เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 185: Half Awakening (3)

Chapter 185: Half Awakening (3)

Chapter 185: Half Awakening (3)


Chapter 185: Half Awakening (3)

ความจริงแล้วผมไม่สามารถสู้กับสิ่งมีชีวิตกว่า30,000ตัวได้ด้วยตัวเพียงคนเดียว

แม้จะก้าวเขาไปอยู่ในเขตแดนที่เหนือกว่าผมก็ยังเป็นแค่คนๆนึง แน่นอนว่าผมสังเกตเห็นได้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่ในหมู่พวกเขา

อย่างไรก็ตามเหตุผลที่การกระทำของผมยังอยู่ในท่าทางสบายๆ

‘มาร์ตินมาที่นี่.’

ไม่มีเหตุผลอื่น

มาร์ตินอยู่ในสถานที่ของผม.

ไม่จำเป็นต้องลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้ง30,000ตัว ผมแค่ฆ่ามาร์ตินเท่านั้น

‘ครึ่งนึงของพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นในเกาหลี ถ้ามาร์ตินถูกฆ่าตายการควบคุมของเขาจะหายไปและพวกมันจะสู่กันเอง.’

ผมไม่จำเป็นต้องไปแตะต้องสิ่งมีชีวิตตัวอื่นๆนอกจากสู้กับมาร์ติน

พวกเขาจะสู้กันเองและไม่จำเป็นต้องให้มือของผมเปรอะเปื้อน

‘มันเป็นภายที่ยิ่งใหญ่’

รอยยิ้มของผมไม่ได้หายแม้กระทั่งสิ่งมีชึวิตได้เข้ามาใกล้ผม

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เผชิญกองทัพขนาดใหญ่ด้วยตัวคนเดียว

มันเป็นฉากที่ผมเคยฝันถึงหลายครั้ง อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีข้อกำหนดมากมาย ตอนนี้ผมจำเป็นจำเป็นครี่คลายสภาวะด้านหน้าของผม

ผมแข็งแกร่ง

ไม่ต้องเปรียบเทียบกับชีวิตก่อนหน้านี้ของผม!

มีความแตกต่างในตอนที่ผมมองไปที่โลกหลังจากที่แข็งแกร่งขึ้น.

ผมเรียบรู้วิธีที่จะจัดการกับสิ่งนี้.

ผมยื่นมืออกทั้งสองข้าง

พรึ่บบบ!

เปลวไฟของไพน์ได้ลุกขึ้นมาครอบคลุมร่างกายของผม

ในเวลาเดียวพลังอื่นๆก็โผล่ออกมาด้วย

มันคือ‘พลังแห่งการครอบงำ’

‘สกิลที่มีโอกาศน้อยมากที่จะควบคุมฝ่ายตรงข้ามในช่วงเวลาคับขัน ตอนนี้ฉันควรใช้มันกับกองทัพนี้.’

จะมีอะไรที่เหมาะสมไปกว่านี้ในการจัดการกองทัพเพียงคนเดียว?

กรรร!

สายฟ้าพระเจ้าคำรามออกมา

ไฟและแสงสว่างออกมารอบๆตัวผมพร้อมที่จะออกไปทำลายรอบๆข้าง

‘ตอนนี้...’

ผมหันหน้าของผม

ผมดึงดาบวาธและดาบจักพรรดิออกมา

‘มาเริ่มกันเถอะ มาร์ติน.’

ผมหรือเขาที่จะเป็นผู้ชนะ.

ความรู้สึกที่ท่วมท้นสของผมทำให้วาธสั่นสะเทือน มันน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับแพนเดอโมเนี่ยม ถ้าเขาเห็นพลังของผม แต่มันจะเป็นอุปสรรคของผม.

ถ้าแพนเดอโมเนี่ยมเสียมาร์ตินเขาจะต้องลังเลก่อนที่จะแสดงตัวออกมา ความเสียหายสะสมมากเกินไปหมายความว่าเขาจะต้องใช้เวลามากในการฟื้นฟู

ผมจะใช้ระยะเวลานี้เพิ่มระยะห่างของเรา.ไม่สิ มันเป็นไปได้มากที่จะกินแพนเดอโมเนี่ยมหากเขาปราศจากมาร์ตินก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมช้ ‘คำทำนาย’ ในการหาจุดจบ.

‘ถ้าผมเคลื่อนไหวเพียงคนเดียวน่าจะทำให้เขาประเมิณฉันต่ำขึ้น’

ผมรู้อย่างคร่าวๆว่ามาร์ตินคาดหวังอะไรบางอย่าง ถ้าสิ่งมีชีวิตหลายตัวของผมมาที่นี่มาร์ตินจะไม่ปรากฎตัวขึ้น ตั้งแต่ที่ผมอยู่คนเดียวมาร์ตินก็มาที่นี่แม้ว่าจะมีความเสี่ยง.

แต่นี้ก็ยังเป็นเหมือนกับการเดิมพันอยู่ดีสำหรับผม

ถ้าผมพลากในการจัดการมาร์ตินในวันนี้ การโจมตีของแพนเดอโมเนี่ยมจะมีความรุนแรงมากขึ้นและเขจะใช้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดเข้ามาโจมตี ดังนั้นผมต้องจัดการมาร์ติน

ถ้าผมเคลื่อนไหวกองทัพแล้วมาร์ตินจะรู้ตัวได้จากระยะไกล

"ออกไปให้หมด”

ซุ่มมมมม!

ผมเปิดพลังเวทย์ของผมและหันเหความสนใจไปสู้สภาวะแวดล้อม อิทธิพลของผมแผร่กระจายออกไปไม่กี่กิโลเมตร ในเวลาเดียวกันมาร์ตินและสิ่งมีชีวิตก็สั่นสะเทือนและหยุดการเคลื่อนไหว

คนที่ไม่สามารถทนต่อพลังเวทย์ของผมได้ล้มลง มาร์ตินและผมต่างก็เป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์ ถึงแม้จะเป็นเขาแต่มันก็ยังมีผลกะรทบจากพลังเวทย์อยู่

สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำและต่ำสุด ล้มลงด้วยความหวาดกล้วต่างถูกเหยียบย่ำตายจากพวกเดียวกันเอง

ผมขยับข้อเท้าของผม ทุกครั้งที่ผมขยับขาไปตามพื้นพลังเวทย์ก็ออกมาล้อมจากร่างกายของผมมันเหมือนกับเป็นการต้อนรับผม การปกฏการนี้เกิดขึ้นเมื่อมีพลังเวทย์มากเกินไป

ผมมีพลังเวทย์สูงดังนั้น...เปลวเพลิงของไพน์ก็โตขึ้นและขยายใหญ่มากยิ่งขึ้นไปอีก ปีกของเปลวไฟได้กลืนกินสิ่งมีชีวิตรอบๆที่ถูกสัมผัส

มันอยู่ในรูปแบบสุดท้ายหลังจากปลดปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมด แน่นอนว่าสายฟ้าพระเจ้าก้ได้รับผมกระทย

เปรี๊ยงงงง!

สายฟ้าพระเจ้าเป็นสายฟ้าอย่างแท้จริง มีสายฟ้ากระจายไปทุกที่ที่สายฟ้าพระเจ้าได้เคลื่อนที่ผ่าน หลายร้อยสายฟ้าที่ผ่าลงมาที่ศัตรูและเผ้าไหม้อย่างสิ้นซากและได้สร้างพายุฟ้าคะนองเกิดขึ้น.

สายฟ้าผ่าลงมาจากท้องฟ้าและเปลวไฟของไพน์ก็ลามเลียอยู่บนผืนดิน!

ผมคนเดียวที่ใช้พลังอำนาจทั้งสองอย่างนั้น

ตูมม!

ตัวแรกที่ผมเข้าหาคืออร์กี้สองหัว ผมกดลงด้วยพลังที่เหนือกว่าของผมและปิดกั้นกำปั้นได้เปลวไฟของไพน์ที่กำลังเผา1ในหัวของมัน

เคี๊ยกก!

เปลวไฟของไพน์จะไม่หยุดจนกว่าผมจะสั่งมัน มันได้ลุกลามไปตามลำตัวของออกี้สองหัวและกระจายออกไปตามตัว ผมได้แทง1ในหัวใจของมันด้วยวาธ

พลังจะค่อยๆบั่นทอนจิตใจฝ่ายตรงข้าม ตอนแรกมันอาจจะขัดขืน อย่างไรก็ตามมันจะไม่เป็นอันตรายต่อเจ้านายและจะเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์ตามกาลเวลา

-พลังแห่งการปกครองถูกเรียกใช้.ออร์กี้สองหัวที่ได้เสียหัวใจ1ใน2ดวงจะปฎิบัติตาม รัลดาล บิกิเซล.

ผมโชคดี.

นี่เป็นครั้งแรกที่มันแสดงอำนาจของมันออกมา

ผมหยุดเปลวไฟของไพน์ออกจากร่างกายของมัน และมันก็มองกลับมาด้วยอารณ์ที่ซับซ้อน

มันยังคงไม่เชื่อฟังผม แต่ร่างกายของมันแตกต่าง

“โจมตีคนที่เข้ามาทำร้ายฉัน.”

เมื่อได้รัยคำสั่งแล้วออกี้สองหัวเริ่มขยับทันที ใบหน้าของมันสับสน แต่กำปั้นของมันก็มุ่นไปยังสิ่งมีชีวิตใกล้เคียง

ปั๊ก! ปั๊ก!

ออคที่ถูกระดมโจมตีด้วยหมัด การโจมตีเพียงฝ่ายเดียวทำให้มันไม่สามารถทำอะไรได้

‘สนุก.’

มันเป็นความรู้สึกใหม่

มันดูเหมือนกับว่ามีหลายบสิ่งที่ถูกใช้งานนั้นมันขึ้นอยู่กับวิธิการ

ในการที่จะทำแบบนี้ผมจะต้องดึงดูดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

มันเหมือนกับเป็นการเพลอดเพลินไปกับเบียร์ฟรี

วาธและดาบจักพรรดิเคลื่อนที่ไปพร้อมๆกัน เทคนิคดาบของมูนก็ขยายออกไปอย่างราบลื่น การเคลื่อนไหวของผมเหมือนกับเขาแต่มันมีการแสดงออกที่รุนแรงกว่า

ผมขัยบตัวเหมือนกับดวงจันทร์

ผมได้ปรับปรุงเทคนิคดาบของมูนมาเป็นแบบฉับบของผมเองแล้ว

เคร้งง!

สิ่งมีชีวิตที่เข้ามาจากทุกทิศทางก็แตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่พวกมันก็ยังน่ารำคาญ ผมกระทืบเท้าลง เท้าของผมจมลงไปที่พื้นดินอย่างแน่หนาและแผ่นดินก็ระเบิดพลังเวทย์ออกมา

แผ่นดินได้พลิกขึ้นมาเป็นกำแพงดินและกั้นสิ่งมีชีวิต ผมทำแบบนี้สองครั้งและเพื่อความยาวของการป้องกัน สิ่งมีชีวิตได้โจมตีอย่างมีระเรียบมากขึ้น

ผมยิ้มแป้น อย่างไรก็ตามมันก็ร่าเริงมากกว่าปกติ

ไม่รู้สึกเป็นห่วง!

ถูกต้อง ตอนนี้ผมรู้สึกถึงการปลดปล่อย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ใช้พลังจากร่างกายของผมอย่างเต็มที่หลังจากต่อสู้กับโอคูลอส

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมก้าวเข้าไปในขอบเขตที่เหนือกว่า

ผมเคยจิตนาการถึงขอบเขตของมัน ผมสงสัยมากพอว่ามันจะมีอิสระขนาดไหน

ผมคิดถึงมันทุกวัน แต่ตอนนี้มันก็เริ่มเป็นจริงแล้ว

‘ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน.’

ฉันรู้สึกมั่นใจว่าทำได้ทุกอย่าง

ผมมีอำนาจแบบนั้น

ความจริงแล้วผมแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิดไว้อีก

นี่คือพลังที่เหนือกว่า.

ผมตื่นเต้นกับตัวเอง

ผมไม่สามารถรู้สึกได้เลยว่ามาร์ตินจะมองผมอย่างไร

หน้าของเขาดำทะมึน แน่นหน้าออกและสีหน้าซีดๆ

ผมมีประสบการณ์แบบนี้ไม่กี่ครั้งในชีวิตที่แล้วของผม ส่วนใหญ่แล้วมันจะเกี่ยวกับแกร์นดยุค.

'ฉันจะชนะ.’

ก่อนที่จะเริ่ม ผมไม่แน่ใจนัก

อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมมั่นใจแล้ว

เมื่อการต่อสู้นี้สิ้นสุดลง ผมจะเป็นผู้ชนะ!

ผมแสดงพลังของผมด้วยตวัดดาบไปทั่วทุกที่ ยิ่งผมโจมตีโดยสิ่งมีชีวิตมากเท่าไรก็จะมีสิ่งมีชีวิตที่ล้มลงข้างๆผมมากเท่านั้น.

ความโกลาหลซ้อนทับกันและผมก็เข้าใกล้มาร์ตินขึ้นเรื่อยๆ

“แก....รัลดาล บิกิเซล!!”

มาร์ตินตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

มันไม่น่าเชื่อ เขาไม่อยากจะเชื่อเลย

พลังเวทย์ขนาดนี้ การปรากฎตัวนี้...

อำนาจที่ครอบงำที่เขารู้สึกได้จากแกร์นดยุค!

พวกเขากลายเป็นคนอ่อนแอหลังจากที่พวกเขาข้ามมายังโลก พวกเขารีบฟื้นพลังของเขา แต่ไม่มีใครใครกำแพงนั้นไปได้.

แต่คนที่อยู่ข้างหน้าเขาก็ปีนขึ้นไป ปีนกำแพงที่สูงกว่าใครทั้งหมด

ทำไมมาร์ตินถึงทำนายแบบนั้น?[น่าจะหมายถึงคนที่สมบูรณ์ไม่มีจริงนะครับ/ไรต์]

‘การทำนายของฉันเป็นความจริง บุคคลที่เยี่ยมยอดคือการดำรงตัวตนของเขาไม่มีจริง ความคาดหวังที่ฉันไม่สามารถมองเห็นได้...’

ถ้าเป็นไปได้รัลดาลจะเคลือนไหวพร้อมกับสิ่งมีชีวิตหลายชนิด

แต่การทำนายอานาคตของเขาไม่สามารถทำได้เมื่อเขาอยู่คนเดียว

รัลดาล บิกิเซล.

บอกตามตรงมาร์ตินไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมโอคูลอสและเอเรียลกังวลเกี่ยวกับตัวเขา แม้กระทั่งแพนเดอโมเนี่ยมก็จดจ้องอยู่กับเขา

แต้มทั้งหมดที่เขามียิ่งกว่าคนอื่นๆ มาร์ตินคิดว่าพลังของเขาไม่เท่าไรนัก

ไม่.เขาดูผิด. เขารู้สึกภูมิใจในสายตาของเขาที่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้มากที่สุด.

ตอนนี้รัลดาลอยู่ข้างๆกองทัพของเขา เมื่อใดที่เขาเหวี่ยงดาบจะมีสิ่งมีชีวิตไปอยู่ข้าง.

มาร์ตินสั่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้ฟังเขา

‘ไม่น่าเชื่อ.’

อำนาจเหนือยิ่งกว่าดันเจี้ยนมาสเตอร์!

เขาไม่เชื่อว่าจะมีดีม่อนที่ทรงพลังขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม...มันก็อยู่ตรงหน้าเขา นี่เป็นความจริง

มาร์ตินหงุดหงิด เขารู้สึกปวดท้อง เขาได้เดิมพันในครั้งนี้เพื่อพลังทำนายอนาคตอย่างสมบูรณ์ มันเพียงที่จะทำให้ดีม่อนที่ยอดเยี่ยมปรากฎขึ้นและหัวเราะเยาะโดยเขา.

เป็นไปได้ยังไง?

เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลย

เขาทำอย่างไรที่ทำให้ความแข็งแกร่งทะลุขีดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ว่าความผิดพลาดของเขาจะไม่ถูกต้องขนาดไหน.

อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมองไม่เห็นจุดจบของเขาในมือรัลดาล

ดังนั้นเขายังไม่สามารถเชื่อได้

“แก...รัลดาลบิดิเซล!!”

เขาตะโกนอย่างหมดหวัง

แล้วการทำนายของเขาก็ถูกเรียกออกมา

มันได้เปลี่ยนไปแล้ว ‘ฉันจะตายที่นี่!’

เขากัดฟันแน่น เขาไม่สามารถตายได้

"เปลี่ยนแปลงห้วงเวลา เวลาของคุณและฉันไหลต่างกันออกไป.”

สกิลที่แข็งแกร่งที่สุดของมาร์ติน ‘ห้วงกาลเวลา (Epic)’ ถูกเรียกใช้.

มันเป็นสกิลที่ส่งผลต่อสิ่งโดยรอบรักศมี3กม. บางคนอาจจะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าคนอื่นๆ,เชื่องช้าหรือแม้แต่ไม่สามารถขยับได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายโดยการใช้สกิลนี้ แต่มันเป็นเรื่องของอัตราการรอดจากการเดิมพัน.

แต่...

การป้องกัน 50%!

ปกป้องเพิ่มขึ้น 13%! เนื่องจากความฉลาดและพลังเวทย์ของฝ่ายตรงข้ามทำให้สกิล ‘ห้วงกาลเวลา’ เป็นโมฆะ

-’ห้วงกาลเวลา[Time Axis] (Epic)’ ถูกค้นพบโดย ‘มัทอาย.’

“อะไร...?”

มันถูกยกเลิกทั้งหมด

สกิลนี้ที่เริ่มต้นไปแล้วมันยังสามารถถูกทำลายลงได้ด้วย?

แต่คนนั้นหัวเราะ

มันเปล่าประโยชน์สำหรับเขา

รัลดาลใกล้เข้ามาและใช้ดาบของเขา

มาร์ตินไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย?

มันสายเกิดไป

มาร์ตินใช้ไม้เท้าของเขา ภาพลวงตาถูกเรียกใช้กับคนตรงหน้า

-’เทคนิคลวงตา[Illusion Technique] (Epic)’ ถูกค้นพบโดย ‘มัทอาย’

“บ้าน่า...”

ทั้งหมดถูกป้องกัน

มันเป็นกรณีที่แย่ที่สุดในเวลานี้.

อำนาจแตกต่างกันเป็นอย่างมาก...

"ฉันไม่สามารถตายได้พลังทำนายของฉันจะต้องสมบูรณ์!”

มาร์ติดกัดฟันแน่น.

ผมแทงเขาด้วยวาธและดาบจักพรรดิ

มาร์ติดตายแล้ว ในเวลาเดียวกันสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเริ่มบ้าคลั่ง

ผมดึงสายตาทั้งสองออกมจากมาร์ติน

‘ฉันจะมอบเขาให้ปาการาม.'

ตาของเขาสามารถทำนายอนาคตได้ ผลที่ได้จะหายไปเนื่องจากการตายของมาร์ติน แต่ถ้าพวกเขาทั้งหมดได้รับการฟื้นฟูแล้วบางส่วนอาจจะสามารถใช้ได้ ตาจะเป็นวัสดุที่ดีที่สุดของโอมุนครูส

ผมเอาดวงตาของเขาใส่กระเป๋าเวทย์และปิดการใช้ไฟของไพน์ สายฟ้าพระเจ้ากลับมาหาผม

‘ตอนนี้ฉันต้องไปดูนักบุญแล้ว.’

ผมได้ทิ้งเธอไว้กลางทางตอนที่เธอกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ผมต้องยืนยันผล

ผมหันกลับไปมองรอบๆโดยไม่มีความกลัว ผมวิ่งไปหายังนักบุญ

คิมยูรานอนอยู่บนพื้น

ร่างกายของเธอฟื้นฟูขึ้นมาขณะที่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอและของผมเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์

ผมรู้สึกไม่สบายใจ แต่มันก็สมดุลกัน.

'การประสานของนักบุญ.’

ผมหัวเราะในขณะที่ผมใช้มัทอายตรวจสอบหน้าต่างสถานะของเธอ

ในช่องอาชีพมันมีอยู่ ‘การประสานนักบุญ.’

ผมได้คาดหวังบางอย่างเหมือยกับ ‘ทุจริต’ แต่ผลที่ได้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง.

อาจเป็นเพราะพลังเวทย์ของผมบริสุทธิ์

‘สัญญาได้เกิดขึ้น ตอนนี้คุณเป็นของฉันแล้ว.'

อย่างไรก็ตามผมได้รับนักบุญ มันไม่ใช่รายรับที่ไม่ดี.

ผมหิ้วคิมยูราไว้และแบกคิมมินจีไว้บนบ่า และ...ผมกลับไปที่ดันเจี้ยน นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้พลังเวทย์ทั้งหมดของผม ผมรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย

‘ฉันจะออกมาทำความสะอาดทั้งหมดนี้รวมทั้งยิฮิ.’

จบบทที่ Chapter 185: Half Awakening (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว