เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ทุกหนทางเพื่อให้แกร่งขึ้น (2)

บทที่ 90 ทุกหนทางเพื่อให้แกร่งขึ้น (2)

บทที่ 90 ทุกหนทางเพื่อให้แกร่งขึ้น (2)


มีปฏิกิริยาทันทีหลังจากที่เลือดของเฟรย์หยดลงบนพื้น

ฟู่

พลังปีศาจพัดหมุ่นอย่างรุนแรงในที่โล่ง

สโนว์เดินถอยหลังไปสองสามก้าวและขมวดคิ้ว

‘พลังงานที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้’

เอลฟ์โดยเฉพาะไฮเอลฟ์นั้นอ่อนไหวต่อพลังงานเป็นพิเศษและมักจะมีปัญหาในการต้านพลังงานดังกล่าว

ในฐานะไอซ์เอลฟ์ สโนว์สามารถจัดการกับมันได้นิดหน่อยแต่ก็ยังทำให้เธออึดอัดอยู่ดี

กระทืบ!

อาชูร่าปรากฏตัวจากวงอัญเชิญ

เขาตัวเล็กกว่าตอนที่โอดินเรียกตัวเขาออกมาในครั้งแรกโดยมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์เพียงสองเท่า

อย่างไรก็ตามออร่าที่เขาเปล่งออกมานั้นทรงพลังเหมือนเดิม

เฟรย์เงยหน้าขึ้นมองเขา

“อาชูร่าฉันเรียกคุณมาเพื่อเซ็นสัญญา”

[ใช่ นายเรียกฉันเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้]

อาชูร่าพยักหน้าก่อนจะขมวดคิ้วทันที

[…พลังศักดิ์สิทธิ์เข้มข้นเช่นนี้ มีเดมิก็อดอยู่ใกล้ๆ หรือ?]

เฟรย์รู้สึกประหลาดใจ

ขณะนี้ริกิอยู่ในกระท่อมของเขาและเนื่องจากพื้นที่ภายในกระท่อมถูกบิดเบือนโดยความสามารถของริกิจึงอาจกล่าวได้ว่ามันอยู่ในส่วนของมิติที่แยกออกจากป่า

เฟรย์ซึ่งอ่อนไหวต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่สามารถแม้แต่จะรู้สึกถึงมันได้จนกระทั่งริกิเปิดประตูและก้าวออกมา

อย่างไรก็ตามอาชูร่าตระหนักได้ทันทีว่ามีเดมิก็อดอยู่ใกล้ๆ

‘เป็นเพราะเขาเป็นอาร์ชดยุกหรือเปล่า?’

อาร์ชดยุกแห่งโลกปีศาจและผู้ปกครองนรกแห่งการสังหาร

ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเดมิก็อดเมื่อพูดในแง่ของความสามารถ

"ใช่แล้ว มีเดมิก็อดอยู่ใกล้ๆ ”

[อืม...แสดงว่านายต้องการเซ็นสัญญากับฉันตอนนี้เพื่อที่นายจะได้ต่อสู้กับเขา?]

“ไม่ใช่ สำหรับตอนนี้จะไม่มีการต่อสู้ใดๆกับเดมิก็อด”

[อืม..]

เขาไม่จำเป็นต้องบอกเขาเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรของริกิและอาชูร่าเองก็ไม่ได้ถามคำถามเพิ่มเติม

ท่าทีของอาชูร่าแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สนใจว่าเฟรย์จะต้องต่อสู้หรือไม่

ร่างที่ถูกอัญเชิญมายังมิดเดิลเอิร์ธเป็นเพียงร่างอวตารเท่านั้น

แม้ว่ามันจะมาพร้อมกับพลังที่จำกัดแต่การตายหรือการบาดเจ็บของร่างอวตารก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อร่างกายที่แท้จริงของเขา

ถ้าเฟรย์ขอให้เขาสู้กับริกิเขาก็จะทำมันอย่างสุดความสามารถ

แม้ว่าปีศาจแต่เดิมจะไม่เคยมีความอาฆาตกับเดมิก็อด

[การทำสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว]

"เสร็จแล้ว?"

[ใช่ เลือดของนายถูกถ่ายโอนไปยังร่างหลักของฉันในโลกปีศาจโดยวงอัญเชิญ]

“…”

เขาเซ็นสัญญากับจอมปีศาจแต่เขากลับรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ขณะที่เฟรย์กำลังตรวจสอบตัวเองอาชูร่าก็กล่าวเสริม

[นายจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเนื่องจากสัญญาที่ฉันเซ็นกับนายมันเป็นลักษณะแบบพิเศษใส่ไข่]

“…เป็นเพราะฉันขาดพรสวรรค์หรือเปล่า?”

[อันที่จริงคนที่ไร้พรสวรรค์ (ด้านอัญเชิญ) อย่างนายจะไม่สามารถกลายมาเป็นผู้อัญเชิญของฉันได้]

เฟรย์เข้าใจสิ่งนี่ดี

"พรสวรรค์" ที่ปีศาจพูดถึงนั้นเป็นส่วนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเวทมนตร์ที่เขาถนัด

และปีศาจเองก็สามารถมองเห็นพรสวรรค์ของผู้อัญเชิญได้เพียงแค่เหลือบมอง

เขาไม่รู้หลักการของมันแต่เฟรย์เชื่อว่าความสามารถของเขานั้นยัง ‘ด้อยคุณสมบัติ’ ในสายตาของอาร์ชดยุกอาชูร่า

[อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่าสัญญาจะไม่มีวันสิ้นสุดเว้นเสียแต่นายจะทำให้มันจบลงเอง]

[ฉันรอคอยครั้งต่อไปตอนที่นายเรียกฉัน แน่นอนนายจะต้องใช้มานา]

เขายิ้มด้วยความสดใสอย่างประหลาด

[นายไร้พรสวรรค์อย่างแน่นอน แต่มานาของนายนั้นยอดเยี่ยมมาก ความหนาแน่นและความบริสุทธิ์ของมานาของนายไม่ได้มีให้เห็นมานานกว่าพันปีแล้ว…ถ้าหากลิลิธได้รู้เกี่ยวกับนาย เธอคงอิจฉาแน่ๆ]

“ลิลิธ …คุณหมายถึงราชินีซัคคิวบัสใช่ไหม?”

[ใช่ ฮึ่ม…นางร่านนั่นแหละ!]

เสียงของอาชูร่าเต็มไปด้วยการดูถูก

เฟรย์รู้ว่าลิลิธก็เป็นอาร์ชดยุกแห่งโลกปีศาจเช่นเดียวกับอาชูร่าแต่เฟรย์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอ

“ถ้าจำเป็นต้องใช้มานาเป็นแหล่งพลังงานสำหรับอัญเชิญคุณ แล้วโอดินเรียกคุณมาได้อย่างไร?”

จากนั้นอาชูร่าก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม

[พลังศักดิ์สิทธิ์และมานาเป็นเหมือนพลังงานก้อนเดียวกันสำหรับฉัน เมื่อพวกมันถูกส่งไปยังโลกปีศาจทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานปีศาจ]

“…”

[ถ้านายไม่มีอะไรจะถามต่อฉันขอตัวก่อน]

ร่างของอาชูร่าถูกดูดเข้าไปในวงอัญเชิญและหายไปพร้อมกับพลังปีศาจ

จากนั้นเฟรย์ก็เข้าไปหาสโนว์ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไป

“…มันไม่เพียงพอที่จะเรียกนายว่าน่าทึ่งอีกต่อไป ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่านายเพิ่งจะเซ็นสัญญากับอาร์ชดยุกแห่งโลกปีศาจด้วยเพียงคำพูดไม่กี่คำ”

ไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกแบบนั้น

สำหรับเฟรย์การเซ็นสัญญากับอาชูร่าเกิดจากข้อตกลงที่พวกเขาทำไว้เมื่อ 4,000 ปีก่อน แต่ในสายตาของสโนว์ที่เป็นบุคคลที่สามมองเฟรย์เป็นเหมือนสัตว์ประหลาดที่เซ็นสัญญากับอาร์ชดยุกแห่งโลกปีศาจโดยไม่ได้คุยกันมากเลย

เฟรย์ไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดของเธอ

เขาเริ่มเตรียมตัวที่จะค้างคืนใกล้ๆกระท่อม

เขาพบที่ที่ค่อนข้างแบนราบก่อนจะก่อกองไฟและหยิบถุงนอนออกมา

สโนว์สังเกตเห็นสิ่งนี้และเดินเข้ามาที่กองไฟ

เฟรย์ยื่นเนื้อตากแห้งในกระเป๋าให้เธอ สโนว์กล่าวขอบคุณก่อนที่จะกัดมันเข้าไป

เธอเหมือนกับไซแอ็กซ์ เธอไม่ได้ทำตัวเหมือนเอลฟ์ทั่วๆไป

พวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

เฟรย์หลับไปพร้อมขณะที่กำลังมองท้องฟ้า

* * *

"ฉันทำมันเสร็จแล้ว!"

เฟรย์รับขวดแก้วมาจากริกิด้วยสีหน้าแปลกๆ

“พลังงานอาจจะสูญหายไปบ้างในกระบวนการปรับแต่งของยาอายุวัฒนะ แต่ก็นะ ไม่มีความแตกต่างกันมากนักไม่แง่ของพลังงานบริสุทธิ์”

“นายทำคนเดียวเลยเหรอ?”

"ถูกตัอง"

“…”

“ถ้านายหมดธุระแล้วก็ออกไปได้เลย ฉันมีงานต้องทำ”

เฟรย์ออกจากกระท่อมตามการบ่นของริกิ

สโนว์ยืดตัวและพูดว่า

“เรากลับบ้านกันเลยไหม?”

เฟรย์ใช้วาร์ปอีกครั้งเพื่อพาพวกเขาไปที่ทางเข้าของป่าใหญ่

จากนั้นเขาก็เดินตามสโนว์เข้าไปยังลิลันด์และตรงไปที่ชั้นใต้ดินด้านล่างของฮรูฮิราล

ใช้เวลาเพียงครึ่งวันในการกลับมาและภาพที่เขาเห็นนั่นมันก็เหมือนกับตอนที่พวกเขาจากไป

อีวานยังคงมีเหงื่อท่วมตัวและร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดขณะที่มานากำลังกระจายไปรอบๆตัวเขา

โดยปกติแล้วนักรบเวทย์จะไม่มีความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนมานาของพวกเขาและดูเหมือนว่าอีวานก็ไม่ต่างกัน

เฟรย์เดินเข้าไปหาเขาและวางฝ่ามือไว้บนหลังของเขา

ซู่

“…หืม!”

อีวานตัวแข็งขึ้นชั่วขณะก่อนที่เขาจะผ่อนคลายเมื่อเขารู้ว่านั่นคือเฟรย์

เฟรย์ถ่ายมานาเข้าไปในตัวเขาและช่วยให้มานาที่ปั่นป่วนสงบลง นั้นทำให้การแสดงออกของอีวานผ่อนคลายมากขึ้น

เฟรย์ถอนฝ่ามือออกแล้วหันไปหาสโนว์

“ฉันจะใช้ยาอายุวัฒนะที่ริกิสร้างให้ฉันตอนนี้ ฉันจะใช้เวลาสามวันถึงหนึ่งสัปดาห์ในการซึมซับพลังงานทั้งหมด สถานที่แห่งนี้โดดเดี่ยวมากดังนั้นฉันต้องการดูดซับมานาที่นี่”

“นายจะทำอะไรก็ได้ที่นี่ ฉันจะไปเตรียมอาหารและน้ำสำหรับนายและอีวาน”

ของกิน

เฟรย์หันไปมองอีวานและพบว่ามีสลัดอยู่ข้างๆ

สโนว์ส่งเสียงหัวเราะ

“มันช่างเป็นการเอาคืนที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนป่าเถื่อนอย่างเขา”

“ถ้าอีวานเห็นอย่างนั้นเขาอาจจะเป็นลมไปเลยก็ได้”

“อ่าฮะ แผนนี่ฟังดูดีมาก”

สโนว์โบกมืออย่างสนุกสนานก่อนจะจากไป

จากนั้นเฟรย์ก็เลือกจุดใกล้ๆกับอีวานและนั่งลงก่อนที่จะหยิบยาอายุวัฒนะที่เขาได้รับจากริกิ

‘ฉันจะเก็บผลไม้ของฮรูฮิราลไว้ก่อน’

ยาอายุวัฒนะเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะให้เขาไปถึงระดับ 8 ดาวดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ใช้ผลไม้โดยเปล่าประโยชน์

การแสดงออกของเฟรย์ดูแปลกไปเล็กน้อย

เพียงแค่มองไปที่ยาอายุวัฒนะเขาก็สามารถบอกได้เลยว่ามีพลังงานมานาเท่าใด

‘ถ้าฉันวัดแค่ปริมาณมานาของฉัน ฉันจะแซงตัวฉันในชาติก่อนในไม่ช้า’

โฟรเซินริฟเวอะหัวใจของทอร์กุนทาและตอนนี้เป็นคริสตัลของอินดรา

เป็นเรื่องธรรมดาที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเขาบริโภคสิ่งของทั้งสามชิ้นที่มีมูลค่ามากกว่าทองคำ

แต่จริงๆแล้วปัญหาของเขาจะเริ่มขึ้นในตอนนี้เนื่องจากเขาจะไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้อีกต่อไปด้วยความช่วยเหลือของยาวิเศษ

มันต้องใช้กระบวนการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงสำหรับเขาที่จะไปถึงระดับ 9 ดาว ไม่ใช่โดยการเพิ่มการควบคุมมานาหรือความจุมานาของเขา

เฟรย์ส่ายหัว

“นั่นคือสิ่งที่ต้องคิดในภายหลัง”

เขาดื่มยาอายุวัฒนะ

* * *

“คุณเรียกหาฉันหรือพระราชินี?”

ไซแอ็กซ์ก้มศีรษะของเธอ มันเป็นคำทักทายที่ถ่อมตัวและสุภาพมาก

สโนว์ยิ้มอย่างอ่อนโยนด้วยความรู้สึกเศร้าใจกับท่าทีของเธอ

“ฉันเรียกหาคุณเพราะฉันอยากจะถามอะไรบางอย่าง”

“ถามอะไรบางอย่าง?”

ราชินีแห่งป่าใหญ่แบ่งปันจิตสำนึกของเธอกับฮรูฮิราลและความรู้ของราชินีในทุกๆรุ้นจะถูกเก็บไว้กับฮรูฮิราลเพื่อแบ่งปันให้กับราชินีรุ่นต่อๆไป

ในฐานะราชินีสโนว์กลายเป็นหนึ่งในเอลฟ์ที่มีความรู้มากที่สุดในป่า

"ใช่ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เวทย์มนต์คุณเป็นวิซาร์ดที่เก่งที่สุดในลิลันด์”

"ฉันเข้าใจละ"

ไซแอ็กซ์พยักหน้า แน่นอนว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่พระราชินีจะไม่รู้เรื่องนี้

“คุณรู้ไหมว่าเฟรย์เป็นวิซาร์ดระดับ 7 ดาว?”

"ฉันรู้"

“ขอถามแบบโง่ๆได้มั้ยว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน?”

ไซแอ็กซ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆอ้าปาก

“…ฉันท่องไปทั่วทวีปมาหลายทศวรรษแล้ว”

เมื่อไม่นานมานี้เธออยู่ที่เมืองพิลเล็ตก็จริงแต่ความจริงแล้วเธอออกเดินทางไปทั่วทั้งทวีป

ความทรงจำเกี่ยวกับการเดินทางของเธอยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเธอ

“มันเป็นโอกาสที่จะเปิดโลกทัศน์ของฉันให้กว้างขึ้น ฉันเคยไปเกือบทุกภูมิภาคและได้พบกับผู้คนมากมาย ในบรรดาพวกเขามีวิซาร์ดระดับ 7 ดาวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาร์ชเมจที่ยอดเยี่ยม”

ไซแอ็กซ์จำภาพที่เฟรย์ต่อสู้กับมังกรกระดูกได้

ในตอนนั้นไซแอ็กซ์น่าจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจพลังที่เฟรย์แสดงอย่างแม่นยำ

“พวกเขาเป็นวิซาร์ดระดับ 7 ดาวเหมือนเฟรย์ แต่ทักษะของพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน เฟรย์เก่งกว่าอาร์ชเมจทุกๆคนเท่าที่ฉันเคยพบมา”

“…เก่งกว่าในบางแง่มุมใช่มั้ย?”

"ไม่ใช่เฟรย์นั่นเก่งกว่าในทุกๆด้าน"

ไซแอ็กซ์มั่นใจมาก

“ความจุมานาของเขา ความเร็วในการร่ายเวทย์ ความแข็งแกร่งของคาถาความสามารถทางจิตใจและการรับรู้สถานการณ์ของเขานั้นสมบูรณ์แบบ พูดตามตรงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาไม่ใช่สิ่งที่ฉันคาดเดาได้ เฟรย์เป็นวิซาร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา”

“อืม…”

สโนว์รู้สึกว่าเธอต้องเห็นด้วยกับคำพูดของไซแอ็กซ์

พลังที่เขาแสดงในการต่อสู้กับมังกรนั้นยอดเยี่ยมมาก

เขาใช้การร่ายติดต่อกันสามครั้งเหมือนมันง่ายพอๆกับการหายใจและการรับรู้สถานการณ์ของเขาทำให้ใครๆก็ต่างสงสัยว่าเขาอาจจะมีดวงตาที่สามอยู่บนท้องฟ้า

"ระดับของเขาเข้าขั้นเทพทรู"

สโนว์มีความรู้เพียงผิวเผินเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เวทย์มนต์อย่างไรก็ตามเธอสามารถเห็นได้ว่าเขามีทักษะในการต่อสู้ที่สูงมาก

‘ฉันไม่เห็นขีดจำกัดในพลังของเขาเลย’

หลังจากคิดสักพักในที่สุดสโนว์ก็พูด

“วิซาร์ดระดับ 7 ดาวกับระดับ 8 ดาวนั่นแตกต่างกันอย่างไร?”

“พลังในการควบคุมพื้นที่”

"ฮะ?"

“…”

มีความเงียบอยู่ครู่หนึ่งขณะที่ไซแอ็กซ์พยายามจัดระเบียบความคิดของเธอก่อนที่จะพูด

“วิซาร์ดระดับ 8 ดาวสามารถย้ายห้องมานาของพวกเขาออกไปในพื้นที่รอบๆตัวได้”

“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร?”

มันเป็นทฤษฎีลึกลับเล็กน้อยที่จะอธิบายให้กับคนที่ไม่ใช่วิซาร์ดฟัง แต่ไซแอ็กซ์พยายามอธิบายให้สโนว์ที่มีสีหน้าสับสนอย่างช้าๆ

“วิซาร์ดทุกคนมีห้องมานาและพวกเขาสามารถควบคุมมานาที่เก็บไว้ที่นั่นได้ตามที่ต้องการ”

“…แล้วถ้าพวกเขาสามารถย้ายมันออกมาได้ละ…”

“แน่นอน แม้ว่าขอบเขตจะถูกจำกัดแต่พวกเขาก็สามารถควบคุมพื้นที่มีมานาของเขาได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง…”

ดวงตาของไซแอ็กซ์เปล่งประกาย

“ในพื้นที่ที่เขาควบคุมอยู่นั้นจะไม่มีใครสามารถใช้มานาได้เลย”

จบบทที่ บทที่ 90 ทุกหนทางเพื่อให้แกร่งขึ้น (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว