- หน้าแรก
- สัญญารักท่านประธาน เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเจ้าสาวสุดแกร่ง
- บทที่ 1 ตลอดหลายปีมานี้ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร?
บทที่ 1 ตลอดหลายปีมานี้ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร?
บทที่ 1 ตลอดหลายปีมานี้ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร?
บทที่ 1 ตลอดหลายปีมานี้ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร?
"เราเป็นคนของประชาชน จะให้มาออกเดตหรือแต่งงานไม่ได้หรอกนะ"
"งั้นผมผันตัวไปอยู่เบื้องหลังก็ได้ เลิกเป็นนักแสดงไปเลย"
"ฉันหมายถึงตัวฉันเองต่างหาก นายมันก็แค่ดาราปลายแถว ต่อให้ประกาศแต่งงานพรุ่งนี้ก็ไม่มีใครสนหรอก แต่ฉันไม่เหมือนกัน ตอนนี้ฉันดังกว่านายตั้งเยอะ และในอนาคตฉันจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปด้วย"
ลู่เฉินถึงกับพูดไม่ออก
เขารู้จัก 'ซูเนี่ยนอัน' มาสามปีแล้ว และเธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน
ทั้งคู่เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยภาพยนตร์ปักกิ่ง
ลู่เฉินมีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ตอนเรียนปีสอง แมวมองจากเอเจนซี่ก็มาทาบทามเขาไปเล่นหนังเล่นละคร ถึงจะได้บทรองง่อยๆ แต่ก็ถือว่าได้ก้าวขาเข้าวงการบันเทิงแล้ว
สำหรับนักศึกษาปีสอง นี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามมาก
ช่วงนั้นเองที่ซูเนี่ยนอันปรากฏตัวขึ้น เธอจงใจเข้าหาลู่เฉิน มักจะขอติดตามเขาไปกองถ่ายโดยอ้างว่าจะไปศึกษางาน
พอเริ่มสนิทกัน ซูเนี่ยนอันก็เปรยว่าอยากแสดงละครบ้าง และขอให้ลู่เฉินช่วยฝากฝังกับผู้กำกับ
ลู่เฉินจึงแนะนำเธอกับผู้กำกับในกองถ่ายที่เขาทำงานอยู่ ด้วยความเกรงใจลู่เฉิน ผู้กำกับจึงจัดบทตัวประกอบประเภท 'นางร้ายแอ๊บใส' ให้เธอ
ใครจะคิดว่าซูเนี่ยนอันจะเล่นบทนี้ได้สมบทบาทสุดๆ แม้จะโผล่หน้ามาไม่ถึงสิบนาที แต่ก็ถูกคนด่ายับเยิน
ทว่าการถูกด่าก็ถือเป็นความดังรูปแบบหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา เส้นทางบันเทิงของซูเนี่ยนอันก็รุ่งโรจน์ขึ้นทันตา
สถานะของทั้งคู่เริ่มกลับตาลปัตร เมื่อก่อนซูเนี่ยนอันคอยเดินตามลู่เฉินต้อยๆ แต่พอเริ่มมีชื่อเสียง กลับกลายเป็นลู่เฉินที่ต้องคอยตามเธอ
ดูเหมือนโชคดีทั้งหมดของลู่เฉินจะถูกสูบออกไปจนหมดตั้งเต่เจอผู้หญิงคนนี้
หลายปีมานี้ชื่อเสียงของเขายังคงทรงตัว ไม่ดังเปรี้ยงปร้าง ได้รับแต่บทรองที่ไม่มีใครจดจำ
แต่ลู่เฉินไม่เก็บมาใส่ใจ เขายังคงวิ่งเต้นหางาน หาคอนเนกชันให้ซูเนี่ยนอัน เพื่อดันเธอไปสู่จุดที่สูงขึ้น
หากศาสตร์แห่งโชคชะตามีจริง เขาก็ยินดีมอบโชคทั้งหมดของตนให้เธอ
เพราะเขาชอบซูเนี่ยนอัน
และเชื่อว่าเธอก็ชอบเขาเช่นกัน
ตลอดสามปีที่ตัวติดกัน ลู่เฉินมองซูเนี่ยนอันเป็นคู่ชีวิตในอนาคตมาตลอด
พอเรียนจบ เขาตั้งใจจะสารภาพรักอย่างเป็นทางการและจูงมือเธอเข้าประตูวิวาห์
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ... ซูเนี่ยนอันปฏิเสธเขา
เหตุผลก็คือเธอดังกว่าเขา และเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป
ฟังแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง ทั้งที่พูดไม่ออกสักคำ
"สรุปว่า... ตลอดหลายปีมานี้ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร?"
ลู่เฉินถามพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
"เพื่อนไง! นายเป็นเพื่อนที่ดีมากของฉันมาตลอดนะ"
เพื่อนงั้นเหรอ?
เพื่อนที่ดีซะด้วย!
ถ้าตอนนั้นซูเนี่ยนอันไม่ทอดสะพานให้ท่าว่ามีใจ ลู่เฉินจะยอมโง่เป็น 'สายเปย์หน้ามืด' มาตลอดสามปี คอยวางแผนคิดแทนสารพัดเพื่อดันเธอจนมายืนจุดนี้ได้ยังไง?
ซูเนี่ยนอันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเหมือนกำลังรีบ "เสี่ยวเฉิน ขอบใจมากนะที่ช่วยฉันมาตลอด ถ้าวันหน้ามีอะไรให้ช่วย ฉันช่วยนายเต็มที่แน่นอน แต่ตอนนี้ฉันมีธุระ ต้องไปก่อนนะ"
พูดจบเธอก็ลุกขึ้น หยิบเงินสองร้อยหยวนจากกระเป๋าชาแนลที่ลู่เฉินเก็บเงินซื้อให้เธอถึงสามเดือน วางลงบนโต๊ะ "มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง"
แล้วเธอก็เดินจากไป
สายตาของลู่เฉินไม่ได้มองตามแผ่นหลังของเธอ แต่จับจ้องไปที่เก้าอี้ว่างเปล่า เขาถามตัวเองว่าสิ่งที่ทุ่มเทไปตลอดสามปีมันคุ้มค่าไหม?
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคำถามนี้มันปัญญาอ่อนสิ้นดี
คนเรามักได้บทเรียนจากความรักครั้งแรกเสมอ และรักแรกส่วนใหญ่มักจบไม่สวย
อีกอย่าง นี่จะนับเป็นรักแรกได้เหรอ? มันก็แค่รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่งมากกว่า!
เอาเถอะ ในเมื่อได้คำตอบชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาตัดขาดทุน เอาเวลาและแรงกายไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กว่านี้ดีกว่า
ลู่เฉินปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นหยิบช่อกุหลาบที่ซูเนี่ยนอันทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านกาแฟ
ข้างนอกฟ้ามืดแล้ว ท้องถนนคลาคล่ำด้วยรถรา แสงไฟนีออนหลากสีส่องสว่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
ความรู้สึกนี้แปลกมาก
ลู่เฉินไม่รู้สึกเศร้าหรือผิดหวังที่ถูกปฏิเสธ กลับรู้สึกโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก
หรือความผูกพันตลอดหลายปีมานี้จะเป็นแค่ความเคยชิน หรือการเข้าใจผิดไปเองกันแน่?
เขาแยกไม่ออกแล้ว
แต่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป นับจากนี้ระหว่างเขากับเธอก็ทางใครทางมัน
เขาเรียกแท็กซี่ พอขึ้นรถก็บอกคนขับว่า "ไปโรงพยาบาลประชาชนหมายเลขหนึ่งครับ"
รถแล่นมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ลู่เฉินจ่ายเงินและเดินถือดอกกุหลาบเข้าไป
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก
เขาเดินอย่างชำนาญไปยังห้อง 302 ชั้น 3 ตึกผู้ป่วยใน
นี่เป็นห้องพักเดี่ยวพิเศษ
เงินที่ลู่เฉินหาได้ตลอดหลายปีมานี้ ครึ่งหนึ่งหมดไปกับซูเนี่ยนอัน ส่วนอีกครึ่งก็หมดไปกับที่นี่
เขามองหญิงชราที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงโดยมีเครื่องช่วยหายใจสวมอยู่ ดูเหมือนท่านกำลังหลับสบาย
ลู่เฉินยังไม่เข้าไปรบกวนทันที เขาเปลี่ยนดอกยิปโซที่ใกล้เหี่ยวบนโต๊ะข้างเตียงออก แล้วแทนที่ด้วยกุหลาบแดงสดช่อโต
หลังจากเปลี่ยนดอกไม้ ลู่เฉินก็นั่งลงข้างเตียง ลูบหน้าผากยับย่นของหญิงชราเบาๆ
ทันใดนั้น หญิงชราก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น "เสี่ยวเฉิน มาแล้วเหรอลูก"
"ครับยาย ผมมาเยี่ยมแล้ว"
ลู่เฉินยิ้มบางๆ
"กลิ่นดอกไม้หอมจัง เสี่ยวเฉินเปลี่ยนดอกไม้ให้ยายเหรอ?"
"ครับ รอบนี้ไม่ได้ซื้อยิปโซมา แต่ซื้อกุหลาบแดงมาแทน"
ลู่เฉินยื่นแจกันกุหลาบแดงให้ยายดู
เมื่อเห็นกุหลาบแดงสด หญิงชราราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
มือเหี่ยวย่นค่อยๆ ยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าลู่เฉิน "เสี่ยวเฉิน ยายไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ยายไม่กลัวตายหรอกนะ แต่ยายกลัวว่าตายไปแล้วจะทิ้งหลานไว้คนเดียวบนโลกใบนี้ มันจะเหงาแค่ไหนกันเชียว..."
หญิงชราสูดหายใจก่อนพูดต่อ "ถ้ายายได้เห็นหลานแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา มีคนคอยดูแลเคียงข้าง ยายคงตายตาหลับ"
ลู่เฉินกุมมือยายไว้แน่น "ยายจะได้เห็นแน่นอนครับ ผมมีแฟนแล้ว อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน ยายต้องรักษาตัวให้ดีนะ!"
"จริงเหรอ? แล้วเมื่อไหร่จะพามาให้ยายดูล่ะ?"
"เอาไว้เธอว่าง ผมจะพามาหายายนะ ยายพักผ่อนเถอะครับ"
ลู่เฉินสอดมือยายกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างเบามือ หญิงชราหลับตาลงอีกครั้ง
หลังจากกำชับพยาบาลพิเศษให้ดูแลยายอย่างดี ลู่เฉินก็เดินออกจากโรงพยาบาล
เขาเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และถูกสองตายายรับมาเลี้ยงตอนแปดขวบ ตาเสียไปเมื่อหกปีก่อน ส่วนเมื่อสามปีที่แล้ว ยายก็ตรวจพบเนื้องอกในปอด
เขาไม่อยากให้ญาติคนเดียวที่เหลืออยู่จากไปแบบนี้ จึงส่งยายเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ตราบใดที่ยายยังมีลมหายใจ เขาก็ยังมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง
พอกลับถึงห้องเช่าในปักกิ่ง ลู่เฉินเปิดคอมพิวเตอร์และล็อกอินเข้าเว็บไซต์หาคู่
เขากรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป ในช่องความต้องการคู่ครอง เขาระบุว่า: เพศหญิง พร้อมแต่งงานให้เร็วที่สุด
สุดท้ายเขาอัปโหลดรูปถ่ายหน้าตรงขนาดสองนิ้วลงไป
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็แค่รอระบบจับคู่คนที่เหมาะสม แล้วก็นัดดูตัว...