- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุยุคสมัย ไปเป็นตำรวจผู้ช่วยที่ร่ำรวย
- ตอนที่ 300 บุญคุณความแค้น
ตอนที่ 300 บุญคุณความแค้น
ตอนที่ 300 บุญคุณความแค้น
ตอนจะกลับ จางเจี้ยนชวนสัมผัสได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ของจวงหงซิ่ง
ตั้งแต่เธอไปดูงานที่กวางตุ้ง ไม่ได้เจอกันเป็นเดือน คุยโทรศัพท์กันแค่ 1-2 ครั้ง
สิ่งที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่ในเล่อจู๋ที่ห่างไกลและภาษาไม่ค่อยเข้าใจได้ ก็คือความคิดถึงและความเชื่อใจที่มีต่อผู้ชายคนนี้
เขาเหมือนมอบชีวิตใหม่ให้เธอ ฟังดูเวอร์ แต่จวงหงซิ่งรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
เมื่อก่อนเธอเกลียดทุกอย่างรอบตัว เกลียดข้าราชการ เกลียดคนในหมู่บ้าน เกลียดโลกทั้งใบ
เหมือนพวกขวางโลกในนิยาย
แต่พอเขาเข้ามา ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป
เริ่มจากเรื่องพี่สาวที่ทำให้เธอมีที่พึ่งทางใจ พอได้คุยกันบ่อยๆ เธอก็เริ่มคิดถึงเขา
ต่อมามีเรื่องจับกุมเจ้าสามฮั่วที่ทำให้ทั้งคู่ผูกพันกันมากขึ้น
จนถึงวันที่เขาให้ถุงมือหนังและเสื้อกันหนาวแคชเมียร์ และเธอก็ตอบแทนด้วยเนื้อรมควันและไส้กรอกเต็มกระเป๋า... เธอไม่รู้ตัวเลยว่าถลำลึกไปตอนไหน
ทุกครั้งที่นึกถึงความกล้าบ้าบิ่นในวันที่กอดเขาจากข้างหลัง จวงหงซิ่งยังใจเต้นแรง หน้าแดงก่ำ แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำตามใจปรารถนา
เธอรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เธอยิ่งอยากแสดงความรู้สึก
เธอรู้สถานะตัวเองดี ต่อให้เขาไม่มีแฟนและไม่รังเกียจประวัติของเธอ เธอก็ไม่ยอมคบกับเขา
แต่ตอนนี้ เขาสนับสนุนให้เธอทำฟาร์มไก่ ผลักดันให้เธอก้าวออกจากกะลาหมู่บ้าน ไปทำในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่กล้า
แม้เขาจะบอกว่าให้ช่วยเขา แต่จริงๆ เขาต่างหากที่ช่วยเธอเพราะคำพูดนั้น...
ตอนเธอถ่อมตัวว่าเป็นคนบ้านนอกเทียบดาราอย่างหลินฟางปิงไม่ได้ เขาแย้งทันที บอกว่าคนเรามีทางเดินของตัวเอง และวันหน้าเธออาจเก่งกว่าหลินฟางปิง
และคำพูดที่ว่าชีวิตคนเราไม่มีใครกำหนดได้ ต้องกล้าไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการ ประโยคนี้แหละที่โดนใจเธอจังๆ
เห็นจางเจี้ยนชวนจะสตาร์ทรถ จวงหงซิ่งทนไม่ไหว พุ่งเข้ากอดเขาจากด้านหลังอีกครั้ง
ครั้งนี้จางเจี้ยนชวนไม่ตกใจเท่าครั้งแรก
เขายืนนิ่ง ไม่หันกลับไป เรียกชื่อเธอเบาๆ "ซานเม่ย..."
"อือ" เธอครางตอบในลำคอ แนบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง สูดกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายชายชาตรีที่ทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้
จางเจี้ยนชวนพูดไม่ออก ได้แต่เรียกชื่อเธอแล้วเงียบไป
แต่ความนุ่มหยุ่นคู่ยักษ์ที่เบียดแผ่นหลัง แม้จะมีเสื้อชั้นในกั้นก็ทำเอาเขาแทบคลั่ง
ช่วงนี้เขาโดนซานหลินทรมานมาพอสมควร
สำหรับชายหนุ่มที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาแล้ว การคบกับซานหลินที่หวานแหววแต่ไม่ยอมข้ามเส้น มันทรมานที่สุด
ตอนคบถังถังไม่ได้รู้สึกโหยหาขนาดนี้ หรือพอถึงเวลาก็จัดกันเลย
แต่กับซานหลินที่ยังหวงตัว จางเจี้ยนชวนรู้สึกเหมือนสิววัยรุ่นจะผุดขึ้นมาอีกรอบ
พอโดนจวงหงซิ่งกระตุ้น ขมับเขาเต้นตุบๆ อยากจะหันไปอุ้มเธอเข้าห้องนอนซะเดี๋ยวนี้
เขามั่นใจว่าเธอไม่ปฏิเสธ แต่หลังจากนั้นล่ะ?
จริงๆ เขาคิดผิด ถ้าเขาจะทำจริงจวงหงซิ่งคงไม่ยอม ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่กลัวความซวยของตัวเองจะไปติดเขา
จางเจี้ยนชวนเงียบ จวงหงซิ่งก็กอดเงียบๆ ดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้
เขาก้มมองมือเธอที่ประสานอยู่หน้าอก ดูนุ่มนวลกว่าแต่ก่อน "ซานเม่ย ทาครีมตลอดสินะ มือดูนุ่มขึ้นเยอะ"
คำตอบคือเสียง "อือ" เบาๆ
จางเจี้ยนชวนจนปัญญา ตบหลังมือเธอเบาๆ "พอเถอะ ผมต้องไปแล้ว"
เงียบกริบ
ผ่านไปพักใหญ่ จวงหงซิ่งค่อยๆ คลายมือ เช็ดน้ำตาบนแก้ม พอเห็นหน้าเขาที่หันมา เธอก็โผเข้ากอดเขาอีกรอบ
คราวนี้จางเจี้ยนชวนรับมือไม่ไหว กลิ่นกายสาวบวกกับหน้าอกภูเขาไฟคู่ยักษ์ ใครจะทนไหว?
จวงหงซิ่งรู้สึกถึงปฏิกิริยาของเขาก็ตกใจรีบผละออก ถลึงตาใส่เขาอย่างงอนๆ
จางเจี้ยนชวนพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแหยๆ ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ "ไปละนะ"
"จะมาอีกเมื่อไหร่?" เธอถามเหมือนภรรยาส่งสามีออกจากบ้าน หน้าแดงซ่าน
"ก่อนไปกวางตุ้งจะมาอีกที มาสรุปทำเลแล้วเริ่มลงเสาเข็มได้เลย ผมคุยกับรองนายกฯ เลี่ยวแล้ว เขาหนุนเต็มที่ แจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านไว้แล้ว ที่เหลือคุณไปวิ่งเรื่องเอง อย่าใจร้อนนัก... มีอะไรด่วนโทรหาเหวิ่นจวิ้น เดี๋ยวให้เบอร์..."
สั่งงานรัวๆ ให้จวงหงซิ่งสบายใจและรู้หน้าที่
จางเจี้ยนชวนบิดรถออกไปพลางเหลียวหลังมอง
จวงหงซิ่งพิงประตู ร่างที่เคยสดใสดูน่าสงสารจับใจ หรือเขาคิดไปเอง?
ยังไงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่แก่กว่าเขาปีกว่าๆ
กลับถึงโรงงานไม่เจอฉู่เหวิ่นตง จางเจี้ยนชวนไม่สน เดี๋ยวก็โผล่มา
เพราะฉู่เหวิ่นตงสะกิดใจ จางเจี้ยนชวนเลยคิดหนัก
ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคนเดียวยากจริง
เขาคุยกับเจี่ยนอวี้เหมยทางโทรศัพท์แล้ว เธอก็สนใจแต่บอกว่าท้าทายมาก ขอนัดคุยรายละเอียด
การดึงตระกูลฉู่มาร่วมหุ้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ฉู่เต๋อฮุยชื่อเสียงดี แม้จะเป็นเจ้าสัวใหญ่แต่ไม่มีข่าวฉาว
ข้อเสียเดียวคือมีลูกชายสองคน คนโตหยิ่ง คนเล็กเกือบจะเป็นเพลย์บอยไร้สาระ
จริงๆ ฉู่เหวิ่นตงไม่เลวร้าย แค่ขี้อวด ชอบทำเท่และไม่จริงจัง ขนาดจีบสาวยังแค่เห่อเป็นพักๆ
แต่เนื้อแท้เป็นคนดี เยี่ยนซิวเต๋อยืนยัน ไม่งั้นคงคบกันไม่ได้
ฉู่เต๋อฮุยสร้างโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในอันเจียงจนรุ่งเรือง ปีนี้เปิดสาขาที่หลงชิ่ง ธุรกิจไปได้สวย ถ้าเรียกฉู่เหวิ่นตงว่าเสี่ยหมื่นหยวน ฉู่เต๋อฮุยก็ต้องเป็นเสี่ยล้านหยวนตัวจริง
การร่วมมือกับตระกูลฉู่ช่วยแก้ปัญหาเงินทุน และใช้คอนเนคชั่นของพวกเขาได้
จางเจี้ยนชวนรู้ตัวว่ายังเด็กและพื้นเพธรรมดา เส้นสายมีจำกัด แม้จะทำได้ดีแล้ว แต่พอจะการใหญ่ก็ยังรู้สึกว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง
ตอนฉู่เหวิ่นตงมาหา จางเจี้ยนชวนคุยกับหยางเหวิ่นจวิ้นเกือบจบแล้ว
การสร้างฟาร์มไก่เป็นงานเล็กๆ ทีมช่างของโรงงานทำได้สบาย หินทรายปูนซีเมนต์สำหรับหยางเหวิ่นจวิ้นคือเรื่องขี้ปะติ๋ว
แต่หยางเหวิ่นจวิ้นสงสัยที่จางเจี้ยนชวนสั่งงานไว้นานแล้ว แต่เพิ่งมาเริ่มตอนจะไปกวางตุ้ง
แม้จวงซานเม่ยจะหุ่นสเปกจางเจี้ยนชวน แต่หยางเหวิ่นจวิ้นไม่คิดว่าเพื่อนจะทิ้งโจวอวี้หลีหรือเหยาเวยไปหาเธอ
ที่น่าแปลกใจคือ จางเจี้ยนชวนบอกว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมด บริษัทวัสดุก่อสร้างชิงเจียงจะออกให้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บ่อทรายมีนโยบายลงทุนฟาร์มไก่?
แต่จางเจี้ยนชวนไม่อธิบาย หยางเหวิ่นจวิ้นก็ไม่ถาม ค่าก่อสร้างไม่กี่หมื่น บ่อทรายจ่ายไหว
วัสดุก็ขนจากบ่อทรายไป ลงบัญชีไว้ก็จบ
มื้อเย็นกินกันสบายๆ
จางเจี้ยนชวนเปรยเรื่องจะไปกวางตุ้ง ทุกคนสนใจ แต่ฉู่เหวิ่นตงกับหยางเหวิ่นจวิ้นรู้กัน ไม่พูดเรื่องหุ้นต่อหน้าซ่งเต๋อหงและเหมาหย่ง
หลังอาหาร จางเจี้ยนชวนคุยกับฉู่เหวิ่นตงเรื่องพ่อเขา ฉู่เหวิ่นตงหัวไว รีบบอกว่าจะหาโอกาสชวนไปกินข้าวที่บ้าน พ่อเขาอยากเจอจางเจี้ยนชวนมานานแล้ว
ใจตรงกัน ไม่ต้องพูดเยอะ
ฉู่เหวิ่นตงก็คิดเรื่องเจตนาของจางเจี้ยนชวน
แม้จางเจี้ยนชวนจะย้ายไปกรมอุตสาหกรรมเบา แต่ทั้งพ่อและน้าของเขาต่างบอกว่าจางเจี้ยนชวนคืออัจฉริยะทางธุรกิจ ความสำเร็จของหมินเฟิงไม่ใช่โชคช่วยแบบที่พวกชิวชางเซิ่งนินทา ดังนั้นทั้งคู่จึงเห็นตรงกันว่าจางเจี้ยนชวนมีอนาคตไกล น่าคบหา
ยิ่งฉู่เหวิ่นตงสนิทกับเขาและร่วมลงทุนหุ้นด้วยกันยิ่งเป็นโอกาสดี