- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุยุคสมัย ไปเป็นตำรวจผู้ช่วยที่ร่ำรวย
- ตอนที่ 260 เถาวัลย์พันเกี่ยวบุปผางาม
ตอนที่ 260 เถาวัลย์พันเกี่ยวบุปผางาม
ตอนที่ 260 เถาวัลย์พันเกี่ยวบุปผางาม
มาถึงลานเล็กหน้าประตูทิศใต้ จางเจี้ยนชวนกวาดตามองรอบ ๆ
เหยาเวยเป็นคนดังในโรงงาน รูปร่างสูงใหญ่ อวบอัด หน้าตาสวยสะดุดตา แถมร้องเล่นเต้นรำเก่ง
ส่วนตัวเขาก็เริ่มเป็นคนดังเหมือนกัน ถ้ามาเจอกันในที่แจ้งแบบนี้คงไม่ดี เดี๋ยวงานเข้า
มองเห็นเหยาเวยแต่ไกล เธอสวมเสื้อโค้ทกันลมสีน้ำเงินกรมท่า ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูสวนสาธารณะ ดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้าง
เธอดูเท่เกินไป
ตัวสูง หน้าสวยแบบพิมพ์นิยม พอใส่โค้ตตัวยาวกับรองเท้าส้นสูง ยืนโพสท่าสวย ๆ แบบนั้น ใครจะไม่มอง?
จางเจี้ยนชวนหนังหัวชา ถ้าโจวอวี้หลีมาเห็นคงบ้านแตก
เรื่องเลิกกับถังถัง นอกจากอวี้เสี่ยวกับหยางเหวิ่นจวิ้นก็มีแค่แม่ที่พอระแคะระคาย พ่อกับพี่ชายยังไม่รู้เรื่อง
แน่นอน พ่อกับพี่ชายไม่ค่อยเชียร์คู่นี้อยู่แล้ว เลยวางตัวเป็นกลางดูอยู่ห่าง ๆ
จางเจี้ยนชวนทำเป็นมองไม่เห็น เดินเลี่ยงไปอีกทาง แค่สบตานิดหน่อยเป็นสัญญาณ
เหยาเวยขำ หมอนี่ยังกลัวเป็นข่าวกับเธออยู่อีกเหรอ?
จางเจี้ยนชวนเดินอ้อมสวนไปตามทางเดินที่มีต้นไม้บัง พอแน่ใจว่าเหยาเวยตามมาก็เลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว ยืนรอในเงามืด
หกโมงเย็นแล้ว ฟ้ายังสว่างอยู่ แต่อีกครึ่งชั่วโมงก็คงมืด
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา จางเจี้ยนชวนเห็นเหยาเวยชะเง้อมองหา เลยส่งเสียงเรียกทางนี้
เหยาเวยเดินเข้ามา เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ต หมุนตัวมองรอบ ๆ "ทำไม กลัวเจอหน้าฉันขนาดนั้นเชียว? ก่อนตรุษจีนเจอกันในเมืองไม่เห็นกลัวแบบนี้ กลัวอะไร? กลัวถังถังเข้าใจผิดเหรอ? ไหนว่าเลิกกันแล้ว? หรือกลัวโจวอวี้หลีเห็น?"
จางเจี้ยนชวนตกใจ เหยาเวยรู้เรื่องเขากับถังถังได้ไง?
เรื่องเขากับโจวอวี้หลีคนในโรงงานพอรู้บ้าง แต่หลัง ๆ เขาตีตัวออกห่าง ข่าวลือเลยซาไป
แต่เรื่องถังถัง เขาคิดว่าปิดมิดชิดนะ
อวี้เสี่ยว หยางเหวิ่นจวิ้น และที่บ้านเขาไม่น่าจะปากโป้ง ยิ่งถังถังย้ายไปเป็นปีแล้วยิ่งไม่น่ามีคนรู้
เห็นจางเจี้ยนชวนหน้าเหวอ เหยาเวยหัวเราะ "ทำไม แปลกใจเหรอ? คิดว่าไม่มีใครรู้รึไง? คุณดังจะตาย ใคร ๆ ก็เดาว่าถ้าไม่ใช่ถังถังก็โจวอวี้หลีที่คบคุณอยู่ แต่โจวอวี้หลีตกกระป๋องไปแล้ว คงเหลือแต่ถังถัง ไม่งั้นทำไมคุณถึงเมินฉัน เมินชุยปี้เหยา เมินฉินเยี่ยนซานทั้งที่ผู้ชายคนอื่นวิ่งเข้าใส่? มันต้องมีเหตุผลสิ"
จางเจี้ยนชวนโล่งใจ แม้จะเลิกกันแล้ว แต่เขาก็ยังหวังดีกับถังถัง
ไม่อยากให้เรื่องที่เคยคบกันกลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน จนเสียชื่อเสียงเธอในวันข้างหน้า
"แค่นี้เองเหรอ?" จางเจี้ยนชวนถามกลับ
"ฮึ ยังไม่พออีก? จริง ๆ ปีสองปีก่อนตอนคุณกับถังถังตัวติดกัน คนเขาก็เห็นกันทั่ว บางทีเดินด้วยกันคนก็จำได้ ถังถังเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของโรงงานนะ ใคร ๆ ก็จับตามอง หูตาชาวบ้านเป็นสับปะรด คิดว่าจะปิดมิดเหรอ?"
จางเจี้ยนชวนขำแห้ง ๆ "พูดเหมือนผมกับถังถังเป็นสายลับเลย มีหูตาสับปะรดคอยจับผิด แล้วคุณรู้ได้ไงว่าเลิกกันแล้ว?"
เหยาเวยมองหน้าเขา "อวี้เสี่ยวบอก บอกว่าพวกคุณไม่ได้คบกันจริงจัง แค่ลองคุย ๆ กันแล้วก็เลิก แต่พวกเรารู้ว่าคบกันมาเป็นปี... เพิ่งเลิกเร็ว ๆ นี้ใช่ไหม? อวี้เสี่ยวคงอยากให้ข่าวซา ๆ ไป ให้เรื่องมันจบ ๆ"
จางเจี้ยนชวนเงียบ
อวี้เสี่ยวทำถูกแล้ว ทำเพื่อปกป้องถังถัง
เขาคิดว่าไม่มีใครรู้ ที่ไหนได้ รู้กันทั้งโรงงาน
เหยาเวยรู้ แสดงว่าแก๊งดอกไม้งามคนอื่นก็น่าจะรู้แต่คงเกรงใจไม่พูดกัน เพราะถังถังย้ายไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้ทำงานที่นี่
อวี้เสี่ยวปล่อยข่าวแบบนี้ เพื่อให้คนลืม ๆ กันไปซะ
เห็นจางเจี้ยนชวนทำหน้าเศร้า เหยาเวยยิ่งอยากรู้
ตอนจางเจี้ยนชวนเด็ดดอกฟ้าถังถังได้ พวกเธอไม่อยากจะเชื่อ
ในฐานะห้าดอกไม้งาม แม้สถานะทางบ้านจะต่างกัน แต่ก็อยู่ในระดับเดียวกัน ย่อมจับตามองกันเป็นธรรมดา
ถังถังเป็นเบอร์หนึ่ง ย่อมถูกจับจ้องที่สุด
ถังถังยอมคบกับพลเมืองลูกครึ่งอย่างจางเจี้ยนชวนที่เป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวโรงพัก มันเหลือเชื่อมาก
ขนาดเหยาเวย ชุยปี้เหยา ฉินเยี่ยนซาน ยังคุยกันว่าไม่มีทางเอาคนแบบนี้ทำแฟนเด็ดขาด
ทะเบียนบ้านชนบท ไม่มีงานประจำ แถมมีพี่ชายรอคิวเข้าโรงงาน ตัวเองหมดสิทธิ์ สาว ๆ ทั่วไปอาจจะยอมคบหวังอนาคต แต่ระดับพวกเธอไม่มีทาง
แต่ถังถังกลับคบจริงจัง มีคนเห็นจางเจี้ยนชวนเข้าออกหอพักถังถังเช้า ๆ มืด ๆ ช่วงที่อวี้เสี่ยวไม่อยู่ ผู้ใหญ่ทุกคนรู้ความหมาย และทึ่งในความใจกล้าของทั้งคู่
จางเจี้ยนชวนคิดว่าเนียน แต่ความจริงคือโป๊ะแตกตั้งแต่แรก
แต่กาลเวลาพิสูจน์ว่าถังถังตาถึง
จางเจี้ยนชวนผงาดขึ้นมา ทำบ่อทรายจนรวย หยางเหวิ่นจวิ้นลูกน้องยังขี่มอเตอร์ไซค์ พกเพจเจอร์ ล่าสุดถอยมือถือกระติกน้ำมาใช้เป็นคนที่สองในโรงงาน
จางเจี้ยนชวนไม่มีมือถือ แต่เหยาเวยเชื่อว่าเขาแค่ไม่อยากใช้
ตอนนี้จางเจี้ยนชวนได้บรรจุเป็นข้าราชการ เป็นผู้จัดการโรงงาน บริษัทรุ่งเรือง ออกทีวีทั้งจังหวัดทั้งมณฑล รถบรรทุกต่อคิวรอรับของยาวเหยียด
สาเหตุที่เลิกกัน พวกเธอก็พอเดาได้
จางเจี้ยนชวนเก่งก็จริง แต่ถังถังเป็นเด็กในเมือง จบมหาลัย แถมยังเป็นลูกคนใหญ่คนโต ยิ่งย้ายกลับเมืองแล้วยิ่งห่างกันคนละชั้น
ความห่างเหินและฐานะที่ต่างกันทำให้ไปกันไม่รอด เป็นเรื่องปกติ
พอถังถังกับจางเจี้ยนชวนเลิกกัน สำหรับบางคน นี่คือโอกาส
เหยาเวยยังไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่นึกว่าฉินเยี่ยนซานจะชิงลงมือ แถมดูเหมือนจะลึกซึ้งซะด้วย
เธอเห็นกับตาว่าฉินเยี่ยนซานคุยโทรศัพท์ที่ร้านชำด้วยท่าทางดีใจสุดขีดเรื่องหุ้นอะไรสักอย่าง และเมื่อวานได้ยินหยางเหวิ่นจวิ้นเตือนฉินเยี่ยนซาน
หยางเหวิ่นจวิ้นห้ามฉินเยี่ยนซานไปหาจางเจี้ยนชวน ให้คุยเรื่องหุ้นกับหลิวกว่างหัวแทน ท่าทีเล่นหูเล่นตาของฉินเยี่ยนซานยิ่งตอกย้ำข่าวลือ
ฉินเยี่ยนซานเคยคบฉู่เหวิ่นตง แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอิน ฉู่เหวิ่นตงก็ความอดทนต่ำ จีบไม่ติดสักทีก็เปลี่ยนเป้าหมาย จากโจวอวี้หลีมาเหยาเวย มาชุยปี้เหยา มาฉินเยี่ยนซาน ล่าสุดไปจีบซีเมิ่งหัว เด็กใหม่มาแรง
ฉู่เหวิ่นตงเปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า เหยาเวยกับชุยปี้เหยาปฏิเสธทันที ฉินเยี่ยนซานอาจจะหวังอะไรบางอย่างแต่ฉู่เหวิ่นตงให้ไม่ได้ สุดท้ายก็เลิกกัน คบกันได้ห้าเดือนถือว่านานสุดแล้ว
แต่ดูเหมือนฉินเยี่ยนซานจะไม่แคร์ที่เลิกกับฉู่เหวิ่นตง และคำเตือนของหยางเหวิ่นจวิ้นก็ชี้ว่าเธอกำลังพัวพันกับจางเจี้ยนชวน
คำว่าหุ้นสะกิดใจเหยาเวย เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ เรื่องตลาดหุ้นเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ที่กำลังบูม สร้างเศรษฐีใหม่ชั่วข้ามคืน
คนอย่างฉินเยี่ยนซานไปยุ่งกับหุ้นได้ไง? เอาเงินที่ไหน? แถมยังพัวพันกับจางเจี้ยนชวนและคนชื่อหลิวกว่างหัวอีก
เรื่องราวเหล่านี้ บวกกับการเจอหน้ากันก่อนตรุษจีนและข่าวเลิกราของจางเจี้ยนชวน กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเหยาเวยจนทนไม่ไหว
"คุณเลิกกับถังถังจริงเหรอ? แล้วไปคบฉินเยี่ยนซาน?" เหยาเวยอดถามไม่ได้
"เลิกกับถังถังจริง แต่เกี่ยวกับฉินเยี่ยนซานตรงไหน?" จางเจี้ยนชวนมองเหยาเวยงง ๆ "คุณมาถามแค่นี้เหรอ? ฉินเยี่ยนซานคบกับฉู่เหวิ่นตงไม่ใช่เหรอ มาเกี่ยวอะไรกับผม?"
เหยาเวยเลิกคิ้วสวย "คุณไม่รู้เหรอ? ฉู่เหวิ่นตงเลิกกับเยี่ยนซานแล้ว ตอนนี้ไปจีบซีเมิ่งหัว คุณคงไม่รู้จักซีเมิ่งหัวมั้ง? เด็กใหม่รุ่นเดียวกับพี่ชายคุณ"
จางเจี้ยนชวนนึกขึ้นได้ หยางเหวิ่นจวิ้นเพิ่งพูดถึง พยักหน้า "ไม่รู้จัก เพิ่งเคยได้ยินชื่อ จะมาแทนที่รุ่นพวกคุณแล้วเหรอ? คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่าจริง ๆ"