เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 การติดต่อ (5)

บทที่ 54 การติดต่อ (5)

บทที่ 54 การติดต่อ (5)


เฟรย์อ่านเจอในหนังสือว่าการปรากฏตัวของมังกรนั้นค่อยๆจางหายไปจากโลกในปัจจุบัน

พวกเขาหายตัวไป

ไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่ดูแลทั่วทั้งทวีปในอดีตได้หายตัวไปยังไง

ไม่มีบันทึก ในความเป็นจริงเฟรย์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเสมอเมื่อเขาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์

ราวกับว่ามีใครบางคนจงใจบิดเบือนหรือซ่อนบางส่วนของประวัติศาสตร์ไป

“อันที่จริงฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อและแม่ของฉันหน้าตาเป็นอย่างไร”

“ยังมีมังกรอยู่ในทวีปนี้มั้ย?”

“…ฉันไม่รู้”

เบเนียงยิ้มอย่างขมขื่น

เธอส่ายหัวราวกับเธอกำลังสลัดความเศร้าออกไปก่อนที่จะมองเฟรย์ด้วยตาที่เป็นประกายเป็นครั้งแรก

“เฟรย์เบลคสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกคุณมีเพียงไม่กี่คนในเซอร์เคิลของฉันที่รู้ คุณมั่นใจได้มั้ยว่าคุณจะไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันกำลังจะบอกนี้?”

เฟรย์สังเกตว่าเธอไม่ต้องการให้ข้อมูลนี้หลุดออกไป

หลังจากอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังอย่างละเอียดแล้วดูเหมือนว่าเธอเลือกที่จะเชื่อใจในตัวของเฟรย์

‘เธอเป็นคนที่ใจอ่อนมาก’

ถ้าหากเป็นเชพเพิร์ดจุน การบอกความลับนั่นเขาจะต้องจ้องคุกคามเฟรย์หรือแม้แต่พยายามเอาชีวิตของเขาโดยตรงอย่างแน่นอน

นั่นเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดในการรักษาความลับ เฟรย์ไม่มีเจตนาที่จะปฏิเสธความจริงนั้น

อย่างไรก็ตามเบเนียงได้เลือกวิธีการที่ไม่มั่งคงเช่นนี้

เธอขอให้เขาเก็บเป็นความลับหลังจากที่เพิ่งได้พบกัน มันเหมือนเป็นการทิ้งชะตากรรมของเธอไว้กับอีกคน

ท่าทางอ่อนโยนของเธอทำให้เขานึกถึงชไวเซอร์ เขาเป็นคนดีที่ไม่เคยจะสงสัยคนอื่นและยิ้มได้แม้จะถูกหักหลัง

‘อีกแล้ว…’

เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกเหมือนว่าเธอเป็นเหมือนเพื่อนเก่าของเขาในยุคใหม่นี้

เฟรย์ส่ายหัว

“ฉันจะไม่บอกใคร”

"ขอบคุณ"

เบเนียงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสงบ

“ว่ากันว่าไข่ของฉันถูกพบในรังของมังกรเขียวที่เดมิก็อดกวาดล้างไปเมือ 200 ปีที่แล้ว”

“…!”

200 ปีที่แล้ว

มันนานกว่าที่เฟรย์คิดไว้มาก

“ตามบันทึก เมื่อพบเข้ากับรังของมังกร รังนั้นก็ได้รับความเสียหายจนหมดสิ้นแล้วและไม่พบแม้แต่ศพของมังกร มีการบันทึกว่าสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในถ้ำก็คือฉัน”

พวกเขาหาร่างไม่พบเลยงั้นหรือ?

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมสิ่งเดียวที่ยังคงปลอดภัยในถ้ำที่ถูกทำลายกลับกลายเป็นไข่

“เมื่อ 50 ปีก่อนฉันฟักออกจากไข่ใบนั้น”

“คุณอยู่ในไข่มา 150 ปี?”

"ใช่"

เฟรย์พอเดาเหตุผลได้

ในการฟักไข่ของมังกรนั้นแม่มังกรจะฟักไข่ได้โดยการค่อยๆฉีดมานาเข้าไป

มานาจะเปลี่ยนอารมณ์ของหัวใจมังกรของมังกรทารก

กระบวนการนี้เพียงอย่างเดียวจะช่วยลดระยะฟักตัวลงอย่างมากและมั่นใจได้ว่าไข่ที่ฟักออกมาจะมีสุขภาพที่ดี

แต่เบเนียงไม่ได้รับกระบวนการนี้

ไม่สิ...มันถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้วที่เธอสามารถฟักออกมาได้ตั้งแต่แรก

ตอนนี้เธอต้องไม่มั่นคงและอ่อนแอมากจนไม่สามารถถือได้ว่าเธอเป็นลูกครึ่งมังกร

“รูปร่างของฉันตอนที่ฉันฟักออกมาไม่ใช่รูปร่างของมังกร แต่เป็นรูปร่างของมนุษย์ นั่นคือตอนที่สมาชิกในเซอร์เคิลรู้ว่าฉันเป็นลูกครึ่งมังกร”

แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะมองเห็นมันจากภายนอก

อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในขนาดของไข่ แต่ไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้คนในยุคนั้นจะสามารถกำหนดขนาดของไข่มังกรได้อย่างแม่นยำ

“หลังจากนั้นโอเซลอาร์เจนโต้ อดีตเซอร์เคิลมาสเตอร์ของโทร์วแมนริงส์ก็เลี้ยงดูฉันมา ฉัน…ถือว่าเขาเป็นพ่อที่แท้จริงของฉัน”

เซอร์เคิลมาสเตอร์คนก่อนเสียชีวิตในการต่อสู้กับเดมิก็อด

เมื่อเธอพูดชื่อของเขาการแสดงออกของเบเนียงก็ดูเศร้าเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าเธอจะเห็นโอเซลผู้ชายคนนี้ที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นพ่อของเธอแทนที่จะเป็นมังกรเขียวที่เธอไม่เคยได้พบ

“หลังจากที่เขาเสียชีวิตฉันซึ่งเป็นลูกสาวบุญธรรมของเขาก็เข้ามารับตำแหน่งแทนที่เขา มันไม่ใช่ประเพณีก็จริง แต่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นผู้คนจำนวนมากตัดสินใจลาออกจากเซอร์เคิล ไม่เพียงแค่ระดับออเนอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเซอร์เคิลราวเดอร์ที่เป็นรองผู้บังคับบัญชาอีกด้วย”

นั่นหมายความว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้ารับตำแหน่งนั้น

เบเนียงดูหดหู่

“ฉันบอกทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตอนนี้บอกฉันเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย คุณรู้จักมังกรได้อย่างไร?”

“…”

เฟรย์มองไปที่เบเนียง

กล่าวอีกนัยหนึ่งพ่อแม่ของเธอก็เป็นมังกรเขียวเหมือนกับอาจารย์ของเขา

ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ยิ่งไปกว่านั้นเบเนียงมีหน้าตาเหมือนอาจารย์ของเขามาก

บุคลิกของเธอแตกต่างกันก็จริง แต่ดวงตาและออร่าของเธอนั้นยังเหมือนเดิม

เฟรย์สงสัยอยู่ครู่หนึ่งว่าบรรพบุรุษคนใดคนหนึ่งของเธออาจจะเป็นอาจารย์ของเขาจริงๆแต่ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักได้ว่าความน่าจะเป็นที่น่าขำนั้นเป็นไปได้ยาก

“ฉันอ่านมันเจอในหนังสือนะ”

"หนังสือ?"

“หนังสือที่ฉันพบในดันเจี้ยนใต้ดินของมหานักปราชญ์ มีคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับมังกรอยู่ข้างใน”

“บันทึกความทรงจำของชไวเซอร์สโตรว์!”

เบเนียงสะดุ้ง

“นะ - แน่นอน ถูกตัอง มีบันทึกไว้ว่าเมื่อ 4,000 ปีก่อนมนุษย์และมังกรรวมพลังกันเพื่อต่อสู้กับพวกเดมิก็อด”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

หลังจากคิดอยู่สักพักหนึ่งเบเนียงก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของเธอ

“…นั่นคือทั้งหมดที่ฉันรู้”

“ขอบคุณสำหรับความซื่อสัตย์ของคุณ ฉันจะไม่หลุดปากพูดถึงสิ่งที่คุณบอกฉัน”

"ขอ..ขอบคุณ"

แม้ว่าจะเป็นเพียงคำสาบานด้วยวาจาแต่เบเนียงก็ไม่ได้มีข้อสงสัยใดๆในตัวของเฟรย์

เธอมองไปที่เฟรย์และพูดอย่างระมัดระวัง

“แล้ว…ทีนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะ? ฉันไม่สามารถอยู่ได้นานเกินไปฉันจึงคิดที่จะกลับไปทันที”

เฟรย์ไม่จำเป็นต้องคิดนานเกินไป

ท้ายที่สุดเขาต้องการทราบถึงการทำงานภายในเซอร์เคิลและกลุ่มเพื่อดูด้วยตาของเขาเอง

แม้ว่าเซอร์เคิลของเบเนียงจะอยู่ท่ามกลางความตกต่ำแต่โทร์วแมนริงส์ก็ยังคงเหมาะสมพอ

นั่นเป็นเพราะจะไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความมั่นใจที่ไร้ประโยชน์และจุดนี้คือจุดที่ดีที่สุด

“ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันขอเข้าไปดูเซอร์เคิลของโทร์วแมนริงส์ได้ไหม?”

“แน่นอน!”

ใบหน้าของเบเนียงสว่างขึ้นจนเกือบจะเป็นประกาย

ด้วยความสัตย์จริง เฟรย์ไม่คุ้นเคยกับการแสดงออกและปฏิกิริยาของเธออย่างสิ้นเชิง

นี่เป็นเพราะเฟรย์ไม่เคยพบมังกรที่แสดงอารมณ์ได้ชัดเจนมากขนาดนี้

‘ไม่หรอก เธอเป็นแค่ลูกครึ่งมังกร '

“ฉันจะแพ็คกระเป๋าเดินทางและลงไปทันที”

"ใช่ จากถ้างั้นฉันจะรออยู่ชั้นล่าง”

เบเนียงมุ่งหน้าลงไปชั้นล่าง

เขาไม่มีสัมภาระให้แพ็ค เฟรย์แค่ต้องการใช้เวลาในการจัดระเบียบความคิดของเขา

เขาเคยคิดที่จะสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่ง

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายเดมิก็อดเพียงลำพังตัวเขาเอง

นั่นคือเหตุผลที่เขารู้สึกดีใจมากเมื่อได้รู้ถึงการมีอยู่ของเซอร์เคิล

มีข้อจำกัดในสิ่งที่คนๆหนึ่งจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงมนุษย์ที่ต่อกรกับเดมิก็อด

ดังนั้นเฟรย์จึงต้องการกองกำลังหนุนหลัง

พูดให้ถูกต้องสิ่งที่เขาต้องการคือ "พวกพ้องที่เขาไว้ใจได้"

แม้ว่าเขาจะระงับการตัดสินของเขาในเซอร์เคิลนี้ แต่เฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับสิ่งที่เขาเห็นเมื่อไม่นานมานี้

มันเพียงพอแล้วที่เขาจะรู้สึกโกรธบิ๊กทรีที่กำลังกำลังแย่งอำนาจไปมาและยังไม่สามารถรวมพลังกันได้

‘เราต้องรวมพลังของเราเข้าด้วยกัน’

เซอร์เคิลควรร่วมใจเป็นหนึ่ง

หากผู้บริหารของสามเซอร์เคิลที่ใหญ่ที่สุดได้ยินเช่นนั้นพวกเขาจะต้องหัวเราะอย่างแน่นอน แต่เฟรย์มีความมั่นใจที่จะทำมันได้

ในการทำเช่นนั้นพวกเขาต้องการจุดศูนย์กลาง

เฟรย์วางแผนที่จะไปยังโทร์วแมนริงส์และดูรอบๆ

ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะทรงพลังเพียงใด สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ความแข็งแกร่งจากภายนอกของพวกเขาแต่เป็นพลังจากภายในของพวกเขา

เขาอยากรู้ว่าพวกเขามีจุดยืนอย่างไรในการต่อสู้กับเดมิก็อด

ถ้าเขารู้สึกว่าเซอร์เคิลโทร์วแมนริงส์เป็นเซอร์เคิลที่เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางเฟรย์ก็ตั้งใจจะชุบชีวิตของมันขึ้นมาอีกครั้ง

เฟรย์...ไม่สิ

มหาจอมเวทย์ลูคัสโทรว์แมนมั่นใจในความสามารถของเขาที่จะทำเช่นนั้น

* * *

“นั่นไม่ใช่…”

“คุณเสียใจเกี่ยวกับเรื่องอะไร? ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าคุณเบเนียง?”

เมื่อเฟรย์ลงมาที่ชั้นล่างเขาก็ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงที่เขาแน่ใจว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งเงียบๆ เกิดขึ้นอยู่ไม่ไกล

เมื่อเขาหันหน้าไปมองก็พบว่าเบเนียงยืนอยู่ที่นั้น

เธอยืนก้มศีรษะลงและกำลังกัดริมฝีปาก

และต่อหน้าเธอคือผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจที่เฟรย์ได้พบก่อนหน้านี้

“โอ้ในที่สุดแกก็ลงมาจนได้ ดูเหมือนแกจะมีค่ามากกว่าเซอร์เคิลมาสเตอร์อีกนะนี้ ช่างน่าประทับใจจริงๆ”

พ่อมดวัยกลางคนที่เป็นออเนอแห่งกองทัพไพลส์ฟาวเดอร์อาร์เมลท์ผู้หยิ่งผยองและเป็นคนที่เฟรย์เคยมีปากเสียงกันเมื่อไม่นานมานี้

เขาคือดูเกนจาร์

จบบทที่ บทที่ 54 การติดต่อ (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว