เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 เพื่อน (5)

บทที่ 36 เพื่อน (5)

บทที่ 36 เพื่อน (5)


“ฮ่าฮ่า นายแน่ใจใช่ไหม?”

“เยี่ยมมาก”

"มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

กัสปาเปเลอรอสหัวเราะอย่างร่าเริงขณะดื่มไวน์ของเขา

งานเลี้ยงที่เพเรียนเป็นคนจัดขึ้นด้วยตัวเอง

เขาพยายามหนักแค่ไหนที่จะเข้ามาในครั้งนี้?

ไม่ใช่เรื่อวอาหารหรือไวน์เท่านั้น

มันคือมิตรภาพ

เป็นการสร้างมิตรภาพกับเหล่าขุนนางที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง

กัสปาอยู่ในตระกูลชั้นสูงในต่างจังหวัด

ตอนที่เขายังเด็กเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของอาณาจักร แต่เมื่อเขาโตขึ้นเขาก็ตระหนักว่ามันห่างไกลจากความจริงแค่ไหน

ในเมืองหลวงมีการจัดงานเลี้ยงเกือบทุกวัน มันเป็นสถานที่สำหรับการสร้างมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนการรบที่แตกต่างกันไป

ขุนนางจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตนในขณะที่ตรวจสอบคนอื่นๆ และผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันมักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม

ความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจมีผลอย่างมากเนื่องจากพวกเขาอาจสืบทอดวงศ์ตระกูลของตนในภายหลัง

แต่กัสปาไม่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในเมืองหลวงเพราะเขามาจากต่างจังหวัด

นั่นคือเหตุผลที่งานเลี้ยงนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา

สำหรับวันนี้เขามีเสื้อผ้าที่สั่งทำโดยร้านชั้นนำและเขาได้เรียนรู้ชื่อของไวน์ราคาแพงมากมายและอาหารพื้นเมืองอื่นๆ

เพื่อให้เป็นไปตามกระแสนิยม

ในไม่ช้าความพยายามอย่างหนักของกัสปาก็สัมฤทธิ์ผล

โดยธรรมชาติแล้วเขาแนะนำตัวได้ดีมาก จนขุนนางในเมืองหลวงเพิกเฉยต่อต้นกำเนิดของเขาได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนความจริงที่ว่าตระกูลเปเลอรอสเป็นตระกูลชนชั้นสูงในจังหวัดที่รู้จักก็ช่วยเขาได้เช่นกัน

‘การจะได้พูดคุยกับเพเรียนนั่นเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ’

เพเรียนจุน

เขาเป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสังคมในเมืองหลวง แม้แต่ขุนนางที่หัวสูงยังต้องก้มหัวให้เขา

แม้ว่าเขาจะสามารถคุยกับเพเรียนได้เพียงครั้งหนึง แต่ก็ยากที่พวกเขาจะสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้

กัสปาเคยได้ยินมาว่าแม้เพเรียนจะดูนุ่มนวล แต่เขาก็จู้จี้จุกจิกอย่างน่าประหลาดใจในการคบหาเพื่อน

หลังจากเรียนรู้สิ่งนี้เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเป้าหมายอย่างชาญฉลาดไปที่แพทริคเดอร์ซิดี้ให้เป็นคนที่เขาอยากสร้างสายสัมพันธ์ด้วย

เขาเป็นลูกชายคนโตของมาร์ควิสเดอร์ซิดี้และเป็นลูกของหนึ่งในห้าครอบครัวที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง (Editor note: มาร์ควิส คือตำแหน่งหนึงของราชการฝรั่งคลายๆดยุค)

“ผมได้ยินข่าวลือมาว่าทักษะดาบของแพทริคไม่ได้ด้อยไปกว่าอัศวินในอาณาจักรลัวโนเบิลเลย”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! หากใครมุ่งไปที่เส้นทางใดสักทางอย่างน้อยเขาก็ควรจะอยู่ในระดับนั้นไม่ใช่หรือ?”

