- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าหนีไปซบเล่าปี่ แล้วไยโจโฉต้องหลั่งน้ำตา
- บทที่ 370 - เทียหยกสิ้นชีพที่ตันลิว กวนอูสะท้านทั่วหล้า (ฟรี)
บทที่ 370 - เทียหยกสิ้นชีพที่ตันลิว กวนอูสะท้านทั่วหล้า (ฟรี)
บทที่ 370 - เทียหยกสิ้นชีพที่ตันลิว กวนอูสะท้านทั่วหล้า (ฟรี)
บทที่ 370 - เทียหยกสิ้นชีพที่ตันลิว กวนอูสะท้านทั่วหล้า
วันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนห้า ปีเจี้ยนอันที่เจ็ด ขณะที่ทัพเล่าเจี้ยง ทัพอ้วนเสี้ยว และทัพเล่าปี่ กำลังรุมล้อมโจโฉจากสี่ทิศทาง
เมืองลกเอี๋ยงอันเป็นเมืองหลวงเก่าแก่นับร้อยปี และเป็นดั่งหัวใจสำคัญในแดนชั้นในของโจโฉ ได้ถูกชีซีผู้เป็นเจ้าเมืองไพก๊กแห่งทัพเล่าปี่บุกยึดได้แบบสายฟ้าแลบ
แทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนพลใหญ่ กวนอูจะเล็งเป้าหมายไปที่เมืองในแดนชั้นในแห่งนี้
และไม่มีใครคาดคิดว่าชีซีที่เป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋นผู้เงียบหายไปนานหลายปี จะนำทหารบุกตะลุยมาไกลนับร้อยลี้เพื่อยึดลกเอี๋ยง
ภายใต้ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้เมืองลกเอี๋ยงถูกทัพเล่าปี่ชิงไปครองก่อนใคร หมากตานี้นับว่าเป็นจุดตายสำหรับทัพโจโฉอย่างแท้จริง
เพราะตอนนี้มูลค่าทางยุทธศาสตร์ของลกเอี๋ยงนั้นสูงยิ่งกว่าแดนกวนจงที่ฮ่องเต้ประทับอยู่เสียอีก ที่นี่คือจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อสี่ทิศ
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือที่นี่เป็นแหล่งพักเสบียงของโจโฉ เสบียงที่จะส่งไปสนับสนุนแดนเหอเป่ย์และเหอหนาน ล้วนต้องผ่านจุดพักที่นี่
อาจกล่าวได้ว่าการที่ลกเอี๋ยงแตกพ่าย เป็นการประกาศว่าหัวเมืองต่างๆ ในภาคกลางได้สูญเสียการสนับสนุนด้านเสบียงและกำลังพลจากกวนจงไปโดยสิ้นเชิง
ข่าวนี้แพร่ออกไป แผ่นดินสั่นสะเทือน ทั่วทั้งกองทัพโจโฉต่างตื่นตระหนก ขุนนางน้อยใหญ่ใต้สังกัดโจโฉล้วนหวาดผวา
ทว่าก่อนหน้านั้น ในช่วงต้นเดือนห้า กวนอูได้เปิดฉากโจมตีทัพโจโฉที่เมืองเองฉวนก่อนแล้ว
เนื่องจากการยึดลกเอี๋ยงเป็นเพียงก้าวแรกในยุทธศาสตร์ของกวนอู เจตนาที่แท้จริงของเขาคือการกวาดล้างทัพโจโฉในภาคกลางให้สิ้นซาก
ในเวลานี้ ทัพโจโฉในภาคกลางยังมีทหารมากถึงห้าหมื่นนาย โดยที่เมืองตันลิวมีสามหมื่น และโจหยินยังมีอีกสองหมื่น
ทหารทั้งสองส่วนนี้เดิมทีเป็นทหารเกณฑ์จากเมืองต่างๆ ที่ถอยมาจากศึกกัวต๋อ แต่ในจำนวนนั้นก็มีทหารฝีมือดีนับหมื่นนาย
กวนอูต้องการทำศึกกวาดล้าง จำเป็นต้องตัดแบ่งกำลังเหล่านี้ออกจากกัน แล้วค่อยๆ ตีให้แตกไปทีละส่วน
เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์นี้ ทันทีที่กวนอูรู้ว่าชีซีอ้อมขึ้นเหนือไปแล้ว เขาจึงเปิดฉากบุกโจมตีอำเภอเฉียงเซี่ยนอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองเองฉวน
ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ตั้งแต่กวนอูได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ห้วยหนำ ในนามนั้นเขาได้เดินทางไปอยู่ที่เมืองชีวชุนแล้ว
ดังนั้นในมุมมองของโจหยิน กวนอูและแกนนำหลักควรจะอยู่ที่ห้วยหนำ เขาจึงยังคงส่งทหารไปช่วยทางเมืองลำหยง
การกระทำนี้เท่ากับเปิดประตูบ้านรอรับกวนอู เมื่อทัพหลักของกวนอูมาถึง อำเภอเฉียงเซี่ยนจึงแตกพ่ายในทันที
"ในเวลาเดียวกัน กวนอูก็มอบหมายให้ เจียวขิม ซีคุน จูตี และพัวเจี้ยง แยกย้ายกันนำกำลังบุกโจมตีอำเภอเจิงเฉียง อำเภออวี๋หยง อำเภอไซฮัว และอำเภอติ้งหยิง"
ทางด้านนี้อำเภอเฉียงเซี่ยนเพิ่งแตก อีกสี่อำเภอก็ถูกกวนอูยึดไปตามลำดับ กว่าโจหยินจะได้รับข่าว กวนอูก็ได้นำทัพบุกเข้ามาในเขตเมืองเองฉวนแล้ว
ทหารในมือเขามีเพียงสองหมื่นนาย ประจำการอยู่ที่เมืองฮูโต๋ เมืองซินจี๋ และเมืองเลิมหยิง ส่วนกวนอูมีทหารมากถึงห้าหมื่น
เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ โจหยินจนปัญญา จำต้องหดแนวป้องกัน และส่งสารขอความช่วยเหลือไปยังเทียหยกที่เมืองตันลิว
แต่ในจังหวะนี้เอง เตียวหุ้น แม่ทัพรักษาเมืองเฉินเซี่ยน (เมืองตันก๊กเดิม) กลับได้รับคำสั่งกวนอู ให้เปิดฉากโจมตีอำเภอเอียนเหลิง ทางเหนือของเมืองฮูโต๋
เตียวหุ้นผู้นี้เดิมเป็นแม่ทัพใหญ่ของอ้วนสุด หลังจากอ้วนสุดตาย ก็ได้รับคำสั่งให้คุมทหารเก่าของอ้วนสุด รักษาเมืองเฉินเซี่ยนและพื้นที่โดยรอบ
ในสงครามที่ผ่านมา เตียวหุ้นไม่มีโอกาสได้ออกโรง แต่ไม่ได้หมายความว่าเตียวหุ้นไม่มีผลงานทางทหาร
เนื่องจากแคว้นอิวจิ๋วถูกอ้วนสุดทำลายจนย่อยยับ เตียวหุ้นจึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเหลียงสีและชูเส้า ให้เร่งฟื้นฟูบ้านเมืองและฝึกฝนทหารบ้าน
นอกจากทหารสามหมื่นนายที่เล่าปี่จัดสรรให้ เตียวหุ้นยังจัดตั้งการฝึกทหารให้แก่ชาวบ้านในสังกัดตลอดมา
การกระทำนี้เดิมทีเป็นความคิดของเหลียงสี เนื่องจากภาคกลางไร้ชัยภูมิป้องกันภัย ง่ายต่อการถูกทหารม้าก่อกวน จึงหวังให้ชาวบ้านรู้จักวิธีสู้รบผ่านการฝึกฝน
นโยบายนี้ผ่านไปหลายปี ทำให้ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเฉินเซี่ยนกลายเป็นสังคมที่ทุกคนเป็นทหาร
บวกกับศึกกัวต๋อทำให้ชาวบ้านจำนวนมากอพยพลงใต้ เหลียงสีได้จัดสรรที่ทำกินและขึ้นทะเบียนคนเหล่านี้ รับคนเพิ่มได้อีกนับหมื่น
อีกทั้งเมืองเฉินเซี่ยนแต่เดิมมีชื่อเสียงเรื่องหน้าไม้ เตียวหุ้นจึงสะสมเสบียงอาวุธและหน้าไม้ไว้จำนวนมาก รวมแล้วนับหมื่นคัน
ทั้งหมดนี้ทำให้ทหารใต้สังกัดเตียวหุ้นมีอาวุธครบมือ พลังการรบเข้มแข็ง ไม่ด้อยไปกว่าทัพหลักของกวนอูเลย
ดังนั้นหลังจากได้รับคำสั่ง เขาก็บุกโจมตีและยึดอำเภอฉางผิงและพื้นที่อื่นๆ ได้ พอทราบว่ากวนอูยึดอำเภอซินจี๋ได้แล้ว เขาจึงนำทหารสองหมื่นบุกยึดเอียนเหลิง
มาถึงตรงนี้ เมืองฮูโต๋ถูกกวนอูโอบล้อมไว้สามทิศทาง เหลือเพียงทิศตะวันตกทางเมืองลำหยงเท่านั้นที่ยังไม่ถูกปิดล้อม
ข่าวนี้ส่งไปถึงเมืองตันลิว เทียหยกตกใจเพียงใดคงไม่ต้องอธิบาย ทัพเล่าปี่เจ็ดหมื่นนายกำลังล้อมทหารสองหมื่น
ยังมีทางเมืองลำหยง ฉินเจินนำทหารห้าหมื่นล้อมเมืองอ้วนเซียไว้ ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นการประกาศว่าเล่าปี่เตรียมจะกลืนกินสามหัวเมืองภาคใต้
"และในเวลานี้ เพราะอ้วนเสี้ยวตรึงกำลังอยู่ทางเหนือ ทหารของแฮหัวตุ้นจึงไม่อาจถอนกำลังกลับมาช่วยได้ ส่วนโจโฉก็ยังติดพันศึกอยู่ที่ฮันต๋งจนสุดเอื้อมมือถึง พวกเขาจึงต้องใช้กำลังเพียงหกเจ็ดหมื่นนาย รับมือกับทัพเล่าปี่ที่มีจำนวนนับแสน"
หากภาคกลางมีชัยภูมิอันตรายให้ป้องกัน พวกเขายังพอจะยืนหยัดได้ แต่ภาคกลางกลับเป็นที่ราบโล่งตลอดสาย
เมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ในวันที่สิบสี่เดือนห้า ก่อนที่ชีซีจะยึดลกเอี๋ยง เทียหยกได้นำทหารลงใต้สู่เมืองเฉินเซี่ยน หวังใช้วิธีล้อมเว่ยช่วยจ้าว บีบให้เตียวหุ้นเปิดทาง
แต่เมื่อเขานำทัพมาถึงเขตอำเภอหยางเซี่ย กลับถูกเหลียงสีซุ่มโจมตี เสียทหารไปพันกว่านาย ขวัญกำลังใจทหารตกต่ำลง
เทียหยกเห็นดังนั้นก็โกรธจัด สั่งบุกตีหยางเซี่ยอย่างหนัก ติดต่อกันสิบกว่าวัน กลับถูกเหลียงสีใช้ทหารห้าพันต้านทานไว้อย่างเหนียวแน่น
เห็นขุนนางผู้น้อยอย่างเหลียงสีเก่งกาจปานนี้ เทียหยกจึงเกิดความคิดชั่วร้าย สั่งทหารไล่ฆ่าชาวบ้านนอกเมือง เพื่อบีบให้เหลียงสีออกมาสู้
ทำเช่นนี้อยู่สามวัน หมู่บ้านสิบกว่าแห่งถูกเทียหยกสังหารล้างบาง ชาวบ้านบาดเจ็บล้มตายนับพัน แม้แต่ทารกในอ้อมอกก็ไม่ละเว้น
หากจับได้ก็จะถูกนำมาตัดหัวหน้ากำแพงเมือง เลือดไหลนองทุ่ง ทหารในเมืองเริ่มจิตใจไหวหวั่น
เหลียงสีเห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจถอนทัพ แต่ถูกเทียหยกไล่ตามตีจนทัพแตกพ่าย เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
โชคดีที่ทหารใต้สังกัดยอมตายถวายชีวิต พากันตีฝ่าวงล้อมพาเหลียงสีหนีรอดกลับไปเมืองเฉินเซี่ยนได้
หลังจากได้รับชัยชนะ เทียหยกไม่เพียงไม่หยุดยั้ง กลับยิ่งทำรุนแรงขึ้น เดินทัพไปทางไหนก็เผาฆ่าปล้นชิง ชาวบ้านในเขตเมืองเฉินเซี่ยนแค้นจนแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อ
แต่ต้องยอมรับว่าแผนของเทียหยกแม้อำมหิตแต่ได้ผลดีเยี่ยม เหลียงสีเห็นเขาโหดเหี้ยม จึงจำต้องขอความช่วยเหลือจากเตียวหุ้น
เตียวหุ้นได้ยินข่าว ก็จำต้องยกทัพกลับมาขับไล่เทียหยก แต่ก็ถูกเทียหยกดักซุ่มโจมตี บาดเจ็บล้มตายไปหลายพันคน
เตียวหุ้นพ่ายแพ้ จำต้องถอยไปตั้งหลักที่ฉางผิง พร้อมส่งข่าวแจ้งกวนอูเรื่องเทียหยกบุกลงใต้
กวนอูพอได้ยินว่าเทียหยกสังหารชาวบ้านนับหมื่น ก็โกรธแค้นเป็นที่สุด ตัดสินใจเลิกปิดล้อมโจหยิน หันหัวเรือยกทัพขึ้นเหนือไล่ล่าเทียหยก
การทำเช่นนี้เข้าทางแผนถ่วงเวลาของเทียหยกพอดี เขาเห็นกวนอูยกทัพกลับ ก็ถอยทัพขึ้นเหนือเช่นกัน
แต่กวนอูมองออกถึงแผนการของเทียหยก จึงสั่งให้กวนเป๋งนำทหารห้าพันขึ้นเหนือไปยึดอำเภอหยงชิว
การกระทำนี้เป็นการปิดกั้นทางตะวันออกของเมืองตันลิว ทำให้เทียหยกหนีไปทางตะวันตกไม่ได้ เทียหยกเห็นดังนั้นจึงตั้งค่ายมั่นเผชิญหน้ากับกวนอู
ในความคิดของเทียหยก ตอนนี้เขาดึงความสนใจกวนอูมาได้แล้ว ทำให้เส้นทางขนส่งเสบียงของกวนอูยืดเยื้อออกไปกว่าสองร้อยลี้
ขอเพียงยืนหยัดได้สิบกว่าวัน แล้วลอบตีเสบียงกวนอู ก็จะเอาชนะกวนอูและพลิกสถานการณ์ในศึกนี้ได้
แต่คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต เทียหยกเพิ่งตั้งค่ายได้สองวัน ทางตะวันตกก็มีข่าวมาว่าชีซียึดลกเอี๋ยงได้แล้ว
เทียหยกได้ยินข่าวนี้ก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะตอนนี้เขาอยู่ตะวันออก กวนอูอยู่ตะวันตก พอลกเอี๋ยงแตก กวนอูก็สามารถบุกไปยึดเมืองเอี๋ยงหยูเพื่อเปิดทางเชื่อมต่อได้
หากสองทัพเชื่อมถึงกัน อย่าว่าแต่ทหารสองหมื่นของเขาเลย ทหารนับสิบหมื่นทั้งเหนือและใต้ก็รักษาไว้ไม่ได้
เมื่อไม่มีทางเลือก เทียหยกจำต้องพยายามถอยทัพ ฉวยโอกาสที่กวนอูยังไม่บุก รีบไปชิงลกเอี๋ยงคืนให้โจโฉ
ดังนั้นในคืนวันที่ห้าเดือนหก ปีเจี้ยนอันที่เจ็ด เทียหยกอาศัยความมืดลอบถอนทัพออกจากค่าย เพื่ออำพรางร่องรอย เขาถึงกับทิ้งกระโจมไว้ไม่เก็บกู้
นึกไม่ถึงว่าเพิ่งออกจากค่ายได้ไม่ถึงห้าลี้ ป่าไม้สองข้างทางพลันมีทหารพุ่งออกมาจำนวนมาก กวนอูขี่ม้าชี้หน้าตวาดเขาด้วยความโกรธว่า
"เทียหยกไอ้โจรเฒ่า บังอาจฆ่าคนไม่มีทางสู้ ข้ารู้ว่าลกเอี๋ยงแตก เจ้าต้องถอนทัพแน่ จึงมารอเจ้าอยู่ที่นี่ จงมาตายซะ!"
สิ้นเสียง กวนอูก็ควบม้านำทหารบุกเข้าใส่ ผ่าเข้าไปในทัพข้าศึกแล้วบั่นคอเทียหยกท่ามกลางวงล้อมทหาร
เมื่อเทียหยกตาย ทัพโจโฉก็แตกพ่ายยับเยิน ทหารสองหมื่นแตกกระเจิง ถูกสังหารนับไม่ถ้วน จับเป็นเชลยได้นับหมื่น
กวนอูสังหารเทียหยกแล้ว ก็สั่งให้ทหารเฆี่ยนศพเทียหยกนับร้อยที แล้วทิ้งศพไว้กลางป่า จากนั้นก็ยกทัพมุ่งหน้าตะวันตก เตรียมบุกเมืองตันลิว
กล่าวถึงตอนโจโฉพ่ายศึกกัวต๋อ เทียหยกและหมันทองซึ่งเป็นทัพสายตะวันออกได้ถอยเข้าไปในเมืองตันลิว
ตอนเทียหยกยกทัพออกไป ได้ทิ้งให้หมันทองคุมทหารแปดพันรักษาเมืองตันลิว เพื่อป้องกันแนวหลัง
นึกไม่ถึงว่าข่าวยังไม่ทันมาถึง กลับได้ยินข่าวลกเอี๋ยงแตก ด้วยความตกใจ เขาจึงสั่งปิดข่าวและส่งหนังสือไปแจ้งเทียหยก
และหนังสือฉบับนี้เองที่เป็นต้นเหตุความพ่ายแพ้ของเทียหยก ข่าวเทียหยกพ่ายแพ้จึงถูกส่งกลับมาที่เมืองตันลิว
พอรู้ว่าเทียหยกตายแล้ว หมันทองหน้าถอดสี รู้ดีว่าตันลิวรักษาไว้ไม่ได้แล้ว จึงเตรียมนำทหารฝ่าวงล้อมลงใต้ไปสมทบกับโจหยิน
แต่ทหารเพิ่งออกจากเมือง ก็ถูกทัพกวนเป๋งสกัดไว้ จนปัญญาต้องถอยกลับเข้าเมืองตั้งรับ
จนถึงวันที่สิบสามเดือนหก ปีเจี้ยนอันที่เจ็ด กวนอูนำทัพล้อมเมืองตันลิว และทำตามแผนของแฮเจ๋า เอาหัวเทียหยกมาแขวนประจาน
พร้อมสั่งให้เชลยศึกตะโกนเกลี้ยกล่อม และเขียนหนังสือยิงเข้าไปในเมือง บอกว่าจะฆ่าแค่หมันทอง คนอื่นจะไม่เอาความ
ผ่านไปไม่กี่วัน จิตใจคนในเมืองก็เริ่มแปรปรวน บวกกับหมันทองเป็นคนเข้มงวด สร้างศัตรูไว้มาก พอเห็นทหารซุบซิบกัน ก็สั่งประหารคนพูด
แต่วิธีการเชือดไก่ให้ลิงดูที่เคยได้ผล ตอนนี้กลับไร้ผล ซ้ำยังกระตุ้นให้เกิดการก่อกบฏในเมือง
ขุนพลใต้สังกัดพากันเปิดประตูเมือง อีกส่วนหนึ่งก็ล้อมจวนหมันทองแล้วจุดไฟเผา ท่ามกลางเปลวเพลิง หมันทองสังหารลูกเมียจนหมด แล้วฆ่าตัวตายตาม
เมื่อหมันทองตาย อำเภอต่างๆ ในเมืองตันลิวก็พากันยอมจำนน ทหารสามหมื่นในเมือง นอกจากที่หนีและตายไป กว่าครึ่งยอมแพ้ต่อกวนอู
กวนอูยึดเมืองตันลิวได้ ก็ยกทัพลงใต้เตรียมยึดเมืองเองฉวน และจับตัวโจหยินที่เมืองฮูโต๋
เมื่อเผชิญแรงกดดันดุจขุนเขาของกวนอู โจหยินหมดหนทาง จึงเผาคลังเสบียงในฮูโต๋ทิ้ง แล้วตีฝ่าวงล้อมหนีไป
จูตีและซีคุนที่รับหน้าที่สกัดกั้น ได้นำทหารไล่ตามตีท้ายทัพ สังหารข้าศึกได้สามพันกว่าคน
แต่ระหว่างทาง จูตีที่ชราภาพเกิดพลาดท่าม้าเสียหลัก ตกลงมาได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต
กวนอูรู้ข่าวก็เสียใจมาก จึงเลื่อนยศให้จูเยียน หลานชายของจูตีขึ้นเป็นนายกองพัน คุมทหารต่อจากอา
เห็นโจหยินทิ้งเมืองฮูโต๋หนีไปทางใต้ กวนอูจึงแบ่งทหารเป็นสองทาง ทางหนึ่งให้กวนเป๋งนำทัพขึ้นเหนือยึดเอี๋ยงหยูและเซงก๋อ ไปสมทบกับชีซี
อีกทางหนึ่งเขาคุมทัพเอง ไล่เก็บหัวเมืองในเองฉวน แล้วไล่ตามโจหยินเข้าสู่แดนเมืองลำหยง
ถึงตรงนี้ สองเมืองใหญ่อย่างเองฉวนและตันลิวตกอยู่ในมือทัพเล่าปี่ สงครามดำเนินมาสองเดือนเศษ
กวนอูในวัยสี่สิบกว่าปี บัญชาการทหารนับสิบหมื่น ชิงความได้เปรียบในสมรภูมิภาคกลางมาได้
ศึกนี้ ทัพของเขาบดขยี้ทหารโจโฉไปกว่าสองหมื่น ขุนนางสำคัญอย่างเทียหยกและหมันทองตายในที่รบ โจหยินหนีโดยไม่กล้าสู้
หลังจบศึก กวนอูยังคงไล่ตามโจหยิน ส่วนชีซีก็สั่งให้ทหารปล่อยข่าวในด่านกวนจงว่าโจโฉกำลังจะแพ้
พอข่าวลือแพร่ออกไป โจรภูเขาในเมืองฮงหลงและโฮตั๋งก็ลุกฮือขึ้น จางไป๋ฉี หัวหน้าโจรกลุ่มใหญ่ก็ขานรับ ทหารทำนาในที่ต่างๆ ก็ก่อกบฏ
ชั่วพริบตาเดียว ใต้การปกครองของโจโฉก็เต็มไปด้วยกบฏ พายุใหญ่กำลังตั้งเค้า ชื่อเสียงกวนอูเลื่องลือสะท้านไปทั่วแผ่นดินจีน
[จบแล้ว]