- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นยอดช่างปั้นในยุคหกศูนย์ ระบบยอดช่างเซรามิกพลิกชีวิต
- บทที่ 370 สอนเทคนิคสีซินไฉ่
บทที่ 370 สอนเทคนิคสีซินไฉ่
บทที่ 370 สอนเทคนิคสีซินไฉ่
บทที่ 370 สอนเทคนิคสีซินไฉ่
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องสดใส หลี่เฟิงค่อยๆ ตื่นจากภวังค์ เขามองดูแสงแดดนอกหน้าต่าง ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบลุกพรวดพราดขึ้นมา พอเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ยังทัน!
ถึงวันนี้จะตื่นสายไปหน่อย แต่ก็ยังมีเวลาพอที่จะไปทำงานทัน หลี่เฟิงจึงรีบพลิกตัวลงจากเตียง จัดการล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว แล้วปั่นจักรยานออกจากบ้านไป
เพราะวันนี้หลี่เฟิงตื่นสาย เขาเลยกลายเป็นคนที่ออกจากซื่อเหอเยวี่ยนไปทำงานสายที่สุด
กว่าหลี่เฟิงจะปั่นจักรยานมาถึงโรงงาน ก็เหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีจะแปดโมง
แต่ขอแค่เข้าประตูโรงงานได้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว
เพราะการทำงานของระดับหัวหน้าไม่ได้เข้มงวดเรื่องเวลาเข้าออกขนาดนั้น อีกทั้งงานที่หลี่เฟิงทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นงานเอกสารเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นพอหลี่เฟิงเข้าโรงงานมาได้ เขาก็ตรงดิ่งไปที่โรงอาหารทันที
วันนี้มาสาย อาหารเช้าเลยเหลือไม่มาก
หลี่เฟิงกินหมั่นโถวรองท้องไปไม่กี่ลูก จากนั้นก็เดินไปหาอาจารย์เติ้ง
งานในช่วงสองสามวันนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการฝึกอบรม
จุดประสงค์ของการฝึกอบรมคือเพื่อให้ทุกคนวาดภาพสีแบบตะวันตกได้ดียิ่งขึ้น และยกระดับฝีมือการวาดภาพ เพื่อให้พวกเขาสามารถรับผิดชอบงานที่เบื้องบนมอบหมายลงมาได้ด้วยตัวเองในอนาคต
เพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายในระดับชาติ ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ดังนั้นจึงต้องอาศัยฝีมือการวาดภาพระดับสูง
จากนั้น
หลี่เฟิงก็มาถึงกลุ่มสีซินไฉ่ในแผนกวาดลวดลาย
เวลานั้น!
เสี่ยวอวี๋จากแผนกบุคคลพาคนเก้าคนตามรายชื่อมาที่กลุ่มสีซินไฉ่พอดี เธอกำลังยืนคุยอะไรบางอย่างกับอาจารย์เติ้ง
เมื่ออาจารย์เติ้งเห็นหลี่เฟิงเดินมา เขาก็โบกมือเรียกให้หลี่เฟิงรีบเข้าไปหา หลี่เฟิงเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาอาจารย์เติ้งทันที
พอหลี่เฟิงมาถึง อาจารย์เติ้งก็รีบพูดขึ้นว่า
"หลี่เฟิง!"
"เสี่ยวอวี๋พาคนตามรายชื่อเมื่อวานมาครบแล้ว..."
"เดี๋ยวเธอช่วยจัดการต่อทีนะ..."
หลี่เฟิงกวาดตามองกลุ่มคนเหล่านั้นแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าให้อาจารย์เติ้ง
"ได้ครับ!"
"ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง"
"อาจารย์วาดต่อเถอะครับ..."
อาจารย์เติ้งพยักหน้า จากนั้นหันไปยิ้มให้เสี่ยวอวี๋แล้วพูดว่า
"เสี่ยวอวี๋"
"รบกวนเธอแย่เลย..."
หลี่เฟิงเองก็ยิ้มและพยักหน้าให้เสี่ยวอวี๋เช่นกัน
"รบกวนด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่อวี๋..."
เสี่ยวอวี๋รีบส่ายหน้าตอบหลี่เฟิงและอาจารย์เติ้งทันที
"ไม่รบกวนหรอกค่ะ ไม่รบกวนเลย..."
"นี่เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ..."
จากนั้นเสี่ยวอวี๋ก็หยิบเอกสารใบหนึ่งออกมาจากแฟ้ม แล้วพูดกับหลี่เฟิงและอาจารย์เติ้งว่า
"หัวหน้าหลี่ อาจารย์เติ้งคะ"
"รบกวนเซ็นชื่อในใบนี้หน่อยค่ะ"
"พอเซ็นเสร็จแล้ว ฉันจะได้เอาไปส่งให้หัวหน้าหวงเก็บเข้าแฟ้มทันที..."
หลี่เฟิงและอาจารย์เติ้งพยักหน้า แล้วจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป
เมื่อเสี่ยวอวี๋เห็นทั้งสองคนเซ็นชื่อเรียบร้อย เธอก็ขอตัวกลับ เพราะที่แผนกบุคคลยังมีงานรอเธออยู่อีกมาก
จากนั้นหลี่เฟิงมองไปที่กลุ่มคนเหล่านั้น เขาพบว่าโหวอวิ๋นไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงหันไปถามอาจารย์เติ้งว่า
"โหวอวิ๋นไม่ได้มาเหรอครับ?"
อาจารย์เติ้งมองไปที่กลุ่มคนเช่นกัน พอไม่เห็นโหวอวิ๋น เขาจึงวานให้คนคนหนึ่งไปตามโหวอวิ๋นมา
ยังไงซะกลุ่มสีซินไฉ่กับกลุ่มสีเฉียนเจี้ยงไฉ่ก็อยู่ใกล้กัน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง
ไม่นานนัก โหวอวิ๋นก็มาถึงกลุ่มสีซินไฉ่
พออาจารย์เติ้งเห็นโหวอวิ๋นมาถึง เขาก็เริ่มอธิบายเรื่องการเรียนรู้เทคนิคสีซินไฉ่ให้โหวอวิ๋นฟัง โหวอวิ๋นตอบตกลงทันที เพราะสำหรับเขาแล้ว การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ย่อมเป็นเรื่องดี
ดังนั้นเขาจึงรับปากอย่างรวดเร็ว
หลังจากสั่งงานโหวอวิ๋นเสร็จ อาจารย์เติ้งก็กลับไปทำงานต่อ แม้ปกติเขาจะไม่ต้องลงมือวาดเครื่องเคลือบสีซินไฉ่ด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้เป็นภารกิจระดับชาติ เขาจึงต้องลงมือทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นอาจารย์เติ้งเดินไปแล้ว หลี่เฟิงก็เดินเข้าไปหาโหวอวิ๋นแล้วพูดว่า
"โหวอวิ๋น ตอนนี้นายได้เป็นรองหัวหน้ากลุ่มแล้ว"
"ช่วงนี้ฉันดูฝีมือของนายแล้ว"
"เรื่องที่จะขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มสีเฉียนเจี้ยงไฉ่นั้นไม่มีปัญหา"
"เพียงแต่ตอนนี้นายยังขาดผลงานอยู่บ้าง ภารกิจระดับชาติครั้งนี้ ฉันหวังว่านายจะตั้งใจเรียนรู้ และทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ"
"ถ้านายทำภารกิจพวกนี้สำเร็จ ฉันจะได้ช่วยพูดเชียร์นายต่อหน้าผู้บริหารโรงงานได้..."
ตอนนี้หลี่เฟิงเป็นรองหัวหน้าสำนักงานโรงงานแล้ว คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ...
เมื่อโหวอวิ๋นเห็นว่าหลี่เฟิงยินดีช่วยผลักดันให้เขาขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาก็รีบกล่าวขอบคุณหลี่เฟิงด้วยความซาบซึ้งใจทันที
"หัวหน้าหลี่ ผมจะตั้งใจเรียนรู้ให้เต็มที่ครับ..."
"หัวหน้าวางใจได้เลย..."
แม้อายุของหลี่เฟิงจะน้อยกว่าโหวอวิ๋น แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าตีเสมอเรียกชื่อหลี่เฟิงห้วนๆ อีกแล้ว เขาจึงเรียกหลี่เฟิงด้วยตำแหน่ง
หลี่เฟิงได้ยินคำตอบของโหวอวิ๋นก็พยักหน้าอย่างพอใจ
เพราะสำหรับหลี่เฟิงแล้ว เขาคงไม่มีเวลามานั่งวาดภาพเองตลอดเวลา และกลุ่มสีซินไฉ่มักจะได้รับมอบหมายภารกิจจากเบื้องบนอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการให้โหวอวิ๋นขึ้นมานำกลุ่มสีซินไฉ่ในอนาคตจึงเป็นทางเลือกที่ดี
นี่คือเหตุผลที่หลี่เฟิงเลือกเขาเพื่องานนี้
อย่างน้อยก็ช่วยลดความกังวลของเขาไปได้เปราะหนึ่ง
จากนั้น หลี่เฟิงก็เรียกทุกคนมารวมตัวกัน เขาเริ่มสอนโหวอวิ๋น, จางเจี่ยฟ่าง, เจี่ยงเฟย และช่างวาดภาพหน้าใหม่ที่เพิ่งมาวันนี้ ให้เรียนรู้วิธีการวาดภาพด้วยตารางเก้าช่องแบบสีซินไฉ่ รวมถึงการผสมสีและการประยุกต์ใช้จริง
แน่นอน!
ในนั้นยังมีเทคนิคใหม่ๆ ที่หลี่เฟิงคิดค้นขึ้นมาเองด้วย
เทคนิคเหล่านี้หลี่เฟิงเพิ่งตกผลึกความคิดมาหมาดๆ การจะนำไปใช้ได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละคนแล้ว
ของบางอย่างสอนกันได้ แต่สไตล์เฉพาะตัวก็ยังเป็นเรื่องของใครของมัน
สุดท้าย หลี่เฟิงใช้เวลาประมาณสามวัน ในการถ่ายทอดเทคนิคและเคล็ดลับทั้งหมดให้พวกเขา
พอสอนเสร็จ หลี่เฟิงก็มอบหมายงานให้ทันที
ในบรรดาคนใหม่เก้าคน มีสองคนที่เรียนรู้ได้ไว หลี่เฟิงจึงให้สองคนนั้นรวมกับโหวอวิ๋น, จางเจี่ยฟ่าง และเจี่ยงเฟย ไปช่วยวาดภาพตามหลังอาจารย์เติ้งทันที
แน่นอน!
หลี่เฟิงให้พวกเขาลงมือวาดงานภารกิจระดับชาติเลย โดยมีหลี่เฟิงและอาจารย์เติ้งคอยกำกับดูแลอยู่ข้างๆ
ในความคิดของหลี่เฟิง การลงมือทำจริงคือการเรียนรู้ที่เร็วที่สุด
ดังนั้นพอเรียนทฤษฎีจบ หลี่เฟิงจึงให้พวกเขาเริ่มปฏิบัติจริงทันที
อาจารย์เติ้งเองก็เห็นด้วยกับวิธีนี้
ดังนั้นในช่วงเวลาต่อมา หลี่เฟิงกับอาจารย์เติ้งจึงคอยชี้แนะพวกเขาวาดภาพอย่างใกล้ชิด
และฝีมือการวาดภาพของพวกเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเวลาผ่านไป อาจารย์เติ้งก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน เขารู้สึกพอใจกับความสามารถในการสอนของหลี่เฟิงมาก
และด้วยความพยายามของหลี่เฟิง ระดับโดยรวมของกลุ่มสีซินไฉ่ก็ยกระดับขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ขนาดของกลุ่มก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
ตอนนี้สมาชิกในกลุ่มสีซินไฉ่มีทั้งหมดสิบสี่คน (ไม่รวมหลี่เฟิง) และเมื่อรวมโหวอวิ๋นที่มาช่วยงานด้วย ก็จะมีทั้งหมดสิบห้าคน
ส่วนอัตรากำลังที่ขาดไปอีกหนึ่งคนนั้น คงต้องรอเติมเต็มในภายหลัง
เพราะตอนนี้หาคนที่มีแววดีๆ ไม่ได้ง่ายๆ เลยจริงๆ