“โดดเด่นมากครับ”

แพทริคเป็นคนง่ายๆ

เขาเป็นคนที่เชื่อว่าตัวเองมีความพิเศษและพร้อมจะเชื่อตัวเองแบบนั้นต่อไป

มันค่อนข้างง่ายที่จะจัดการกับคนประเภทนี้

‘ฉันอาจจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงของแพทริคในอนาคต’

กัสปาเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวทางสังคมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

ดังนั้นเขาจึงค่อยๆจิบไวน์ขณะที่มองไปรอบๆ

‘มีผู้หญิงดีๆมากมาย’

พวกเธอแตกต่างจากเด็กผู้หญิงในต่างจังหวัดอย่างแน่นอน

พวกเธอมีทั้งร่างกายและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและบุคลิกเจ้าเล่ห์ที่รู้วิธีควบคุมหัวใจของผู้ชาย

กัสปาตรวจสอบพวกเธอทีละคนโดยมีความคิดสกปรกที่ว่าสักคนในนี่อาจจะกลายมาเป็นภรรยาของเขา

แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็เตะตาเขา

“…”

ในช่วงเวลานั้นกัสปาหลงเสน่ห์ในทันที

เธอช่างดึงดูดสายตาอย่างไม่น่าเชื่อแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้หญิงสวยคนอื่นๆ ก็ตาม

เธอมีผมสีน้ำเงินดวงตาสีม่วงและริมฝีปากที่น่าทึ่งซึ่งดูเหมือนจะดึงดูดสายตาของทุกคนที่มองมา

‘ - ผู้หญิงคนนี่ช่างงดงามอะไรเช่นนี้…’

นั่นใช่ลิเลียจุนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นราชินีแห่งโซเชียวในเมืองหลวงหรือไม่?

ไม่...เขาได้ยินมาว่าผมของเธอนั่นสีบลอนด์

ไม่ใช่แค่กัสปา ขุนนางส่วนใหญ่ก็จ้องมองผู้หญิงคนนี้ในขณะที่แสร้งว่าไม่ได้ทำ

อย่างไรก็ตามไม่มีใครเข้าใกล้เธอเพราะความงามที่น่าทึ่งและการปรากฏตัวที่ไม่คุ้นเคยของเธอ

ตอนนั้นเอง

ราวกับว่าเธอพบบางสิ่งที่ต้องการ ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นมากและเธอก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เธอกำลังมองหาทันที

กัสปารีบหันไปมองว่าคนรู้จักของสาวสวยคนนี้เป็นใครกัน

เขาเป็นผู้ชายที่ผอมมาก

มันยากที่จะหาคนๆนั่นเจอ นั่นเป็นเพราะผมของผู้ชายคนนั่นซึ่งเป็นสีขาวโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน

ในขณะเดียวกันเขาก็ตัดสินว่าผู้ชายคนนี่เป็นคนที่ไม่สำคัญอย่างแน่นอน

นี่เป็นเพราะชายคนนี้อยู่คนเดียวตลอดในงานเลี้ยง

ถ้าเขาไม่มีคนรู้จักเขาก็ควรจะเดินไปรอบๆจนเหงื่อออกเหมือนกับกัสปา แต่การกระทำของเค้ากลับตรงกันข้าม

แน่นอนว่าเขาจะต้องเป็นมือใหม่ที่โชคดีที่ได้รับเชิญมายังงานเลี้ยง

นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

‘ความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไร?’

กัสปาเฝ้าดูบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนด้วยสายตาอิจฉา

ช่วงเวลานั้นเอง

'ฮะ?'

เมื่อเขามองไปที่ใบหน้าของผู้ชายผมขาวดีๆ เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้นเอามากๆ

เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง…

'อา…! นั่นมันเฟรย์เบลคไม่ใช่เหรอ?

ถึงตระกูลเบลคจะเป็นหนึ่งในห้าตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิ แต่มันก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายขี้อายคนนี้เลย

บรรดาขุนนางจากเมืองพิลาทรู้ดีว่าอิซากะเบลคไม่ได้ปฏิบัติต่อเฟรย์เหมือนกับลูกชาย

‘ไอ้คนขี้แพ้แบบนั้นจะรู้จักสาวงามแบบนี้ได้ยังไง…’

หลังจากคิดสักพักกัสปาก็เดาออก

ต้องเป็นเพราะชื่อเสียงของตระกูลเบลคแน่ๆ

มิฉะนั้นจะไม่มีคำอธิบายอื่นใด

“หุหุหุ!”

กัสปาเกิดความคิดดีๆ

เขามีความคิดที่จะทำให้เฟรย์อับอายเพื่อยกสถานะของตัวเองในเวลาเดียวกัน

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เข้าไปหาเฟรย์

“เฟรย์แกคือเฟรย์ใช่ไหม?”

"นายคือ?"

ในขณะนั้นกัสปามีความรู้สึกแปลกๆ

นั่นเป็นเพราะเสียงของเฟรย์เย็นชากว่าที่เขาจำได้

แต่เขาก็ยังคงส่ายหัว

“ฮ่าฮ่า! อะไรกัน นายพยายามทำตัวเท่หรือ? ฮะ?”

ข้างนอกเขาอาจดูสงบ แต่ข้างในเขาน่าจะกำลังเป็นบ้า

เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ปากของเขาก็โค้งงอโดยไม่รู้ตัว

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไอ้ขี้แพ้ของตระกูลเบลค”

กัสปาคิดว่าถ้าเขาพูดออกไปแบบนี้เฟรย์คงจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น

เฟรย์กลับหันหน้าหนีจากเขาราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจอะไร

เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจ

ใบหน้าของกัสปาเปลี่ยนเป็นสีแดงชั่วขณะ แต่เขาก็ยังคงกลั้นความโกรธเอาไว้ได้

“ตั้งแต่ฉันได้ยินมาว่าแกเข้ามาเรียนในสถาบันการศึกษา ตระกูลเบลคทรงพลังก็จริงแต่ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าแกซึ่งมีความสามารถน้อยกว่าฉันจะสามารถเข้าเรียนได้”

“ไปให้พ้น”

"ฮะ?"

กัสปาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอ้าปากค้างในขณะนั้น

เขาได้ยินอะไรนะ?

‘ไปให้พ้นหรือ? ผู้ชายคนนี้บอกให้ฉันหลีกไปหรือเปล่า? '

เฟรย์ที่ไม่สามารถแม้แต่จะสบตากับเขาได้ก่อนหน้านี้เพิ่งจะบอกให้เขาหลบไปให้พ้น?

“แ - แก…”

“เฟรย์คุณรู้จักเขาไหม?”

ขณะที่กัสปากำลังจะระเบิดโซเนียก็เข้ามาแทรก

เขาคิดว่าน้ำเสียงของเธอช่างไพเราะอย่างไม่น่าเชื่อเขาจึงพยายามอย่างหนักที่จะระงับความโกรธของเขา

เขาไม่สามารถแสดงใบหน้าที่น่าเกลียดต่อหน้าสุภาพสตรีที่สวยงามคนนี้ได้

เขายิ้มเลี่ยนๆให้กับโซเนีย

“ผมขอโทษที่ฉันทักทายช้า ผมชื่อ กัสปาเปเลอรอส คุณจะให้เกียรติผมได้รู้จักชื่อของคุณได้ไหม?”

“…”

โซเนียบังคับตัวให้ไม่ให้จุกที่ท้อง

ช่วงเวลาที่เธอเห็นหน้าเขาและได้ยินเสียงของเขามันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายจนอยากจะอ้วก

ขุนนางในอาณาจักรลัวโนเบิลพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการมากนัก สำหรับเธอทัศนคติของขุนนางที่นี่เป็นเพียงการอวดฉลาด

นั่นคือเหตุผลที่เธอมองหาเฟรย์ที่พูดคุยกับเธอด้วยใบหน้าที่แสนจะว่างเปล่า

“… โซเนีย อควาริด”

ถึงกระนั้นเธอก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้จึงทำได้เพียงตอบอย่างไม่เต็มใจ

"อา! คุณคงเป็นคู่หมั้นของเพเรียน”

“…แต่การหมั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน…”

กัสปายิ้ม

ใช่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

‘เธอมาจากประเทศอื่นดังนั้นเธอจึงถูกเขาหลอกได้อย่างง่ายดาย’

ความจริงที่ว่าเฟรย์เป็นความอัปยศของตระกูลเบลคนั้นเป็นเรื่องจริงที่เปิดเผยซึ่งทุกคนในโลกของชนชั้นสูงรู้กันดี

อย่างไรก็ตามหากอีกฝ่ายเป็นขุนนางจากประเทศอื่นก็เข้าใจได้ว่าพวกเขาไม่น่าจะไม่รู้เรืองนี่

“กัสปาเกิดอะไรขึ้น?”

กลุ่มของแพทริคได้เดินเข้ามา

ดูเหมือนพวกเขาจะมาเพราะกัสปา แต่สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่โซเนียอย่างชัดเจน

กัสปามีความคิดที่ไร้สาระเมื่อเห็นการจ้องมองของพวกเขา

"พวกเขาเป็นเหมือนกับ"ไฮยีน่า"ฝูงหนึ่ง"

ดูเหมือนว่าเขาจะลืมไปแล้วว่าเขาก็เข้ามาหาด้วยเหตุผลเดียวกัน

มันเหมือนกับเขาว่ามีอุปสรรคมากมายปรากฏขึ้น แต่ในไม่ช้าเขาก็คิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์

เขายิ้มหยาดเยิ้มอีกครั้งและกล่าวว่า

“คุณผู้หญิงมีไวน์รสเลิศอยู่บนโต๊ะนั่น คุณอยากย้ายไปที่ตรงนั่นไหม?”

“มะ- ไม่ ฉัน…ไม่ไปฉัน…กำลังคุยอยู่กับเฟรย์”

เธอไม่ได้เอ่ยชื่อของเฟรย์โดยมีคำนำหน้าใดๆ

เธอสนิดมากพอที่จะเรียกชื่อแกเฉยๆเลยหรือเฟรย์?

ริมฝีปากของกัสปากระตุก

“คุณผู้หญิงดูเหมือนคุณกำลังจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง”

“เข้าใจผิด?”

“ผู้หญิงครับชายคนนี้เป็นสมาชิกของตระกูลเบลคก็จริง แต่เขาเป็นไอ้พวกขี้แพ้ที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ เขาเรียกได้ว่าเป็นความอัปยศของตระกูลเบลค”

กัสปาพูดอย่างเงียบๆ แต่เสียงของเขาก็ไปถึงหูของโซเนียอย่างแน่นอน

เมื่อเธอมองเขาด้วยสายตาที่สับสนกัสปาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น

“เอิร์ลอิซากะหมดความหวังในตัวเขาแล้วและคิดที่จะขังเข้าไว้ในสถาบัน” (Editor Note : Earl = ยศของฝรั่ง)

"อา ใช่ไหมเฟรย์ไอ้เพื่อนยาก?”

“คุคุ ฉันได้ยินมาว่าเขาทำให้ตัวเองต้องอับอายในสถาบันเวสต์โร้ด”

แพทริคและเพื่อนๆเล่นตามบทไปกับกัสปาตามคาด

ด้วยวิธีนี้แผนก็เกือบสมบูรณ์

แพทริคยิ้มให้ขณะที่เขาพูด

“เฟรย์เบลค…ฉันรู้จักพี่ชายของนายนะมัสเกลและไฮนซ์พวกเขาทั้งสองเป็นพ่อมดในหอคอยเวทมนตร์ มัสเกลเพิ่งเป็นหัวหน้าชั้นในหอคอยเวทมนตร์อีกด้วย”

"แล้วไง?"

“พวกเขาทั้งสองเป็นคนที่เหลือเชื่อมากแต่ดันมีสายเลือดเดียวกับแกไง ไม่สิฉันอาจจะเข้าใจผิด ฉันไม่คิดว่าพวกเขามีสายเลือดเดียวกับแกเลยว่ะ!”

“คิกคิกคิกคิก!”

“…”

เฟรย์รู้สึกรำคาญ

เป็นเพียงเพราะงานเลี้ยงของเพเรียนเขาจึงพยายามจะอดทนกับมัน

ถ้าเขาทำร้ายคนพวกนี้ที่นี่บรรยากาศของงานเลี้ยงจะยุ่งเหยิงซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้เพเรียน

อย่างไรก็ตามคำพูดถากถางจากคนไม่กี่คนเหล่านี้ดูเหมือนจะเริ่มมากเกินไป

ตอนนั้นเอง

“ฉันคิดว่ามันรุนแรงไปหน่อยนะ”

มีคนเข้ามาในกลุ่มพร้อมกับพูดคำเหล่านั้น สายตาของทุกคนก็หันมามองว่าเป็นใคร

มีสี่คนอยู่ที่นั่นแต่ละคนก็คุ้นตาเฟรย์มาก

เมื่อมองอย่างใกล้ชิดพวกเขาเป็นขุนนางที่แสดงความขอบคุณต่อเฟรย์ หลังเหตุการ์ณบนเรือคอร์เตซ

กัสปามองไปที่ชายที่พูดด้วยความประหลาดใจ

‘นั้นมันเอ็นโซทีฟอลส์ไม่ใช่หรือ?’

เขาเป็นลูกของตระกูลโซทีฟอลส์ที่กัสปาให้ความสนใจเช่นกัน

เขาไม่ได้มีอิทธิพลมากเท่ากับแพทริคเดอร์ซิดี้ แต่ตระกูลของเขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในตระกูลที่ดีที่สุดในบรรดาผู้เข้าร่วมงานเลี้ยง

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเข้าข้างเฟรย์?

“คุณหมายถึงอะไรที่บอกว่ารุนแรงเกินไป?”

“ทักษะของเฟรย์นั้นไม่มีใครในสถาบันการศึกษาเก่งพอที่จะเป็นคู่มือเค้าได้เลยนะ อย่ารังเกียจเขาเลย”

“ฮ่าฮ่า คุณกำลังหมายถึงคนแบบพวกเราหรือเปล่า…หรือมีคนเก่งๆเพียงไม่กี่คนอยู่ในสถาบันเวสต์โร้ด”

“…”

เมื่อเทียบกับการแสดงออกที่ยิ้มแย้มของแพทริคแล้วใบหน้าของเอ็นโซนั้นดูดุดัน

นั่นไม่ใช่ทั้งหมด

การแสดงออกของผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาก็ดูเหมือนเป็นอริเช่นกัน

พวกเขารู้ว่าทักษะของเฟรย์นั้นยอดเยี่ยมเพียงใด

เฟรย์นั่นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเพเรียนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะที่เก่งที่สุดในสถาบันอีก

เขามีความสามารถในการเอาชนะลิชที่ว่ากันว่าอยู่ในระดับ 5 ดาวได้อย่างง่ายดาย!

อย่างไรก็ตามมีขุนนางเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้

ไม่มีใครอื่นนอกจากคนที่เดินทางบนเรือรบของจักรวรรดิที่คุ้มกันคอร์เตซที่รู้ความจริงนี่ ไม่ว่าเฟรย์จะทรงพลังเพียงใดความจริงที่เรือรบของจักรวรรดิสองลำจมลงก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสตอบโต้อาจทำลายศักดิ์ศรีของจักรวรรดิได้

เพราะเหตุนั้นเรื่องนี่จึงถูกเก็บเงียบ

นักเรียนส่วนใหญ่ยังปฏิเสธที่จะยอมรับว่าชีวิตของพวกเขาได้รับการช่วยเหลือโดยเฟรย์ซึ่งพวกเขาเห็นว่าด้อยกว่า

บางคนถึงกับกล่าวว่าเพเรียนเป็นผู้ช่วยพวกเขา

อย่างไรก็ตามเอ็นโซไม่ลืมว่าเขาเป็นหนี้ชีวิตของเฟรย์

เมื่อเขาเห็นเฟรย์ในงานเลี้ยงตอนแรกเขาอยากจะเข้าไปคุยกับเฟรย์ แต่เมื่อเห็นว่าเฟรย์ต้องการอยู่คนเดียวเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไป

เอนโซและคนอื่นๆ ต่างเคารพเฟรย์เป็นอย่างมาก

แต่แล้วพวกเขาก็เห็นว่าเฟรย์ถูกพูดจากดูถูกในงานเลี้ยงและพวกเขาก็ไม่สามารถหยุดนิ่งได้อีกต่อไป

เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เฟรย์เท่านั้น แต่นักเรียนของสถาบันเวสต์โร้ดทั้งหมดกำลังถูกดูถูก

“อย่าเอ่ยถึงสถาบันเวสต์โร้ดอีก”

“มันเป็นแค่โจ็กนะทำไมคุณไม่ผ่อนคลายล่ะ ฉันไม่ได้ต้องการให้นายโมโหนะ”

“ถ้านายขอโทษเฟรย์ฉันจะอภัยให้”

“ขอโทษ? ให้เขา?”

แพทริคทำหน้าตางุนงง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เอ็นโซถึงกัดเขาและเข้าข้างเฟรย์

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะขอโทษ

“ฉันขอโทษ แต่ตระกูลเดอร์ซิดี้จะไม่ก้มหัวให้ใคร ยิ่งไปกว่านั้นมิตรภาพในสถาบันเวสต์โร้ดช่างสาบซึ้งเสียจริง นายเป็นคนที่เชิญไอ้น่าสมเพชเฟรย์มางานเลี้ยงนี่เอง”

“คุคุคุ”

“แย่จริงๆนะที่มีแต่พวกสกปรกปะปนอยู่ในงาน เหมือนน้ำกับสกปรกเลย”

“ไม่ใช่ฉันหรอกที่…เชิญเขา…”

เอนโซยังพูดไม่จบ แต่กลับจ้องมองข้างหลังแพทริคด้วยสีหน้าว่างเปล่า

แล้วแพทริคก็ได้ยินเสียงเย็นชาข้างๆหูของเขา

"ฉันเอง"

"อะไรนะ?"

แพทริคมองกลับไป หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

เขาเห็นชายผมบลอนด์เดินตรงมาหาพวกเขา

“ฉัน…เชิญเขาเอง”

นี่เป็นครั้งแรกที่เฟรย์ได้เห็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของเพเรียน

จบบทที่ บทที่ 36 เพื่อน (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว