เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115 กองทัพไซเบอร์ เดิมพันด้วยเส้นทางอาชีพ!

บทที่ 115 กองทัพไซเบอร์ เดิมพันด้วยเส้นทางอาชีพ!

บทที่ 115 กองทัพไซเบอร์ เดิมพันด้วยเส้นทางอาชีพ!


หลังจากชี้แจงกับเฉินนั่วยีแล้ว ซูหยวนก็เตรียมจะตามเซียวคงไปที่เพนท์เฮาส์หรู

แต่กลับได้รับแจ้งว่า เครื่องล็อกอิน T490 ถูกส่งออกไปแล้ว

ส่งไปไหน?

ห้องเช่าที่ซูหยวนอยู่กับฉู่หลานซีนั่นแหละ

ทำไม?

เซียวคงไม่ได้บอกรายละเอียด แต่มันเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

อาจจะเป็นสัญชาตญาณระวังภัยบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกตัวเรื่องโดนกล้องแอบถ่ายเมื่อเช้า

หรืออาจจะเพราะเห็นซูหยวนมาบ้านเขาไม่จบไม่สิ้นจนรำคาญจะแย่แล้ว

ยังดีที่เซียวคงใจป้ำ โบกมือบอกว่าก่อนสอบเกาเข่า ค่าไฟในห้องเช่าทั้งหมดเขาจะจ่ายเอง

ได้คำสัญญาแบบนี้ ซูหยวนย่อมพอใจสุดๆ

เดิมทีไปบ้านเซียวคงเขาก็รู้สึกเกร็งๆ อยู่แล้ว ได้กลับบ้านตัวเองนี่แหละดีที่สุด

ตอนที่เขาไม่ได้ใช้เครื่อง ก็ให้ฉู่หลานซีกับเฉินนั่วยีใช้ได้

โดยเฉพาะเฉินนั่วยีที่เป็นสมาชิก VIP ระดับม่วงทอง*ของแดนมายาไท่ซู ขอแค่ไม่ใช่เครื่องสอบที่ตั้งค่าล็อกไว้ ไม่ว่าจะล็อกอินผ่านเครื่องใคร ก็ได้รับสิทธิพิเศษระดับม่วงทองอยู่ดี

(*ขอโทษด้วยครับ จริงๆมันม่วงทอง ผมแปลสลับกันไปมา)

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ประสิทธิภาพการเรียนรู้ระหว่างมีกับไม่มีแดนมายาไท่ซู มันต่างกันลิบลับจริงๆ

หลังจากขอบคุณความใจกว้างของเซียวคง ซูหยวนก็รีบกลับบ้าน เตรียมพากระบี่ชื่อหยวนและธงหมื่นวิญญาณเข้าสู่แดนมายาไท่ซู

แต่ก่อนจะเข้าไป ซูหยวนมองดูธงหมื่นวิญญาณในมือ แล้วนึกขึ้นได้เรื่องไฟล์ Backup

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาถ่ายโอนข้อมูล Backup จากธงหมื่นวิญญาณลงมือถือ

และเมื่อคลิปวิดีโอที่มีนักแสดงนำเพียงสองคนเล่นอัตโนมัติขึ้นมา คืนนี้ทั้งซูหยวนและกระบี่ชื่อหยวนก็ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกขั้น

ได้ดูแนวกระบี่กับคนกันอย่างเมามันส์เป็นชั่วโมง!

หลังจากปิดคลิปกระบี่อย่างเสียดาย ซูหยวนกำกระบี่ชื่อหยวนที่ตัวกระบี่ยังร้อนผ่าวๆ แล้วล็อกอินเข้าสู่แดนมายาไท่ซู

หลังจากเลือกโหมดเล่นหลายคนแบบ Open World ซูหยวนก็ตาลายไปวูบหนึ่ง แล้วก็มาโผล่อยู่หน้าเมืองอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่สร้างขึ้นจากทองคำล้วนๆ

นี่คือเมืองที่ผสมผสานองค์ประกอบของความจริงและจินตนาการเข้าด้วยกัน ทั้งยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม

"เมืองทองคำ สมชื่อจริงๆ"

ซูหยวนเอ่ยขึ้น ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินเข้าไปในประตูเมือง

แต่ก่อนจะผ่านประตูเมือง ก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาตรงหน้า

บนหน้าต่างมีข้อควรระวังและกฎพิเศษของเมืองทองคำระบุไว้

ข้อแรก ห้ามต่อสู้ทะเลาะวิวาท ห้ามฆ่าคน และห้ามเรื่องลามกอนาจาร เป็นเรื่องปกติ

ข้อสอง หลังจากเข้าสู่เมืองทองคำ สิทธิ์ที่ยูสเซอร์สามารถเสกสิ่งของได้ตามใจนึกและมีอำนาจล้นฟ้าในแดนมายาจะถูกระงับชั่วคราว

นั่นหมายความว่าผู้ใช้ทุกคนในเมืองทองคำ จะใช้ได้แค่ความสามารถจริงของตัวเอง และอาวุธวิเศษหรืออุปกรณ์ที่นำเข้ามาจากเครื่องล็อกอินเท่านั้น

นอกจากนี้ เมืองทองคำยังมีการจำกัดเลเวล ยูสเซอร์ในเมืองจะมองเห็นยูสเซอร์คนอื่นที่มีระดับพลังบำเพ็ญสูงกว่าตัวเองได้ไม่เกินหนึ่งขั้นใหญ่

นั่นคือซูหยวนจะติดต่อได้มากสุดแค่ยอดฝีมือขั้นสร้างรากฐานชั้นสูงสุด แต่จะไม่สามารถติดต่อกับยอดคนขั้นจินตันได้

กฎเหล่านี้สมเหตุสมผล ซูหยวนกด "ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับ 'ข้อตกลงการใช้บริการ' และ 'นโยบายความเป็นส่วนตัว'" จากนั้นหน้าต่างอีกอันก็โผล่มา

หน้าต่างนี้มีสองฟังก์ชั่น อันหนึ่งคือฟังก์ชั่นซ่อนตัวตน สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สะดวกเปิดเผยหน้าตา

อีกอันคือ "เห็นเฉพาะท้องถิ่น" และ "เลือกเขต"

อันแรกเข้าใจง่าย ส่วนการเลือกเขตหมายถึง เพื่อรับประกันความลื่นไหลของโลกขนาดใหญ่ แดนมายาไท่ซูจึงแบ่งผู้ใช้ออกเป็นเขตๆ ตามภูมิภาค

แต่ละเขตมีขนาดเท่ากับมณฑลหนึ่งในชาติก่อน ผู้ใช้ย่อมมีจำนวนมาก

แต่หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ซูหยวนเลือก "เห็นเฉพาะท้องถิ่น"

เขามาหางาน ถึงแม้ตอนนี้การทำงานออนไลน์จะฮิตมาก แต่ในช่วงเริ่มต้น หางานในท้องถิ่นไว้ก่อนจะดีกว่า

ถ้าหางานในท้องถิ่นไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาทั่วเขตใหญ่ก็ยังไม่สาย

หลังจากเลือกซ่อนตัวตน ซูหยวนก็ก้าวเข้าสู่เมืองทองคำอย่างเป็นทางการ

เดิมทีซูหยวนคิดว่าเมืองทองคำที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ถ้ามีแค่ยูสเซอร์จากเมืองไท่หัวคงจะดูเงียบเหงา แต่ความจริงคือ ในเมืองคึกคักอย่างไม่น่าเชื่อ

มียูสเซอร์เดินเล่นตามท้องถนน มีร้านค้าออนไลน์ที่เปิดขายของในเมืองทองคำ และมีคนที่ชูธงของสำนักต่างๆ เพื่อเจรจาธุรกิจ

เพียงแค่กวาดตามองคร่าวๆ ซูหยวนรู้สึกว่าในเมืองน่าจะมียูสเซอร์ที่แอคทีฟอยู่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคน

ถึงแม้ในจำนวนนี้จะมีหลายคนที่สำนักออกเงินเปิด VIP ทองคำให้เพื่อมาวิ่งงาน แต่ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว

คนรวยในเมืองไท่หัวเยอะจริง!

ซูหยวนอุทานในใจ แล้วเดินเข้าไปเดินเล่นข้างใน

หลังจากเดินวนไปรอบหนึ่ง เขาก็พบความจริงที่น่าหนักใจว่า สำนักใหญ่ๆ ส่วนมากมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่สมน้ำสมเนื้อ น้อยมากที่จะประกาศรับสมัครงานทั่วไป

ต่อให้มีประกาศภารกิจ ก็เป็นภารกิจที่เจาะจงเฉพาะสำนักมืออาชีพ ไม่ใช่สำหรับบุคคลทั่วไป

ซึ่งก็ปกติ สำนักเขาเสียเงินเดือนละล้านเพื่อมาตั้งฐานในเมืองทองคำ จะมาเพื่อรับสมัครกรรมกรเหรอ?

กรรมกรบ้านไหนจะมีปัญญาเปิดเมมเบอร์เดือนละล้าน!

เจ้าเศรษฐีเซียวคงนั่นดูท่าจะไม่เคยทำงาน ฟังเขาเล่ามาว่าค่าตอบแทนภารกิจในเมืองทองคำมันงาม แต่ไม่เคยคิดถึงหัวอกคนทำงานจริงๆ เลย

แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูหยวนก็มีความคิดใหม่ผุดขึ้นมา

ในเมื่อไม่มีงานที่เหมาะกับเรา งั้นทำไมเราไม่ตั้งสำนักขึ้นมาเอง แล้วโปรโมทธุรกิจของตัวเองล่ะ?

ไม่แน่ว่าอาจจะมีบริษัทอื่นหรือเหล่าป๋า สนใจธุรกิจของเขาก็ได้

แถมภารกิจของระบบก็บอกชัดเจนว่า ให้เขาสร้าง "กองกำลังมืด" ของตัวเองในต่างโลก

งั้นคำถามคือ สำนักของเขาควรจะเปิดธุรกิจอะไรดี?

ปรุงยา? เลี้ยงดูภูตศาสตรา? ดูดวง?

ถึงแม้งานพวกนี้เขาจะถนัด แต่ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของพวกสิบแปดมงกุฎอยู่บ้าง

ความน่าเชื่อถือต่ำ ไม่เหมาะจะเป็นธุรกิจในช่วงเริ่มต้นตั้งสำนัก

และในไม่ช้า งานที่กำลังฮิตสุดๆ ในยุคนี้ และไม่ว่าจะมองในมุมไหนก็เป็นงานของ 'พรรคมาร' ชัดๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัวของซูหยวน

กองทัพหน้าม้าไซเบอร์!

ในยุคที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตพัฒนาถึงขีดสุด จะไม่มีกองทัพหน้าม้าได้ยังไง?

ไม่ใช่แค่มี แต่ยังเป็นที่ต้องการมากด้วย!

เพราะกลไกการตรวจสอบของเครือข่ายวิญญาณเข้มงวดกว่าอินเทอร์เน็ตในชาติก่อนมาก การใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวควบคุมบัญชีเป็นพันๆ บัญชีเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจหน้าม้าในโลกนี้จึงต้องพึ่งพาแรงงานคนในการคอมเมนท์และรีโพสต์ล้วนๆ

นั่นทำให้พวกหน้าม้ามีความเป็นมืออาชีพสูง แต่คนที่ยอมทำงานนี้ก็มีน้อย ราคาต่อหน่วยเลยแพงขึ้น

แล้วจุดแข็งของซูหยวนคืออะไร?

วิญญาณไซเบอร์หนึ่งหมื่นดวง!

วิญญาณอาฆาตไซเบอร์หนึ่งหมื่นดวงที่สามารถแฮกเครือข่ายวิญญาณได้ สามารถลงทะเบียนบัญชีได้ถึงหนึ่งหมื่นบัญชี อาศัยความฉลาดที่ใกล้เคียงมนุษย์จริงๆ ไปปั่นรีวิวดีหรือรีวิวแย่ตามแพลตฟอร์มต่างๆ

นี่มันพนักงานดีเด่นหนึ่งหมื่นคนที่ซื่อสัตย์ภักดี หาเงินได้เท่าไหร่ก็ยกให้ตัวเองทั้งหมดชัดๆ!

แถมเพราะต้นทุนเป็นศูนย์ เขาเลยสามารถกดราคาต่อหน่วยให้ต่ำลง เบียดคู่แข่งให้กระเด็น จะไปกลัวว่าไม่มีลูกค้าทำไมอีก?

ขอแค่ทำธุรกิจกับป๋าๆ ให้ครบสิบราย ภารกิจระบบก็สำเร็จแล้ว!

คิดได้ดังนั้น ซูหยวนล็อกเอาท์ชั่วคราว ใช้ธงหมื่นวิญญาณแฮกเครือข่ายวิญญาณ สั่งให้วิญญาณอาฆาตไซเบอร์หนึ่งหมื่นดวงรีบไปสร้างบัญชีนับหมื่นในแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างรวดเร็ว แล้วล็อกอินกลับเข้าเมืองทองคำ

จากนั้น เขาก็เริ่มสร้างสำนักทันที

ยังดีที่สำนักไท่ซูไม่ได้หน้าเลือดถึงขนาดเก็บเงินค่าสร้างสำนักหรือร้านค้า แค่ส่งยืนยันตัวตนก็ตั้งพรรคตั้งสำนักได้แล้ว

แน่นอนว่า สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีฐานในโลกความจริงอย่างซูหยวน จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหรือไม่ ก็ต้องพึ่งความสามารถตัวเองแล้ว

งั้นสำนักใหม่นี้ควรชื่ออะไรดี?

ลัทธิหยวน?

คิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าหรือไง? ชื่อห่วยๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจความหมายแบบนี้ไม่มีใครเขาแลหรอก!

หลังจากคิดง่ายๆ ซูหยวนก็ตวัดพู่กันเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ลงไป

ชื่อสำนัก: "เดิมพันด้วยเส้นทางอาชีพ: กองทัพไซเบอร์นับหมื่น!"

จบบทที่ บทที่ 115 กองทัพไซเบอร์ เดิมพันด้วยเส้นทางอาชีพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว