- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุยุคสมัย ไปเป็นตำรวจผู้ช่วยที่ร่ำรวย
- ตอนที่ 150 ระเบิดเวลา
ตอนที่ 150 ระเบิดเวลา
ตอนที่ 150 ระเบิดเวลา
กว่าจางเจี้ยนชวนจะรู้ข่าวนี้ก็ผ่านไปสัปดาห์กว่าแล้ว
ชิวชางเซิ่งเสนอความเห็นอย่างไม่เป็นทางการในที่ประชุมเศรษฐกิจของเขต
ความเห็นคือ หากผู้บริหารวิสาหกิจตำบลคนใดสร้างคุณูปการโดดเด่นในการพัฒนาองค์กร เขตจะพิจารณาให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราวสัญญาพิเศษ และการบรรจุเป็นข้าราชการเต็มตัว
นี่เป็นนโยบายที่เขตศึกษามาและได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ในอำเภอแล้ว
ตอนนั้นเขาแค่ได้ยินชิวชางเซิ่งเปรย ๆ ว่าบริษัทการเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชย์ เขตตงป้ากำลังลำบาก อยากได้คนเก่งมาช่วย
เขาเลยเอาเรื่องนี้ไปคุยโวกับถังถังว่า ถ้าไปอำเภอหรือเมืองไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็มีลู่ทางกลับตงป้าได้
ส่วนสถานการณ์ของบริษัทลูกของบริษัทการเกษตรฯ จางเจี้ยนชวนไปสืบมาแล้ว อาการโคม่าจริง ๆ
นอกจากหนี้ท่วมหัวแล้ว สินค้ายังไร้ศักยภาพในการแข่งขัน เริ่มหยุดผลิตเป็นพัก ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว และหยุดยาวตั้งแต่มีนาคมปีนี้
คนงานหลายสิบคนไม่ได้ทำงานมา 3 เดือน เงินเดือนก็ไม่ได้ เริ่มมีเค้าลางความไม่สงบ
สถานการณ์คล้ายคลึงกับวิสาหกิจของตำบลเจียนซาน
บริษัทอุตสาหกรรมตำบลเจียนซานมีโรงงานแค่ 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือโรงงานอาหารสัตว์
ต่างจากโรงงานอาหารสัตว์ของเขตที่ผลิตอาหารหมู ของเจียนซานเน้นอาหารสัตว์ปีก
แม้สินค้าต่างกัน แต่ชะตากรรมเหมือนกันคือหนี้ท่วม จ่อจะเจ๊ง
แต่โรงงานของเขตยังล้มละลายได้เพราะกู้เงินจากสหกรณ์เครดิตตำบลตงป้า
แต่โรงงานเจียนซานไม่กล้าล้ม เพราะเงินกู้ส่วนใหญ่มาจากกองทุนสหกรณ์ตำบลเจียนซาน
ถ้าล้ม หนี้ก้อนนี้จะกลายเป็นหนี้สูญ กองทุนสหกรณ์เจียนซานเสียหาย ซึ่งก็เท่ากับรัฐบาลตำบลเจียนซานต้องแบกรับหนี้ก้อนนี้
จางเจี้ยนชวนเดินเข้าห้องทำงานกู้หมิงเจี้ยน เห็นอีกฝ่ายหน้าตาบอกบุญไม่รับ ดูเหมือนเพิ่งคุยกับจางกงโหย่ว รองเลขาธิการพรรคตำบลฝ่ายอุตสาหกรรมมา
เห็นจางเจี้ยนชวนเข้ามา จางกงโหย่วถอนหายใจ ส่ายหน้าลุกขึ้น
“นายกฯ กู้ ผมขอพูดตรง ๆ นะ โรงงานอาหารสัตว์กับกองทุนสหกรณ์ก็เหมือนเนื้อบนฝ่ามือกับหลังมือ ตอนก่อตั้งผมก็ค้านแล้ว แต่ตอนนั้นผมเป็นแค่รองนายกฯ เสียงไม่ดังพอ ขัดไม่ได้ ตอนนี้เป็นไง รูรั่วเบ้อเริ่มเทึ่ม ท่านกับเลขาเถาต้องคุยกันดี ๆ แล้ว ยิ่งลากยาวรูยิ่งใหญ่...”
จางกงโหย่วส่ายหน้า พยักหน้าให้จางเจี้ยนชวน แล้วเดินเอามือไพล่หลังออกไป
จางเจี้ยนชวนรู้ทันทีว่าเป็นเรื่องโรงงานอาหารสัตว์ตำบล
ได้ยินว่าโรงงานกู้เงินกองทุนสหกรณ์ไปกว่า 6 แสนหยวน
แต่หนี้ที่รอเก็บมีแค่ 7-8 หมื่น หรืออย่างมากก็แสนกว่า ส่วนที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร และวัตถุดิบ รวมกันเต็มที่ก็ 2 แสน หนี้สินล้นพ้นตัวอย่างรุนแรง
ทำงานด้วยกันมาหลายเดือน สนิทกันพอสมควร จางเจี้ยนชวนนั่งลงตรงข้ามกู้หมิงเจี้ยน “นายกฯ กู้ กลุ้มใจเรื่องโรงงานอาหารสัตว์เหรอครับ?”
