- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 87 การเปลี่ยนแปลงของโลกเสี่ยวเชียน
บทที่ 87 การเปลี่ยนแปลงของโลกเสี่ยวเชียน
บทที่ 87 การเปลี่ยนแปลงของโลกเสี่ยวเชียน
ระหว่างที่เหาะกลับ ฉินปู้อี้นึกสนุกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเร่งความเร็วพุ่งไปยังแกนกลางของดาวบลูสตาร์
"ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหมนะ" ฉินปู้อี้พึมพำกับตัวเอง
เขาหยิบแก่นแท้แดนลับออกมา วางไว้ที่แกนกลางของดาวบลูสตาร์
แก่นแท้แดนลับเปล่งแสงเจ็ดสีเจิดจ้า เริ่มดูดซับพลังปราณจากดาวบลูสตาร์อย่างบ้าคลั่ง
ฉินปู้อี้อดทนรออยู่ตรงนั้นสองวันเต็ม เห็นแก่นแท้แดนลับยังคงดูดซับพลังปราณอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
เขาจึงอดถามระบบไม่ได้ "ระบบ อีกนานไหมกว่าแก่นแท้แดนลับจะดูดกลืนดาวบลูสตาร์ได้หมด?"
ระบบ: [ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบปี กับอีกสามเดือนเก้าวัน...]
"นานขนาดนั้นเลย?" ฉินปู้อี้ตกใจ
ระบบ: [ก็ต้องนานสิ นี่มันดวงดาวนะ ดาวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มีกฎเกณฑ์พื้นฐานครบถ้วน]
[มันไม่เหมือนกับแดนลับเล็กๆ ที่เจ้าเคยดูดซับมาหรอกนะ ถ้าโลกเสี่ยวเชียนดูดกลืนดาวดวงนี้ได้สำเร็จ]
[อย่างน้อยที่สุด ลม ฝน ฟ้าผ่า ฤดูกาลต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องมานั่งควบคุมเองอีกต่อไป]
ฉินปู้อี้ตอบเสียงอ่อย "ก็ได้"
เวลาร้อยห้าสิบปีมันนานเกินไป เขาจะมาเสียเวลาเฝ้าแก่นแท้แดนลับอยู่ที่นี่ไม่ได้
ถ้าต้องรอนานขนาดนั้น เขาคงไม่ได้ทำอะไรกินกันพอดี
ฉินปู้อี้เอื้อมมือไปเก็บแก่นแท้แดนลับคืนมา
หลังจากแก่นแท้แดนลับหยุดทำงาน ฉินปู้อี้สัมผัสได้ว่าพลังปราณของดาวบลูสตาร์ที่เบาบางอยู่แล้ว ยิ่งเบาบางลงไปอีก
การกระทำของแก่นแท้แดนลับเมื่อครู่ เหมือนเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์พลังปราณของดาวบลูสตาร์ให้แย่ลงไปอีก
ที่บ้านตระกูลหลาน หลานเหวินฮ่าวที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น พึมพำด้วยความสงสัย "ทำไมพลังปราณถึงเบาบางลงกะทันหันขนาดนี้"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ฉินปู้อี้มาถึงบ้านตระกูลหลาน
ลูกหลานตระกูลหลานเห็นฉินปู้อี้ก็ตื่นเต้นดีใจ รีบวิ่งเข้าไปรายงานหลานเหวินฮ่าว
ทันทีที่ฉินปู้อี้ก้าวเข้ามาในบ้าน หลานเหวินฮ่าวก็พุ่งเข้ามาต้อนรับราวจรวด
ยังไม่ทันที่ฉินปู้อี้จะพูดอะไร หลานเหวินฮ่าวก็สวมกอดเขาแน่น "พี่ฉิน ในที่สุดท่านก็กลับมา"
"หายไปตั้งหนึ่งปีเจ็ดเดือน ข้านึกว่าท่านจากดาวบลูสตาร์ไปแล้วซะอีก"
ฉินปู้อี้ทำสีหน้าจริงจัง "ช่วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา ข้าไปจัดการธุระบางอย่าง การกลับมาครั้งนี้ก็อย่างที่พี่เหวินฮ่าวพูดนั่นแหละ ข้ามาเพื่อลา"
"ลา... ลาจาก?"
"ข้าพูดถูกจริงๆ เหรอเนี่ย?"
หลานเหวินฮ่าวเบิกตากว้างมองฉินปู้อี้
ฉินปู้อี้พยักหน้า "ใช่แล้ว ข้าจะออกจากดาวบลูสตาร์แล้ว"
"พี่ฉิน ท่านจะไปไหน?" หลานเหวินฮ่าวถาม
หลานเหวินฮ่าวไม่แปลกใจเลยที่ฉินปู้อี้มีวิธีออกจากดาวบลูสตาร์
สำหรับฉินปู้อี้ที่มีความก้าวหน้าในการฝึกฝนรวดเร็วปานสายฟ้าแลบและดูลึกลับซับซ้อน หลานเหวินฮ่าวเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไม่มีข้อกังขา
ในสายตาของเขา ถ้าฉินปู้อี้ยังหาวิธีออกไปไม่ได้ ผู้ฝึกตนคนอื่นในดาวบลูสตาร์ก็อย่าหวังเลย
ฉินปู้อี้ตอบ "ที่ที่ไกลจากดาวบลูสตาร์มากๆ ไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกตลอดชีวิต"
"ในโลกเสี่ยวเชียนของข้ายังมีลูกหลานตระกูลหลานอยู่ พี่เหวินฮ่าวจะเอายังไง?"
หลานเหวินฮ่าวครุ่นคิดครู่หนึ่ง "พี่ฉิน ขอข้าเข้าไปดูพวกเขาในโลกเสี่ยวเชียนก่อนได้ไหม แล้วค่อยตัดสินใจ"
ฉินปู้อี้ใช้จิตสัมผัสครอบคลุมร่างหลานเหวินฮ่าว พริบตาเดียวทั้งคู่ก็มาปรากฏตัวในโลกเสี่ยวเชียน
ด้วยความพยายามของคนตระกูลหลานตลอดปีกว่า โลกเสี่ยวเชียนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ทุกอย่างถูกจัดระเบียบอย่างเรียบร้อยสวยงาม
แปลงสมุนไพรวิเศษนานาชนิดถูกแบ่งโซนปลูกอย่างเป็นระเบียบ
นกกระเรียนบินว่อนบนท้องฟ้า สัตว์วิญญาณวิ่งเล่นหยอกล้อกันบนพื้นดิน
แต่ถึงแม้คนตระกูลหลานจะขยันขันแข็งแค่ไหน ก็ยังพัฒนาพื้นที่ในโลกเสี่ยวเชียนได้ไม่ถึงครึ่ง
ใจกลางโลกเสี่ยวเชียน มีตำหนักใหญ่โตโอฬารตั้งตระหง่านอยู่
ขนาบข้างด้วยตำหนักย่อมลงมาอีกสองหลัง
ถัดออกมาจากศูนย์กลางเล็กน้อย คือที่พักอาศัยของลูกหลานตระกูลหลาน
บริเวณนี้มีความเข้มข้นของพลังปราณรองลงมาจากใจกลางเพียงเล็กน้อย
ฉินปู้อี้ส่งจิตสัมผัสตรวจสอบ พบว่าหลังจากผ่านไปปีกว่า
ระดับพลังของลูกหลานตระกูลหลานส่วนใหญ่เลื่อนขึ้นมาหนึ่งขั้นใหญ่
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
เพราะความเข้มข้นของพลังปราณในโลกเสี่ยวเชียนนั้นมากกว่าดาวบลูสตาร์หลายพันเท่า
ฉินปู้อี้และหลานเหวินฮ่าวเหาะลงไปยังที่พักของคนตระกูลหลาน
เมื่อเห็นทั้งสองคน ทุกคนต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่
"ทุกคนรวมพล! ท่านผู้อาวุโสสูงสุดกับท่านผู้นำตระกูลมาแล้ว"
เพียงไม่กี่อึดใจ คนตระกูลหลานก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า
รวมถึงเสี่ยวชิงหลง หวงต้าเซียน ฉีอวิ๋น และหล่างเย่ด้วย
ทันทีที่เห็นฉินปู้อี้ เสี่ยวชิงหลงก็บินมาเกาะไหล่เขา แลบลิ้นเลียแก้มด้วยความคิดถึง "นายท่าน หายไปนานเลย ข้าคิดถึ๊งคิดถึง"
ฉินปู้อี้คว้าตัวเสี่ยวชิงหลงมาอุ้ม ลูบหลังมันเล่นอย่างมันเขี้ยว
ก่อนจะเลื่อนมือไปเกาท้องนุ่มๆ ของมันอย่างเพลิดเพลิน "อืม สัมผัสยังดีเหมือนเดิม"
เสี่ยวชิงหลงปล่อยให้ฉินปู้อี้ลูบคลำตามใจชอบโดยไม่ขัดขืน
หลานเหวินฮ่าวเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานในตระกูลก็ดีใจมาก หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้น
"ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่พลังรุดหน้าไปมาก วันนี้ข้ามาเพราะมีเรื่องอยากถามพวกเจ้า"
หลานหลิงหลงก้าวออกมาจากแถว "ท่านอาสาม เชิญว่ามาเลยค่ะ"
หลานเหวินฮ่าวกล่าวต่อ "พวกเจ้าทุกคนคือหัวกะทิของตระกูลหลาน ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสสูงสุดกำลังจะเดินทางไปดาวดวงอื่น"
"การไปครั้งนี้ อาจจะไม่ได้กลับมาที่ดาวบลูสตาร์อีกตลอดชีวิต พวกเจ้าคิดเห็นยังไง?"
ลูกหลานตระกูลหลานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากในกลุ่ม
"ข้าขอติดตามท่านผู้อาวุโสสูงสุดไปด้วย"
สิ้นเสียงนั้น คนอื่นๆ ก็พากันประสานเสียงตาม
"ข้าขอติดตามท่านผู้อาวุโสสูงสุดไปด้วย"
"ข้าขอติดตามท่านผู้อาวุโสสูงสุดไปด้วย"...
สำหรับลูกหลานตระกูลหลาน ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขาถือว่าโลกเสี่ยวเชียนเป็นบ้านไปแล้ว
ด้วยพลังปราณที่เข้มข้นและทรัพยากรมหาศาล เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงการฝึกฝนของพวกเขาไปได้สบายๆ
ถ้าต้องกลับไปดาวบลูสตาร์ที่แร้นแค้น ทั้งพลังปราณและทรัพยากร คนโง่เท่านั้นแหละที่จะกลับไป
อีกอย่าง พวกเขาก็อยากจะติดตามฉินปู้อี้ออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอก
การได้อยู่ข้างกายฉินปู้อี้ ย่อมมีอนาคตสดใสกว่าอยู่กับหลานเหวินฮ่าวแน่นอน
หลานเหวินฮ่าวถอนหายใจยาว เขาคาดเดาคำตอบนี้ไว้อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนมา
หลานเหวินฮ่าวหันไปพูดกับฉินปู้อี้ "พี่ฉิน ข้ามีเรื่องอยากขอร้อง"
ฉินปู้อี้: "พี่เหวินฮ่าว เชิญว่ามา"
หลานเหวินฮ่าว: "ดาวบลูสตาร์พลังปราณแทบไม่เหลือแล้ว อยู่ไปก็ไร้อนาคต ข้าอยากจะขอย้ายคนทั้งตระกูลหลานเข้ามาอยู่ในโลกเสี่ยวเชียน พี่ฉินจะว่ายังไง?"
ฉินปู้อี้คาดไม่ถึงว่าหลานเหวินฮ่าวจะตัดสินใจแบบนี้ นั่นหมายความว่าตระกูลหลานทั้งตระกูลจะต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนติดตามเขาไปดาวดวงอื่น