- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 82 พลังรุดหน้า ใช้คุณธรรมสยบคน
บทที่ 82 พลังรุดหน้า ใช้คุณธรรมสยบคน
บทที่ 82 พลังรุดหน้า ใช้คุณธรรมสยบคน
เสียงมังกรคำรามดังก้องไปทั่วโลกเสี่ยวเชียน
เสี่ยวชิงหลงใช้กรงเล็บหิ้วปีกหวงต้าเซียนบินไปทางไกล
"เฮ้ย... เจ้า... เจ้าจะทำอะไร!"
"เจ้ามนุษย์บอกว่าให้ใช้คุณธรรมสยบคน"
หวงต้าเซียนตัวสั่นงันงกอยู่ภายใต้บารมีมังกรอันทรงพลังของเสี่ยวชิงหลง
ลำดับชั้นในหมู่สัตว์อสูรนั้นเคร่งครัดยิ่ง เผ่าพันธุ์มังกรซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร มีอำนาจทางสายเลือดข่มหวงต้าเซียนอย่างสมบูรณ์
หวงต้าเซียนไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย ได้แต่ร้องโวยวาย
ฉินปู้อี้ตะโกนตอบจากระยะไกล "ถูกต้อง เสี่ยวชิงจะพาเจ้าไปสัมผัสประสบการณ์การใช้คุณธรรมสยบคน"
ฉินปู้อี้เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนตะโกนกำชับ "เสี่ยวชิง เบามือหน่อย อย่าเล่นจนตายล่ะ"
ได้ยินคำสั่งนั้น หวงต้าเซียนยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม ถีบขาสั้นป้อมไปมา ร้องลั่น
"ปล่อยข้าออกไป ปล่อยข้าออกไป"
เสี่ยวชิงหลงหิ้วหวงต้าเซียนพลางพูดอย่างอารมณ์ดี "นายท่านบอกว่ายังไม่ได้คืนแดนลับให้เจ้า จะปล่อยเจ้าไปไม่ได้"
หวงต้าเซียนเผลอหลุดปาก "ใช่ แดนลับของข้า เจ้ามนุษย์ เจ้าต้องคืนแดนลับให้ข้าด้วย!"
......
ฉินปู้อี้ฟังเสียงมังกรคำรามอย่างสะใจของเสี่ยวชิงหลง สลับกับเสียงร้องโหยหวนของหวงต้าเซียน
"ไหนบอกว่าใช้คุณธรรมสยบคน ทำไมถึงลงไม้ลงมือล่ะ"
"ข้าไม่เอาแดนลับแล้ว อย่าตีข้าเลย"
"ปล่อยข้าออกไป..."
ฉินปู้อี้ส่งกระแสจิตหาเสี่ยวชิงหลง "เสี่ยวชิง ดัดนิสัยให้ดีๆ หน่อยนะ"
เสี่ยวชิงหลง: "รับทราบขอรับนายท่าน"
เสียงการทุบตีหวงต้าเซียนของเสี่ยวชิงหลงดังไปทั่วโลกเสี่ยวเชียน
ผู้คนในโลกเสี่ยวเชียนต่างหยุดฝึกฝน เงยหน้ามองเหตุการณ์บนท้องฟ้า
ฉีอวิ๋นเดินเข้ามาหาฉินปู้อี้ ถามว่า "เพียงพอนเหลืองตัวนี้มาจากไหน?"
ฉินปู้อี้: "แดนลับเผิงไหล"
ฉีอวิ๋นพยักหน้าเข้าใจ "ก่อนหน้านี้ข้ายังสงสัยว่าทำไมสามแดนลับใหญ่ทุ่มเทกำลังขนาดนั้นก็ยังยึดแดนลับเผิงไหลไม่ได้"
"ที่แท้มีเพียงพอนเหลืองระดับเหอถี่ระยะแรกคุมอยู่นี่เอง มิน่าล่ะ"
บนพื้นดิน หล่างเย่มองดูเสี่ยวชิงหลงกำลังสั่งสอนหวงต้าเซียน พึมพำกับตัวเอง "นึกไม่ถึงว่าลูกพี่เสี่ยวชิงที่ปกติทำตัวบ้องแบ๊ว จะโหดเหี้ยมขนาดนี้ ต่อไปห้ามทำให้ลูกพี่เสี่ยวชิงโกรธเด็ดขาด"
ใช่แล้ว หลังจากอยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง บวกกับความสนิทสนมกับฉินปู้อี้
เสี่ยวชิงหลงได้กลายเป็นลูกพี่ใหญ่ของทุกคนในโลกเสี่ยวเชียนไปแล้ว
คนตระกูลหลานต่างพากันซุบซิบ
"ดูไม่ออกเลยว่าลูกพี่เสี่ยวชิงที่ดูไร้เดียงสา จะลงมือหนักขนาดนี้"
"ข้านึกว่าลูกพี่เสี่ยวชิงเป็นแค่มาสคอตน่ารักๆ ที่ไหนได้ พลังต่อสู้โหดชะมัด"
"ท่านกุนซือหล่างเย่ ท่านเคยเห็นตอนลูกพี่เสี่ยวชิงเอาจริงไหม?"
ศิษย์ตระกูลหลานคนหนึ่งสะกิดหล่างเย่ถาม
หล่างเย่: "แน่นอน ข้าเคยเห็น ร่างมังกรของลูกพี่เสี่ยวชิงยาวหลายร้อยจั้ง..."
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว ตั้งใจฟังหล่างเย่โม้ต่อ
หล่างเย่เห็นทุกคนสนใจ ก็เริ่มใส่สีตีไข่
"ตอนที่ข้ารู้จักกับลูกพี่เสี่ยวชิงใหม่ๆ ลูกพี่แกงับผู้ฝึกตนระดับเลี่ยนซูเข้าไปคำเดียวหายวับ..."
"ศึกครั้งนั้นฟ้าถล่มดินทลาย ผีสางเทวดายังต้องหลบ..."
......
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
เสี่ยวชิงหลงบินนำหน้า หวงต้าเซียนที่ตัวบวมเป่งหน้าตาปูดโปนเดินคอตกตามหลังต้อยๆ
เมื่อมาถึงหน้าฉินปู้อี้ เสี่ยวชิงหลงรายงาน "นายท่าน ภารกิจสำเร็จลุล่วงขอรับ"
พูดจบ ก็เอากรงเล็บตบหัวหวงต้าเซียนจนหัวทิ่ม
หวงต้าเซียนลูบหัวที่เจ็บระบม พูดอย่างไม่เต็มใจ "เจ้ามนุษย์..."
"เพียะ!"
กรงเล็บมังกรตบหัวหวงต้าเซียนอีกที เสี่ยวชิงหลงสอนสั่ง "เสี่ยวหวง เจ้าควรเรียกว่าอะไร"
หวงต้าเซียน: "นายท่าน..."
"ค่อยรื่นหูหน่อย" เสี่ยวชิงหลงพยักหน้าพอใจ
ฉินปู้อี้แกล้งขยี้แผลใจหวงต้าเซียน "ยังอยากได้แดนลับคืนอยู่ไหม?"
หวงต้าเซียนกุมหัว ครางฮือๆ "ไม่เอาแล้ว"
ฉินปู้อี้: "แล้วยังอยากให้ข้าปล่อยออกไปอีกไหม"
หวงต้าเซียนตาเป็นประกายวูบหนึ่ง แต่พอนึกถึงฉากที่โดนเสี่ยวชิงหลงซ้อมเมื่อกี้ ก็รีบส่ายหน้า
"ไม่ออกแล้ว..."
ฉินปู้อี้พยักหน้า "อืม ดีมาก ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเจ้า"
แล้วหันไปสั่งเสี่ยวชิงหลง "เสี่ยวชิง พาไปพักผ่อน ให้ทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่หน่อย"
"ได้เลยขอรับ นายท่าน"
เสี่ยวชิงหลงหิ้วหวงต้าเซียนจากไป
ฉีอวิ๋นเอ่ยชม "สหายตัวน้อยฉิน สยบสัตว์อสูรระดับเหอถี่ระยะแรกได้เงียบๆ แบบนี้เลยรึ? ร้ายกาจจริงๆ ข้าน้อยนับถือ"
ฉินปู้อี้ตอบเรียบๆ "ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก"
[ติ๊ง! ภารกิจระดับตำนาน: ยึดครองแดนลับเผิงไหลภายในหนึ่งปี สำเร็จ!]
[ส่งมอบรางวัลภารกิจเรียบร้อย]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
ภารกิจระดับตำนานครั้งนี้ เมื่อเทียบกับตอนชิงแก่นดาราที่เทือกเขาเทวะร่วงหล่น ถือว่าง่ายกว่ามาก เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ หากฉินปู้อี้ไม่ได้เพิ่มระดับพลังอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นเหอถี่
การต้องเผชิญหน้ากับบอสใหญ่อย่างหวงต้าเซียนที่มีระดับเหอถี่ระยะแรก ก็คงต้องออกแรงเหนื่อยไม่ใช่เล่นกว่าจะยึดแดนลับเผิงไหลได้
รางวัลภารกิจระดับตำนานมีทั้งหมดสามอย่าง ได้แก่ กายาเทียนฮวง · ขั้นกลาง, 50 แต้มสถานะ, และชิ้นส่วนดาบที่แตกหักหนึ่งชิ้น
ฉินปู้อี้หยิบชิ้นส่วนดาบออกมา ประกบเข้ากับส่วนที่ขาดหายไปของดาบสังหาร
"วิ้ง!"
ดาบสังหารส่งเสียงร้องกังวาน
ชิ้นส่วนดาบและตัวดาบสังหารค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน
หนึ่งลมหายใจผ่านไป ตัวดาบสั่นสะเทือน การหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์
พร้อมกันนั้น จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากดาบก็เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
ฉินปู้อี้เติม 50 แต้มสถานะใส่ตัวเอง แล้วเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ: ฉินปู้อี้
กายา: เทียนฮวง · ขั้นกลาง
ผลลัพธ์: ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น · สิบเปอร์เซ็นต์
การบำเพ็ญเพียร: ระดับหก · ขั้นเหอถี่ระยะกลาง (692/1,000)
จิตสัมผัส: ขั้นเหอถี่ระยะหลัง
พละกำลัง: 692
ความเร็ว: 692
ความอึด: 692
พลังโจมตี: 692
พลังป้องกัน: 692
โชคลาภ: 692
......
อาวุธ: ดาบสังหาร · ระดับหก (692/1,000)
ชิ้นส่วนที่แตกหัก (2/9): เพิ่มพลังโจมตี · ยี่สิบเปอร์เซ็นต์
พลังโจมตี: 692
ทักษะ: เพลงดาบสังหาร · ระดับสี่ (200/200 · ขาดเคล็ดวิชาต่อเนื่องจึงไม่สามารถทะลวงขั้นได้)
พลังโจมตี: 200
สัตว์อสูร: มังกรเขียว · ระดับหก (692/1,000)
หลังจากกายาเทียนฮวงเลื่อนเป็นขั้นกลาง การเพิ่มค่าสถานะทั้งหมดก็ขยับจากห้าเปอร์เซ็นต์เป็นสิบเปอร์เซ็นต์
และเมื่อหลอมรวมชิ้นส่วนที่แตกหักเพิ่มอีกชิ้น การเพิ่มพลังโจมตีของดาบสังหารก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
จากเดิมสิบเปอร์เซ็นต์ กลายเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์
หลังจากเติม 50 แต้มสถานะ ระดับพลังของฉินปู้อี้ก็ทะลวงจากขั้นเหอถี่ระยะแรกสู่ขั้นเหอถี่ระยะกลาง และจิตสัมผัสก็ทะลวงสู่ขั้นเหอถี่ระยะหลัง
เมื่อได้รับรางวัลภารกิจครบถ้วน พลังรบของฉินปู้อี้ก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
ด้วยพลังรบในตอนนี้ การต่อกรกับระดับเหอถี่ระยะหลังไม่ใช่เรื่องยาก หรือแม้แต่ระดับเหอถี่สมบูรณ์ก็พอจะสู้ไหว
"ต่อไปก็คือการมุ่งหน้าสู่แดนลับปลุกพลัง เพื่อรับเพลงดาบสังหารกระบวนท่าที่ห้าและหก" ฉินปู้อี้คิดในใจ
เมื่อได้สติกลับมา ฉินปู้อี้เห็นฉีอวิ๋นยืนอ้าปากค้างมองเขาอยู่ จึงถาม "ท่านอาวุโสฉี เป็นอะไรไป?"
ฉีอวิ๋นถามเสียงตะกุกตะกัก "เจ้า... เจ้าทะลวงขั้นอีกแล้วเหรอ?"
ฉินปู้อี้พยักหน้ายอมรับ
ฉีอวิ๋นถอนหายใจยาว "คนเทียบคนมันน่าเจ็บใจ ของเทียบของมันน่าโยันทิ้งจริงๆ"
"เจ้าเพิ่งทะลวงสู่ขั้นเหอถี่ระยะแรกไปได้ไม่นาน นี่ทะลวงอีกแล้วเหรอ"
เมื่อครู่นี้ ฉีอวิ๋นยืนอยู่ข้างฉินปู้อี้ เห็นกับตาว่ากลิ่นอายของฉินปู้อี้พุ่งสูงขึ้นเป็นระลอกๆ ความเปลี่ยนแปลงมหาศาลเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก
นี่ทำให้ฉีอวิ๋นนอกจากจะทึ่งในพรสวรรค์ของฉินปู้อี้แล้ว ในใจยังเกิดความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างรุนแรงอีกด้วย