เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 170 ขึ้นรับตำแหน่ง

ตอนที่ 170 ขึ้นรับตำแหน่ง

ตอนที่ 170 ขึ้นรับตำแหน่ง


ในที่สุด จางเจี้ยนชวนก็เรียกโจวเฉาเซียนมาคุยเป็นการส่วนตัว

ไม่กล้าบอกว่าเป็นการวาดฝัน แต่จางเจี้ยนชวนก็แสดงเจตนาชัดเจนว่าอยากให้โจวเฉาเซียนช่วยดูแลงานในห้องรักษาความปลอดภัยให้ดี และแสดงผลงานให้เต็มที่

เพราะโจวเฉาเซียนอายุยังไม่ถึง 40 กำลังอยู่ในวัยทำงานเต็มที่ และอยู่ห้องรักษาความปลอดภัยมา 10 ปีแล้ว ไม่มีผลงานเด่นแต่ก็มีความขยัน

ให้รีบทำผลงานเข้าตาเลขาธิการและนายกเทศมนตรี เผื่อปีหน้าปีโน้นมีโอกาส จะได้ลุ้นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัครลูกจ้างชั่วคราวสัญญาพิเศษ

โจวเฉาเซียนไม่เคยฝันว่าจะมีเรื่องดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง

แต่เมื่อเห็นจางเจี้ยนชวนเข้าออกพบปะกับเถาหย่งซิง กู้หมิงเจี้ยน จางกงโหย่ว และชวีซวงเฉวียนบ่อย ๆ โดยเฉพาะท่าทีของกู้หมิงเจี้ยนที่มีต่อจางเจี้ยนชวนนั้นพิเศษกว่าใคร จะบอกว่าเขาไม่คิดอะไรเลยก็คงโกหก

แต่พอได้ยินโอกาสแบบนี้เข้าจริง ๆ โจวเฉาเซียนก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ

เขาเป็นแค่ชาวบ้านตาสีตาสา ทำงานในห้องรักษาความปลอดภัยมาเป็นสิบปี ผู้นำไม่เคยเหลียวแล

อดีตหัวหน้าจ้าวชางหยวนก็ดีแต่ใช้แรงงาน เรื่องดี ๆ ไม่เคยตกถึงท้อง โจวเฉาเซียนถอดใจไปนานแล้ว

ไม่นึกว่าหัวหน้าคนใหม่ที่มาอยู่แค่ครึ่งปี นอกจากจะทำงานคล่องแคล่วเป็นที่โปรดปรานของผู้นำแล้ว ยังมีบารมีไม่ธรรมดา

จะบอกว่าไม่อิจฉาก็โกหก แต่คนเขามีฝีมือจริง ๆ

ตอนนี้ยังมาให้ความหวังแบบนี้ ทำเอาโจวเฉาเซียนเคลิ้มไปเลย

โจวเฉาเซียนเคยคิดว่าอาจจะเป็นแค่การให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่คิดอีกที จางเจี้ยนชวนไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น

สั่งให้ทำงานเขาก็ต้องทำ การมอบหมายให้ดูแลงานห้องรักษาความปลอดภัย ถือเป็นการให้เกียรติแล้ว

ถ้าเขาไม่ทำ หนิวต้าลี่กับสิงอีซานคงรีบกระโดดมารับงานแทนแน่

อีกอย่าง ถ้าสุดท้ายไม่ได้ตามสัญญา เขาก็ไม่ได้เสียอะไร แถมจางเจี้ยนชวนยังจะติดหนี้บุญคุณเขาด้วย

โจวเฉาเซียนมั่นใจว่าจางเจี้ยนชวนไม่ใช่คนธรรมดา วันหน้าต้องได้ดีแน่นอน

การสร้างบุญคุณกับคนแบบนี้มีแต่ได้กับได้

และถ้าสิ่งที่เขาสัญญาเป็นจริงล่ะ?

คิดถึงตรงนี้ หัวใจโจวเฉาเซียนเต้นแรง อยากจะรีบแสดงฝีมือเดี๋ยวนี้เลย

งานหลักอยู่ที่ห้องรักษาความปลอดภัย แต่ตอนนี้จางเจี้ยนชวนต้องทุ่มเทเกือบทั้งหมดให้โรงงานอาหารสัตว์ ภายใต้สายตากดดันของผู้นำตำบล

หลังจากกวาดล้างบริวารของหวงเจียหรงไปแล้ว คนงานในโรงงานก็ขวัญเสีย

ไม่ว่าจะยังไง หวงเจียหรงก็เป็นคนสร้างโรงงานนี้มากับมือ เขารู้ระบบดีที่สุด

ตอนนี้ระบบพังหมด คนงานทั่วไปไม่รู้หรอกว่าต้องซื้อวัตถุดิบที่ไหน

ราคาตลาดเท่าไหร่ แหล่งไหนของดี ช่องทางการขายเป็นไง เจ้าไหนเชื่อถือได้ เจ้าไหนชอบเบี้ยว เรื่องพวกนี้ไม่ง่ายเลย

สิ่งที่ด่วนที่สุดไม่ใช่การผลิต แต่คือการสร้างระบบจัดซื้อและขายใหม่ ต้องมีคนรู้จริงมาจัดการ

โชคดีที่ในโรงงานไม่ได้มีแต่พวกหวงเจียหรง ยังมีคนที่ทำงานได้และไม่ถูกซื้อตัว

หวงเจียหรงคงคิดว่าไม่จำเป็นต้องซื้อตัวทุกคน แค่คุมได้ก็พอ ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งปลอดภัยและโกยได้เยอะ

อดีตรองผู้จัดการหลี่ว์หยุนเซิง คือคนที่จางเจี้ยนชวนหมายตา

นอกจากหวงเจียหรง ยังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน คือ รองฯ หยางเต๋อกงและ รองฯ หลี่ว์หยุนเซิง

หวงเจียหรงเป็นคนเก่งรอบด้าน กล้าได้กล้าเสีย บวกกับมีแบ็คดีเลยได้เป็นผู้จัดการใหญ่

พอกิจการดี หยางเต๋อกงก็โดนหวงเจียหรงดึงไปเป็นพวก

แต่หลี่ว์หยุนเซิงเป็นคนหัวรั้น ทะเลาะกับหวงเจียหรงเรื่องการผลิตบ่อย ๆ จนโดนดอง

ให้ดูแค่ฝ่ายผลิต ห้ามยุ่งเรื่องอื่น

สุดท้ายทนไม่ไหวลาออกไป และเคยร้องเรียนหวงเจียหรงเรื่องผลาญงบ แต่ไม่มีใครสนใจ

ตอนนี้จางเจี้ยนชวนต้องการคนมาช่วยฟื้นฟูโรงงาน หลี่ว์หยุนเซิงคือตัวเลือกแรก ตามคำแนะนำของคู่เขยสิงอีซาน

แต่จางเจี้ยนชวนสืบมาว่า หลี่ว์หยุนเซิงเป็นจบแค่ ม.ปลายในยุค 70 เคยทำงานสถานีปศุสัตว์ แต่เข้ากับคนยากเลยต้องออก

ข้อเสียคือหัวรั้น ใจแคบ มนุษยสัมพันธ์แย่ แต่ข้อดีคือจริงจัง และเก่งเรื่องการผลิต

จางเจี้ยนชวนมองว่านี่แหละเหมาะ ใช้ข้อดี เลี่ยงข้อเสีย ให้คุมฝ่ายผลิตอย่างเดียว เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่ง

...

เห็นหลี่ว์หยุนเซิงหน้าแดงก่ำ ตาเริ่มลอย ในที่สุดก็ฟุบลงกับโต๊ะ จางเจี้ยนชวนรู้ว่าได้ที่แล้ว

กับคนหัวรั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ‘น็อก’ บนโต๊ะเหล้า

พอเหล้าเข้าปาก หลี่ว์หยุนเซิงก็เริ่มพล่าม

ด่ากราดตั้งแต่เกาเฉียนจวิน หวงเจียหรง ฉีเส้าหัว ยันแคชเชียร์เมียน้อย ระบายความแค้นเหมือนทั้งโรงงานไม่มีคนดีสักคน

สุดท้ายจางเจี้ยนชวนต้องใช้ไม้ตายให้โจวเฉาเซียนเปิดเกมชนแก้ว แล้วตัวเองตามซ้ำด้วยแก้วใหญ่ 3 แก้วรวด จนหลี่ว์หยุนเซิงจอด

วงเหล้านี้จางเจี้ยนชวนเป็นเจ้ามือ นอกจากหลี่ว์หยุนเซิง ยังมีจวงไหลซุ่น เจิ้งหย่งไฉ เกาถัง และ จ้าวเหม่ยอิงจากตำบล รวมถึงโจวเฉาเซียน

จวงไหลซุ่นเป็นคนคุมคลัง รู้เรื่องวัตถุดิบและสินค้าดี

เจิ้งหย่งไฉเป็นหัวหน้ากะการผลิต สนิทกับหลี่ว์หยุนเซิง

เกาถังและจ้าวเหม่ยอิงมาคุมบัญชี เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

จ้าวเหม่ยอิงเป็นนักบัญชีบริษัทอุตสาหกรรม งานว่างเงินน้อย พอจางเจี้ยนชวนเสนอค่าตอบแทนเพิ่มเธอก็รีบรับ เพราะลูกชายเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ลูกสาวอยู่ ม.3 สามีเป็นทหาร ต้องใช้เงิน

คนในวงนี้ส่วนใหญ่เป็นคนเจียนซาน รู้จักกันดี ยิ่งทำให้คุยง่าย

“เหล่าโจว พี่เกา พาเหล่าหลี่ว์ไปนอนพักที่โซฟาข้าง ๆ ก่อน ตอนแรกจะคุยเรื่องงานแต่แกเบรกแตกซะแล้ว ช่างเถอะ แกดูเรื่องผลิต เรามาคุยเรื่องจัดซื้อกับขายก่อน...”

ทุกคนเริ่มเมานิด ๆ แต่สติยังครบ พอจางเจี้ยนชวนผู้จัดการโรงงานคนใหม่เริ่มเข้าเรื่อง ทุกคนก็ตั้งใจฟัง

สำหรับผู้จัดการหนุ่มหน้าใหม่ นอกจากโจวเฉาเซียนที่รู้ฝีมือ คนอื่นยังไม่ค่อยแน่ใจ

แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ จางเจี้ยนชวนต้องรีบตั้งทีมงานและเริ่มงานทันที

“เรื่องจัดซื้อ อาจวงรับผิดชอบ ในคลังยังมีรำข้าว กากถั่วเหลือง เลือดป่น และสารเติมแต่งเหลืออยู่บ้าง อาช่วยเช็กสต็อกและทำบัญชีใหม่ให้เรียบร้อย...”

จางเจี้ยนชวนเชื่อใจจวงไหลซุ่นตามคำบอกเล่าของจวงหงซิ่งว่าเป็นคนซื่อสัตย์

สำหรับเขา การเลือกคนและกำหนดทิศทางคือสิ่งสำคัญ

“เรื่องบัญชี พี่เกากับพี่เจ้าต้องรับภาระหนักหน่อย ห้ามพลาดเด็ดขาด บัญชีเก่าอัยการกำลังตรวจ เราเริ่มนับหนึ่งใหม่จากตอนนี้ ผมจะไปขอเงินของกลางบางส่วนคืนจากอัยการมาเป็นทุนหมุนเวียน จ่ายค่าแรงคนงานก่อน...”

“อาเจิ้ง เรื่องการผลิตต้องช่วยเหล่าหลี่ว์หน่อย ผมไว้ใจอา...”

จบบทที่ ตอนที่ 170 ขึ้นรับตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว