- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 171 ไอ้หนุ่ม นี่เอ็งกะจะไม่ควักสักแดงแล้วมาสูบรากวิญญาณข้าไปฟรีๆ เลยเรอะ!
บทที่ 171 ไอ้หนุ่ม นี่เอ็งกะจะไม่ควักสักแดงแล้วมาสูบรากวิญญาณข้าไปฟรีๆ เลยเรอะ!
บทที่ 171 ไอ้หนุ่ม นี่เอ็งกะจะไม่ควักสักแดงแล้วมาสูบรากวิญญาณข้าไปฟรีๆ เลยเรอะ!
จากประสบการณ์การอัปเกรดวิชามารสองครั้งก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์หลังการอัปเกรดวิชามารซีรี่ส์เบญจดัชนี นั้นแข็งแกร่งกว่าวิชามารทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่วิชามารซีรี่ส์เบญจดัชนี กลับไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบทำหุ่นเชิดมนุษย์
เพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาลัทธิหยวน ซูหยวนจึงจำใจต้องมอบโอกาสในการอัปเกรดครั้งนี้ให้กับวิชามารแขนงอื่น
แล้ววิชามารไหนล่ะ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบของ "หุ่นเชิดกระดูกขาวโฉมงาม" ได้?
ซูหยวนลิสต์รายชื่อวิชามารที่เกี่ยวข้องออกมาสามวิชา
วิชาหลอมศพโบราณ, วิชาเพาะเลี้ยงสัตว์โลหิต และ วิชาวิธีสร้างหุ่นเชิดกระดูกขาวโฉมงาม
ทั้งสามวิชานี้ล้วนเป็นวิชาดีที่ "ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง" วัตถุดิบเลือดเนื้อใดๆ เมื่อมาอยู่ต่อหน้าสามวิชานี้ ล้วนถูกใช้สอยอย่างคุ้มค่าจนหยดสุดท้าย
และผลลัพธ์ที่ซูหยวนต้องการให้ทั้งสามวิชานี้ทำได้มีเพียงอย่างเดียว
นั่นคือการใช้วัตถุดิบเลือดเนื้อของสัตว์อสูรวิญญาณ มาแทนที่วัตถุดิบจากร่างกายมนุษย์ในการทำหุ่นเชิด โดยที่ของแทนนี้จะต้องใช้งานได้จริงและมีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากต้นฉบับ
วิชาเพาะเลี้ยงสัตว์โลหิต เน้นการแปลงสภาพเลือดเป็นหลัก อัปเกรดไปก็น่าจะเก่งขึ้นแค่ด้านนี้
วิชาสร้างหุ่นเชิดกระดูกขาวโฉมงาม เน้นการใช้มนุษย์เป็นหลัก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการดัดแปลงเลือดเนื้อสัตว์อสูร อัปเกรดไปก็น่าจะยิ่งเน้นด้านมนุษย์มากขึ้นไปอีก
มีเพียงวิชาหลอมศพโบราณเท่านั้นที่ปฏิบัติกับคนและสัตว์อย่างเท่าเทียม เชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงร่างกายโดยเฉพาะ
บางทีหลังจากอัปเกรดเจ้านี่แล้ว อาจจะได้ผลลัพธ์ตามที่ซูหยวนต้องการ
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ซูหยวนก็ตัดสินใจแน่วแน่ แค่ความคิดวูบเดียว เขาก็ใช้โอกาสในการยกระดับวิชามารไปกับวิชาหลอมศพโบราณทันที
กระบวนการอัปเกรดวิชาหลอมศพโบราณใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ
ทันทีที่การดัดแปลงเสร็จสิ้น องค์ความรู้ที่ลึกลับซับซ้อนจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความรู้ของซูหยวนอย่างรวดเร็ว
เขาพยายามย่อยและทำความเข้าใจความรู้เหล่านี้ จนกระทั่งผ่านไปนานโขกว่าจะตั้งสติได้
จากนั้น ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี
แทงหวยถูกตัวแล้ว! วิชาหลอมศพโบราณหลังอัปเกรด มันมีผลลัพธ์มหัศจรรย์จริงๆ!
"แถม... วิชาเพาะเลี้ยงสัตว์โลหิตยังสามารถเอามาคอมโบกับวิชาหลอมศพโบราณเวอร์ชั่นอัปเกรดได้พอดีเป๊ะ"
"วิชามารสามวิชานี้ของฉันถือว่าได้ปล่อยคอมโบชุดใหญ่ จัดระเบียบโครงสร้างได้ลงตัวสุดๆ"
ซูหยวนถอนหายใจด้วยความประทับใจ
ไอ้ระบบหมาๆ ในที่สุดก็ทำให้เขาได้ดั่งใจสักครั้ง
"ซูหยวน เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?"
จูชิงชิงเห็นซูหยวนเหม่อลอยไม่พูดไม่จาอยู่นาน จึงเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ไม่รู้ทำไม นางรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวซูหยวนในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ลมหายใจนี้ มันดูลึกลับซับซ้อนยากจะเข้าใจยิ่งขึ้น
ราวกับว่า... บรรลุธรรมกลางสนามรบยังไงยังงั้น!
"ฉันไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันรู้สึกดีมากๆ"
ซูหยวนหันไปมองภูตศาสตราของตัวเอง มุมปากยกยิ้มที่แฝงความสยองขวัญเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ:
"ฉันรู้วิธีแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว ส่วนวิธีจะเป็นยังไงนั้นขออุบไว้ก่อน เธอแค่รอดูการดำเนินงานของฉันต่อจากนี้ก็พอ"
จูชิงชิง: "......"
เจ้าอย่าพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ได้ไหม? ข้ากลัว!
ซูหยวนยัดธงหมื่นวิญญาณใส่กระเป๋านักเรียน ไม่ได้ออกจากโรงเรียน และไม่ได้ไปโรงอาหาร แต่เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องทำงานของผู้อำนวยการ
ภายในห้องทำงาน
ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อมองดูเด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็บุกมาหา เขาไม่ได้แปลกใจอะไร พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า:
"ซูหยวน มีธุระอะไรก็พูดกับครูตรงๆ ได้เลยนะ"
"จะมาขอโควตาซื้อรากวิญญาณธรรมดาครึ่งราคาใช่ไหม?"
"วางใจเถอะ เรื่องนี้ครูใส่ใจตลอด เมื่อคืนเพิ่งจะขอเงินอุดหนุนให้เธอได้ ถ้าเธอเชื่อใจทางโรงเรียน เธอก็ให้โรงเรียนจัดซื้อรากวิญญาณให้ได้เลย ราคาจะถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน"
"รบกวนผอ.ด้วยนะครับ"
ซูหยวนพยักหน้า:
"แต่ที่ผมมาหาครู นอกจากเรื่องเงินอุดหนุนซื้อรากวิญญาณ 50% แล้ว ยังมีอีกเรื่องครับ"
จางโหย่วเต๋อชะงักไปเล็กน้อย จู่ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกระแวดระวังขึ้นมา
จรรยาบรรณวิชาชีพของเขาบอกว่า ไม่ควรระแวงนักเรียนโดยไร้เหตุผล
แต่ "วีรกรรมอันลือลั่น" ของซูหยวน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคาดเดาเจตนาของซูหยวนในทางที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้
"ผอ.ครับ ผมจำได้ว่าโรงเรียนเรามีสระว่ายน้ำในร่มที่ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งานอยู่ใช่ไหมครับ ขอผมเช่าใช้หน่อยได้ไหม?"
ซูหยวนพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ:
"อาจารย์ก็รู้ว่าผมน่ะ ทางบ้านยากจนมาตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพมาตลอด"
"ตอนนี้ผมพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง เลยอยากจะทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ต้องการสถานที่สักแห่งเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์"
"ผมคิดว่าสระว่ายน้ำร้างนั่นเหมาะเลย ขนาดกำลังดี แถมทำเลก็เงียบสงบพอ"
จางโหย่วเต๋ออึ้งไปนิดหนึ่ง:
"เช่าสระว่ายน้ำร้าง? แค่นั้นเหรอ?"
เมื่อมองไปที่สายตาอันใสซื่อและจริงใจของเด็กหนุ่ม ผอ.เฒ่าก็เกิดความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
ตนเองเอาใจคนถ่อยไปวัดใจวิญญูชนเสียแล้ว
ถึงแม้พฤติกรรมของซูหยวนจะดูเพี้ยนๆ ไปบ้าง แต่เนื้อแท้เขาก็ยังเป็นเด็กดี
เขาจะไปด่วนตัดสินเด็กก่อนได้ยังไง?
ก็แค่โรงยิมว่ายน้ำ ข้างในนอกจากสระที่ไม่มีน้ำแล้วก็ไม่มีอะไรเลย เด็กมันจะไปทำเรื่องพิสดารอะไรได้?
ด้วยความรู้สึกผิด จางโหย่วเต๋อจึงโบกมืออนุญาตทันที
แถมไม่เก็บค่าเช่าด้วย
"ขอบคุณครับผอ."
ซูหยวนโค้งคำนับจางโหย่วเต๋ออย่างนอบน้อม แล้วพูดต่อว่า:
"งั้นเรามาคุยเรื่องเงินอุดหนุนรากวิญญาณกันต่อดีกว่าครับ"
"ผอ.ครับ ผมจำได้ว่าครูเคยบอกว่า ถ้าได้เป็นที่หนึ่งในการสอบเกาเข่า ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในห้องเรียนพิเศษจะได้รับเงินคืนสิบเท่าใช่ไหมครับ?"
"ครูคิดว่าผมมีโอกาสเป็นที่หนึ่งในการสอบเกาเข่าไหมครับ?"
จางโหย่วเต๋อคิดทบทวนอย่างละเอียด
ผลงานของซูหยวนในการสอบร่วมแปดโรงเรียนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน
ถึงแม้ชัยชนะจะมาจากเล่ห์เหลี่ยมบ้าง แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องก้าวกระโดดอย่างแน่นอน
ยิ่งได้เข้าเรียนในคลาสเตรียมอุดมของสิบมหาวิทยาลัยด้วยแล้ว
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตำแหน่งที่หนึ่งในการสอบเกาเข่าก็คงหนีไม่พ้น
จางโหย่วเต๋อพยักหน้ายอมรับ จากนั้นก็ถามอย่างสงสัย:
"ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?"
ซูหยวนยิ้มแล้วตอบว่า:
"ผมก็แค่คิดว่า ทางโรงเรียนจะช่วยสำรองจ่ายค่ารากวิญญาณอีกห้าล้านที่เหลือจากส่วนลดครึ่งราคาให้ผมก่อนได้ไหมครับ?"
"พอยุบห้องเรียนพิเศษแล้วได้เงินคืนสิบเท่าเมื่อไหร่ ทางโรงเรียนค่อยหักเงินก้อนนี้ออกไปก็ได้ครับ"
จางโหย่วเต๋อ: "......"
ฉันดูออกแล้ว ไอ้เด็กเวร ตั้งแต่ต้นเอ็งกะจะไม่ควักเนื้อสักแดงเดียวเลยสินะ!
เอ็งนี่มันเหนียวจนน่ากลัวจริงๆ!
ภายในห้องทำงานผอ. เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะ
ผ่านไปนานโข ผอ.เฒ่าถึงได้โบกมืออย่างเหนื่อยใจ:
"รู้แล้ว พรุ่งนี้เธอมาเบิกรากวิญญาณไปได้เลย"
"ขอบพระคุณครับผอ.!"
ซูหยวนโค้งคำนับอีกครั้ง รับกุญแจโรงยิมว่ายน้ำ แล้วเดินจากไปอย่างเบิกบานใจ
คืนนั้น ซูหยวนทำความสะอาดภายในโรงยิมว่ายน้ำคนเดียวจนสะอาดเอี่ยม โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ ขัดจนเงาวับไร้ฝุ่นผง
และหลังจากทำงานเสร็จ ซูหยวนก็ติดต่อเพื่อนร่วมกลุ่มทำงานพาร์ทไทม์ที่กระจายตัวอยู่ตามตลาดสดต่างๆ ในเมือง สั่งจองสินค้าล็อตใหญ่ผ่านเส้นสายของพวกเขา
ของจะมาส่งทันก่อนโรงเรียนเปิดในเช้าวันพรุ่งนี้
สำหรับการกระทำของซูหยวนในตอนนี้ จูชิงชิงดูไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เรือเหาะขนส่งที่มีตัวอักษร "โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์" ก็แล่นเข้ามาที่ลานหลังโรงอาหาร
ประตูเรือเหาะเปิดออก กล่องขนาดใหญ่หลายใบวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบต่อหน้าซูหยวนที่มารออยู่ก่อนแล้ว
บนกล่องแปะป้ายเขียนว่า "เลือดหมู" "เลือดเป็ด" และอื่นๆ