เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 305 การคาดเดานี้ถูกต้อง

บทที่ 305 การคาดเดานี้ถูกต้อง

บทที่ 305 การคาดเดานี้ถูกต้อง


บทที่ 305 การคาดเดานี้ถูกต้อง

"คุณเคยคิดจะแก้แค้นเขาไหม?" หานเฟยถาม "แล้วคุณวางแผนจะแก้แค้นยังไง?"

โก่วฮ่าวฝืนยิ้ม

"คิดจะดักตีหัวเขาด้วยไม้หน้าสามตอนเผลอครับ แต่ผมจะไปกล้าทำจริงได้ยังไง ก็ได้แต่คิดแค่นั้นแหละ"

สวีโม่จ้องมองใบหน้าของโก่วฮ่าวอย่างไม่วางตา

จากการแสดงออกทางสีหน้า สวีโม่พบว่าโก่วฮ่าวไม่ได้โกหก

ไม่ว่าจะเป็นคำให้การก่อนหน้านี้ที่บอกว่าอยากแก้แค้นลู่หยู หรือคำให้การตอนนี้ที่บอกว่าไม่กล้าลงมือ ล้วนเป็นความจริง

งั้นแสดงว่าโก่วฮ่าวไม่ใช่ฆาตกร?

ขนาดจะดักตีหัวจากข้างหลังยังไม่กล้า แล้วจะไปกล้าฆ่าคนได้ยังไง

นอกจากสวีโม่แล้ว หานเฟยก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน เขาดูออกว่าโก่วฮ่าวไม่ได้โกหก

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างคนต่างรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ผ่านไปไม่กี่วินาที หานเฟยก็ถามต่อ

"เมื่อคืนหลังสี่ทุ่มคุณอยู่ที่ไหน?"

"เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มเหรอครับ?" โก่วฮ่าวครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ "ผมอยู่ในหอพักครับ กำลังจดบันทึกวิชาปลูกฝังอุดมการณ์และจริยธรรมตั้งแต่สองทุ่ม พอจดเสร็จก็อาบน้ำเข้านอนครับ"

"มีใครยืนยันที่อยู่ของคุณได้ไหม?"

"ได้ครับ รูมเมตทุกคนอยู่ในห้อง พวกเราต่างคนต่างเร่งปั่นงานกันอยู่"

ได้ยินแบบนั้น หานเฟยกับสวีโม่ก็สบตากันอีกครั้ง

แม้โก่วฮ่าวจะมีแรงจูงใจในการฆ่า แต่เขาเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ถ้าให้ไปฆ่าคนจริงๆ คงไม่กล้า และที่สำคัญ... ถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงที่ว่าเขาเริ่มท่องหนังสือตั้งแต่สองทุ่มแล้วอาบน้ำเข้านอน เขาก็มีพยานที่อยู่ชัดเจน

ทั้งหานเฟยและสวีโม่ต่างดูออกว่าโก่วฮ่าวไม่ได้โกหก เขาอยู่ในหอพักเมื่อคืนจริงๆ และไม่มีโอกาสไปก่อเหตุ

อีกอย่าง การโกหกเรื่องแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะตำรวจแค่ไปถามรูมเมตก็รู้ความจริงแล้ว

"โอเค" หานเฟยพยักหน้า "เราจะตรวจสอบคำให้การของคุณกับรูมเมตอีกที"

พูดจบ หานเฟยก็สั่งพิมพ์คำให้การของโก่วฮ่าวออกมา

เขายื่นเอกสารให้โก่วฮ่าว "นี่คือคำให้การของคุณ ลองอ่านทวนดูว่ามีปัญหาตรงไหนไหม ถ้าไม่มีก็เซ็นชื่อ"

โก่วฮ่าวอ่านทวนคำให้การอย่างละเอียด

"ไม่มีปัญหาครับ" จากนั้นเขาก็เซ็นชื่อลงไป

เหตุผลที่เขากล้ายอมรับตรงๆ ว่าแค้นลู่หยู ก็เพราะเขาไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง

เขาไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไร

ต่อให้ตำรวจสงสัยว่าเขาฆ่าลู่หยูเพราะคำพูดพวกนี้ เขาก็ไม่กลัว เพราะเขามีพยานที่อยู่แน่นหนา

