- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุยุคสมัย ไปเป็นตำรวจผู้ช่วยที่ร่ำรวย
- ตอนที่ 155 เดิมพันต่อ!
ตอนที่ 155 เดิมพันต่อ!
ตอนที่ 155 เดิมพันต่อ!
ข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผล? แล้วตอนเซ็นสัญญาทำไมไม่คิดว่าไม่สมเหตุสมผล?
นี่เป็นการกดดัน แต่บริษัทที่ 5 จะยอมเหรอ? จางเจี้ยนชวนไม่คิดว่าผู้จัดการเฉินจะยอม
แน่นอน ตอนนี้เขากับหูหลุนหย่งลงเรือลำเดียวกัน ถ้าบริษัทที่ 5 ดึงเช็คจริก็จะยุ่งยากมาก และจากข่าวที่หูหลุนหย่งได้มา มีความเป็นไปได้สูงมาก
จางเจี้ยนชวนก็อยากได้เงินตามกำหนด การร่วมมือกับหูหลุนหย่งใช้ความได้เปรียบของตลาดของผู้ขายที่หาซัพพลายเออร์รายอื่นมาแทนไม่ได้ อาจจะบีบให้บริษัทที่ 5 ยอมจำนน
คิดดูแล้ว จางเจี้ยนชวนก็พยักหน้า “พี่หู ราคาตลาดปรับขึ้นได้ตามสัญญา ส่วนเรื่องการจ่ายเงิน ก็ควรจ่ายตามกำหนด ถ้าผู้ว่าจ้างมีปัญหาจริง ก็ควรมาคุยหาทางออกร่วมกัน...”
หูหลุนหย่งดีใจมาก มีจางเจี้ยนชวนร่วมด้วย โอกาสสำเร็จก็สูงขึ้น “เจี้ยนชวน บริษัทที่ 5 คงตั้งใจจะไม่จ่ายตามสัญญาแต่แรก ไปคุยตอนนี้คงยาก เราต้องร่วมมือกัน แสดงท่าทีแข็งกร้าวหน่อย”
จางเจี้ยนชวนยิ้ม ไม่รับไม่ปฏิเสธ “พี่หู ผมเทียบพี่ไม่ได้หรอก ผมหนี้ท่วมหัว พี่สิเนื้อหอม ทางหลงชิ่งคงตกลงกันได้แล้วใช่ไหม? ผมจะแทรกเข้าไปได้เหรอ?”
หูหลุนหย่งหัวเราะ “น้องเจี้ยนชวน ลองดูก็ได้ แต่ฝั่งน้องไกลจากหลงชิ่งหน่อย ค่าขนส่งอาจจะเสียเปรียบ...”
พอหูหลุนหย่งกลับไป หยางเหวิ่นจวิ้นรีบถาม “เจี้ยนชวน จะไปคุยกับบริษัทที่ 5 จริงเหรอ?”
“คุยหน่อยไม่เสียหาย” จางเจี้ยนชวนพูดช้า ๆ “หูหลุนหย่งรีบร้อนขนาดนี้ คงโดนข้อเสนอทางหลงชิ่งตกไปแล้ว การคุยกับบริษัทที่ 5 น่าจะเป็นข้ออ้าง ซึ่งข้ออ้างเขาฟังขึ้น บริษัทที่ 5 คงไม่ยอม เขาจะได้ยกเลิกสัญญา หรืออย่างน้อยก็ระงับการส่งของได้ ถ้าคุยดี ๆ อาจจะจบสวย ต่างคนต่างไป”
หยางเหวิ่นจวิ้นลังเล “แล้วเราล่ะ?”
“นายไปคุยก่อน เรื่องขึ้นราคาเล็กน้อยบริษัทที่ 5 คงไม่ว่า เพราะตกลงกันไว้แล้ว แต่เรื่องจ่ายเงินคงยาก อาจจะดึงเช็คซึ่งเราเตรียมใจไว้แล้ว แน่นอน เรื่องต่อรอง ให้หูหลุนหย่งเป็นคนเปิดประเด็น เราแค่เออออ ถ้าบริษัทที่ 5 บ่ายเบี่ยง เราค่อยมาว่ากันใหม่”
จางเจี้ยนชวนจะไม่ออกหน้า ต้องเหลือทางหนีทีไล่ไว้ หยางเหวิ่นจวิ้นไปคุย ผลจะเป็นไงเขาก็รับจบได้ รุกได้รับได้
ส่วนทางหลงชิ่ง หูหลุนหย่งคงไม่อยากให้เขาไปยุ่ง สังเกตจากที่ไม่ได้ชวนต่อ
และฝ่ายเขาไม่มีเส้นสายกับบริษัทที่ 9 ทางหลงชิ่ง ดูท่าหูหลุนหย่งคงมีเส้นสายถึงกล้าขนาดนี้ ถ้าเขาไปเองอาจจะไม่ได้เงื่อนไขดี ๆ เผลอ ๆ อาจโดนหลอก
ทำธุรกิจก็แบบนี้
เปิดบ่อทรายมาปีกว่า ทะเลาะกับทีมก่อสร้างโรงงาน ชิงเหลี่ยมกับบริษัทก่อสร้างเมืองตงป้า ร่วมมือกับบริษัทก่อสร้างไป๋เจียง ไม่มีอันไหนราบรื่น แต่นี่แหละคือรสชาติธุรกิจ
ถ้าได้เงินมาง่าย ๆ ใครก็ทำธุรกิจได้สิ?
โดยเฉพาะธุรกิจแบบนี้ ต้องค่อย ๆ สั่งสมทีละนิด แต่พอเข้าที่เข้าทางแล้วก็ยากจะล้ม
เหมือนความร่วมมือกับเจ้าต่าง ๆ ตอนนี้เริ่มลงตัวแล้ว
เวลาต้องการทรายก็โทรบอก ตกลงราคา ปริมาณ เวลา ส่งของ เก็บเงิน ถ้าไม่ใช่ยอดเยอะ ๆ อย่าง 3-5 พันก็ไม่มีปัญหา
บริษัทวัสดุก่อสร้างชิงเจียงใช้เวลาปีเดียวกสร้างเครดิต คุณภาพดี ปริมาณครบ แถมจางเจี้ยนชวนกับหยางเหวิ่นจวิ้นก็บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดี
จางเจี้ยนชวนเชื่อว่าเงินหาไม่จบไม่สิ้น แต่เครดิตและคอนเนกชัน ถ้าสร้างและรักษาไว้ได้ มันคือขุมทรัพย์ที่ใช้ไม่มีวันหมด
หูหลุนหย่งชวนไปคุยเรื่องขึ้นราคาตามตลาดไม่มีปัญหา เรื่องเครดิต 1 แสน หรือ 3 เดือนก็มีในสัญญา แต่มีติ่งท้ายว่า หากมีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุผลอื่น สามารถเจรจาปรับเปลี่ยนได้
ประโยคหลังนี่แหละที่ต้องตีความ ถ้าตกลงไม่ได้จะทำยังไง ฟ้องศาลเหรอ?
นี่คือปัญหา
หูหลุนหย่งมีไพ่ตายคือบริษัทที่ 9 ที่หลงชิ่งต้องการทรายด่วนเลยกล้าท้าชน แต่จางเจี้ยนชวนไม่เห็นด้วย
เพราะนี่เป็นงานแรกกับบริษัทที่ 5 และเยี่ยนซิวอี้เป็นคนฝากฝัง ถ้าไม่ถึงที่สุด จางเจี้ยนชวนอยากจะรักษาสัญญาและร่วมมือให้สำเร็จ
เขาสืบมาว่าแม้บริษัทที่ 5 จะขาดทุนจากโครงการทางแยกต่างระดับชิงลู่ แต่ชื่อเสียงยังดี และทางแยกนั้นก็เป็นแลนด์มาร์คของเมือง ในสายตารัฐบาลถือว่าผลงานผ่าน
และผู้จัดการเฉินป้าเซียนก็เป็นคนยุติธรรม มีบารมีในบริษัท
สำหรับจางเจี้ยนชวน แค่สองข้อนี้ก็หายากแล้ว เทียบกับบริษัทที่ 9 ทางหลงชิ่ง แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนกัน แต่บริษัทที่ 5 มั่นคงกว่า
ต่อให้มีปัญหาบ้าง แต่รัฐวิสาหกิจไม่ล้มง่าย ๆ หรอก
แน่นอน เขารู้ดีว่ารัฐวิสาหกิจไม่กลัวการยื้อเวลา จะฟ้องก็ฟ้องไป ต้องเตรียมใจไว้
นี่คือเหตุผลที่หูหลุนหย่งบอกว่าเขาใจกล้า บ้าพนัน
……
ขณะนอนขดตัวในอ้อมกอดจางเจี้ยนชวน เสียงหอบหายใจค่อย ๆ สงบลง ผมดำขลับพันอยู่รอบคอและหน้าอกเขา ขยับทีก็จั๊กจี้
จางเจี้ยนชวนรู้สึกได้ว่าถังถังมีเรื่องในใจ
ความจริงเขารู้สึกมา 2 ครั้งแล้ว แต่ไม่ชัดเจน และเมื่อเธอไม่พูดเขาก็ไม่ถาม
แต่วันนี้หนักมาก ถ้าไม่ถามก็เหมือนแกล้งโง่
สองมือประคองสะโพกและเอวบางให้เธอนอนสบายขึ้น นิ้วมือเขี่ยติ่งหูและไรผมที่ต้นคอเธอเล่น
กลิ่นหอมกรุ่น ลมหายใจรดริน
“มีเรื่องไม่สบายใจ?” จางเจี้ยนชวนถามเบา ๆ “ให้ผมทายไหม?”
“อืม” ถังถังสะดุ้ง ไม่ตอบ
“เรื่องย้ายกลับเข้าเมือง?” จางเจี้ยนชวนเดาถูกตั้งนานแล้ว
เยี่ยนซิวเต๋อเคยบอกว่าถังถังมาอยู่โรงงานแค่ชั่วคราว ไม่เชิงชุบตัวแต่เป็นแค่ทางผ่าน เดี๋ยวก็กลับเข้าเมือง
โรงงานที่ตั้งอยู่ชานเมืองแต่ขึ้นตรงกับสำนักอุตสาหกรรมสิ่งทอเมืองฮั่นโจว มาฝึกงานที่นี่ 2 ปีก็ย้ายกลับง่าย ๆ
ตระกูลถังคงไม่ปล่อยลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนไว้ที่อำเภอนานหรอก
แม้จะไม่ได้สืบประวัติละเอียด แต่จางเจี้ยนชวนก็พอรู้คร่าว ๆ
พ่อถังถังเคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนมัธยมในเมือง แล้วย้ายไปเป็นผู้บริหารเขต แม่เป็นผู้บริหารระดับกลางของธนาคารพาณิชยกรรมอุตสาหกรรม ถือว่ามีหน้ามีตา พี่ชายจบฮั่นต้า ทำงานราชการในเมือง อนาคตไกล
ที่สำคัญ ลุงของถังถังเป็นผู้บริหารโรงเรียนพรรคคอมมิวนิสต์มณฑล น้าเป็นรองผู้อำนวยการกองในสำนักพาณิชย์มณฑล
พื้นฐานครอบครัวระดับนี้ เรียกว่าครอบครัวข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้เลย
พอรู้ว่าจางเจี้ยนชวนเดาถูก ถังถังก็ผ่อนคลาย ซบหน้าลงกับคางเขา “คุณรู้แล้วเหรอ?”
“ไม่รู้ แต่เดาได้” น้ำเสียงจางเจี้ยนชวนราบเรียบ “เสียวเสี่ยวกับพี่รองเยี่ยนเคยบอกว่าคุณไม่อยู่โรงงานนานหรอก คุณเลยใจลอย นอกจากเรื่องนี้ จะมีเรื่องไหนทำให้คุณเป็นแบบนี้ได้?”
ถังถังเงยหน้า “คุณไม่กังวลเรื่องอนาคตของเราเลยเหรอ?”
“กังวลสิ ผมถึงพยายามทำงานและสร้างผลงานตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อยกระดับตัวเอง ให้คู่ควรกับคุณเร็ว ๆ” จางเจี้ยนชวนถอนหายใจ “แต่ช่องว่างระหว่างเรามันกว้างเกินไป ผมพยายามแค่ไหนก็ต้องใช้เวลา...”
ถังถังพลิกตัวมานอนทับอกเขา จ้องตาเขม็ง “แต่ฉันรู้สึกว่าคุณไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องย้ายเข้าอำเภอเลย แม้จะดูพยายาม แต่คุณไปหากรมตำรวจหรือคณะกรรมการการเมืองและกฎหมายไม่บ่อย คุณกะจะรอให้เขามาเชิญเหรอ?”
จางเจี้ยนชวนสะดุ้ง ไม่นึกว่าเซนส์ของถังถังจะไวขนาดนี้ มิน่าเขาว่าคนมีความรักจะจับสังเกตแฟนได้แม้เพียงนิดเดียว
ช่วงนี้เขายุ่งเรื่องบ่อทราย เลยไม่ได้วิ่งเต้นเรื่องย้ายงานเท่าไหร่ แค่พูดถึงตอนถังถังถาม
เขาไม่อยากโกหก แต่พูดความจริงเธอก็คงโกรธและเสียใจ
คิดสักพัก เขาถึงตอบ “ถังถัง คุณพูดถูก ช่วงนี้ผมไม่ได้วิ่งเต้น เพราะคิดว่าถ้าแสดงออกมากไปผู้ใหญ่จะมองไม่ดี สู้รอจังหวะดีกว่า อีกอย่างที่ตำบลก็มีงานพิเศษที่ผู้ใหญ่อยากให้ผมช่วยดู...”