- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 9 ทั้งเมืองสั่นสะเทือน
บทที่ 9 ทั้งเมืองสั่นสะเทือน
บทที่ 9 ทั้งเมืองสั่นสะเทือน
หลังสังหารถังปา ฉินปู้อี้เปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวขึ้นมาดู:
ชื่อ: ฉินปู้อี้ ระดับการบำเพ็ญเพียร: ระดับสอง · จินตัน ขั้นกลาง (29/50) พละกำลัง: 29 ความเร็ว: 29 ความอึด: 29 พลังโจมตี: 29 พลังป้องกัน: 29 วาสนา: 29 ...... ดาบซาเซิง · ระดับสอง (29/50) พลังโจมตี: 29 เพลงดาบซาเซิง · ระดับสอง (29/50) พลังโจมตี: 29
...
ภายในตระกูลถัง
รายงานกองเป็นภูเขาเลากาอยู่บนโต๊ะ แววตาของถังเจิ้นเทียนลุกโชนราวกับจะพ่นไฟได้
"เรียนท่านประมุข จากการคำนวณ ความเสียหายต่อทรัพย์สินของตระกูลเราในเมืองชิงหยางเมื่อคืนนี้สูงถึงหนึ่งในสาม ส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีจำนวนหลายร้อยคน" ผู้อาวุโสรองยืนรายงานอยู่ข้างๆ
"บัดซบ! บัดซบที่สุด!" ถังเจิ้นเทียนกัดฟันกรอด
"เพล้ง!"
แจกันล้ำค่าถูกทุ่มลงพื้นแตกกระจาย
"ท่านประมุข สายข่าวที่เราส่งไปแฝงตัวในตระกูลหวังรายงานมาว่า คนผู้นี้มีนามว่าฉินปู้อี้ ที่มาและภูมิหลังไม่แน่ชัด ราวกับโผล่มาจากอากาศธาตุ"
ถังเจิ้นเทียนพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา "ฉินปู้อี้... ฉินปู้อี้..."
...
ทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองชิงหยาง ตั้งแต่คนแก่ไม้ใกล้ฝั่งยันเด็กเล็กและสตรี ต่างพากันพูดถึงเรื่องเดียวกัน
"เมื่อคืนนี้ กิจการของตระกูลถัง ทั้งหอนางโลม บ่อนพนัน โรงรับจำนำ ถูกเผาวอดไปเกือบหนึ่งในสามเชียวนะ"
"สงสัยคราวนี้ตระกูลถังคงไปเหยียบตาปลาขาใหญ่เข้าให้แล้ว ไม่งั้นคงไม่โดนแก้แค้นหนักขนาดนี้"
"ขาใหญ่รึ? ข้าว่าไม่น่าใช่ ได้ยินว่าต้นเหตุมาจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไปฆ่าคุณชายหกตระกูลถังในเหลาอาหารต่างหาก"
"เมื่อคืนตระกูลถังส่งคนไปล้อมฆ่ามัน พวกเจ้าคงไม่ได้เห็นสภาพที่เกิดเหตุ แม้แต่ถังอู๋ นายท่านห้าผู้ยิ่งใหญ่ยังถูกฆ่าตาย"
"เมื่อเช้าข้าเดินผ่านถนนเส้นนั้น ยังได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่เลย"
......
ภายในตระกูลหวัง
หวังจงจ้องมองรายงานข่าวกรองบนโต๊ะนิ่งเงียบอยู่นาน สุดท้ายได้แต่ยิ้มขื่น
"เจ้าเด็กนี่ช่างหาเรื่องเก่งเสียจริง เมื่อวานข้าเพิ่งขวางถังเจิ้นเทียนไป หมากตานี้ทำเอาข้าต้องแตกหักกับตระกูลถังแบบกู่ไม่กลับเสียแล้ว"
...
ฉินปู้อี้ออกจากเมืองชิงหยางตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง กลับเข้าสู่เทือกเขาลั่วซิงหลังจากก่อวินาศกรรมเสร็จสิ้น
ตระกูลถังสั่งสมบารมีมานานปี การที่เขาเล่นงานพวกมันจนเสียหายยับเยินขนาดนี้ ขืนยังร่อนเร่อยู่ในเมืองชิงหยางก็เท่ากับรนหาที่ตาย
หลังจากกินอาหารรองท้องง่ายๆ ฉินปู้อี้ก็ซุ่มรออยู่ที่เส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาลั่วซิง
เขารอจนกระทั่งบ่ายคล้อย ในที่สุดเป้าหมายสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตา
เนตรสำรวจบอกข้อมูลว่า สองคนอยู่ในระดับจินตันขั้นปลาย อีกหนึ่งคนอยู่ระดับจินตันขั้นสมบูรณ์
ผู้ฝึกตนจินตันขั้นปลายสองคนนั้น แต่ละคนล้วนแข็งแกร่งกว่าถังอู๋มาก
หลังสังหารถังอู๋และถังปา ฉินปู้อี้ได้รับค่าสถานะมา 10 แต้ม
ด้วยพลังฝีมือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตอนนี้เขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะรับมือทั้งสามคนได้โดยไม่พ่ายแพ้ แต่การจะสังหารพวกมันนั้นเป็นเรื่องยาก
แผนการรบแผนหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวสมอง...
ฉินปู้อี้กลั้นหายใจ มือกระชับดาบซาเซิงแน่น รอคอยอย่างเงียบเชียบให้ทั้งสามเข้ามาใกล้
"พี่สาม สายข่าวบอกว่ามันหนีเข้าไปในเทือกเขาลั่วซิง"
'ถังซื่อ' (นายท่านสี่) ชายตาเดียว เอ่ยกับ 'ถังซาน' (นายท่านสาม) ผู้เหลือแขนเพียงข้างขวาที่เดินอยู่ข้างๆ
ถังซานตอบกลับ "มันช่างสรรหาที่หนีจริงๆ ลำบากพวกเราพี่น้องต้องถ่อมาถึงนี่"
'ถังชี' (นายท่านเจ็ด) ที่เดินรั้งท้าย หลับตาพริ้มพลางกล่าวว่า
"ระวังตัวด้วย เจ้าเด็กนี่มีอะไรแปลกๆ ข้าตรวจสอบศพพี่ห้าแล้ว"
"ดูจากร่องรอยการต่อสู้ อาวุธของมันต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่"
"ทั้งพละกำลัง ความเร็ว ความอึด ล้วนยอดเยี่ยม ศัตรูแบบนี้หากประมาทเพียงนิดเดียวอาจจบเห่ได้ง่ายๆ"
ถังซื่อเบ้ปาก ทำหน้าไม่ยี่หระ "น้องเจ็ด เจ้าก็พูดเกินจริงไปได้ แค่จินตันขั้นต้นคนเดียว มันจะมีฤทธิ์เดชอะไรนักหนา"
"นั่นสิ นั่นสิ" ถังซานช่วยเสริม
"พี่สี่ พี่ลืมไปแล้วหรือว่าตาพี่บอดได้ยังไง? พี่สาม แขนพี่ขาดเพราะอะไรยังจำได้ไหม?"
ถังชีเริ่มไม่พอใจกับท่าทีไม่แยแสของพี่ชายทั้งสอง
เมื่อถูกจี้ใจดำ ถังซานและถังซื่อก็หวนนึกถึงอดีต...
แม้สีหน้าจะเคร่งขรึมขึ้นบ้าง แต่ในใจลึกๆ ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนทัศนคติ ถังชีส่ายหน้าแล้วเลิกพูด
ฉินปู้อี้จ้องมองทั้งสามที่กำลังเดินเข้าสู่ระยะโจมตี ในใจนับถอยหลังเงียบๆ
"สาม"
"สอง"
"หนึ่ง"
"เคร้ง!"
"พี่สี่ระวัง!"
"พี่สี่ระวังตัว!"
ถังซานและถังชีตะโกนออกมาพร้อมกัน
"เพลงดาบซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
คมดาบซาเซิงสะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีเขียวเรืองรอง สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงฟันเข้าใส่ถังซื่อซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดในกลุ่ม
ในจังหวะฉุกละหุก ถังซื่อชักอาวุธออกมาไม่ทัน
เขาทำได้เพียงกลิ้งตัวหลบจุดตายไปกับพื้นอย่างทุลักทุเล คมดาบซาเซิงจึงฟันเข้าที่แผ่นหลังของเขาแทน
"ฉึก!"
ปรากฏรอยแผลลึกจนเห็นกระดูกที่แผ่นหลัง
เมื่อโจมตีสำเร็จ ฉินปู้อี้ก็หันหลังวิ่งหนีเข้าไปในเทือกเขาลั่วซิงทันที
"ไอ้ลูกหมา หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ถังซานคำรามด้วยความโกรธ
"พี่สี่ เป็นอย่างไรบ้าง?" ถังชีถาม
"ฮ่าๆ ไม่เป็นไร ไกลหัวใจเยอะ แค่โดนยุงกัดนิดหน่อยเอง" ถังซื่อเหงื่อกาฬไหลพรากแต่ยังทำปากเก่ง
"ไอ้เด็กเวร ถ้าจับตัวได้ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้น" ถังซานกัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้น
หลังพันแผลอย่างง่ายๆ ถังซื่อก็หันไปบอกพี่น้อง "ตามมันไป! จับไอ้เด็กนั่นมาให้ได้ ข้าจะแล่เนื้อเชือดหนังมันทีละชิ้น!"
บนต้นไม้ใหญ่ ฉินปู้อี้มองดูทั้งสามที่กำลังไล่ตามมาหลังทำแผลเสร็จ เขายิ้มเยาะ
"พวกโง่เง่า จงตายไปพร้อมกับความสิ้นหวังและเจ็บปวดเสียเถอะ"
...
ตกค่ำ
ตลอดคืนนั้น ฉินปู้อี้เคลื่อนไหวราวกับภูตผี คอยโผล่มาโจมตีทีเผลอแล้วหนีไป สร้างความปั่นป่วนให้สามพี่น้องตระกูลถังจนหัวหมุน
เขาไม่เคยเข้าปะทะตรงๆ ลอบกัดเสร็จก็หนี ทำเอาคนตระกูลถังแทบกระอักเลือดด้วยความแค้น
"แม่*เอ๊ย! ไอ้เด็กเวรนี่ทำไมมันถึงได้เจ้าเล่ห์นักวะ" ถังซานสบถอย่างหัวเสีย
"แหล่งน้ำที่เราผ่านมาทั้งหมดถูกวางยาพิษ"
ถังชีดึงเข็มเงินออกมาจากลำธาร ครึ่งบนยังคงเป็นสีเงินแวววาว แต่ครึ่งล่างกลับดำสนิท
...
รุ่งสางวันที่สอง
สามพี่น้องตระกูลถังอยู่ในสภาพอิดโรย ทั้งหิว เหนื่อย กระหาย และง่วงนอน ตลอดทั้งคืนนอกจากจะต้องระวังสัตว์พิษและสัตว์ร้ายในป่าแล้ว
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ต้องคอยระแวงฉินปู้อี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่รู้จะโผล่มาโจมตีตอนไหน
ทั้งสามไม่กล้าประมาท ต้องตึงเครียดตลอดเวลา
"พี่สาม ในแหวนมิติของพี่ยังมีน้ำเหลือไหม?" ใบหน้าของถังซื่อซีดขาวผิดปกติ
"หมดแล้ว ข้านึกว่างานนี้จะหมูๆ เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรมามาก" ถังซานตอบด้วยความเสียใจ
"ข้ายังมีเสบียงกับน้ำอยู่นิดหน่อย น่าจะพอประทังได้ถึงเย็นนี้" เสียงถังชีดังมาจากด้านหน้าขบวน
ฉินปู้อี้ซุ่มมองทั้งสามอยู่ไม่ไกล คิดในใจ "เวลาน่าจะใกล้เคียงแล้ว"
ทันใดนั้น ถังซื่อที่เดินรั้งท้ายขบวนก็กระอักเลือดออกมาคำโต
"อั้ก!"
เลือดสีแดงฉานมีสีเขียวปะปนออกมาด้วย
"น้องสี่! เจ้าเป็นอะไรไป?" ถังซานถามด้วยความร้อนรน
"แค่ก แค่ก... ข้า... ข้าคงโดนพิษเข้าแล้ว..." เสียงของถังซื่อแผ่วเบา
"โดนพิษ? ตอนไหนกัน หรือว่า?"
ถังชีรีบเดินย้อนกลับมาดูอาการ เขาฉีกผ้าพันแผลที่หลังของถังซื่อออก บาดแผลที่ถูกดาบซาเซิงฟันบัดนี้กลายเป็นสีเขียวคล้ำ
"แผนสูง แผนสูงจริงๆ ดันมาตกม้าตายน้ำตื้นจนได้ แค่กๆ..." ถังซื่อพูดด้วยความขมขื่น
ในจังหวะที่ความสนใจของทั้งสามพุ่งเป้าไปที่ถังซื่อ ฉินปู้อี้ก็เปิดฉากโจมตี
"เคร้ง!"
"เพลงดาบซาเซิงกระบวนท่าที่สอง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"
รัศมีดาบรูปจันทร์เสี้ยวครอบคลุมร่างทั้งสามไว้
ถังซานและถังชีรีบเอาตัวเข้ามาบังถังซื่อที่พลังการต่อสู้ลดฮวบ
ทั้งสองจดจ่ออยู่กับการป้องกันการโจมตีของฉินปู้อี้ กลัวว่าหากพลาดท่าโดนดาบเข้าไป จะมีจุดจบเหมือนถังซื่อ
พูดถึงยาพิษ ต้องขอบคุณตระกูลถัง เพราะนี่เป็นของที่ฉินปู้อี้ฉกมาจากโรงรับจำนำของตระกูลถังเอง เรียกได้ว่า "หนามยอกเอาหนามบ่ง"
ฉินปู้อี้แสร้งทำท่าจะโจมตีซ้ำใส่ถังซื่อที่บาดเจ็บสาหัส แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือถังซานที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ตายซะ!" ฉินปู้อี้ตะโกนลั่น
ดาบซาเซิงฟันเข้าหาถังซื่อ
"พี่สี่ระวัง!"
ถังซานใช้มือข้างเดียวจับดาบยาว พยายามจะเข้าไปขวางดาบซาเซิง
แต่แล้ว ดาบซาเซิงกลับเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่ถังซานแทน
"ฉึก!"
คมดาบกรีดแขนถังซานเป็นแผลยาวสามเชียะอย่างไม่ปรานี
เมื่อโจมตีสำเร็จ ฉินปู้อี้ไม่รั้งรอให้มีการต่อสู้ยืดเยื้อ เขาหันหลังวิ่งหนีไปทันที
"อ้อ ลืมบอกไป บนดาบข้าก็อาบยาพิษไว้เหมือนกัน ขอให้โชคดีนะ"
เสียงของฉินปู้อี้ลอยมาจากระยะไกล
"พี่สาม ที่มันพูดจริงหรือเท็จ?" ถังชีถาม
"ไม่รู้สิ แต่ว่า..."
ถังซานมองดูถังซื่อที่พิษกำเริบจนหมดสติไปแล้ว ในใจเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง