- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!
บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!
บทที่ 66 โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!
ไท่ป๋ายเทียนจีรู้สึกว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคย พูดไม่ออกเท่านี้มาก่อน
คิดแล้วก็เสียดายที่ตอนแรกเขาคิดว่าซูหยวนเป็นผู้สืบทอดวิถีมารที่พร้อมจะตกต่ำได้ทุกเมื่อ
แต่ผลลัพธ์ที่เห็นตอนนี้ นี่มันตัวตลกชัดๆ!
และในขณะที่เขากำลังสับสนอลหม่านอยู่ท่ามกลางสายลมนั้นเอง เด็กหญิงโลลิผมขาวก็เข้าไปอยู่ข้างๆ ซูหยวนแล้ว จมูกเล็กๆ ของเธอสูดดมกลิ่นหอมจากในหม้ออย่างต่อเนื่อง ก่อนจะถามด้วยท่าทีจริงจังว่า:
“พี่ชาย เลือดก้อนในหม้อหอมจังเลย! ขอลองชิมสักคำได้ไหม?” (เพื่อน น่าจะอร่อย!)
ซูหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “ได้สิ แต่กินได้แค่นิดเดียวนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่พอปั้นร่างสัตว์โลหิตให้ไป๋หลิง”
“รอแป๊บนึงนะ พอเลือดงูสุกแล้วพี่จะตัดให้ชิ้นหนึ่ง เดี๋ยวตอนย่างหนูอ้นจะทำซุปวุ้นเส้นเลือดงูให้ เรามากินด้วยกัน”
ไท่ป๋ายอวี่ซี: “ได้เลย~ รู้แล้วล่ะว่าพี่ซูหยวนดีกับหนูที่สุดเลย!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาอันอบอุ่นของพี่น้องต่างพ่อต่างแม่คู่นี้ ไท่ป๋ายเทียนจีก็รู้สึกเหมือนโลกจะมืดไปหมด
เด็กสมัยนี้มันบ้ากันขนาดนี้แล้วเหรอ?
แต่ไม่ว่าเขาจะบ่นในใจอย่างไร เรื่องราวก็ได้กลายเป็นที่ยุติแล้ว
หลังจากเลือดงูสุกแล้ว ซูหยวนก็ใช้มีดค่อยๆ ตัดเลือดก้อนขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากหม้อ ใส่ไว้ในชามข้างๆ
จากนั้น เขาก็ค่อยๆ ตักเลือดงูที่เหลือทั้งก้อนออกมาจากหม้อใหญ่ วางไว้บนเขียง
ต้องบอกเลยว่าเลือดของสัตว์อสูรขั้นสร้างฐานชั้นสูงสุดนั้นแตกต่างจริงๆ หลังจากต้มสุกแล้ว มันไม่เหมือนเลือดหมูเลือดเป็ดที่เป็นสีแดงคล้ำเลย แต่กลับงดงามราวกับทับทิม สวยงามเป็นพิเศษ
ณ จุดนี้ ขั้นตอนแรกของพิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตก็เสร็จสิ้น สามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้แล้ว
ภายใต้การแนะนำของซูหยวน ไท่ป๋ายเทียนจีค่อยๆ แยกสายเลือดออกจากร่างของงูขาวไป๋หลิงทีละน้อย
สิ่งที่เรียกว่าสายเลือดนั้นฟังดูเหมือนจะลึกลับซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันคือพลังและมรดกที่ซ่อนอยู่ในเลือดเนื้อ กระดูก และเส้นชีพจรลมปราณของสัตว์อสูร
ในระหว่างกระบวนการแยกสายเลือดของไป๋หลิง ไท่ป๋ายเทียนจียังได้รวบรวมพลังอสูรทั้งหมดในร่างของไป๋หลิงเข้าด้วยกัน หลอมรวมเข้ากับสายเลือด
เมื่อกลุ่มก้อนแก่นแท้ของร่างกายและพลังตบะของไป๋หลิงถูกดึงออกมา ร่างกายของไป๋หลิงก็เสื่อมสลายลงในทันที ย่ำแย่ยิ่งกว่างูธรรมดาเสียอีก
วิญญาณของไป๋หลิงจำต้องออกจากร่าง จากนั้นก็ได้รับการปกป้องชั่วคราวด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของไท่ป๋ายเทียนจี
มือข้างหนึ่งของไท่ป๋ายเทียนจีถือลูกบอลแสงสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแก่นแท้แห่งร่างกายและพลังตบะของไป๋หลิง ส่วนอีกข้างหนึ่งถือลูกบอลแสงสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณของไป๋หลิง
ภายใต้การแนะนำของซูหยวน เขาได้ใช้หลักการหยินหยางหลอมรวมกัน ผสานลูกบอลแสงทั้งสองสีขาวดำเข้าไปในเลือดก้อน... เอ่อ แก่นโลหิตของไป๋หลิง
ณ จุดนี้ พิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตก็สิ้นสุดลง
จากนี้ไปเพียงแค่รอให้สัตว์โลหิตก่อกำเนิดขึ้นมาจากแก่นโลหิตของมันเท่านั้น
กระบวนการนี้รวดเร็วมาก
ต่อหน้าทุกคน แก่นโลหิตของไป๋หลิงที่ใสดุจหยกแดงและจับตัวเป็นก้อนนั้น ก็เหมือนกับไข่งูที่ฟักตัวงูน้อยสีเลือดออกมาจากภายใน
งูน้อยสีเลือดตัวนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในไม่ช้าแก่นโลหิตของไป๋หลิงก็ไม่สามารถรองรับมันได้อีกต่อไป
จากนั้นมันก็เหมือนลูกงูที่ฟักออกจากไข่ ฉีกพื้นผิวของแก่นโลหิตออก ค่อยๆ เลื้อยออกมาทีละนิด และมองดูทุกคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตางูสีหยกแดงที่ยังคงงุนงงอยู่บ้าง
ภาพนี้ไม่ได้ดูน่าสยดสยองเลยแม้แต่น้อย กลับให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ของการกำเนิดชีวิตใหม่
“ไป๋หลิง เธอยังจำฉันได้ไหม?”
ไท่ป๋ายอวี่ซีมองงูโลหิตที่นอกจากสีและขนาดแล้ว เหมือนกับไป๋หลิงตัวเดิมทุกประการ แล้วถามอย่างระมัดระวัง
งูโลหิตมองไปที่เด็กหญิงโลลิผมขาว ในดวงตางูของมันฉายแววรักใคร่ ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลง
ไท่ป๋ายอวี่ซีดีใจเป็นอย่างยิ่ง ซูหยวนเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดูเหมือนว่าความทรงจำและสติสัมปชัญญะของไป๋หลิงจะถูกรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ พิธีกรรมเปลี่ยนสภาพสัตว์โลหิตครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!
เขามองไปที่ไท่ป๋ายเทียนจีที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ:
“ผู้บรรลุไท่ป๋าย ต่อจากนี้แค่ป้อนเลือดเนื้อของสัตว์อสูรระดับสูงให้ไป๋หลิงกิน ขนาดของมันก็จะกลับมาใหญ่เท่าเดิมในไม่ช้าครับ”
“ถ้าต้องการหลอมรวมสายเลือดของสัตว์อสูรชั้นสูงเข้าไปในร่างของไป๋หลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพบนเส้นทางเซียนของมัน ก็สามารถมาหาผมได้โดยตรง”
ไท่ป๋ายเทียนจีนิ่งเงียบพยักหน้า
ซูหยวนพูดกับเด็กหญิงโลลิผมขาวต่อ:
“แต่ว่าสีของไป๋หลิงคงกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว จะเป็นได้แค่สีแดงเท่านั้น นี่เป็นข้อเสียของสัตว์โลหิตทุกตัว”
“อวี่ซี ถ้าหนูไม่ชอบ ก็ให้ไป๋หลิงสวมหนังจากร่างเดิมของมันก็ได้”
ไท่ป๋ายอวี่ซีอุ้มไป๋หลิงสีเลือดไว้ พลางลูบเกล็ดที่เหมือนหยกแดงบนตัวของมัน ราวกับได้พบกับสัตว์น้อยที่น่ารักที่สุดในโลก สายตาของเธอไม่สามารถละไปจากไป๋หลิงได้เลย
เพราะไป๋หลิงในตอนนี้ มีไอของมารแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง!
เมื่อได้ยินคำพูดของซูหยวน เด็กหญิงโลลิผมขาวก็ส่ายหัวเป็นพัลวัน:
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูว่าไป๋หลิงตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนอีก สีแดงเป็นสีมงคลจะตายไป!”
ซูหยวน: “...หนูชอบก็ดีแล้ว”
และในขณะเดียวกัน เสียง “ติ๊งต่อง” ก็ดังขึ้นในหัวของซูหยวน
【ระดับความเป็นมารของไท่ป๋ายอวี่ซี: 100%】
【ภารกิจ: ผู้ผลักดัน (สำเร็จแล้ว)】
【ให้เจ้าเป็นแค่ตัวผลักดัน ไม่ได้ให้เจ้าไปใช้ท่าไม้ตายใส่หน้าไท่ป๋ายอวี่ซี! ฆ่าสัตว์เลี้ยงสุดที่รักของนางต่อหน้าต่อตา แล้วยังหลอมมันให้กลายเป็นสัตว์โลหิตอันชั่วร้ายอีก โฮสต์ ดูเหมือนเจ้าจะสุดโต่งเกินไปหน่อยแล้ว!】
【รางวัลภารกิจ: ฉายาสีม่วง “จ้าวแห่งมาร” (ส่งมอบแล้ว)】
【ฉายาสีม่วง: ระดับฉายาจากต่ำไปสูงแบ่งเป็น ขาว, เขียว, ฟ้า, ม่วง, ทอง, รุ้ง มีเพียงการทำภารกิจของจอมมารที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90% ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้รับฉายาสีม่วง!】
【จ้าวแห่งมาร: เจ้าทรยศอาจารย์ทำลายสำนัก ชักนำสตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะให้ตกสู่ความมืด ผลักดันยอดฝีมือฝ่ายธรรมะให้กลายเป็นมาร เรียนรู้วิชามารนับไม่ถ้วน รวบรวมสาวกนับหมื่น สร้างความโกลาหลทั่วหล้า! สมควรแล้วที่เป็นจ้าวแห่งมารทั้งปวง!】
【เมื่อสวมใส่ฉายานี้ ขณะเรียนรู้เคล็ดวิชามารใดๆ ความสามารถในการเรียนรู้จะเพิ่มขึ้น 100%】
หลังจากอ่านคำอธิบายของฉายา “จ้าวแห่งมาร” แล้ว ซูหยวนก็เข้าใจ
ฉายานี้ไม่ได้ให้มามั่วๆ แต่จะรวบรวมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนเองเพื่อสร้างฉายาที่เหมาะสมที่สุด และกำหนดระดับของฉายาตามความยากของภารกิจ
งั้นก็หมายความว่า... ไอ้ระบบหมานี่ มรึงแอบใส่ร้ายกุแบบนี้สินะ!
แต่เมื่อซูหยวนเห็นผลของฉายา ความโกรธในใจของเขาก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง!
ความสามารถในการเรียนรู้สองเท่า!
นี่มันเป็นคุณสมบัติที่สูงส่งอะไรเช่นนี้!
ถึงแม้จะมีเงื่อนไขว่าต้องใช้เฉพาะตอนเรียนรู้วิชามาร แต่ถ้าเขาจำไม่ผิด...
อาจารย์ในอนาคตของเขา ไท่ป๋ายเทียนจี ถูกระบบจัดว่าเป็นจอมกระบี่มารแห่งยุคไม่ใช่เหรอ
ถ้าความรู้ที่กระบี่มารถ่ายทอดให้ไม่ใช่วิชามาร แล้วอะไรจะเป็นอีกล่ะ?
นั่นหมายความว่า ตั้งแต่เข้าชั้นเรียนพิเศษไปจนถึงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากเอฟเฟกต์ของฉายา “จ้าวแห่งมาร” ได้อย่างเต็มที่!
เห็นแก่ที่แกฉลาดขนาดนี้ พรี่จะไม่ถือสาหาความแกแล้วกัน!
ซูหยวนกดสวมใส่ฉายาจ้าวแห่งมารทันที ปิดหน้าต่างระบบ แล้วมองไปที่หนูอ้นในมุมครัว
เชฟซูผู้ยุ่งวุ่นวายมานาน ในที่สุดก็ได้เริ่มทำอาหารแล้ว!
แต่สภาพของหนูอ้นในตอนนี้ทำให้ซูหยวนถึงกับตะลึง
ราชาปีศาจขั้นสร้างฐานชั้นปลายตัวนี้ กลับเหมือนได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่จะกลัวจนฉี่ราด แต่ยังช็อกจนสลบไปเลย
ซูหยวนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครัวเมื่อสักครู่
วานรตัวตรงผู้น่าสะพรึงกลัวได้ใช้กระบี่แทงราชาปีศาจขั้นสร้างฐานระดับสูงสุดจนตาย ต้มเลือดของมัน สูบสายเลือดและพลังตบะของมันออกมา แล้วใช้สิ่งเหล่านั้นสร้างสัตว์โลหิตตัวใหม่ขึ้นมา
ในสายตาของเหล่าสัตว์อสูร นี่มันนรกชัดๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เห็นสัตว์โลหิตกำเนิดขึ้นมา คงจะทำหน้าแบบมีมมิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล Uncanny กันเลยทีเดียว
การที่ไม่ช็อคตายคาที่ หนูอ้นตัวนี้ก็นับว่ามีจิตใจที่แข็งแกร่งแล้ว
หนูตัวนี้อนาคตไกลแน่ ต้องไม่ปล่อยไว้!