“เจี้ยนชวน นายว่าควรทำไง? ยิ่งผลิตยิ่งเจ๊ง อาหารสัตว์ที่ผลิตออกมาก็ขายไม่ออก ขายได้ก็เก็บเงินไม่ได้ หรือไม่ก็โดนเบี้ยว อ้างว่าคุณภาพแย่ ไก่กินแล้วไม่โต ไข่ใบเล็กแถมป่วยง่าย จะฟ้องกลับอีก...”
กู้หมิงเจี้ยนกัดฟันกรอด
“แม่งเอ้ย คนกินข้าวยังป่วยได้ ไก่จะไม่ป่วยเหรอ? โทษแต่อาหารสัตว์ได้ไง?”
“ฉันไม่รู้ว่าพวกโรงงานมีนอกมีในกันแค่ไหน แต่แค่ 4 ปี ที่ดินตำบลให้ฟรี โรงงานก็ดัดแปลงจากโรงเก็บของหมู่บ้านต้าหลิ่ง จนตอนนี้หมู่บ้านต้าหลิ่งมาทวงค่าชดเชยกับตำบล...”
“...กู้ก้อนแรก 1 แสน ผ่านไปไม่กี่ปีหนี้พอกหางหมู รวมดอกเบี้ยปาเข้าไป 7-8 แสน ตัดดอกเบี้ยออกก็ 5-6 แสน แล้วตอนนี้โรงงานเหลืออะไรบ้าง?”
จางเจี้ยนชวนเคยไปดูโรงงาน พื้นที่กว้างติดถนนใหญ่ ทำเลดี ถือเป็นหน้าเป็นตาของตำบล
ไม่นึกว่าข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง สร้างปัญหาใหญ่ขนาดนี้
อุตสาหกรรมตำบลเจียนซานอ่อนแอที่สุดใน 5 ตำบลของเขตตงป้า มีโรงงานที่เป็นกิจจะลักษณะแค่ 2 แห่ง คือโรงงานอาหารสัตว์และโรงงานแปรรูปไม้
โรงงานอาหารสัตว์ที่เป็นเสาหลักกำลังจะพัง โรงงานไม้ก็อาการร่อแร่
“นายกฯ กู้ แล้วปัญหาจริง ๆ ของโรงงานอยู่ที่ไหน ตำบลและบริษัทอุตสาหกรรมเคยวิเคราะห์กันบ้างไหม?” จางเจี้ยนชวนอดถามไม่ได้
โบนัสประจำปีของข้าราชการมาจากเงินรายได้ของตำบล เขาหวังว่าจะได้สวัสดิการนี้บ้าง เงินเดือน 76 หยวนได้ทุกเดือน แต่โบนัสยังไม่เคยเห็น
ได้ข่าวว่าปีที่แล้วจ่ายโบนัสแค่ 30% ยังค้างอีก 600-700 หยวน ข้าราชการบ่นกันระงม
ขนาด 30% นี้ ตำบลยังต้องกัดฟันกู้กองทุนสหกรณ์มาจ่าย
ได้ยินว่าเพื่อจ่ายภาษีการเกษตรและโบนัส ตำบลกู้กองทุนสหกรณ์มา 4 หมื่น เป็นแบบนี้ทุกสิ้นปี
การคลังตำบลติดลบทุกปี ภาษีการเกษตรและค่าธรรมเนียมชลประทานต้องส่งอำเภอให้ครบ ไม่งั้นเก้าอี้ผู้นำสั่นคลอน เลยต้องกู้มาโปะ
ข้าราชการก็รอโบนัสก้อนนี้ ถ้าไม่ได้เงินกลับบ้านไปให้ลูกเมียช่วงสิ้นปีก็ด่าเปิงเหมือนกัน
ผู้นำยังพอทน แต่ข้าราชการระดับล่างไม่สนหรอก ถ้าไม่ได้เงิน เก้าอี้คุณก็ไม่มั่นคง ปีหน้าเตรียมเจอการแข็งข้อได้เลย
คำถามของจางเจี้ยนชวนทำเอากู้หมิงเจี้ยนชะงัก ตำบลและบริษัทอุตสาหกรรมเคยวิเคราะห์สถานการณ์จริงจังไหม?
คำถามนี้จี้จุด
ปี 84 ปีแรกที่เปิดโรงงาน มีกำไรหมื่นกว่าหยวน ปี 85 หักค่าบริหารจัดการส่งตำบลแล้ว กำไร 3 หมื่นกว่า แต่กู้เพิ่มเป็น 2 แสน เพื่อขยายโรงงาน
ปี 86 เริ่มขาดทุน อ้างว่าวัตถุดิบแพง แต่ราคาขายขึ้นไม่ได้ ขาดทุนไปแสนกว่า
ปี 87 ก็ยังขาดทุน จนปีที่แล้วอาการหนัก ความจริงก็เริ่มปรากฏ
ในฐานะนายกฯ กู้หมิงเจี้ยนรู้แค่คร่าว ๆ บริษัทอุตสาหกรรมเคยส่งรายงานมา แต่อ่านแล้วจับใจความไม่ได้
เขียนยืดยาวหลายหมื่นคำ เล่าแต่ความเป็นมา แต่สถานการณ์จริงเป็นยังไงไม่มีใครรู้แน่ชัด
และด้วยนิสัยของจางกงโหย่ว กู้หมิงเจี้ยนเดาว่าหมอนั่นคงมึนตึ้บ ไม่รู้ว่าโรงงานเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง
“วิเคราะห์สิ ปี 86 เริ่มขาดทุน แต่ขยายขนาดโรงงานตลอด ลงทุนสินทรัพย์ถาวร ยอดผลผลิตโตปีละ 50%...” กู้หมิงเจี้ยนกระแอม
“แล้วภาษีกับกำไรล่ะครับ?” จางเจี้ยนชวนสวนกลับ “ขาดทุนต่อเนื่อง ผมรู้ว่าโรงงานส่งค่าบริหารจัดการให้ตำบลทุกปี แต่ที่บอกว่าขาดทุนเท่าไหร่ มันก็คือเอาเงินกู้กองทุนสหกรณ์มาโปะไม่ใช่เหรอครับ?”
กู้หมิงเจี้ยนเถียงไม่ออก
หมอนี่พูดตรงชะมัด
ความจริงทุกคนรู้อยู่แก่ใจ โรงงานขาดทุน แต่ค่าบริหารจัดการที่ต้องส่งตำบลทุกต้นปี ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว
เงินก้อนนี้เป็นรายได้หลักที่ไม่ใช่ภาษีของตำบล โรงงานไม้ก็เหมือนกัน
กลางปี อำเภอจะมีนโยบายรางวัลต่าง ๆ ออกมา รางวัลละ 50-200 หยวน รวม ๆ แล้วก็หลายร้อย ข้าราชการ 30 กว่าคน รวมเป็นเงิน 2-3 หมื่นก็หวังพึ่งเงินก้อนนี้แหละ
เพราะเหตุนี้ แม้โรงงานจะแย่ แต่ตราบใดที่ยังส่งเงินให้ตำบลได้ ทุกคนก็ทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง
ส่วนหนี้กองทุนสหกรณ์ก็ขยายเวลาไปเรื่อย ๆ ระเบิดลงที่ใครค่อยว่ากัน
กู้หมิงเจี้ยนหัวเราะกลบเกลื่อน เอนหลังพิงเก้าอี้หวาย “เจี้ยนชวน การบริหารธุรกิจมันซับซ้อน มีขึ้นมีลง ขาดทุนกำไรเป็นเรื่องปกติ จะเหมาว่าแย่หมดไม่ได้ ตอนนี้ทั้งโรงงานอาหารสัตว์และโรงงานไม้เจอวิกฤตเศรษฐกิจภาพรวม ขอแค่ผ่านช่วงนี้ไป...”
จางเจี้ยนชวนรีบโบกมือ “นายกฯ กู้ อยู่กันแค่สองคนผมถึงกล้าพูด ผมเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ไม่ใช่ผู้จัดการบริษัทอุตสาหกรรม ท่านไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ผมมารายงานความคืบหน้าเรื่องจัดระเบียบสำมะโนประชากรและการทำบัตรประชาชน...”
กู้หมิงเจี้ยนค้อนขวับ “ฉันจะคุยเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมของตำบลกับนายไม่ได้หรือไง?”
จางเจี้ยนชวนหัวเราะ พยักหน้า “ได้ครับ ได้แน่นอน ท่านเป็นผู้นำ ท่านพูดอะไรผมก็ฟัง”
กู้หมิงเจี้ยนหัวเราะบ้าง “นายมันกะล่อน สาว ๆ ที่ไหนจะชอบคนนิสัยแบบนี้”
“นายกฯ กู้ ท่านพูดผิดแล้ว เดี๋ยวนี้คนซื่อ ๆ ไม่เป็นที่นิยม สาว ๆ ชอบผู้ชายมีบุคลิก มีอารมณ์ขันแบบผมต่างหาก” จางเจี้ยนชวนเถียง
“งั้นทำไมยังหาแฟนไม่ได้?” กู้หมิงเจี้ยนเหล่ตามอง “ให้ฉันแนะนำให้ไหม ครูโรงเรียนประถมตงป้า จบวิทยาลัยครู...”