เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 ฉินปู้อี้ผู้ทรนง

บทที่ 72 ฉินปู้อี้ผู้ทรนง

บทที่ 72 ฉินปู้อี้ผู้ทรนง


ฉินปู้อี้กวาดสายตามองหลานหลิงหลงและหล่างเย่ที่อยู่บนหลังของเสี่ยวชิงหลง ซึ่งบาดแผลหายสนิทแล้ว

หลานหลิงหลงลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ยินดีด้วยค่ะพี่ฉิน ที่ฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จ"

หล่างเย่ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ประสานมือคารวะ "ยินดีด้วยครับ"

ฉินปู้อี้หันไปถามหล่างเย่ "จากนี้ไปเจ้าวางแผนจะทำอะไรต่อ?"

หล่างเย่ถอนหายใจ "แดนลับทั้งสามแห่งของดาวบลูสตาร์ตกอยู่ในมือท่านหมดแล้ว ต่อไปข้าคงต้องเร่ร่อนไปทั่ว"

ฉินปู้อี้จ้องมองชายที่เขาเคยทุบหัวสลบมาหลายครั้งแล้วกล่าวอย่างจริงจัง

"ถ้าไม่มีที่ไป ก็มาอยู่กับข้าสิ"

ดวงตาของหล่างเย่เป็นประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะหม่นแสงลง กล่าวอย่างมีนัยยะ "อยู่กับข้า อาจจะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ท่าน ท่านแน่ใจหรือ?"

ฉินปู้อี้สังเกตเห็นความไม่ธรรมดาของหล่างเย่มานานแล้ว

เช่น ยาที่เขาให้หลานหลิงหลง แม้จะออกฤทธิ์ช้า แต่เสถียรมาก

และที่สำคัญที่สุดคือยาเม็ดนั้น แม้แต่เนตรตรวจสอบของฉินปู้อี้ก็ยังมองไม่ออก เป็นเครื่องหมายคำถามทั้งหมด

ฉินปู้อี้ตอบเสียงเรียบ "ตัวข้าเองก็มีปัญหาไม่น้อยไปกว่าเจ้า อยู่กับข้าก็เสี่ยงตายได้ทุกเมื่อ เลือกเอาเองแล้วกัน"

หล่างเย่เข้าใจความหมายแฝงของฉินปู้อี้ทันที ว่าฉินปู้อี้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องปัญหาของเขา

หล่างเย่กล่าว "งั้นต่อไปข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย ตั้งแต่วันนี้ไป ท่านคือลูกพี่ข้า"

พูดจบ หล่างเย่ก็ล้วงยาเม็ดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ฉินปู้อี้ "ลูกพี่ จากกลิ่นอายของท่าน ข้าเดาว่าห้วงจิตของท่านเสียหายหนัก ยาเม็ดนี้จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่ห้วงจิตได้"

เดิมทีฉินปู้อี้ตั้งใจจะเอากระบี่ที่ยึดมาจากฉีอวิ๋นไปแลกเป็นคะแนนร้านค้า เพื่อซื้อยารักษาตัวเอง

ไม่นึกว่าหล่างเย่จะยื่นยาให้แบบนี้ ฉินปู้อี้จึงใช้เนตรตรวจสอบสแกนดูอย่างละเอียด

นอกจากระดับยาที่ไม่ระบุ ก็ไม่พบอันตรายใดๆ

ไม่ใช่ว่าฉินปู้อี้เป็นโรคระแวง แต่สำหรับนักฆ่าอย่างเขา ความรอบคอบคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการมีชีวิตรอด

ความเชื่อใจคือพรสวรรค์ จนถึงตอนนี้ นอกจากเสี่ยวชิงหลงที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ฉินปู้อี้ยังคงระแวงทุกคน

แม้แต่หลานหลิงหลงที่ติดตามเขามาตลอด เขาก็ยังไม่ไว้ใจเต็มร้อย

นับประสาอะไรกับหล่างเย่ที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง

เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ฉินปู้อี้รับยามาแล้วกลืนลงไป

ยาละลายในปากทันที ฤทธิ์ยาพุ่งตรงไปยังห้วงจิตในสมอง

แล้วกระจายตัวไปทั่วห้วงจิต

เพียงไม่กี่ลมหายใจ อาการบาดเจ็บในห้วงจิตของฉินปู้อี้ก็ฟื้นฟูไปกว่าครึ่ง

ผ่านไปอีกสิบกว่าลมหายใจ ห้วงจิตก็หายสนิท ความเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกกระชากหายไปไร้ร่องรอย

เมื่อห้วงจิตหายดี ฉินปู้อี้ก็เรียกคืนจิตสัมผัสที่คอยประคองผนังห้วงจิตกลับมา

สำหรับยาที่หล่างเย่ให้มา ฉินปู้อี้ไม่ได้ถามถึงที่มา ทั้งสองฝ่ายต่างรู้กันดี

เมื่อทะลวงสู่ขั้นเหอถี่ระยะแรกแล้ว ฉินปู้อี้ยังไม่ได้ดูค่าสถานะของตัวเอง จึงเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวขึ้นมา

ชื่อ: ฉินปู้อี้

กายา: เทียนฮวง · ขั้นต้น

ผลลัพธ์: ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น · ห้าเปอร์เซ็นต์

การบำเพ็ญเพียร: ระดับหก · ขั้นเหอถี่ระยะแรก (567/1,000)

จิตสัมผัส: ขั้นเหอถี่ระยะกลาง

พละกำลัง: 567

ความเร็ว: 567

ความอึด: 567

พลังโจมตี: 567

พลังป้องกัน: 567

โชคลาภ: 567

......

อาวุธ: ดาบสังหาร · ระดับหก (567/1,000)

ชิ้นส่วนที่แตกหัก (1/9): เพิ่มพลังโจมตี · สิบเปอร์เซ็นต์

พลังโจมตี: 567

ทักษะ: เพลงดาบสังหาร · ระดับสี่ (200/200 · ขาดเคล็ดวิชาต่อเนื่องจึงไม่สามารถทะลวงขั้นได้)

พลังโจมตี: 200

สัตว์อสูร: มังกรเขียว · ระดับหก (567/1,000)

"ไม่นึกเลยว่าจะทะลวงสู่ระดับหกได้เร็วขนาดนี้"

"จิตสัมผัสถึงระดับเหอถี่ระยะกลางแล้ว"

"เสียดายอย่างเดียวคือเพลงดาบสังหารพัฒนาช้า ยังติดอยู่ที่ระดับสี่"

คิดในใจเสร็จ ฉินปู้อี้ก็ถามระบบ "ระบบ จะหาเคล็ดวิชาเพลงดาบสังหารส่วนต่อได้ยังไง"

[ยินดีด้วยนะจ๊ะโฮสต์ ที่ทะลวงสู่ระดับหกได้แล้ว โฮสต์ไก่อ่อนระดับหก]

เสียงกวนประสาทของระบบดังขึ้น ทำเอาฉินปู้อี้หน้าดำคร่ำเครียด

พักหลังระบบชักจะลามปามขึ้นทุกที จากที่แค่แซวเล่น ตอนนี้กลายเป็นคำทักทายติดปากไปแล้ว

"ข้าถามว่าจะหาเคล็ดวิชาเพลงดาบสังหารส่วนต่อได้ที่ไหน"

[อ้อ จ่ายมาหนึ่งพันคะแนนร้านค้าก่อน แล้วจะบอกให้] ระบบตอบ

ฉินปู้อี้: "ดูสภาพข้าเหมือนมีคะแนนให้รึไง หรือจะเอาตัวข้าไปขายดูไหมล่ะว่าได้กี่คะแนน แล้วอีกอย่าง แกจะเอาคะแนนไปทำอะไร?"

[ติ๊ง! ระบบกำลังคำนวณมูลค่าของโฮสต์...]

[ติ๊ง! คำนวณเสร็จสิ้น โฮสต์ไม่มีค่าสักแดงเดียว]

ฉินปู้อี้โดนระบบเล่นงานจนพูดไม่ออก "..."

ระบบเห็นฉินปู้อี้เงียบไป จึงอธิบาย [คะแนนร้านค้าน่ะ ข้าเอาไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอก แต่ของแบบนี้มันต้องมีพิธีรีตองหน่อย ตอบฟรีๆ มันดูโลว์น่ะ เข้าใจไหม?]

เอาเข้าไป มาดาวบลูสตาร์ไม่นาน ระบบหัดพูดทับศัพท์ซะแล้ว

ฉินปู้อี้ยิ่งพูดยิ่งหน่ายใจ เขาพบว่าระบบเริ่มมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกวัน

[ช่างเถอะๆ ตั้งแต่เริ่มมาข้ายังไถคะแนนจากเจ้าไม่ได้สักแต้ม สงสัยต้องเปลี่ยนมุกใหม่ซะแล้ว] ระบบบ่นอย่างจนใจ

ฉินปู้อี้: "ตอบฟรีไม่ได้รึไง?"

ระบบตอบทันควัน [ไม่ได้! เอาเป็นว่า ครั้งนี้เจ้าพูดว่า: ระบบสุดหล่อครับ ทาสผู้ซื่อสัตย์ขอร้องให้ท่านช่วยคลายความสงสัยให้หน่อยครับ]

"ไม่มีทาง" ฉินปู้อี้ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด

[เทียบกับการจ่ายคะแนนร้านค้า นี่ข้าลดแลกแจกแถมสุดๆ แล้วนะ ให้เวลาคิดสามวินาที ถ้าไม่ขอร้อง ข้าจะไปดูซีรีส์ต่อแล้วนะ] ระบบขู่

"ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ หัวขาดเลือดไหลได้ แต่ศักดิ์ศรีทิ้งไม่ได้"

[สาม!]

"นับถึงร้อยก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีทาง"

[สอง!]

"บอกว่าไม่มีทางก็คือไม่มีทาง"

[หนึ่ง!]

"ระบบสุดหล่อครับ เจ้านายของท่านขอร้องให้ท่านช่วยคลายความสงสัยให้หน่อยครับ" ฉินปู้อี้กัดฟันพูด

ใช่แล้ว ฉินปู้อี้ยอมแพ้

[ฮ่าฮ่า ไม่นึกว่าจะยอมพูดจริงๆ อื้ม~ ถึงจะมีจุดผิดพลาดนิดหน่อย แต่ก็หยวนๆ ให้ละกัน]

[เพลงดาบสังหารกระบวนท่าที่ห้าและหก อยู่ในแดนลับปลุกพลัง]

[เห็นแก่ที่ครั้งนี้ทำตัวว่านอนสอนง่าย จะบอกใบ้ให้นิดนึงว่า การเข้าแดนลับปลุกพลังครั้งนี้ต้องใช้เวลานาน แนะนำให้เจ้าไปยึดแดนลับเผิงไหลมาให้ได้ก่อน]

ได้คำตอบแล้ว ฉินปู้อี้ก็พ่นคำเดียวสั้นๆ "ไสหัวไป!"

[โฮสต์ ทำกับเค้าแบบนี้ได้ไง ใจร้ายที่สุด]

ฉินปู้อี้เลิกสนใจระบบ แล้วเริ่มคาดเดาสถานการณ์ที่จะเจอในแดนลับปลุกพลังครั้งนี้

ภาพลักษณ์ของหงเหลียนผุดขึ้นในใจ

ฉินปู้อี้พึมพำ "ครั้งนี้ จะได้เจอเจ้าอีกไหมนะ..."

ขณะที่กำลังเหม่อลอย เสียงของหลานเหวินฮ่าวก็ดังขึ้น "ฮ่าฮ่า ยินดีด้วยพี่ฉิน ที่ทะลวงสู่ขั้นเหอถี่"

ฉินปู้อี้ได้สติ มองดูหลานเหวินฮ่าวและหลานเทียนเหอที่กำลังเหาะเข้ามาหา แล้วยิ้มตอบ "ทั้งสองท่าน ไม่เจอกันนานเลยนะ"

หลานเทียนเหอ: "พี่ฉิน ที่บ้านเตรียมโต๊ะจีนไว้แล้ว เพื่อฉลองให้พี่ฉินโดยเฉพาะ"

ฉินปู้อี้พยักหน้ารับ "ขอบคุณมาก"

หลานเหวินฮ่าว: "พี่ฉินไม่ต้องเกรงใจ ตรงนี้คุยไม่สะดวก กลับไปบ้านตระกูลหลาน ค่อยกินไปคุยไปดีกว่า"

ในขณะที่กลุ่มของฉินปู้อี้กำลังจะจากไป เสียงตะโกนอื้ออึงก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง

"ท่านผู้อาวุโส โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด"

"ข้ายินดีรับใช้ท่านผู้อาวุโสไปตลอดชีวิต"

"ท่านผู้อาวุโส โปรดรับข้าไว้ด้วยเถิด ข้าน้อยยินดีปรนนิบัติรับใช้ท่านทุกค่ำคืน"

"ท่านผู้อาวุโสเป็นผู้ทรงศีลธรรม จะมาหลงเสน่ห์นางจิ้งจอกอย่างเจ้าได้ยังไง"

......

จบบทที่ บทที่ 72 ฉินปู้อี้ผู้ทรนง

คัดลอกลิงก์แล้ว