- หน้าแรก
- เรียลลิตี้ลักพาตัวอลเวง เมื่อผมเล่นนอกบทกับซุปตาร์
- บทที่ 29 สวี่โม่กำลังจะโดนจับ
บทที่ 29 สวี่โม่กำลังจะโดนจับ
บทที่ 29 สวี่โม่กำลังจะโดนจับ
บทที่ 29 สวี่โม่กำลังจะโดนจับ?
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
บริเวณรอบถังขยะที่วานด้าพลาซ่า
หานเฟยและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณถังขยะอย่างใกล้ชิด
มีคนหลายคนเข้ามาทำท่าทางหยั่งเชิงสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ถูกสวี่โม่ส่งมาเพื่อสร้างความสับสนอีกครั้ง
ครั้งนี้ หานเฟยและคนอื่นๆ ตัดสินใจเข้าจับกุมบุคคลเหล่านี้ทันทีและสอบสวนหาที่อยู่ของสวี่โม่
แต่สิ่งที่แปลกประหลาดมากก็คือ คนพวกนี้เอาแต่พูดประโยคเดิมๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่บอกเด็ดขาด!"
"เหอะ อย่าหวังเลยว่าฉันจะบอกข้อมูลอะไรให้พวกแก"
"คิดว่าจะให้ฉันคายความลับสำคัญด้วยการสอบสวนง่ายๆ แค่นี้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
"พวกเราเคยสาบานกันไว้แล้ว เราจะไม่ทรยศกัน!"
"ไร้สาระ! ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น!"
และคำพูดทำนองนี้อีกมากมาย
สีหน้าของพวกเขาดูแข็งทื่อผิดธรรมชาติ เหมือนกำลังแสดงละครฉากพิเศษอยู่
แต่ตอนนี้เสิ่นม่านนีไม่ได้อยู่ที่นี่ และเจ้าพวกนี้ก็หัวรั้น เอาแต่พูดประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
มันช่างน่าฉงน
ทุกคนในที่นั้นจับต้นชนปลายไม่ถูก
พวกเขาแค่สงสัยมากว่าสวี่โม่ไปหาคนที่มีท่าทางไม่ปกติแบบนี้มาจากไหนเยอะแยะ
ทำไมถึงพูดบทที่น่าอายเหมือนพวกเบียวหลุดมาจากอนิเมะแบบนั้น?
นี่มันลูกไม้อะไรอีก?
และในขณะที่พวกเขากำลังสอบสวนกลุ่มคนประหลาดพวกนี้อยู่
ชายสวมสูทคนหนึ่งที่มีส่วนสูงพอๆ กับสวี่โม่ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินก้มหน้า ใบหน้าถูกบดบังด้วยแสงไฟสลัว
จู่ๆ เขาก็โผล่มาข้างถังขยะ ทำท่าเหมือนจะทิ้งขยะ
เขาหยิบทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงถังขยะไปแบบส่งๆ
ในจังหวะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเริ่มคลายความระแวดระวังลง
วินาทีถัดมา ชายสวมสูทก็โน้มตัวลงทันที
เขาคว้ากระเป๋าเดินทางสีดำออกมาจากในถังขยะอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไปทันที
ความเร็วของเขาน่าทึ่งมาก
การเคลื่อนไหวนั้นลื่นไหลและต่อเนื่องไม่มีสะดุด
ทำเอาเจ้าหน้าที่ซึ่งเหนื่อยล้าและถูกปั่นหัวมาตลอดทั้งบ่ายถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ
กว่าจะตั้งสติได้ หมอนั่นก็วิ่งหนีไปไกลหลายสิบเมตรแล้ว
"หยุดนะ!"
"บ้าเอ๊ย! คนนี้ของจริง!"
"ตามไป! อย่าให้หนีไปได้!!!"
เวรเอ๊ย!
เหล่าเจ้าหน้าที่อยากจะสบถออกมาดังๆ
การเคลื่อนไหวของหมอนี่มันกะทันหันเกินไป
แถมยังกล้าวิ่งฉกกระเป๋าเดินทางไปดื้อๆ ต่อหน้าต่อตาพวกเขา
คิดว่าพวกเขาเป็นขนมหวานเคี้ยวง่ายหรือไง?
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ถูกปั่นหัวมาตลอดทั้งบ่าย
แถมคนที่จับมาได้ก็ทำตัวเหมือนคนปัญญาอ่อน
เรื่องนี้ทำให้พวกเขาทุกคนเดือดดาลจนถึงขีดสุด
พวกเขาวิ่งไล่ตามไปอย่างไม่คิดชีวิต
ชายสวมสูทดูเหมือนจะวิ่งหนีตาย เขาใช้แรงทั้งหมดที่มี
เขาฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าตรงไปยังตรอกที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งเป็นถนนคนเดินสายของกิน
ปริมาณผู้คนหนาแน่นมหาศาล
และสถานการณ์ก็วุ่นวายมาก
เขาวิ่งไปข้างหน้า ชนขนมในมือของผู้คนร่วงหล่นไปตลอดทาง
ข้างหลังเขามีกลุ่มเจ้าหน้าที่วิ่งไล่กวดมาติดๆ
เนื่องจากจำนวนคนที่แออัด ทำให้พวกเขาตามจับไม่ทันในทันที
เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงอาศัยความเร็ววิ่งไล่ตาม สายตาจับจ้องไปที่ชายสวมสูท
"อย่าหนีนะ!"
"เราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ! ช่วยเราจับหมอนั่นที!"
"หมอนั่นเป็นคนร้ายที่มีหมายจับ!"
ไม่พูดซะยังจะดีกว่า พอพูดออกไปแบบนั้น ผู้คนต่างพากันแตกฮือหลบทางให้ชายที่วิ่งนำอยู่
ล้อเล่นหรือเปล่า?
คนร้ายที่มีหมายจับเชียวนะ!
แถมยังเป็นคนร้ายที่กำลังโดนตำรวจไล่ล่า
ขืนมันจนตรอกแล้วหันมาจับใครเป็นตัวประกัน ชีวิตพวกเขาก็ตกอยู่ในอันตรายสิ
ถ้าอีกฝ่ายพกมีดหรืออาวุธมาด้วยจะทำยังไง?
ทุกคนต่างยึดคติ 'รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี'
นั่นยิ่งทำให้ชายสวมสูทวิ่งหนีได้สะดวกโยธินขึ้นไปอีก
แม้จะมีชายฉกรรจ์ใจกล้าบางคนอยากจะช่วยจับ แต่ชายสวมสูทก็วิ่งเร็วเกินไปจริงๆ
เหล่าเจ้าหน้าที่วิ่งจนแทบขาดใจ
การตะโกนบอกกลับกลายเป็นการเปิดทางให้มันหนีซะงั้น
เมื่อเห็นชายคนนั้นวิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่ต่างร้อนรนจนแทบบ้า
แต่ในขณะนี้ หานเฟยกลับหยุดวิ่ง
เขามองไปในทิศทางที่ชายสวมสูทวิ่งหนีไป แล้วถอนหายใจออกมาอย่างมั่นใจ
"เฮ้อ ไม่เป็นไร ไม่ต้องตามแล้ว ผมเตรียมการไว้แล้ว"
"อย่าดูถูกพวกเรานะ สวี่โม่"
เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารออกมา
"ทีม C เป้าหมายกำลังมุ่งหน้าไปที่สุดถนนสายของกิน"
"ปิดประตูตีแมวได้เลย!"
เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบโดยรอบได้ยินเสียงของหานเฟย แล้วหันไปมองทิศทางที่ชายสวมสูทวิ่งไป
พวกเขาทุกคนหยุดวิ่งเช่นกัน
จากนั้นก็มองหานเฟยด้วยความเลื่อมใส
"พี่หานสมกับเป็นอดีตหัวหน้าทีมสืบสวนคดีอาชญากรรมจริงๆ"
"ประสบการณ์โชกโชนจริงๆ ด้วย"
"ที่แท้หัวหน้าหานก็รู้แต่แรกแล้วว่าสวี่โม่จะหนีไปทางนั้น"
"นี่คือการมองการณ์ไกล พวกเรายังอ่อนหัดเกินไป ตาไม่ไวเท่าหัวหน้าหาน"
เฉินเคอก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน เขาเดินเข้าไปตบไหล่หานเฟยแล้วยิ้ม "คุณวางแผนนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมผมไม่รู้เรื่องเลย?"
หานเฟยตอบว่า "ก็แค่วางแผนเผื่อไว้เฉยๆ"
"ก่อนหน้านี้ สวี่โม่บอกให้เราวางกระเป๋าไว้บนถังขยะใบนั้น พอผมดูภูมิประเทศแถวนี้ ก็เห็นว่าถนนสายของกินอยู่ใกล้มาก"
"แล้วพิจารณาจากช่วงเวลาหกโมงเย็นที่ถนนสายของกินวานด้าคนจะเริ่มเยอะ ผมก็พอจะเดาแผนของเขาออกคร่าวๆ"
"ผมเลยส่งอีกทีมไปดักรอที่นั่น ไม่คิดว่าจะได้ใช้จริงๆ"
เฉินเคอพยักหน้าด้วยความชื่นชม "สมกับเป็นคุณจริงๆ"
"ยังไงก็ต้องยกให้หัวหน้าทีมสืบสวนผู้มากประสบการณ์ วิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ หลอกพวกเราซะเนียนเลย"
หานเฟยโบกมือด้วยท่าทางสงบนิ่ง "เฮ้ย เรื่องเก่าๆ น่ะ ตอนนี้ผมก็แค่มีประสบการณ์นิดหน่อย"
"จะว่าไป สวี่โม่คนนี้เจ้าเล่ห์ใช่เล่น แถมยังเคลื่อนไหวเร็วมาก"
"การกระทำต่อเนื่องชุดนี้เกือบทำให้มันเชิดเงินหนีไปได้แล้วเชียว"
ผู้ชมในไลฟ์สดต่างตื่นตาตื่นใจ
ผู้ชมจำนวนมากตื่นเต้นถึงขีดสุด
"นี่มันเหมือนกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์เลย!"
"ใช่ๆ ดูหนังตำรวจจับผู้ร้ายมันส์ๆ!"
"นี่คือสงครามเทพเจ้าชัดๆ"
"ใช่ ปฏิบัติการเมื่อบ่ายนี้ทำเอาฉันเหวอไปเลย"
"สวี่โม่มีลูกไม้แพรวพราวจริงๆ"
"แต่สุดท้าย หัวหน้าหานก็ยังเหนือชั้นกว่า"
"ใช่ ยังไงธรรมะก็ย่อมชนะอธรรม เขาเป็นถึงระดับหัวหน้าทีมสืบสวนมืออาชีพเชียวนะ"
"หัวหน้าหานจับคนมาเยอะในสายงานนี้ เขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน"
"เสียดายจัง จบแค่นี้ซะแล้ว"
"เฮ้อ ตื่นเต้นจริงๆ อยากดูต่ออีก"
ผู้ชมต่างถอนหายใจด้วยความเสียดาย
พวกเขายังดูไม่จุใจเลย
แต่ทันใดนั้น ผู้ชมบางส่วนได้รับข่าวจากไลฟ์สดช่อง 1 และรีบตามมาดูที่นี่ เห็นการสนทนาของทุกคน
ผู้ชมจากไลฟ์สดช่อง 1 ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"อะไรนะ สวี่โม่กำลังจะโดนจับ??"
"พวกนายทำอะไรกันอยู่น่ะ??"
"นั่นไม่ใช่สวี่โม่ สวี่โม่อยู่ในไลฟ์ช่อง 1 ตลอดทั้งวันเลยนะ"
"ใช่ สวี่โม่อยู่ในไลฟ์ช่อง 1! พวกนายกำลังไล่จับใครกัน?"
"หมอนั่นแค่นั่งแช่อยู่ในร้านกาแฟทั้งวัน นานๆ ทีจะพูดสักคำ ทำเอาพวกเราเบื่อจะตายอยู่แล้ว"
"หยางจิ้งเสวียนก็เบื่อจะตายจนเกือบหลับคาโต๊ะแล้วเนี่ย"
ผู้ชมแตกตื่นกันทันที
"อะไรนะ? สวี่โม่ไม่เคยออกจากไลฟ์ช่อง 1 เลยเหรอ?"
"แล้วปฏิบัติการเทพๆ เมื่อบ่ายนี้มันคืออะไรกันแน่??"
"นี่พวกเราเห็นผีหลอกเหรอเนี่ย??"