงประตูรถคันงาม
สองข้างทางเนืองแน่นไปด้วยนักข่าวบันเทิง ทุกคนต่างยกกล้องขึ้นเตรียมพร้อม รอคอยบุคคลในรถปรากฏตัว
ประตูรถค่อยๆ เปิดออก เรียวขาขาวผ่องและรองเท้าส้นสูงสีดำยื่นออกมาก่อน ทันทีที่เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดัง กึก ร่างระหงของซูเนี่ยนอันก็ก้าวตามลงมา
เธอสวมชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงลิ่ว แต่งหน้าทำผมมาอย่างประณีตงดงาม ส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยพร้อมโบกมือทักทายนักข่าวทั้งสองฝั่ง
ด้วยอานิสงส์จากสองแฮชแท็กที่ติดเทรนด์ฮอตเสิร์ชเมื่อคืน ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในงานอย่างไม่ต้องสงสัย
ประกอบกับการเปิดตัวคบหากับเสิ่นอวี้ฮ่าว สถานะของเธอจึงพุ่งทะยานขึ้นมาอีกขั้น
จากดาราเกรดสามเกรดสี่ ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นดาราแถวหน้าภายในชั่วข้ามคืน และกำลังจ่อคิวขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์
ขอเพียงมีผลงานภาพยนตร์หรือละครปังๆ อีกสักเรื่อง การจะก้าวขึ้นเป็นดาราระดับท็อปตามที่เธอใฝ่ฝันก็คงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
ผู้ที่เดินตามหลังซูเนี่ยนอันมาติดๆ คือเสิ่นอวี้ฮ่าว เขาอยู่ในชุดสูทหรูหราราคาแพงระยับ ผมหวีเรียบแปล้เปิดหน้าผากดูภูมิฐาน
เมื่อมายืนเคียงข้างซูเนี่ยนอัน หญิงสาวก็เป็นฝ่ายคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม ทั้งคู่เดินควงกันไปตามพรมแดงเข้าสู่โรงแรม
แสงแฟลชวูบวาบและเลนส์กล้องทุกตัวจับจ้องไปที่พวกเขาตลอดทาง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งคู่คือบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในค่ำคืนนี้ และเป็นตัวเรียกกระแสความฮือฮาให้กับงานมหกรรมบันเทิงครั้งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
จนกระทั่งทั้งสองเดินหายลับไปสุดปลายพรมแดง ลู่เฉินถึงได้ค่อยๆ เดินออกมาจากมุมมืดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ทว่าทันทีที่เท้าเหยียบลงบนพรมแดง ฝีเท้าของเขากลับเร่งจังหวะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขารู้ตัวดีว่าดาราโนเนมอย่างเขาคงไม่ได้รับความสนใจอะไรมากมาย ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงปั้นหน้าหรือพยายามเรียกร้องความสนใจจากนักข่าวพวกนั้น
แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นสะดุดตา ก็ยังมีนักข่าวจำนวนหนึ่งยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพเขาไว้
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในโรงแรม ลู่เฉินก็บังเอิญเจอกับคนคุ้นหน้า... เสี่ยวเหยา
เธอคือผู้ช่วยของซูเนี่ยนอัน ซึ่งลู่เฉินเป็นคนออกเงินจ้างมาให้ด้วยตัวเอง
แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอติดตามรับใช้ซูเนี่ยนอันจนสนิทสนมกันดี และคงลืมไปนานแล้วว่าใครเป็นคนพาเธอเข้ามาอยู่ข้างกายเจ้านายสาวคนนี้
เมื่อสถานะของซูเนี่ยนอันสูงขึ้น สถานะของเธอก็พลอยสูงตามไปด้วย ในฐานะผู้ช่วย วันนี้เธอก็สวมชุดราตรีมาร่วมงานประกาศรางวัลเช่นกัน
เธอยื่นมือมาขวางทางลู่เฉินไว้ พลางเอ่ยว่า "ลู่เฉิน ฉันรู้ว่านายชอบซูซูมาตลอด แต่ตอนนี้ซูซูคบกับคุณชายเสิ่นแล้ว ทางที่ดีนายอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเธอจะดีกว่า"
นี่ยัยเด็กนี่คิดว่าเขาถ่อมางานประกาศรางวัลสตาร์ไลท์เพื่อมาตามตื๊อซูเนี่ยนอันงั้นเหรอ?
ถ้าไม่ใช่เพราะบริษัทบังคับให้มาตอกบัตรเช็กชื่อ จ้างให้เขาก็ไม่มาหรอก!
ลู่เฉินมองหน้าเธอแล้วตอบเรียบๆ "เธอเข้าใจผิดแล้ว บริษัทส่งผมมาร่วมงาน ไม่ได้เกี่ยวกับซูเนี่ยนอัน"
เสี่ยวเหยาแค่นเสียงฮึดฮัด "อย่ามาปากแข็งหน่อยเลย ดราราหางแถวอย่างนายมีสิทธิ์ได้รับเชิญมาร่วมงานระดับนี้ด้วยเหรอ?"
ลู่เฉินคร้านจะอธิบายอะไรยืดยาวกับเธอ อีกฝ่ายก็แค่ผู้ช่วยตัวเล็กๆ เขาจำเป็นต้องค้นแชตกลุ่มงานมาเปิดโชว์ให้ดูด้วยหรือไง?
เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น!
ลู่เฉินเลือกที่จะเดินเลี่ยงผ่านตัวเธอไปดื้อๆ
เสี่ยวเหยาตะโกนไล่หลังมา "ลู่เฉิน ถ้านายรักซูเนี่ยนอันจริงๆ ก็ควรปล่อยเธอไป กว่าเธอจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลยนะ"
เธอลำบากงั้นเหรอ? แล้วเขาล่ะ ง่ายนักหรือไง?
หลายปีมานี้ เพื่อดันซูเนี่ยนอันให้ขึ้นไปยืนบนเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม เขาต้องเสียสละโอกาสของตัวเองไปตั้งกี่ครั้ง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้
แล้วดูสิ่งที่เธอตอบแทนเขาสิ?
พอเขาหมดประโยชน์ ก็ถีบหัวส่งแล้วหันไปคบคนอื่นทันที
เธอใช้เขาเป็นบันไดเหยียบย่ำเพื่อปีนป่ายขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่า
ลู่เฉินเดินเข้าโถงงานด้วยใบหน้าเย็นชา จังหวะเดียวกับที่ซูเนี่ยนอันเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
เมื่อสบตากัน ซูเนี่ยนอันแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
เสี่ยวเหยารีบตามมาทัน เข้ามายืนแทรกกลางแล้วดึงตัวซูเนี่ยนอันให้เดินหนี
"เขาเข้ามาได้ยังไง?"
ซูเนี่ยนอันขมวดคิ้วเล็กน้อย
วันนี้เป็นโอกาสทองที่เธอจะเฉิดฉายและโกยกระแสความนิยม
ขืนลู่เฉินเข้ามาก่อเรื่องวุ่นวาย แผนการที่วางไว้ดิบดีคงพังไม่เป็นท่าแน่
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้พยายามกันไว้ที่หน้าประตูแล้ว แต่เอาไม่อยู่"
เสี่ยวเหยาร้อนใจไปพร้อมกับเจ้านาย
เสิ่นอวี้ฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหน้าโบกมือเรียก "ซูซู รีบมาเร็วเข้า สื่อมวลชนอยากสัมภาษณ์เรา"
"ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
ซูเนี่ยนอันปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที เธอขานรับเสิ่นอวี้ฮ่าว ก่อนจะก้มหน้ากระซิบสั่งงานเสี่ยวเหยาสองสามประโยค แล้วรีบเดินจากไป
งานประกาศรางวัลสตาร์ไลท์เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ใครที่พอมีชื่อเสียงหน่อยก็จะได้รับเชิญให้ไปเซ็นชื่อบนแบ็คดรอปและถ่ายรูป
ในฐานะบุคคลที่เป็นกระแสที่สุดในวันนี้ ซูเนี่ยนอันและเสิ่นอวี้ฮ่าวจึงถูกสื่อรุมสัมภาษณ์ไม่ขาดสาย
ส่วนลู่เฉินนั้น ไม่มีสิทธิ์ทั้งเซ็นชื่อและให้สัมภาษณ์ เขาทำได้เพียงเดินเตร็ดเตร่อยู่ในโถงงาน หยิบขนมกินเล่นและจิบแชมเปญฆ่าเวลา
"ลู่เฉิน"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ลู่เฉินก็หันขวับกลับไป จังหวะเดียวกับที่เสี่ยวเหยาซึ่งถือแก้วไวน์แดงอยู่ในมือเดินพุ่งเข้ามาชนเขาเข้าอย่างจัง
"อุ๊ยตาย! ขอโทษทีนะ ฉันแค่จะเดินมาดื่มเป็นเพื่อนนายน่ะ"
เธอแสร้งทำเป็นอุทานด้วยความตกใจ
ลู่เฉินปัดน้ำไวน์ออกจากเสื้อ แต่ชุดสูทและเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปื้อนคราบไวน์แดงเป็นปื้นใหญ่ไปหมดแล้ว
"งั้นเหรอ?"
ลู่เฉินไม่ได้โกรธ แต่กลับย้อนถามกลับไปนิ่งๆ
"ใช่สิ นายคงไม่โทษฉันหรอกใช่ไหม?"
เสี่ยวเหยาตีหน้าเศร้าทำตาใสซื่อบริสุทธิ์
ลู่เฉินนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอเสี่ยวเหยา ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กสาวหางานทำ เขาเห็นว่าเธอดูซื่อสัตย์จริงใจถึงได้วางใจให้มาดูแลซูเนี่ยนอัน... ไหงตอนนี้ถึงได้กลายเป็นคนตอแหลหน้าด้านๆ แบบนี้ไปได้?
"ไม่โทษหรอก ก็แค่ชุดสูทกับเสื้อเชิ้ตชุดนี้ใส่ไม่ได้แล้วแค่นั้นเอง"
ลู่เฉินแสยะยิ้ม "ชุดนี้ยี่ห้อ LV รวมเสื้อเชิ้ตด้วยก็ซื้อมาห้าหมื่นหยวน เห็นว่าเป็นคนกันเอง ผมลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ จ่ายมาแค่สี่หมื่นหยวนก็พอ"
"หา?"
เสี่ยวเหยาร้องเสียงหลง
เธอตั้งใจจะแกล้งทำไวน์หกใส่ลู่เฉิน เพื่อให้เขาอับอายจนทนไม่ไหวต้องรีบออกจากงานไป แต่ไม่นึกเลยว่าลู่เฉินจะหน้าด้านเรียกค่าเสียหายจากเธอ!
"ทำไม? ไม่มีเงินจ่ายเหรอ? ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เจ้านายคุณ คุณหนูซูตอนนี้กำลังดังเปรี้ยงปร้าง เธอมีเงินอยู่แล้ว คุณไปขอยืมเธอก่อนก็ได้"
ในสถานการณ์แบบนี้ ตรงไหนที่มีเรื่องสนุก ตรงนั้นย่อมเป็นจุดสนใจ
และเป็นไปตามคาด กล้องจำนวนมากเริ่มหันเลนส์มาจับภาพที่จุดนี้
ในขณะเดียวกัน ณ ออฟฟิศเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ผู้ช่วยหานเหมียวกำลังหอบกองเอกสารเดินเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานหลินซีเหยียน