- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นยอดช่างปั้นในยุคหกศูนย์ ระบบยอดช่างเซรามิกพลิกชีวิต
- บทที่ 680 ติงชิวหนานผู้ขัดเขิน!
บทที่ 680 ติงชิวหนานผู้ขัดเขิน!
บทที่ 680 ติงชิวหนานผู้ขัดเขิน!
บทที่ 680 ติงชิวหนานผู้ขัดเขิน!
เวลานั้นซุนเฉียงเห็นทั้งสองเดินออกมา เขาจึงรีบลงจากรถและเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้ทันที
"เชิญครับผู้จัดการหลี่ ภรรยาท่านผู้จัดการ"
"รบกวนด้วยนะซุนเฉียง!" หลี่เฟิงยิ้มพยักหน้าให้ แล้วประคองติงชิวหนานขึ้นรถ
รถเก๋งคันงามออกตัวอย่างนิ่มนวลท่ามกลางความมืด มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยการแพทย์เมืองหลวง
เมื่อรถเก๋งสีดำขลับซึ่งถือเป็นของหายากยิ่งในยุคสมัยนี้ ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาจอดสนิทที่หน้าหอพักนักศึกษาหญิง ก็ก่อให้เกิดความโกลาหลขนาดย่อมขึ้นทันที
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยยุคนี้ค่อนข้างเรียบง่าย การที่มีรถยนต์โก้หรูมาจอดเทียบหน้าหอพัก จึงเปรียบเสมือนการโยนก้อนหินลงในทะเลสาบที่สงบนิ่ง ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างในชั่วพริบตา
บรรดาหัวที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นโผล่ออกมาดูตามหน้าต่างทีละบาน
"ดูเร็ว! มีรถเก๋งมาจอดข้างล่าง!"
"นั่นมันรถโวลก้านี่! รถผู้นำระดับไหนมากันเนี่ย?"
"เหมือนจะมารับส่งคนนะ..."
ทันใดนั้น ประตูรถเปิดออก ติงชิวหนานก้าวลงมาจากรถ และคนที่ยืนอยู่ข้างรถคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง บุคลิกสุขุมนุ่มลึก
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหอพักระเบิดดังขึ้นทันที
"นั่นติงชิวหนานนี่นา! คุณพระ รถคันนั้นมารับส่งเธอเหรอเนี่ย!"
"ไหนว่าแฟนเธอทำงานโรงงานเซรามิกไง? ทำไมถึงนั่งรถเก๋งมาได้ล่ะ?"
"ฉันได้ยินมาว่าแฟนเธอเก่งมากนะ อายุยังน้อยแต่ได้เป็นถึงรองผู้จัดการโรงงานแน่ะ! ระดับรองผู้จัดการมีรถประจำตำแหน่งก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ!" นักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่หูตาไวลดเสียงลง พูดด้วยน้ำเสียงเชิงอวดรู้
"รองผู้จัดการ? จริงเหรอ? ติงชิวหนานวาสนาดีชะมัด!"
"นั่นสิ คนก็สวย เรียนก็เก่ง แถมหาแฟนได้เก่งขนาดนี้ น่าอิจฉาจะตายอยู่แล้ว!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เจือไปด้วยความอิจฉา ริษยา และความประหลาดใจ ลอยมาเข้าหูติงชิวหนานแว่วๆ แม้จะอยู่ห่างออกมาพอสมควร
เธอเป็นคนไม่ชอบทำตัวเด่นดังอยู่แล้ว พอถูกสายตานับร้อยคู่จับจ้องและถูกนินทาระยะเผาขนแบบนี้ ใบหน้าสวยหวานก็แดงก่ำราวกับลูกแอปเปิ้ลสุกปลั่ง จนต้องก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน
หลี่เฟิงกลับไม่รู้สึกอะไร เขาชินกับการตกเป็นเป้าสายตาผู้คนมานานแล้ว
เขามองท่าทางขัดเขินของติงชิวหนานแล้วรู้สึกว่าน่ารักเป็นบ้า จึงยิ้มถามว่า "เป็นอะไรไป? เขินเหรอ? ให้ผมเดินไปส่งข้างบนไหม?"
ติงชิวหนานรีบส่ายหน้าดิกเป็นกลองป๋องแป๋ง
เธอลองคิดดูแล้ว ขืนให้หลี่เฟิงเดินไปส่งถึงห้อง พรุ่งนี้คงลือกันให้แซ่ดไปทั้งมหาวิทยาลัยแน่ๆ แค่นี้เสียงซุบซิบก็ดังพอแล้ว
"ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง" เธอรีบโบกมือปฏิเสธ กระซิบเสียงเบาบอกหลี่เฟิง "คุณรีบกลับเถอะค่ะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนนะ"
เธอเว้นจังหวะ แล้วพูดเสริม "ไว้ฉันหยุด หรือว่างเมื่อไหร่ จะแวะไปหาที่โรงงานนะคะ"
"ได้สิ" หลี่เฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขาล้วงกระดาษแผ่นเล็กออกจากกระเป๋า ยัดใส่มือติงชิวหนาน "นี่เบอร์โทรศัพท์ห้องทำงานผู้จัดการโรงงานของผม จดไว้นะ"
"ถ้าวันหยุดจะมา ก็โทรเข้าเบอร์นี้หาผมโดยตรงเลย ผมจะให้ซุนเฉียงมารับ"
"ห้องทำงานผู้จัดการโรงงาน..." ติงชิวหนานกำกระดาษที่เขียนตัวเลขชุดนั้นไว้แน่น ในใจรู้สึกหวานล้ำและตื่นเต้นระคนกัน ตัวเลขชุดนี้ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางติดต่อ แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งสถานะและตำแหน่งใหม่ของ
หลี่เฟิง
"อื้ม ฉันจำไว้แล้วค่ะ" เธอพยักหน้าแรงๆ เก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้อย่างทะนุถนอม
"งั้นผมไปนะ คุณขึ้นห้องเถอะ" หลี่เฟิงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
"ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ"
ติงชิวหนานยืนอยู่ที่เดิม มองส่งรถเก๋งโวลก้าสีดำแล่นกลืนหายไปในกระแสรถยามค่ำคืนจนลับสายตา ถึงได้หันหลังกลับเดินเข้าหอพักไปอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงซ่าน ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นและอิจฉาตาร้อนของเพื่อนนักศึกษารอบข้าง
หลี่เฟิงนั่งอยู่ในรถระหว่างทางกลับหอพักโรงงานสาขาเซรามิก อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา นำพาความสดชื่นของฤดูใบไม้ร่วงมาด้วย ช่วยให้สมองที่มึนตึงจากภารกิจรัดตัวของเขาปลอดโปร่งขึ้นมาก
วันนี้ได้เจอติงชิวหนาน ได้แบ่งปันเรื่องมงคลทั้งเรื่องบ้านและเรื่องเลื่อนตำแหน่งกับเธอ ได้เห็นความดีใจและความภูมิใจจากก้นบึ้งหัวใจของเธอ หลี่เฟิงรู้สึกเหมือนพลังกายพลังใจถูกชาร์จจนเต็มเปี่ยม
การต่อสู้ดิ้นรนและความพยายามทั้งหมด ก็เพื่อให้ตัวเขาและคนที่เขารักมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่หรือ?
รถแล่นไปอย่างนิ่มนวล จนกระทั่งเกือบสี่ทุ่ม ก็มาถึงเขตหอพักของโรงงานสาขา
รถจอดสนิทที่หน้าตึกหอพักของหลี่เฟิง
"ท่านผู้จัดการ ถึงแล้วครับ" ซุนเฉียงดับเครื่องยนต์แล้วหันมาบอก
"โอเค ลำบากคุณแล้วซุนเฉียง"
"ดึกแล้ว คุณก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ" หลี่เฟิงเปิดประตูลงจากรถ
ซุนเฉียงรีบลงตามมา เขายืนตรงแหน๋ว พูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่ลำบากครับ! การรับใช้หัวหน้าคือหน้าที่ของผม"
"ท่านผู้จัดการครับ ถ้ามีธุระอะไร โทรหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ขอแค่ท่านต้องการ ผมพร้อมสแตนด์บายตลอดเวลา!"
ทัศนคติของซุนเฉียงนั้นยอดเยี่ยมมาก
เขารู้ดีว่า การที่คนขับรถธรรมดาๆ อย่างเขา ได้รับการเลื่อนขั้นมาเป็นคนขับรถประจำตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน ถือเป็นเกียรติและโอกาสที่หาได้ยากยิ่งเพียงใด
ผู้จัดการโรงงานหนุ่มแน่นที่อยู่ตรงหน้านี้ คือ "ผู้มีพระคุณ" ที่เขาต้องทุ่มเทกายใจรับใช้และติดตามต่อไปในอนาคต
หลี่เฟิงมองท่าทางกระตือรือร้นของเขาแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ ตบไหล่เขาเบาๆ "ดี ผมรับรู้แล้ว กลับไปเถอะ"
"ครับ! ท่านผู้จัดการก็รีบพักผ่อนนะครับ!"
ซุนเฉียงทำวันทยหัตถ์ ก่อนจะกลับขึ้นรถ สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกไป
หลี่เฟิงหันหลังเดินเข้าตึกหอพัก กลับสู่ห้องพักเดี่ยวที่เรียกได้ว่าหรูหราของเขา
สภาพในห้องยังคงเหมือนตอนที่เขาออกไปเมื่อเช้าทุกประการ
ที่นี่... อีกไม่นานก็คงกลายเป็นแค่อดีต
พอคิดถึงห้องชุดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางสว่างไสวซึ่งกำลังจะได้มาครอง คิดถึงการได้ใช้ชีวิตร่วมกับติงชิวหนานทุกวัน หัวใจของหลี่เฟิงก็รุ่มร้อนขึ้นมา
เขาถอดเสื้อคลุม เดินไปอาบน้ำร้อนที่ห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ ชำระล้างความเหนื่อยล้าทิ้งไปจนหมดสิ้น
กลับมาถึงห้อง เขาไม่ได้ล้มตัวลงนอนทันที แต่หยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากลิ้นชักโต๊ะหนังสือ
แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์ เป็นวันหยุดราชการ แต่สำหรับรักษาการผู้จัดการโรงงานป้ายแดงอย่างเขา คำว่าวันหยุดแทบไม่มีความหมาย
งานในโรงงานกองพะเนินรอให้เขาไปสะสาง แต่พรุ่งนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องทำ
แต่ทว่า เรื่องการตกแต่งบ้าน หลี่เฟิงยังคงเก็บมาคิด เขาจึงร่างแผนการตกแต่งบ้านใหม่ลงบนกระดาษ
ตรงไหนควรทำตู้บิ้วอิน ตรงไหนต้องเดินสายไฟใหม่ ห้องครัวกับห้องน้ำจะดัดแปลงยังไงให้ใช้งานสะดวกขึ้น... เรื่องพวกนี้เขาต้องคิดเผื่อไว้ล่วงหน้า
เขาอยากจะเนรมิตบ้านหลังนั้น ให้เป็นบ้านในฝันที่ทั้งเขาและติงชิวหนานชอบที่สุด
เขาขีดๆ เขียนๆ บนกระดาษไปพลาง นึกถึงบทสนทนาบนโต๊ะอาหารกับติงชิวหนานไปพลาง มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ดึกสงัด นอกหน้าต่างเงียบสงบ
หลังจากวางแผนการตกแต่งคร่าวๆ เสร็จ หลี่เฟิงถึงเริ่มรู้สึกง่วง
เขาบิดขี้เกียจ เก็บแบบแปลนไว้อย่างดี แล้วล้มตัวลงนอน
พริบตาที่หลับตาลง ภาพที่ปรากฏในห้วงความคิด คือรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บานของติงชิวหนาน
หลี่เฟิงดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับความหอมหวานนั้น
วันพรุ่งนี้ จะเป็นวันแห่งความหวังและการต่อสู้อีกครั้ง