ยิ่งไปกว่านั้น โก่วฮ่าวเป็นคนขี้กลัว เขาไม่กล้าโกหกต่อหน้าตำรวจหรอก

และเขาก็เชื่อว่าถ้าโกหกตำรวจยังไงก็ต้องโดนจับได้ ซึ่งรังแต่จะทำให้ตำรวจสงสัยเขามากขึ้นไปอีก

สู้พูดความจริงไปเลยดีกว่า

ยังไงซะเขาก็บริสุทธิ์ใจ

หานเฟยเรียกหวังต้าชวนคนที่พาโก่วฮ่าวมาที่สถานี

"พาเขากลับไปส่งซะ แล้วก็แอบถามรูมเมตเขาด้วยว่าเมื่อคืนตั้งแต่สองทุ่มเขาไม่ได้ออกจากห้องเลยใช่ไหม"

ถึงแม้หัวหน้าทีมหานจะรู้สึกว่าโก่วฮ่าวไม่ได้โกหก

แต่เพื่อความไม่ประมาท เขายังคงต้องการให้หวังต้าชวนไปตรวจสอบกับรูมเมตอีกทีเพื่อให้แน่ใจ

"รับทราบครับ หัวหน้า!"

หลังจากหวังต้าชวนพาโก่วฮ่าวออกไป หานเฟยก็ถอนหายใจยาว

เอาเถอะ เสียเที่ยวอีกจนได้

อุตส่าห์ล็อกเป้าผู้ต้องสงสัยได้คนหนึ่ง สรุปดันไม่ใช่ฆาตกรซะงั้น

ต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการสืบสวนอีกรอบ

...

จนกระทั่งสี่ทุ่ม ตำรวจก็ยังหาผู้ต้องสงสัยรายอื่นไม่ได้

เครือข่ายสังคมของลู่หยูนั้นตรวจสอบง่ายและระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้เร็วเพราะเขายังเป็นแค่นักเรียน

สังคมนักเรียนนั้นเรียบง่ายและตรวจสอบไม่ยาก

แต่เครือข่ายสังคมของเหยื่ออีกสองรายนั้นซับซ้อนกว่ามาก

เหยื่อรายแรก จูซิงเต๋อ เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทการเงิน เรื่องทักษะการเข้าสังคมต้องบอกว่าเชี่ยวชาญสุดๆ

คำว่า "ร้อยเล่ห์เพทุบาย" เหมาะกับเขาที่สุด เขาเก่งในการพูดคุยกับคนร้อยพ่อพันแม่ สังคมของเขากว้างขวางตั้งแต่นักธุรกิจชั้นนำ เจ้าของบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวสารพัด

แม้แต่ช่างนวดตามร้านนวดเท้าเขาก็ยังรู้จักมักจี่ไปทั่ว

การจะหาผู้ต้องสงสัยจากคนจำนวนมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ส่วนเหยื่อรายที่สาม หยางเมิ่ง ยิ่งกว่าจูซิงเต๋อเสียอีก สังคมของเธอกว้างขวางยิ่งกว่า...

เธอเป็นสตรีมเมอร์สาวสวย ในห้องไลฟ์สตรีมมี "ป๋า" นับไม่ถ้วน

เธอหลอกเงินจาก "ป๋า" เหล่านี้มาไม่รู้เท่าไหร่

ป๋าหลายคนถึงกับถลุงเงินเก็บของครอบครัวมาเปย์เธอ บางคนถึงขั้นกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อให้ทิป

ทำไปทั้งหมดเพียงเพื่อให้เธอพูดว่า "ขอบคุณพี่ชายสำหรับจรวดค่ะ จุ๊บ! พี่ชายเปย์ให้น้องอีกหน่อยน้า~~"

ปัญหาครอบครัวที่เธอก่อไว้นั้นนับไม่ถ้วน และมีหลายคู่ที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะเธอ

พอมองแบบนี้แล้ว คนที่เกลียดเธอจะมีน้อยงั้นเหรอ?

ไม่มีทาง

ตำรวจเองก็ไม่รู้จนกระทั่งได้เริ่มสืบสวน พอสืบแล้วก็ต้องตกใจ

มีคนอย่างน้อยหลายสิบคนที่เกลียดชังหยางเมิ่งและมองว่าเธอคือนางปีศาจจิ้งจอกที่มาทำลายครอบครัวของพวกเขา!

คนเหล่านี้ทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นฆาตกรได้ทั้งสิ้น...

เมื่อเห็นว่าความคืบหน้าเป็นไปอย่างเชื่องช้า และเวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกดื่นถึงสี่ทุ่มโดยไม่รู้ตัว หานเฟยจึงไม่ให้ทุกคนทำงานล่วงเวลาต่อ และปล่อยให้ทุกคนกลับบ้าน

หลังจากลูกน้องทยอยกลับไปทีละคน หานเฟยยังคงนั่งแกะรอยจากแฟ้มคดีตามลำพังต่อไป

...

ทันทีที่สวีโม่กลับถึงบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายจากสี่สาว

"เสียงเท้า! เสียงเท้า! มีคนมา! อย่าขยับ ระวังโดนเจอ นอนหมอบนิ่งๆ ห้ามยิงนะ..."

ตอนนี้สี่สาวกำลังนั่งตัวตรงอยู่บนโซฟา จ้องโทรศัพท์เขม็ง

พวกเธอกำลังเล่นเกม Peace Elite หรือที่เรียกกันติดปากว่า "กินไก่"

พอสวีโม่ชะโงกหน้าไปดู เขาก็ร้องอุทานทันที "แม่เจ้า นี่มันแก๊งสี่ตุ๋นชัดๆ!"

ในเกมตอนนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่ถูกกำจัดไปเกือบหมดแล้ว

แต่พวกเธอสี่คนยังฆ่าใครไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว อาศัยการซ่อนตัวล้วนๆ ซ่อนมาจนถึงตอนนี้ ถ้าประเมินคร่าวๆ คงซ่อนมาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงแล้ว... หรืออาจจะนานกว่านั้น!

วิธีการซ่อนของพวกเธอคือนอนหมอบอยู่บนดาดฟ้าตึกทรงยุโรปหลังเล็กๆ ดูเหมือนพวกเธอไม่ได้กะจะปะทะซึ่งหน้า แต่กะจะใช้ความได้เปรียบของพื้นที่สูงในการซุ่มยิง

พวกเธอจะอดทนกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ซ่อนตัวเป็นพวกชอบตุ๋นบนดาดฟ้ามาตั้งนาน และอยู่รอดจนถึงวงสุดท้ายโดยไม่ฆ่าใครสักคน...

"กลับมาแล้วเหรอ ในครัวมีซุปตุ๋นอยู่ เดี๋ยวฉันไปตักมาให้ นายช่วยเล่นตานี้ให้หน่อยสิ" โจวเฉียวเฉียวยื่นโทรศัพท์ให้สวีโม่แล้วเดินไปทางห้องครัว

สวีโม่รับโทรศัพท์ของโจวเฉียวเฉียวมาพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ เขาไม่ได้ลงไปไล่ล่าฆ่าใคร แต่รับช่วงต่ออุดมการณ์ของโจวเฉียวเฉียว—ซ่อนตัวตุ๋นต่อไป!

ขณะมองฉากดาดฟ้าในเกม ทันใดนั้นสวีโม่ก็นึกถึงดาดฟ้าในที่เกิดเหตุขึ้นมาได้

"ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่าฆาตกร 'หลบเลี่ยง' กล้องวงจรปิดได้ยังไง ข้อสันนิษฐานของหวังต้าชวนก่อนหน้านี้น่าจะถูกต้อง!" ดวงตาของสวีโม่เป็นประกาย

บางทีฆาตกรอาจขึ้นไปบนดาดฟ้าล่วงหน้าเป็นเวลานานแล้วซ่อนตัวอยู่ที่นั่น หลังจากผลักเหยื่อตกตึก เขาก็ยังคงนอนหมอบซ่อนตัวอยู่บนหลังคาซุ้มประตูทางขึ้นดาดฟ้า และรอจนเวลาผ่านไปนานมากถึงค่อยลงมา

เพราะช่วงเวลาทิ้งห่างกันนานมาก และตำรวจไม่ได้ย้อนดูภาพกล้องวงจรปิดไปไกลขนาดนั้น จึงมองข้ามเขาที่ขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนหน้าเหยื่อไป

ส่วนทำไมตอนนั้นถึงไม่เจอใครอื่นบนดาดฟ้า ก็เพราะฆาตกรนอนหมอบอยู่บนหลังคาซุ้มประตูทางขึ้นดาดฟ้า ตอนนั้นตำรวจไม่ได้ตรวจสอบบนหลังคาซุ้มเล็กๆ นั่นและมองข้ามไป...

จบบทที่ บทที่ 305 การคาดเดานี้ถูกต้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว