- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 52 หยินชีเยว่: ฉัน! ขอเหมารายปี!
บทที่ 52 หยินชีเยว่: ฉัน! ขอเหมารายปี!
บทที่ 52 หยินชีเยว่: ฉัน! ขอเหมารายปี!
เมื่อได้ยินเสียงรั้งของซูหยวน หยินชีเยว่ก็ชะงักฝีเท้าทันที ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมเดินต่อ
เฉินนั่วยีหันมองซูหยวนด้วยความงุนงง
ซูหยวนเสนอแนะ: "มาถึงหน้าร้านแล้ว ในเมื่อหยินชีเยว่เป็นคนรู้จักของเธอ เชิญเข้าไปดื่มชานมข้างในสักแก้วไหมล่ะ?"
เฉินนั่วยีเห็นด้วย จึงพยักหน้า
เธอหันไปมองเด็กสาวดวงตาสีม่วงที่แววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที:
"เดี๋ยวเข้าไปดื่มชานมในร้านแก้วเดียวแล้วก็กลับนะ ห้ามทำอะไรแปลกๆ เด็ดขาด! ไม่อย่างนั้นวันหลังไม่ต้องมาหาหนูอีกเลย"
"ได้ๆ ไม่มีปัญหา!"
หยินชีเยว่พยักหน้ารัวๆ แม้แต่สายตาที่มองซูหยวนก็ดูเป็นมิตรขึ้น
เขาช่วยพูดให้ฉัน! เป็นคนดีนี่นา! ไม่ใช่นักเลงหัวทองอย่างที่คนในตระกูลเฉินลือกัน!
ซูหยวนเดินตามหลังสองสาวงามด้วยรอยยิ้ม
และเหตุผลที่เขาเรียกหยินชีเยว่ไว้กะทันหัน แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เป็นเพราะ...
[ติ๊งต่อง คุณพบกองกำลังที่สามารถรวบรวมได้ "ลัทธิชีเย่ว"!]
[ในฐานะประมุขลัทธิฝ่ายธรรมะดาวรุ่งอย่างลัทธิชีเย่ว แม้หยินชีเยว่จะมีสาวกนับหมื่นพัน แต่กลับจงรักภักดีต่อเฉินนั่วยี สตรีศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะที่แอบสวามิภักดิ์ต่อเจ้าอย่างสุดหัวใจ]
[เฉินนั่วยีได้กลายเป็นบริวารที่เจ้าบงการได้ตามใจชอบแล้ว บัดนี้ประมุขลัทธิชีเย่วเสนอตัวมาถึงที่ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เจ้าจะชักใยอยู่เบื้องหลัง กลืนกินลัทธิชีเย่วทีละก้าว และเปลี่ยนให้กลายเป็นหมารับใช้ใต้สังกัดของเจ้า!]
[ภารกิจจอมมารได้รับการอัปเดต]
[ภารกิจ: บริวารของบริวาร]
[จงใช้วิธีเล่นกับใจคนที่เจ้าถนัดที่สุด ปั่นหัวประมุขลัทธิชีเย่วผู้ใสซื่อและน่าสงสารให้อยู่ในกำมือซะ!]
[ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความประทับใจ (20/100)]
[รางวัลภารกิจ: วิชาเพาะเลี้ยงสัตว์โลหิต]
[หมายเหตุ: โปรดอย่าเปิดเผยตัวตน มิเช่นนั้นอาจดึงดูดความสนใจจากตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรขนาดยักษ์อย่างตระกูลเฉิน]
สำหรับภารกิจระบบนี้ ซูหยวนพูดได้คำเดียวว่า... ไอ้ระบบเวร แกนี่เลือกปฏิบัติเก่งจริงนะ!
ตอนกูแบกหนี้ก้อนโตสิบล้าน ไม่เห็นมีภารกิจหาเงินเด้งขึ้นมาบ้างเลย แต่พอเจอกับสาวสวยข้างถนนเข้าหน่อย มรึงก็รีบยัดเยียดภารกิจให้รวบรวมเขามาเป็นพวกทันที?
ระบบหนอระบบ แกเป็นระบบที่อยากสร้างกิจการงานใหญ่ ส่วนฉันก็เป็นโฮสต์ที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัว เอ็งจะมัวแต่ลุ่มหลงในกามตัณหาแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย?
ตั้งแต่วันนี้ไป มรึงต้องเลิกเหล้าเพื่อตูเดี๋ยวนี้!
ส่วนเรื่องที่หยินชีเยว่เป็นประมุขลัทธิชีเย่วอะไรนั่น ซูหยวนไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ระบบชอบพูดจาเว่อร์วังอยู่แล้ว เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งจะไปก่อตั้งกองกำลังของตัวเองได้ยังไง?
คิดไปคิดมา ซูหยวนก็ถามออกไปตรงๆ:
"คุณหยิน คุณเรียนที่โรงเรียนไหนเหรอครับ เครื่องแบบที่คุณใส่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
หยินชีเยว่ตอบอย่างเขินๆ: "ฉันเป็นนักเรียนสายศิลป์ ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเทียนอิน ในสังกัดของสำนักเซียนพันหน้าค่ะ"
ซูหยวนตกใจ: "สำนักเซียนพันหน้า? หรือจะเป็นสำนักเซียนพันหน้าที่เป็นหนึ่งในสิบมหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำนั่น?"
หยินชีเยว่พยักหน้า
สำนักเซียนพันหน้า เป็นเพียงสำนักแห่งเดียวในสิบมหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำที่เป็นโรงเรียนศิลปะการแสดง นักเรียนที่จบจากสถาบันนี้ ล้วนแต่เป็นศิลปินระดับท็อปที่มีออร่าจับตั้งแต่เดบิวต์
และสำนักเซียนพันหน้ายังเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงของสหพันธรัฐบลูสตาร์ หากมีสำนักพันหน้าเป็นแบ็กอัพ เส้นทางสายบันเทิงก็จะราบรื่นไร้อุปสรรค
โรงเรียนมัธยมเทียนอิน ในฐานะหนึ่งในโรงเรียนใต้สังกัดสำนักเซียนพันหน้า นักเรียนสามารถเรียนวิชาล่วงหน้าของสำนักเซียนพันหน้าได้โดยตรง และมีสิทธิ์เลื่อนชั้นเข้าสู่มหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำแห่งนี้ได้เลย
นั่นหมายความว่า ขอแค่หยินชีเยว่มีผลการเรียนพอไปวัดไปวาได้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในว่าที่สิบสุดยอดแล้ว
นี่มันเด็กระดับหัวกะทิชัดๆ ดีไม่ดีอาจจะเป็นดาราในอนาคตด้วย!
ซูหยวนรู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาทันที!
ตอนนั้นเอง ซูหยวนก็นึกถึงคำบรรยายของระบบเกี่ยวกับลัทธิชีเย่ว นิกายที่นักเรียนสายศิลป์หน้าตาดีมากๆ คนหนึ่งจะก่อตั้งได้ ดูเหมือนจะมีแค่...
"คุณหยิน หรือว่าคุณจะมีผลงานออกมาบ้างแล้ว มีแฟนคลับแล้วใช่ไหมครับ"
"นายรู้ได้ยังไง? หรือว่านายเคยเห็นฉันผ่านฟีดใน 'เมี่ยวอิน'?"
(เมี่ยวอินน่าจะคล้ายๆ spotify ครับ)
หยินชีเยว่แปลกใจเล็กน้อย เธอหยิบมือถือออกมาอย่างดีใจ แล้วเปิดบัญชีเมี่ยวอินที่มีผู้ติดตามกว่าสองแสนคนให้ดู
ชื่อบัญชีก็จริงใจสุดๆ ใช้ชื่อว่า 'หยินชีเยว่' ตรงๆ เลย
หน้าแรกของบัญชีมีคลิปโคฟเวอร์เพลงของหยินชีเยว่และไฮไลต์จากการไลฟ์สด ซึ่งยอดวิวก็ถือว่าสูงใช้ได้
"อื้ม ก็ประมาณนั้นแหละครับ"
ซูหยวนพยักหน้าอย่างแนบเนียน
[ค่าความประทับใจ +5]
เหอะ เป็นผู้หญิงที่จัดการง่ายชะมัด
ซูหยวนแอบหยิบมือถือออกมาเงียบๆ แล้วกดติดตาม
สรุปคือไอ้ระบบเวรนี่มองว่าแฟนคลับก็นับเป็นสาวกสินะ?
งั้นหยินชีเยว่ก็ถือว่าเป็นประมุขลัทธิใหญ่ที่มีสาวกกว่าสองแสนคนเลยทีเดียว!
ตัวแม่ชัดๆ มิบังอาจล่วงเกินครับ!
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าตรอก
เมื่อมองเข้าไปในตรอกที่มืดสลัวและลึกเข้าไป หยินชีเยว่ก็เริ่มหวาดระแวง:
"นั่วยี มีร้านชานมอยู่ที่นี่จริงเหรอ? ทำไมบรรยากาศมันดูแปลกๆ"
เฉินนั่วยีตอบเรียบๆ: "เจ้าของที่นี่ใจดีมาก ให้ค่าจ้างหนูเยอะด้วย"
หยินชีเยว่เดินตามหลานสาวอย่างระมัดระวัง เข้าไปในส่วนลึกของตรอก แล้วเธอก็ต้องชะงักกึกเมื่อเจอกับตัวอักษรสีชมพูพีชขนาดใหญ่คำว่า "มี่เถาอูหลง" กระแทกตาเข้าอย่างจัง
เธอมองรปภ. ร่างใหญ่กำยำที่เฝ้าอยู่หน้าประตู ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
เห็นได้ชัดว่า เธอเข้าใจผิดเหมือนกับซูหยวนตอนมาที่นี่ครั้งแรกเปี๊ยบ
"นะ... นั่วยี หนูมาทำงานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หนูจะทำตัวตกต่ำแบบนี้ไม่ได้นะ เรื่องพรรค์นั้นน้าไม่ยอมเด็ดขาด!"
หยินชีเยว่คว้าแขนเด็กสาวไว้ สีหน้าเหมือนจะร้องไห้
ซูหยวนอธิบายอย่างอ่อนใจ: "คุณหยิน ร้านนี้เขาทำธุรกิจขาวสะอาดจริงๆ นะครับ"
แต่หยินชีเยว่กลับทำหูทวนลม ปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาแรงๆ แล้วพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น:
"นั่วยี! น้าต้องพาหนูหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ให้ได้! ขอถามหน่อย เหมาปีคิดเท่าไหร่คะ?"
ซูหยวน: "???"
เฉินนั่วยี: "......"
เด็กสาวมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ ชี้มือไปทางด้านนอกอย่างเกรี้ยวกราด:
"น้าไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า!"
ในร้านชานม หยินชีเยว่นั่งฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง:
"ขอโทษนะ น้า... น้าไม่ควรสงสัยพวกหนูเลย"
เฉินนั่วยีทำงานง่วนอยู่หลังร้านด้วยความโมโห ขี้เกียจจะสนใจน้าแท้ๆ ของตัวเอง
ซูหยวนยิ้มพลางพูดว่า:
"คุณหยินอย่าโทษตัวเองนักเลยครับ ขอแค่คุณไม่พูดจาแปลกๆ แบบนั้นอีก เดี๋ยวหัวหน้าห้องก็หายโกรธเองแหละครับ"
"ว่าแต่ คุณชอบดื่มชานมรสอะไรครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"
หยินชีเยว่มองเมนู แล้วชี้ไปที่ชื่อเครื่องดื่มบรรทัดหนึ่ง:
"ฉันอยากได้อันนี้ค่ะ ส้มสดคั้น"
"ไม่มีปัญหา"
ขณะที่ซูหยวนกำลังจะกดสั่ง หยินชีเยว่ก็รีบดึงแขนเขาไว้ แล้วกระซิบเสียงเบาว่า:
"เอ่อ คือว่า ส้มที่จะคั้นในชาผลไม้แก้วนี้ ให้หนูนั่วยีใช้มือคั้นให้ฉันได้ไหมคะ?"
รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าซูหยวนแข็งค้าง
โอ้โห ไม่เนียนเลยนะแม่คุณ
เขาเริ่มรู้สึกตั้งแต่เจอหยินชีเยว่ครั้งแรกแล้วว่า ยายคนนี้ดูจะกระตือรือร้นและสนิทสนมกับเฉินนั่วยีเกินเหตุ ตอนแรกนึกว่าคิดมากไปเอง
แต่ดูตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้อันตรายสุดๆ จริงด้วย!
"ได้ครับ!"
เพื่อเพิ่มค่าความประทับใจ ซูหยวนจำใจฝืนยิ้มตอบรับ
[ค่าความประทับใจ +10]
กลับเข้าไปหลังร้านโซนชงชา ซูหยวนใช้ตัวบังสายตาของหยินชีเยว่ หยิบส้มขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วบีบขยี้
จากนั้น เขาโยนส้มลูกนั้นลงในแก้วที่รองน้ำส้มไว้ แล้วยื่นให้เฉินนั่วยี:
"ส้มสดคั้น ไม่ใส่น้ำตาล"
เรื่องจะให้เฉินนั่วยีใช้มือคั้นส้มให้น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ
ถ้าฉันบอกว่าเธอเป็นคนบีบเองกับมือ มันก็ต้องใช่!