เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 285 เข้าพบท่านผู้นำ

บทที่ 285 เข้าพบท่านผู้นำ

บทที่ 285 เข้าพบท่านผู้นำ


บทที่ 285 เข้าพบท่านผู้นำ

เมื่อหลี่เฟิงได้เห็นห้องทำงานของรัฐมนตรี เขาก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อย

จะว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เฟิงได้มาเยือนห้องทำงานของผู้นำระดับสูงขนาดนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยเจอกับรัฐมนตรีเฝิงที่คณะนาฏศิลป์มาแล้วก็ตาม

แต่นั่นก็เป็นแค่การเจอกันที่คณะนาฏศิลป์ ส่วนการมาเจอกันในห้องทำงานแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกสำหรับหลี่เฟิง

เมื่อเห็นผู้จัดการโรงงานเจิ้งพาเขามาถึงห้องทำงานของรัฐมนตรีเจียง หลี่เฟิงก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง

เพราะรัฐมนตรีเจียงท่านนี้ถือเป็นเจ้านายสายตรงที่มีตำแหน่งสูงสุดแล้ว

ในปัจจุบัน หลี่เฟิงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรองหัวหน้าแผนกของโรงงานเซรามิกห้าดาว ซึ่งโรงงานเซรามิกห้าดาวเองก็เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวง

หากเปรียบเทียบกับบริษัท กระทรวงก็เหมือนกับบริษัทแม่ ส่วนโรงงานเซรามิกห้าดาวก็เหมือนกับสาขาย่อยที่ไม่ได้แยกตัวเป็นอิสระ

ขณะที่หลี่เฟิงกำลังคิดเรื่องพวกนี้อยู่ ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็เคาะประตูห้องทำงานของรัฐมนตรีเจียง

หลี่เฟิงสังเกตว่าจังหวะการเคาะประตูนั้นดูมีระเบียบแบบแผนอยู่พอสมควร

หลี่เฟิงอดคิดในใจไม่ได้ว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า

ทันใดนั้น เสียงอันสุขุมนุ่มลึกของรัฐมนตรีเจียงก็ดังลอดออกมาจากข้างใน

"เข้ามา..."

เมื่อผู้จัดการโรงงานเจิ้งได้ยินเสียงอนุญาต เขาจึงบิดลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไป

หลังจากเปิดประตูแล้ว ผู้จัดการโรงงานเจิ้งจึงพาหลี่เฟิงเดินเข้าไปภายในห้องทำงาน

เมื่อเข้าไปถึงข้างใน ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็พาหลี่เฟิงไปหยุดอยู่ตรงหน้ารัฐมนตรีเจียง

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งเห็นรัฐมนตรีเจียงกำลังง่วนอยู่กับการจัดการเอกสาร เขาจึงขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงแผ่วเบา

"ท่านรัฐมนตรีเจียงครับ"

"ผมพาหลี่เฟิงมาแล้วครับ"

"รายงานแผนงานที่ผมส่งให้ท่านเมื่อคราวก่อน หลี่เฟิงเป็นคนร่างขึ้นมาตามแนวคิดของผมทั้งหมดครับ..."

"รวมถึงรายละเอียดเจาะลึกต่างๆ เขาทราบดีที่สุดครับ..."

เมื่อรัฐมนตรีเจียงฟังผู้จัดการโรงงานเจิ้งพูดจบ เขาจึงหยุดมือจากงานตรงหน้า เงยหน้าขึ้น และเบนสายตามามองที่หลี่เฟิง

เรื่องราวของหลี่เฟิงนั้น รัฐมนตรีเจียงรับรู้มานานแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หลี่เฟิงวาดภาพบนเครื่องเคลือบ หรือเรื่องการแต่งเพลง รวมถึงรายงานเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบอุตสาหกรรมในโรงงานเซรามิกฉบับนี้

รัฐมนตรีเจียงทราบเรื่องทั้งหมด

แม้แต่ตัวรัฐมนตรีเจียงเอง ก็ต้องยอมรับว่าหลี่เฟิงเป็นบุคลากรที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็เห็นว่าเด็กคนนี้มีของ

รัฐมนตรีเจียงอ่านแผนการปฏิรูปโรงงานเซรามิกที่หลี่เฟิงเขียนถึงสองรอบ

เขาเห็นว่ารายงานฉบับนี้มีแนวคิดที่ดี

และมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้จริง

เกี่ยวกับรายงานการปฏิรูปฉบับนี้ รัฐมนตรีเจียงถึงกับเรียกประชุมภายในเพื่อหารือ

ผลสรุปในปัจจุบัน ความเห็นภายในค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน คือสามารถดำเนินการได้

ดังนั้น วันนี้รัฐมนตรีเจียงจึงอยากสอบถามรายละเอียดบางอย่างจากหลี่เฟิง ก่อนหน้านี้เขาเคยถามผู้จัดการโรงงานเจิ้งเกี่ยวกับปัญหาแผนงานอุตสาหกรรมไปบ้างแล้ว

แต่รัฐมนตรีเจียงรู้สึกว่าข้อมูลยังขาดอะไรไปบางอย่าง

เขาจึงให้เสี่ยวเจิ้งพาตัวคนเขียนรายงานมาพบ

เมื่อรัฐมนตรีเจียงเห็นหลี่เฟิง เขาก็พยักหน้าให้ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

"คุณคือหลี่เฟิงใช่ไหม?"

"ถึงผมจะรู้อยู่แล้วว่าคุณยังหนุ่มมาก แต่พอได้มาเห็นกับตาตัวเอง มันก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งเลย อาจารย์เติ้งเคยบอกผมมาก่อนว่าคุณมีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพมาก"

"ตอนนั้นผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

"แต่ตอนนี้คุณกลับทำรายงานแผนงานการปรับเปลี่ยนโรงงานเซรามิกสู่ระบบอุตสาหกรรมออกมาได้ ก่อนที่คุณจะทำรายงานฉบับนี้ ผมก็มองว่าคุณไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ด้านศิลปะ แต่ยังมีพรสวรรค์ด้านการบริหารจัดการด้วย..."

"ดังนั้นผมถึงได้เซ็นอนุมัติในรายงานการโอนย้ายสังกัดของคุณ..."

"และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า"

"สายตาของผมมองคนไม่ผิด"

"เกี่ยวกับบางส่วนในรายงานฉบับนี้ ผมอยากฟังคำอธิบายจากคุณหน่อย..."

เมื่อหลี่เฟิงฟังจบ เขาถึงได้รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมการโอนย้ายสังกัดของเขาถึงสำเร็จราบรื่น

สิ่งที่รัฐมนตรีเจียงพูดมาก็ไม่ผิด หากไม่มีลายเซ็นของท่าน เขาคงไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับบริหารแน่

หลี่เฟิงรีบกล่าวขอบคุณรัฐมนตรีเจียงตรงหน้าทันที

"ท่านรัฐมนตรีเจียง ขอบพระคุณที่ไว้วางใจครับ..."

"หลังจากโอนย้ายมาแล้ว ผมจะทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อวงการเซรามิกของเราครับ..."

รัฐมนตรีเจียงรู้สึกพอใจกับคำพูดของหลี่เฟิงมาก

เพราะแต่ก่อนเขามองว่าหลี่เฟิงเป็นคนเก่งด้านวาดภาพ ต่อมาก็เห็นว่าเป็นคนเก่งด้านดนตรี แต่ตอนนี้เขากลับมองว่าหลี่เฟิงเป็นคนเก่งด้านการบริหาร

ตอนที่หลี่เฟิงแต่งเพลงออกมาสองเพลง รัฐมนตรีเฝิงเคยมาถามเรื่องหลี่เฟิง ทำนองว่าจะขอดึงตัวไปช่วยงาน

คำตอบของรัฐมนตรีเจียงในตอนนั้นคือเห็นชอบในหลักการ แต่ต้องถามความสมัครใจของเจ้าตัวก่อน

สุดท้ายรัฐมนตรีเจียงได้ข่าวว่า หลี่เฟิงน่าจะปฏิเสธไป

นั่นทำให้รัฐมนตรีเจียงยิ่งมองหลี่เฟิงในแง่ดีขึ้นไปอีก

รัฐมนตรีเจียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"อืม! ดีมาก..."

"วันข้างหน้าผมก็หวังว่าคุณจะเป็นกำลังสำคัญให้กับโรงงานเซรามิกต่อไป"

หลี่เฟิงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม

"ท่านรัฐมนตรีเจียงครับ ท่านมีตรงไหนที่ยังไม่ชัดเจนหรือเปล่าครับ?"

"ให้ผมอธิบายขยายความไหมครับ?"

รัฐมนตรีเจียงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า

"เป้าหมายหลักของการนำระบบอุตสาหกรรมมาใช้ในโรงงานเซรามิกคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต"

"ในส่วนของการศึกษาเรื่องประสิทธิภาพที่คุณเสนอ คือการนำระบบสายพานการผลิตมาใช้ในการแปรรูปและการผลิต"

"ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด แต่ในส่วนของเครื่องจักรที่จะใช้ผลิตเซรามิก คุณเลือกใช้แผนการดัดแปลงเครื่องจักร"

"คุณมีแผนการยังไงหรือเปล่า?"

ทางด้านผู้จัดการโรงงานเจิ้งเองก็อยากฟังกระบวนการโดยละเอียดเหมือนกัน

คราวที่แล้วตอนหลี่เฟิงรายงานเขา เขาฟังแค่เนื้อหาฉบับย่อเท่านั้น

แน่นอน!

เป้าหมายเรื่องการทำโรงงานเซรามิกให้เป็นอุตสาหกรรมนั้นเป็นความคิดของเขา

แต่ในส่วนรายละเอียดดูเหมือนหลี่เฟิงจะคิดไว้รอบคอบกว่าเขาเสียอีก

ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าถ้าได้หลี่เฟิงมาช่วย งานคงสำเร็จไปกว่าครึ่ง และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าผู้จัดการโรงงานเจิ้งเลือกคนไม่ผิด

หลี่เฟิงส่งคำตอบที่น่าพึงพอใจให้เขาได้อย่างรวดเร็ว

แต่เป้าหมายหลักในตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้แผนงานนี้ผ่านการอนุมัติจากกระทรวง แล้วเริ่มดำเนินโครงการได้

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง

นี่คือสิ่งที่ผู้จัดการโรงงานเจิ้งคิดในตอนนี้

ขณะที่ผู้จัดการโรงงานเจิ้งกำลังครุ่นคิด หลี่เฟิงก็เริ่มตอบคำถามรัฐมนตรีเจียง

"สำหรับการออกแบบเครื่องจักรเซรามิก ผมได้ร่างแบบคร่าวๆ ไว้สองแผ่น โดยคำนึงถึงมุมมองการใช้งานจริงเป็นหลักครับ..."

พูดจบ หลี่เฟิงก็ล้วงเอาแบบร่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

สิ่งที่หลี่เฟิงเรียกว่าแบบร่างคร่าวๆ มันก็คร่าวๆ จริงๆ นั่นแหละ

เป็นสิ่งที่หลี่เฟิงวาดเล่นๆ ยามว่าง

แต่โครงสร้างกลไกพื้นฐานกลับถูกระบุไว้อย่างชัดเจน

นี่คือเครื่องหล่อแบบถ้วยชามระบบห้าหัวจ่ายที่หลี่เฟิงออกแบบไว้

ถ้าทำเครื่องนี้สำเร็จ โดยพื้นฐานก็จะสามารถผลิตแบบแมสโปรดักชั่นได้ในระดับหนึ่ง

แน่นอนว่าถ้วยชามถือเป็นสิ่งที่ทำง่ายที่สุด แต่ทุกอย่างย่อมต้องเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน

จากนั้นหลี่เฟิงก็เริ่มอธิบายรูปแบบของเครื่องจักรในภาพร่าง

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งถึงกับตกใจ หลี่เฟิงเขียนแบบเครื่องจักรเป็นด้วยเหรอ เขาเพิ่งจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่หรือไง?

หรือเขาเรียนเนื้อหามหาวิทยาลัยไปหมดแล้ว?

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง หลี่เฟิงก็อธิบายเรื่องเครื่องจักรที่เขาออกแบบให้รัฐมนตรีเจียงฟังจนจบ

รัฐมนตรีเจียงถามหลี่เฟิงว่า

"เครื่องจักรตามแบบแปลนนี้ ใช้งานได้จริงใช่ไหม?"

หลี่เฟิงพยักหน้ายืนยันทันที

"ใช้งานได้แน่นอนครับ..."

"ท่านวางใจได้เลย..."

รัฐมนตรีเจียงใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกหลี่เฟิงว่า

"แบบแปลนพวกนี้ ทิ้งไว้ที่ผมก่อนนะ..."

"ภายในไม่กี่วันนี้ ผมจะเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดู..."

หลี่เฟิงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

แม้จะเป็นแค่ภาพร่าง แต่ส่วนประกอบสำคัญก็มีครบถ้วน หลี่เฟิงจึงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

จากนั้นรัฐมนตรีเจียงก็ถามคำถามหลี่เฟิงอีกสองสามข้อ ซึ่งหลี่เฟิงก็ตอบได้หมดทุกข้อ

รัฐมนตรีเจียงพอใจกับคำตอบของหลี่เฟิงมาก

ต่อมา รัฐมนตรีเจียงเริ่มหันไปถามผู้จัดการโรงงานเจิ้งเกี่ยวกับการประสานงานของโครงการนี้

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งมั่นใจในเรื่องนี้มาก เขาจึงรายงานการเตรียมงานที่ทำเสร็จแล้ว และเนื้อหางานที่จะผลักดันต่อไปให้รัฐมนตรีเจียงทราบ

จากนั้นรัฐมนตรีเจียงก็บอกกับผู้จัดการโรงงานเจิ้งว่า

"เอาล่ะ!"

"ผมเข้าใจแล้ว"

"พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ..."

"ผมจะเปิดประชุมที่กระทรวงเพื่อพิจารณารับรองเรื่องนี้อีกที..."

เรื่องราวหลังจากนี้ ด้วยระดับตำแหน่งของหลี่เฟิง เขาไม่มีสิทธิ์รับฟัง

ดังนั้นหลี่เฟิงจึงทำได้แค่ออกไปรอข้างนอก

ขณะที่หลี่เฟิงกำลังรอผู้จัดการโรงงานเจิ้งอยู่นั้น อู๋น่าก็เดินมาที่หน้าห้องทำงานของรัฐมนตรีเจียงพอดี

เมื่อเธอเห็นหลี่เฟิง เธอก็รู้สึกแปลกใจมาก

เธอถามหลี่เฟิงด้วยความประหลาดใจ

"คุณมายืนทำอะไรตรงนี้?"

หลี่เฟิงตอบกลับไปตรงๆ

"ไม่ได้ทำอะไร"

"ผมเพิ่งออกมาจากห้องท่านรัฐมนตรีเจียง ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีกำลังคุยกับผู้จัดการโรงงานเจิ้งอยู่..."

แล้วหลี่เฟิงก็ถามกลับไปบ้าง

"แล้วคุณล่ะ มาทำอะไรที่นี่?"

อู๋น่าตอบทันควัน

"ฉันน่ะเหรอ..?"

"ฉันมาส่งรายงานงบประมาณน่ะสิ..."

"รายงานงบประมาณฉบับนี้ เกี่ยวข้องกับโรงงานพวกคุณด้วยนะ!"

"ดูเหมือนจะเป็นงบประมาณโครงการอุตสาหกรรมอะไรสักอย่างนี่แหละ..."

หลี่เฟิงได้ยินดังนั้นก็ถามด้วยความตื่นเต้น

"อะไรนะ?"

"หรือง่าจะเป็นงบประมาณโครงการโรงงานเซรามิกอุตสาหกรรม?"

อู๋น่าได้ยินหลี่เฟิงพูดชื่อโครงการ เธอก็พยักหน้าเหมือนนึกขึ้นได้

"เหมือนจะเป็นอันนั้นแหละ"

"แต่รายงานฉบับนี้ ฉันก็ยังไม่ได้ดูเนื้อหาข้างในหรอกนะ"

"หัวหน้าฝ่ายของเราสั่งให้ฉันเอามาส่งเลย..."

หลี่เฟิงถามด้วยความสงสัย

"ทำไมถึงใช้ให้คุณมาส่งแค่คนเดียวล่ะ?"

อู๋น่าตอบอย่างหัวเสียเล็กน้อย

"ก็ตอนนั้นในห้องทำงานมีฉันอยู่คนเดียว ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ?"

"ฉันก็เซ็งเหมือนกันนะเนี่ย..."

จากนั้นอู๋น่าก็ถามหลี่เฟิง

"ว่าแต่ ท่านรัฐมนตรีกับผู้จัดการโรงงานเจิ้งคุยกันนานเท่าไหร่แล้ว?"

หลี่เฟิงดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างนอก แล้วตอบ

"นับจากที่ผมออกมาก็เกือบชั่วโมงแล้ว"

อู๋น่าถอนหายใจ

"ช่างเถอะ!"

"งั้นฉันรออยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยดีกว่า..."

หลี่เฟิงถามด้วยความสงสัย

"คุณไม่เคาะประตูเข้าไปเหรอ?"

อู๋น่าค้อนใส่หลี่เฟิงวงใหญ่

"เมื่อกี้คุณก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าข้างในกำลังคุยธุระกันอยู่"

"ขืนฉันเคาะเข้าไป ตอนนี้ก็หาเรื่องโดนด่าน่ะสิ"

หลี่เฟิงถามอย่างแปลกใจ

"คุณก็โดนด่าเป็นด้วยเหรอ?"

อู๋น่าตอบอย่างเอือมระอา

"แน่นอนสิ!"

"ทำงานในหน่วยงานราชการ โดนด่ามันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?"

"ดังนั้นต้องหูไวตาไวหน่อย..."

"ดูฉันสิ! ฉันน่ะไม่ค่อยโดนหัวหน้าด่าหรอกนะ..."

พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเธอก็เผยรอยยิ้มภาคภูมิใจออกมา

แต่หลี่เฟิงกลับแอบค่อนขอดในใจ

หัวหน้าของคุณกับท่านรัฐมนตรีเจียงคงเห็นแก่หน้าคุณลุง หรือไม่ก็พ่อแม่ของคุณมากกว่ามั้งถึงไม่ด่า

แต่หลี่เฟิงก็ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป

จากนั้น หลี่เฟิงก็ยืนคุยกับอู๋น่า

หัวข้อการสนทนาคือเรื่องการสอบเกาเข่าที่ผ่านมา

เพราะนี่คือหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในช่วงนี้

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็เปิดประตูออกมา

เมื่อเขาเห็นหลี่เฟิงกำลังยืนคุยอยู่กับอู๋น่า เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย

จากนั้นเขาก็มองไปที่อู๋น่า แล้วเอ่ยถาม

"คุณคือ?"

อู๋น่ารีบตอบผู้จัดการโรงงานเจิ้ง

"ฉันคืออู๋น่า จากแผนกการเงิน 2 ค่ะ..."

ตอนนั้นเองผู้จัดการโรงงานเจิ้งถึงนึกออกว่าอู๋น่าเป็นใคร เขาจึงถามต่อ

"คุณคือคนที่เคยไปตรวจสอบบัญชีที่โรงงานเซรามิกของเราใช่ไหม?"

อู๋น่ายิ้มและพยักหน้า

"ใช่ค่ะ..."

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งยิ้มแล้วพูดกับอู๋น่า

"คุณคงมาหาท่านรัฐมนตรีเจียงสินะ?"

อู๋น่าพยักหน้า

"ใช่ค่ะ.."

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งมองเข้าไปในห้องแวบหนึ่ง แล้วบอกอู๋น่าว่า

"เข้าไปสิ..."

อู๋น่าไม่เกรงใจอีกต่อไป เธอเคาะประตูแล้วเตรียมตัวเข้าไปข้างใน

ส่วนผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็พาหลี่เฟิงขึ้นรถกลับโรงงานเซรามิก

ระหว่างทางขากลับ จู่ๆ ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็ถามหลี่เฟิงขึ้นมา

"คุณรู้จักอู๋น่าคนนั้นด้วยเหรอ?"

หลี่เฟิงคาดไม่ถึงว่าผู้จัดการโรงงานเจิ้งจะถามเรื่องนี้ เขาจึงตอบไปว่า

"เคยร่วมงานกันมาก่อนครับ..."

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งถามด้วยความอยากรู้

"ร่วมงาน?"

"งานเก่าของคุณเกี่ยวอะไรกับการเงินด้วยเหรอ?"

หลี่เฟิงจึงเล่าเรื่องช่วงที่เขาแต่งเพลงให้ฟัง

ผู้จัดการโรงงานเจิ้งถึงได้รู้ว่าทำไมหลี่เฟิงถึงรู้จักกับอู๋น่า

ทันใดนั้น ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็พูดกับหลี่เฟิงว่า

"ทำงานในวงราชการ รู้จักคนไว้บ้างก็ดี วันหลังเวลามาติดต่อธุระที่กระทรวงจะได้ไม่มืดแปดด้าน..."

"แต่อู๋น่าคนนั้นเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าๆ ใช่ไหม? ได้นั่งตำแหน่งหัวหน้าแผนกเร็วขนาดนี้"

"เธอไม่ธรรมดาจริงๆ..."

พูดจบ ผู้จัดการโรงงานเจิ้งก็ถอนหายใจออกมา

ส่วนหลี่เฟิงเองก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าอู๋น่าได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกแล้ว เพียงแต่หลี่เฟิงยังสงสัยตะหงิดๆ ว่า ผู้จัดการโรงงานเจิ้งไม่น่าจะสนิทกับอู๋น่าไม่ใช่เหรอ?

แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าอู๋น่าเป็นหัวหน้าแผนก?

หรือผู้จัดการโรงงานเจิ้งจะชอบเรียกตำแหน่งโดยตัดคำว่า 'รอง' ออกตามความเคยชิน?

หลี่เฟิงคิดดูแล้วก็มีความเป็นไปได้

ตอนนี้อารมณ์ของผู้จัดการโรงงานเจิ้งดีมากทีเดียว

เพราะเมื่อครู่ตอนอยู่ในกระทรวง รัฐมนตรีเจียงบอกกับเขาว่า ขอแค่แบบแปลนของหลี่เฟิงไม่มีปัญหา ทางกระทรวงจะสนับสนุนการผลักดันอุตสาหกรรมเซรามิกของผู้จัดการโรงงานเจิ้งอย่างเต็มที่

ในเมื่อเป็นแบบนี้ การจะสร้างผลงานออกมาให้เป็นรูปธรรมก็คงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ดังนั้น บนใบหน้าของผู้จัดการโรงงานเจิ้งจึงประดับไปด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 285 เข้าพบท่านผู้นำ

คัดลอกลิงก์แล้ว