เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!

บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!

บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!


ไท่ป๋ายเทียนจีรู้สึกว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคย พูดไม่ออกเท่านี้มาก่อน

คิดแล้วก็เสียดายที่ตอนแรกเขาคิดว่าซูหยวนเป็นผู้สืบทอดวิถีมารที่พร้อมจะตกต่ำได้ทุกเมื่อ

แต่ผลลัพธ์ที่เห็นตอนนี้ นี่มันตัวตลกชัดๆ!

และในขณะที่เขากำลังสับสนอลหม่านอยู่ท่ามกลางสายลมนั้นเอง เด็กหญิงโลลิผมขาวก็เข้าไปอยู่ข้างๆ ซูหยวนแล้ว จมูกเล็กๆ ของเธอสูดดมกลิ่นหอมจากในหม้ออย่างต่อเนื่อง ก่อนจะถามด้วยท่าทีจริงจังว่า:

“พี่ชาย เลือดก้อนในหม้อหอมจังเลย! ขอลองชิมสักคำได้ไหม?” (เพื่อน น่าจะอร่อย!)

ซูหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “ได้สิ แต่กินได้แค่นิดเดียวนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่พอปั้นร่างสัตว์โลหิตให้ไป๋หลิง”

“รอแป๊บนึงนะ พอเลือดงูสุกแล้วพี่จะตัดให้ชิ้นหนึ่ง เดี๋ยวตอนย่างหนูอ้นจะทำซุปวุ้นเส้นเลือดงูให้ เรามากินด้วยกัน”

ไท่ป๋ายอวี่ซี: “ได้เลย~ รู้แล้วล่ะว่าพี่ซูหยวนดีกับหนูที่สุดเลย!”

เมื่อได้ยินบทสนทนาอันอบอุ่นของพี่น้องต่างพ่อต่างแม่คู่นี้ ไท่ป๋ายเทียนจีก็รู้สึกเหมือนโลกจะมืดไปหมด

เด็กสมัยนี้มันบ้ากันขนาดนี้แล้วเหรอ?

แต่ไม่ว่าเขาจะบ่นในใจอย่างไร เรื่องราวก็ได้กลายเป็นที่ยุติแล้ว

หลังจากเลือดงูสุกแล้ว ซูหยวนก็ใช้มีดค่อยๆ ตัดเลือดก้อนขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากหม้อ ใส่ไว้ในชามข้างๆ

จากนั้น เขาก็ค่อยๆ ตักเลือดงูที่เหลือทั้งก้อนออกมาจากหม้อใหญ่ วางไว้บนเขียง

ต้องบอกเลยว่าเลือดของสัตว์อสูรขั้นสร้างฐานชั้นสูงสุดนั้นแตกต่างจริงๆ หลังจากต้มสุกแล้ว มันไม่เหมือนเลือดหมูเลือดเป็ดที่เป็นสีแดงคล้ำเลย แต่กลับงดงามราวกับทับทิม สวยงามเป็นพิเศษ

ณ จุดนี้ ขั้นตอนแรกของพิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตก็เสร็จสิ้น สามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้แล้ว

ภายใต้การแนะนำของซูหยวน ไท่ป๋ายเทียนจีค่อยๆ แยกสายเลือดออกจากร่างของงูขาวไป๋หลิงทีละน้อย

สิ่งที่เรียกว่าสายเลือดนั้นฟังดูเหมือนจะลึกลับซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันคือพลังและมรดกที่ซ่อนอยู่ในเลือดเนื้อ กระดูก และเส้นชีพจรลมปราณของสัตว์อสูร

ในระหว่างกระบวนการแยกสายเลือดของไป๋หลิง ไท่ป๋ายเทียนจียังได้รวบรวมพลังอสูรทั้งหมดในร่างของไป๋หลิงเข้าด้วยกัน หลอมรวมเข้ากับสายเลือด

เมื่อกลุ่มก้อนแก่นแท้ของร่างกายและพลังตบะของไป๋หลิงถูกดึงออกมา ร่างกายของไป๋หลิงก็เสื่อมสลายลงในทันที ย่ำแย่ยิ่งกว่างูธรรมดาเสียอีก

วิญญาณของไป๋หลิงจำต้องออกจากร่าง จากนั้นก็ได้รับการปกป้องชั่วคราวด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของไท่ป๋ายเทียนจี

มือข้างหนึ่งของไท่ป๋ายเทียนจีถือลูกบอลแสงสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแก่นแท้แห่งร่างกายและพลังตบะของไป๋หลิง ส่วนอีกข้างหนึ่งถือลูกบอลแสงสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณของไป๋หลิง

ภายใต้การแนะนำของซูหยวน เขาได้ใช้หลักการหยินหยางหลอมรวมกัน ผสานลูกบอลแสงทั้งสองสีขาวดำเข้าไปในเลือดก้อน... เอ่อ แก่นโลหิตของไป๋หลิง

ณ จุดนี้ พิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตก็สิ้นสุดลง

จากนี้ไปเพียงแค่รอให้สัตว์โลหิตก่อกำเนิดขึ้นมาจากแก่นโลหิตของมันเท่านั้น

กระบวนการนี้รวดเร็วมาก

ต่อหน้าทุกคน แก่นโลหิตของไป๋หลิงที่ใสดุจหยกแดงและจับตัวเป็นก้อนนั้น ก็เหมือนกับไข่งูที่ฟักตัวงูน้อยสีเลือดออกมาจากภายใน

งูน้อยสีเลือดตัวนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในไม่ช้าแก่นโลหิตของไป๋หลิงก็ไม่สามารถรองรับมันได้อีกต่อไป

จากนั้นมันก็เหมือนลูกงูที่ฟักออกจากไข่ ฉีกพื้นผิวของแก่นโลหิตออก ค่อยๆ เลื้อยออกมาทีละนิด และมองดูทุกคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตางูสีหยกแดงที่ยังคงงุนงงอยู่บ้าง

ภาพนี้ไม่ได้ดูน่าสยดสยองเลยแม้แต่น้อย กลับให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ของการกำเนิดชีวิตใหม่

“ไป๋หลิง เธอยังจำฉันได้ไหม?”

ไท่ป๋ายอวี่ซีมองงูโลหิตที่นอกจากสีและขนาดแล้ว เหมือนกับไป๋หลิงตัวเดิมทุกประการ แล้วถามอย่างระมัดระวัง

งูโลหิตมองไปที่เด็กหญิงโลลิผมขาว ในดวงตางูของมันฉายแววรักใคร่ ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลง

ไท่ป๋ายอวี่ซีดีใจเป็นอย่างยิ่ง ซูหยวนเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ดูเหมือนว่าความทรงจำและสติสัมปชัญญะของไป๋หลิงจะถูกรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ พิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!

เขามองไปที่ไท่ป๋ายเทียนจีที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ:

“ผู้บรรลุไท่ป๋าย ต่อจากนี้แค่ป้อนเลือดเนื้อของสัตว์อสูรระดับสูงให้ไป๋หลิงกิน ขนาดของมันก็จะกลับมาใหญ่เท่าเดิมในไม่ช้าครับ”

“ถ้าต้องการหลอมรวมสายเลือดของสัตว์อสูรชั้นสูงเข้าไปในร่างของไป๋หลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพบนเส้นทางเซียนของมัน ก็สามารถมาหาผมได้โดยตรง”

ไท่ป๋ายเทียนจีนิ่งเงียบพยักหน้า

ซูหยวนพูดกับเด็กหญิงโลลิผมขาวต่อ:

“แต่ว่าสีของไป๋หลิงคงกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว จะเป็นได้แค่สีแดงเท่านั้น นี่เป็นข้อเสียของสัตว์โลหิตทุกตัว”

“อวี่ซี ถ้าหนูไม่ชอบ ก็ให้ไป๋หลิงสวมหนังจากร่างเดิมของมันก็ได้”

ไท่ป๋ายอวี่ซีอุ้มไป๋หลิงสีเลือดไว้ พลางลูบเกล็ดที่เหมือนหยกแดงบนตัวของมัน ราวกับได้พบกับสัตว์น้อยที่น่ารักที่สุดในโลก สายตาของเธอไม่สามารถละไปจากไป๋หลิงได้เลย

เพราะไป๋หลิงในตอนนี้ มีไอของมารแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง!

เมื่อได้ยินคำพูดของซูหยวน เด็กหญิงโลลิผมขาวก็ส่ายหัวเป็นพัลวัน:

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูว่าไป๋หลิงตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนอีก สีแดงเป็นสีมงคลจะตายไป!”

ซูหยวน: “...หนูชอบก็ดีแล้ว”

และในขณะเดียวกัน เสียง “ติ๊งต่อง” ก็ดังขึ้นในหัวของซูหยวน

【ระดับความเป็นมารของไท่ป๋ายอวี่ซี: 100%】

【ภารกิจ: ผู้ผลักดัน (สำเร็จแล้ว)】

【ให้เจ้าเป็นแค่ตัวผลักดัน ไม่ได้ให้เจ้าไปใช้ท่าไม้ตายใส่หน้าไท่ป๋ายอวี่ซี! ฆ่าสัตว์เลี้ยงสุดที่รักของนางต่อหน้าต่อตา แล้วยังหลอมมันให้กลายเป็นสัตว์โลหิตอันชั่วร้ายอีก โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!】

【รางวัลภารกิจ: ฉายาสีม่วง “จ้าวแห่งมาร” (ส่งมอบแล้ว)】

【ฉายาสีม่วง: ระดับฉายาจากต่ำไปสูงแบ่งเป็น ขาว, เขียว, ฟ้า, ม่วง, ทอง, รุ้ง มีเพียงการทำภารกิจของจอมมารที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90% ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้รับฉายาสีม่วง!】

【จ้าวแห่งมาร: เจ้าทรยศอาจารย์ทำลายสำนัก ชักนำสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะให้ตกสู่ความมืด ผลักดันยอดฝีมือฝ่ายธรรมะให้กลายเป็นมาร เรียนรู้วิชามารนับไม่ถ้วน รวบรวมสาวกนับหมื่น สร้างความโกลาหลทั่วหล้า! สมควรแล้วที่เป็นจ้าวแห่งมารทั้งปวง!】

【เมื่อสวมใส่ฉายานี้ ขณะเรียนรู้เคล็ดวิชามารใดๆ ความสามารถในการเรียนรู้จะเพิ่มขึ้น 100%】

หลังจากอ่านคำอธิบายของฉายา “จ้าวแห่งมาร” แล้ว ซูหยวนก็เข้าใจ

ฉายานี้ไม่ได้ให้มามั่วๆ แต่จะรวบรวมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนเองเพื่อสร้างฉายาที่เหมาะสมที่สุด และกำหนดระดับของฉายาตามความยากของภารกิจ

งั้นก็หมายความว่า... ไอ้ระบบหมานี่ มรึงแอบใส่ร้ายกุแบบนี้สินะ!

แต่เมื่อซูหยวนเห็นผลของฉายา ความโกรธในใจของเขาก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง!

ความสามารถในการเรียนรู้สองเท่า!

นี่มันเป็นคุณสมบัติที่สูงส่งอะไรเช่นนี้!

ถึงแม้จะมีเงื่อนไขว่าต้องใช้เฉพาะตอนเรียนรู้วิชามาร แต่ถ้าเขาจำไม่ผิด...

อาจารย์ในอนาคตของเขา ไท่ป๋ายเทียนจี ถูกระบบจัดว่าเป็นจอมกระบี่มารแห่งยุคไม่ใช่เหรอ

ถ้าความรู้ที่กระบี่มารถ่ายทอดให้ไม่ใช่วิชามาร แล้วอะไรจะเป็นอีกล่ะ?

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่เข้าชั้นเรียนพิเศษไปจนถึงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากเอฟเฟกต์ของฉายา “จ้าวแห่งมาร” ได้อย่างเต็มที่!

เห็นแก่ที่แกฉลาดขนาดนี้ พรี่จะไม่ถือสาหาความแกแล้วกัน!

ซูหยวนกดสวมใส่ฉายาจ้าวแห่งมารทันที ปิดหน้าต่างระบบ แล้วมองไปที่หนูอ้นในมุมครัว

เชฟซูผู้ยุ่งวุ่นวายมานาน ในที่สุดก็ได้เริ่มทำอาหารแล้ว!

แต่สภาพของหนูอ้นในตอนนี้ทำให้ซูหยวนถึงกับตะลึง

ราชาปีศาจขั้นสร้างฐานชั้นปลายตัวนี้ กลับเหมือนได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่จะกลัวจนฉี่ราด แต่ยังช็อกจนสลบไปเลย

ซูหยวนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครัวเมื่อสักครู่

วานรตัวตรงผู้น่าสะพรึงกลัวได้ใช้กระบี่แทงราชาปีศาจขั้นสร้างฐานระดับสูงสุดจนตาย ต้มเลือดของมัน สูบสายเลือดและพลังตบะของมันออกมา แล้วใช้สิ่งเหล่านั้นสร้างสัตว์โลหิตตัวใหม่ขึ้นมา

ในสายตาของเหล่าสัตว์อสูร นี่มันนรกชัดๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เห็นสัตว์โลหิตกำเนิดขึ้นมา คงจะทำหน้าแบบมีมมิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล Uncanny กันเลยทีเดียว

การที่ไม่ช็อคตายคาที่ หนูอ้นตัวนี้ก็นับว่ามีจิตใจที่แข็งแกร่งแล้ว

หนูตัวนี้อนาคตไกลแน่ ต้องไม่ปล่อยไว้!

จบบทที่ บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว