เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 การ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 2 ใบ และวงแหวนวิญญาณวงแรกพันปี

บทที่ 10 การ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 2 ใบ และวงแหวนวิญญาณวงแรกพันปี

บทที่ 10 การ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 2 ใบ และวงแหวนวิญญาณวงแรกพันปี


บทที่ 10 การ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 2 ใบ และวงแหวนวิญญาณวงแรกพันปี

"พลังโจมตีช่างรุนแรงอะไรขนาดนี้"

เมื่อเห็นอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวนี้ อวี้เสี่ยวกังก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

"แต่นั่น... เจ้าดูดซับวงแหวนวิญญาณของอสรพิษมานดาราไม่ใช่หรือ? ไฉนข้าถึงรู้สึกว่าเงาร่างที่ปรากฏเมื่อครู่เป็นมังกรไปได้?"

เย่หลินส่ายหน้า "ไม่ชัดเจน ไม่รู้ ไม่เข้าใจ"

เธอตอบแบบกำปั้นทุบดินด้วยคำว่า 'ไม่' สามคำรวด

อวี้เสี่ยวกังตกอยู่ในห้วงความคิด

"หรือว่าจะเกิดการกลายพันธุ์ระหว่างกระบวนการดูดซับ?"

"จนทำให้สายเลือดของอสรพิษมานดาราเกิดการวิวัฒนาการ?"

"เป็นไปได้" อวี้เสี่ยวกังตอบคำถามตัวเอง พลางหยิบกระดาษและปากกาออกมาจากที่ไหนไม่รู้เพื่อจดบันทึกเรื่องนี้ไว้

เย่หลินคลายมือขวา กระบี่เซียนแปรเปลี่ยนกลับเป็นพลังวิญญาณและไหลกลับเข้าสู่ร่างกายของเธอ

แม้พลังโจมตีของกระบี่เล่มนี้จะน่าทึ่ง แต่ก็สูบพลังวิญญาณไปอย่างมหาศาลเช่นกัน การโจมตีเพียงครั้งเดียวผลาญพลังวิญญาณไปถึงหนึ่งในสาม เท่ากับว่าตอนนี้เธอสามารถใช้ท่านี้ได้สูงสุดเพียงสามครั้งเท่านั้น

เมื่อทั้งคู่ได้รับวงแหวนวิญญาณแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรั้งอยู่ในป่าล่าวิญญาณอีกต่อไป ทั้งสามจึงมุ่งหน้าออกจากป่าล่าวิญญาณ

หลังจากถังซานได้รับวงแหวนวิญญาณ การแบกสัมภาระก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา เขาไม่ต้องเดินสามก้าวหอบ ห้าก้าวพักเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

เมื่อมาถึงเมืองเล็กๆ หน้าป่าล่าวิญญาณ ทั้งสามก็เช่ารถม้าเพื่อเดินทางกลับโรงเรียนนั่วติง

ครั้งนี้อวี้เสี่ยวกังถือว่าเสียหายหนัก เขาเสียแขนไปหนึ่งข้าง แต่โชคยังดีที่มันไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขา

เมื่อกลับถึงโรงเรียนนั่วติง ถังซานและอวี้เสี่ยวกังแยกย้ายกลับไปที่ห้องพักอาจารย์ ส่วนเย่หลินตรงกลับหอพักที่เจ็ดซึ่งเป็นหอพักของนักเรียนทุน

เวลานี้ไม่มีใครอยู่ในหอพักเลย ดูจากเวลาแล้วทุกคนน่าจะยังเรียนอยู่

เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียง แบมือขวาออก กระบี่เซียนเล่มเล็กเรียวหมุนวนอยู่กลางฝ่ามือ วงแหวนวิญญาณสีเหลืองค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่เบื้องล่าง

เย่หลินหยิบการ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 500 ปี สองใบออกมาจากช่องเก็บของระบบ และใช้มันกับวงแหวนวิญญาณวงแรกทันที

การ์ดทั้งสองใบกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในกระบี่เซียน ลวดลายสีม่วงบนวงแหวนวิญญาณสีเหลืองเริ่มแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมทั้งวงแหวน ยกระดับมันจนกลายเป็นวงแหวนวิญญาณพันปี

เย่หลินรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสมรรถภาพทางกายของเธอเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่ดูดซับวงแหวนวิญญาณของอสรพิษมานดาราเสียอีก

ลวดลายมังกรเขียวบนกระบี่เซียนชัดเจนยิ่งขึ้น แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่ก็รุนแรงขึ้นตามไปด้วย

เธอรู้สึกว่าหากใชทักษะวิญญาณที่หนึ่งตอนนี้ เธอสามารถสังหารอสรพิษมานดาราตัวนั้นได้ในดาบเดียว

การเพิ่มขึ้นของอายุวงแหวนวิญญาณยังมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของพลังวิญญาณ ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดคือทักษะวิญญาณที่หนึ่งซึ่งเดิมทีใช้ได้สูงสุดสามครั้ง ตอนนี้สามารถใช้ได้ถึงห้าครั้ง

เย่หลินเริ่มสงสัยแล้วว่าระดับพลังวิญญาณของเธอเพิ่มขึ้นไปถึงขั้นไหน หลังจากดูดซับพลังเทียบเท่าวงแหวนวิญญาณเกือบสองพันปี

ตอนนี้วิธีเดียวที่จะรู้ได้คือไปตรวจสอบระดับพลังวิญญาณที่สำนักวิญญาณยุทธ์ในเมืองนั่วติง

เธอออกจากหอพักและเดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอก

เสียงระฆังบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนที่เดินออกมาจากห้องเรียนไม่ได้มุ่งหน้าไปที่โรงอาหารหรือหอพัก แต่กลับรีบวิ่งไปทางสนามฝึกซ้อม

ตอนนั้นเองเย่หลินถึงนึกขึ้นได้ว่า ตามเนื้อเรื่องเดิม วันนี้นักเรียนทุนทำงานจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเซียวเฉินอวี่

เธออุตส่าห์บอกเสี่ยวอู่แล้วแท้ๆ ว่าให้ทำตัวสงบเสงี่ยม แล้วทำไมถึงยังมีเรื่องกันอีกล่ะ?

เธอรีบตามกลุ่มนักเรียนไปที่สนามฝึกซ้อมทันที

ที่นั่น เสี่ยวอู่ หวังเซิ่ง และนักเรียนทุนทำงานคนอื่นๆ ยืนอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนเซียวเฉินอวี่และกลุ่มนักเรียนทุนส่วนตัวยืนอยู่อีกฝั่ง ทั้งสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากัน

เซียวเฉินอวี่มองเสี่ยวอู่ด้วยสายตาดูถูก "เสี่ยวอู่ ตราบใดที่เจ้ายอมมาเป็นกระต่ายเลี้ยงของข้า เรื่องในวันนี้จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น"

"เหอะ" เสี่ยวอู่แค่นเสียงเย็น "ฝันไปเถอะ! วันนี้ข้าจะอัดเจ้าให้ฟันร่วงหมดปาก คอยดูเถอะ!"

"ลืมที่ฉันบอกไปแล้วเหรอ? ให้ทำตัวสงบเสงี่ยมหน่อย"

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเสี่ยวอู่

ใบหน้าของเสี่ยวอู่ฉายแววดีใจทันที เธารีบหันขวับไปมอง "พี่หลิน กลับมาแล้วเหรอ!"

"พี่หลิน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องนะ แต่ฝ่ายนั้นมันรังแกกันเกินไปแล้ว!"

"สงบเสงี่ยมก็ส่วนสงบเสงี่ยม แต่เราจะยอมให้คนอื่นรังแกตลอดเวลาไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?"

"แถมหมอนั่นยังจะให้ฉันไปเป็นกระต่ายเลี้ยงอีก ถ้าเป็นพี่หลิน พี่จะยอมเหรอ?"

เย่หลินชะงักไปครู่หนึ่งกับคำพูดนั้น ก็จริงแฮะ เรื่องแบบนี้ใครจะไปยอมได้

เธอพึมพำกับตัวเอง

"ถ้าทำตัวสงบเสงี่ยมเกินไป อีกฝ่ายก็จะคิดว่าเรารังแกง่ายจริงๆ นั่นแหละ"

"ในเมื่อเป็นแบบนี้ วันนี้ก็จัดการให้เด็ดขาดไปเลยแล้วกัน"

เธอมองไปที่เซียวเฉินอวี่ และเมื่อสายตานั้นจับจ้องไปที่เขา เซียวเฉินอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน

เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

เซียวเฉินอวี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง

"นายเป็นลูกพี่ของพวกนั้นเหรอ?"

เย่หลินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มาสู้กับฉัน ถ้าแพ้ ต้องขอโทษเสี่ยวอู่"

"ได้!" เซียวเฉินอวี่ตอบตกลงทันที แค่คำขอโทษไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

"เซียวเฉินอวี่ นักเรียนชั้นปีที่ 6 วิญญาณยุทธ์หมาป่า ปรมาจารย์วิญญาณศึกหนึ่งวงแหวน ระดับสิบเอ็ด"

เขาสวมร่างวิญญาณยุทธ์ทันที อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเปลี่ยนรูปร่างคล้ายหมาป่า

"แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าต้องมาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า!"

"เย่หลิน นักเรียนทุนทำงานธรรมดา" เย่หลินไม่สาธยายมากความ "ฉันรีบ เริ่มกันเลยเถอะ"

สีหน้าของเซียวเฉินอวี่เปลี่ยนไป นี่มันจงใจไม่ให้เกียรติเขานี่นา

"เจ้าจะไม่ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์รึไง?"

"ไม่จำเป็น"

"ยัยคนอวดดี"

เขาแค่นเสียงเย็น กัดฟันกรอด กางกรงเล็บหมาป่า แล้วพุ่งเข้าใส่เย่หลินทันที

"ยัยเด็กนั่นจบเห่แน่ กล้าไม่ใช้วิญญาณยุทธ์ต่อหน้าลูกพี่"

"ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"

"งั้นก็อย่าโทษที่ลูกพี่ไร้ปรานี ทำลายบุปผางามก็แล้วกัน!"

ลูกสมุนของเซียวเฉินอวี่ไม่คิดแม้แต่น้อยว่าลูกพี่ตัวเองจะแพ้ พวกมันคิดแค่ว่าเย่หลินจะเจ็บตัวมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

เซียวเฉินอวี่ไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย กรงเล็บเดียวก็สามารถบดขยี้ก้อนหินได้ ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าโดนคนเข้าไปเต็มๆ

"จบกัน เย่หลินพิการแน่"

หวังเซิ่งถอนหายใจด้วยความเสียดาย "ไม่มีฝีมือยังจะอวดเก่ง นี่มันโง่ชัดๆ"

ในฐานะนักเรียนปี 6 เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเซียวเฉินอวี่ดี

"ถ้าเสี่ยวอู่เป็นคนสู้ อาจจะพอมีลุ้นบ้าง"

เมื่อเห็นว่าเย่หลินยังยืนนิ่ง เสี่ยวอู่ตะโกนลั่นด้วยความเป็นห่วง "พี่หลิน รีบหลบเร็ว!"

ตอนนี้เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเย่หลินสุดๆ

ในที่สุด เย่หลินก็ขยับตัว

ในจังหวะที่กรงเล็บนั้นกำลังจะตะปบโดนตัวเธอ

เธอขยับตัวเข้าประชิด หลบการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเซียวเฉินอวี่

"ปัง!"

เสียงทึบหนักดังขึ้น หน้าอกของอีกฝ่ายยุบลงไปทันที

เซียวเฉินอวี่เบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเย่หลินขยับตัวตอนไหน รู้ตัวอีกทีฝ่ามือนั้นก็กระแทกเข้ามาแล้ว

ร่างของเขากระเด็นลอยไปด้านหลัง กระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ

เขาแพ้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 10 การ์ดเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณ 2 ใบ และวงแหวนวิญญาณวงแรกพันปี

คัดลอกลิงก์แล้ว