- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 98 เป็นซัคคิวบัสในวงการสมบัติวิเศษไปซะแล้ว!
บทที่ 98 เป็นซัคคิวบัสในวงการสมบัติวิเศษไปซะแล้ว!
บทที่ 98 เป็นซัคคิวบัสในวงการสมบัติวิเศษไปซะแล้ว!
"มาๆๆ เข้าแถวเรียงหนึ่งไปคอสเพลย์เป็นลูกระนาดบนถนนกันนะ รอบละไม่เกินห้าคน ทุกห้าคนแบ่งเป็นหนึ่งกลุ่มสลับกันไป"
หลังจากซูหยวนกวาดค่าเล่าเรียนมาได้เกือบสามแสนในรวดเดียว เขาก็แสดงทัศนคติการบริการที่ดีเยี่ยมทันที โดยเรียกรวมกลุ่มแรกซึ่งรวมถึงจินฮ่าวมาที่ข้างถนน
"ลูกพี่ซูหยวน ขอถามหน่อยครับว่าการฝึกของลูกพี่กับเจ๊ใหญ่อู่สื่ออิงบนถนนเมื่อกี้ มีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่าครับ?"
จินฮ่าวถามอย่างเกรงใจและคาดหวัง
ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็อยากเรียนรู้เคล็ดลับของวิชาฝึกตนต้ายวิ่นให้จบๆ ไปเลย
จะได้ไม่ต้องมาเสียเงินฟรีทุกครั้งที่มีวิชาฝึกร่างกาย
ซูหยวนยิ้มบางๆ:
"เคล็ดลับสอนกันไม่ได้หรอก ต้องให้ทุกคนรู้แจ้งเอง เมื่อไหร่ที่รู้แจ้งแล้ว เมื่อนั้นทุกคนก็จะจบหลักสูตรได้"
"เอาล่ะ ขึ้นถนนไปเถอะ"
สิ้นเสียง เขาก็ผลักพวกจินฮ่าวทั้งห้าคนออกไปทันที
พร้อมกับที่รถวิญญาณต้ายวิ่นวิ่งตะบึงมาด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ นักเรียนห้องพิเศษทั้งห้าคนก็ถูกชนกระเด็นเป็นเส้นโค้งสวยงามบนท้องถนน
ซูหยวนยืนอยู่ข้างถนน ใช้พลังการคำนวณในฐานะผู้ฝึกตนขั้นขัดเกลาพลังปราณ คำนวณจุดตกของมนุษย์ลอยฟ้าแต่ละคนอย่างรวดเร็ว และสั่งการให้ราชันย์ร้อยตันแต่ละคันพุ่งเข้าชนในส่วนที่พวกเขาต้องการเสริมแกร่งได้อย่างแม่นยำ
แค่คนเดียวยังพอไหว แต่การคำนวณเส้นทางการชนของคนถึงห้าคน พร้อมกับต้องสานสัมพันธ์กับพวกราชันย์ร้อยตันไปด้วย แทบจะใช้สมองของซูหยวนจนถึงขีดสุด
พอฝึกกลุ่มแรกจบ ซูหยวนก็เหนื่อยจนปวดสมอง
แต่เพื่อให้ลูกค้าของเขาได้รับประสบการณ์การคอสเพลย์ลูกระนาดที่ดี ซูหยวนจึงรีบเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
"ทั้งห้าคน ฝึกเสร็จแล้วกินยาบำเพ็ญกายสูตรลับของฉันสักเม็ด วางใจได้ ไม่มีพิษแน่นอน!"
ซูหยวนหยิบยาเม็ดสีน้ำเงินห้าเม็ด ยัดใส่มือทั้งห้าคน
"นี่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่ลงคอร์สฉันเท่านั้นนะ ข้างนอกเขาแย่งกันจะตาย"
จินฮ่าวมองยาเม็ดสีน้ำเงินในมือ แล้วชำเลืองมองไท่ป๋ายเทียนจีที่อยู่ข้างๆ อย่างลังเล เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความเห็นอะไร จึงค่อยกลืนยาลงไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
วินาทีต่อมา กล้ามเนื้อที่ผ่านการทุบตีของพวกเขา ก็ดูดซับ
สารอาหารในร่างกายด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
แม้ทั้งห้าคนจะกินข้าวมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ท้องกลับร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาทันที
ประจวบเหมาะกับที่ไกลออกไปมีไรเดอร์ขี่กระบี่บินนำอาหารปริมาณมหาศาลแบบเน้นอิ่มคุ้มมาส่งให้
ซูหยวนทำเนียนแกะป้าย 'พินห่าวฟั่น' (ข้าวกล่องรวมมิตรราคาประหยัด) บนห่ออาหารออก แล้วกุลีกุจอเรียกทุกคนมากินข้าว
หลังจากอิ่มหนำสำราญ กลุ่มของจินฮ่าวทั้งห้าคนก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกว่าเงินหนึ่งหมื่นที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งพวกเขารู้ว่ายาที่กินทำมาจากเศษอาหารเหลือในโรงอาหาร และข้าวกล่องที่กินคือข้าวรวมมิตรราคาถูกที่สุด พวกเขาจะทำหน้ายังไง
ไท่ป๋ายเทียนจีที่ยืนดูซูหยวนขายคอร์สเรียนอยู่อย่างเงียบๆ ก็พอจะดูออกแล้วว่าซูหยวนทำอะไรลงไป
สรุปคือเจ้าเด็กนี่ไม่ได้อาศัยพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ในการฝึกเคล็ดวิชาต้ายวิ่น แต่มันไปเล่นตุกติกกับรถต้ายวิ่นพวกนั้นต่างหาก
แม่งเอ้ย แม้แต่ราชันย์ร้อยตันพวกนี้ก็นับเป็นอาวุธวิเศษเหรอ?
ราชันย์ร้อยตันวิ่งด้วยความเร็วแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ฟิ้วเดียวก็ผ่านไปแล้ว มันยังอุตส่าห์ไปสานสัมพันธ์กับเขาได้อีก?
นี่มันซัคคิวบัสแห่งวงการอาวุธวิเศษชัดๆ
แถมเจ้าเด็กนี่ยังมีหัวการค้าที่ร้ายกาจ
ไม่เพียงแต่แย่งนักเรียนของเขา ยังชิงขายยาตัดหน้าเขาอีก
โชคดีที่ยาของเขาขายแบบยอมขาดทุน ถ้าเจ้าเด็กนี่ไปเจอครูไร้จรรยาบรรณประเภทที่สอนเป็นอาชีพเสริม ขายยาเป็นอาชีพหลัก มีหวังโดนจับถ่วงน้ำเลี้ยงปลาไปแล้ว
แต่ไม่นานไท่ป๋ายเทียนจีก็พบอีกว่า การที่ซูหยวนสื่อสารกับราชันย์ร้อยตันจำนวนมากขนาดนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่าย
พลังงานของเจ้าเด็กนี่ลดลงอย่างหนัก
หึหึ ยังมีนักเรียนอีกหลายกลุ่มรอเรียนอยู่ ดูสิว่ามันจะทำยังไง
สำหรับปัญหานี้ ซูหยวนย่อมคิดไว้แล้ว และวิธีแก้ปัญหาของเขาก็ง่ายมาก... เปิดโปร!
เขาคิดมาดีแล้ว วิชามารที่ช่วยเขาได้มากที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น วิชามาร · ดัชนีศาสตรา
เพราะไม่ว่าอาจารย์ไท่ป๋ายจะสอนวิชาอะไร ก็ต้องมีอุปกรณ์การสอนช่วยเสมอ
ขอแค่เป็นอุปกรณ์การสอน ก็สามารถใช้ วิชามาร · ดัชนีศาสตรา ปั๊มค่าความชอบให้กลายเป็นสมบัติวิเศษที่คอยอำนวยความสะดวกให้เขาได้
และถ้าอัปเกรด วิชามาร · ดัชนีศาสตรา แล้ว ประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากอุปกรณ์การสอนเหล่านี้ต้องมากขึ้นแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไกลตัว เอาแค่ตอนนี้ หลังอัปเกรดดัชนีศาสตรา กระบวนการทำให้ราชันย์ร้อยตันเชื่องก็น่าจะง่ายขึ้นด้วย
คิดได้ดังนั้น ซูหยวนก็เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา แล้วกดอัปเกรด!
วินาทีต่อมา ความรู้มหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของซูหยวน เขาทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วและรู้ว่า วิชามาร · ดัชนีศาสตรา อัปเกรดอะไรขึ้นมาบ้าง
[วิชามาร · ดัชนีศาสตรา เพิ่มเอฟเฟ็คใหม่: เผ่าพันธุ์]
[เผ่าพันธุ์: เมื่อสร้างค่าความชอบ 100 แต้มขึ้นไปกับสมบัติวิเศษประเภทเดียวกันจำนวน 10 ชิ้นขึ้นไป สมบัติวิเศษเผ่าพันธุ์นั้นจะเกิดความชอบต่อเจ้า 100 แต้มโดยธรรมชาติ เมื่อเจ้าอยู่ในระยะที่กำหนดของเผ่าพันธุ์สมบัติวิเศษนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิชามาร · ดัชนีศาสตรา เจ้าก็สามารถสื่อสารทางจิตและออกคำสั่งง่ายๆ กับพวกมันได้]
เชรี่ย นี่มันง่วงปุ๊บหมอนก็มาปั๊บเลยเหรอ?
เจตจำนงแห่งจักรวาลทำงานแล้วสินะ?
ซูหยวนรู้สึกตกใจเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดออกว่าเอฟเฟ็ค "เผ่าพันธุ์" จะเอาไปใช้กับอะไรได้อีกนอกจากฝูงราชันย์ร้อยตัน นักเรียนที่ซื้อคอร์สไว้ก็เริ่มเร่งยิกๆ แล้ว
ลูกค้าคือพระเจ้า ซูหยวนไม่อยากปล่อยให้พวกเขารอนาน จึงต้องจับนักเรียนโยนลงถนนเพื่อเริ่มคลาส
ก่อนหน้านี้มีราชันย์ร้อยตันกว่าสิบคันที่มีค่าความชอบต่อเขาเกิน 100 แต้มอยู่แล้ว ดังนั้นเอฟเฟ็คเผ่าพันธุ์จึงทำงานทันทีโดยไม่ต้องเตรียมการ
พอภาระจากการใช้ วิชามาร · ดัชนีศาสตรา หายไป ความกดดันของซูหยวนก็ลดฮวบ
เงินนี้หาได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ไท่ป๋ายเทียนจีที่คอยสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ ยิ่งพูดไม่ออก
สรุปคือกายเทพกำเนิดซัคคิวบัสของเจ้าเด็กนี่มันอัปเกรดได้ด้วยเรอะ?
สองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
นักเรียนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันลงไปในถนนทีละกลุ่ม ซูหยวนรับประกันว่านักเรียนทุกคนที่ซื้อคอร์สของเขาจะได้รับประสบการณ์การเรียนไม่ต่ำกว่า 45 นาที ก่อนจะปิดจ็อบอย่างเป็นทางการ
ฤทธิ์ของยาเม็ดสีน้ำเงินในตัวพวกเขาก็ทยอยหมดลงเช่นกัน
การพัฒนาของพวกเขาในช่วงสองชั่วโมงนี้ชัดเจนมาก
ยกตัวอย่างเช่นจินฮ่าว จากการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ขั้นสูงของไท่ป๋ายเทียนจี ก่อนเข้าคลาส คะแนนความแข็งแกร่งและศักยภาพร่างกายของเขาอยู่ที่ 0.82 และ 0.69 ตามลำดับ
ตอนนี้ค่าทั้งสองกลายเป็น 0.86 และ 0.72 แล้ว
ถึงจะมีส่วนจากการฝึกกายกระบี่อมตะครั้งแรกที่ค่าจะพุ่งสูง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณภาพการสอนของซูหยวนและประสิทธิภาพของยาเม็ดสีน้ำเงินนั้นสูงมาก
และแม้ในคลาสนี้พวกเขาจะถูกซูหยวนจูงจมูกตลอด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวิชาฝึกตนต้ายวิ่นของพวกเขาจะไม่พัฒนา
หลังจากได้สัมผัสกับมุมชนที่สมบูรณ์แบบด้วยตัวเอง และเผชิญหน้ากับความกลัวที่จะไปต่างโลกมาแล้ว พอนานเข้า ต่อให้ไม่ต้องพึ่งซูหยวน พวกเขาก็น่าจะรับมือกับพลังของราชันย์ร้อยตันได้ด้วยตัวเอง
สรุปสั้นๆ ประโยคเดียว
ลูกค้าพึงพอใจ โอกาสหน้ามาใหม่แน่นอน
จากนั้น ไท่ป๋ายเทียนจีก็ประกาศเลิกเรียน
หลังจากไท่ป๋ายเทียนจีและเหล่านักเรียนห้องพิเศษลากสังขารอันเหนื่อยล้าจากไป ก็เหลือคนอยู่ไม่กี่คน
ซูหยวน เฉินนั่วยี ฉู่หลานซี และอู๋ซิงฉี ทั้งสี่คนนี้ไม่ต้องพูดถึง
ก่อนหน้านี้ซูหยวนมัวแต่ติวให้คนอื่น ยังไม่ได้ติวให้คนกันเองเลย ตอนนี้เลิกเรียนแล้วก็ถือโอกาสติวเสริมซะเลย
นอกจากพวกเขาแล้ว เซียวคงและอู่สื่ออิงก็ยังไม่ไปไหน
ซูหยวนมองสีหน้าลังเลของทั้งสอง ก็เข้าใจความคิดของพวกเขาได้ทันที เขายิ้มแล้วกล่าวว่า:
"เพื่อนเซียว เพื่อนอู่ จะซื้อคอร์สไหม?"
เซียวคงไม่พูดอะไร เพียงแค่โอนเงินหนึ่งหมื่นให้ซูหยวนเงียบๆ
ส่วนอู่สื่ออิงพูดอย่างระมัดระวังว่า:
"ซูหยวน... ฉันไม่มีเงิน ขอติดไว้ก่อนได้ไหม?"