เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ซาตาน: ผมแค่จะบอกว่า ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณครับ!

บทที่ 50 ซาตาน: ผมแค่จะบอกว่า ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณครับ!

บทที่ 50 ซาตาน: ผมแค่จะบอกว่า ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณครับ!


“หาเด็กมหาลัยขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นสูงสุดมาหนุนหลังเหรอ? มิน่าหวงเซิงถึงได้กร่างนัก”

ซูหยวนสำรวจชายหนุ่มร่างยักษ์ข้างหลังหวงเซิง ในใจพลันกระจ่าง

ระหว่างเด็กมัธยมกับเด็กมหาลัย ไม่ใช่แค่ระดับพลังที่ต่างกัน ความคืบหน้าในการเรียนก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ยกตัวอย่างเรื่องวิทยายุทธ์ เด็กมหาลัยขั้นขัดเกลาพลังปราณสูงสุด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วรยุทธ์ แต่เริ่มสัมผัสขอบเขตของ ‘วิชาอาคม’ แล้ว

ความเข้มข้นของคุณภาพหลักสูตรมหาลัย ก็กินขาดหลักสูตรมัธยม

สรุปง่ายๆ คือ คนเปิดโปรอย่างเขาก็อาจจะสู้ไม่ได้

คิดดูสิ ถ้าแค่เปิดโปรมั่วซั่วก็ข้ามขั้นไปตบเด็กมหาลัยได้ งั้นมาตรฐานมหาลัยคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไปแล้ว

แล้วถ้าบวกเฉินนั่วยีเข้าไปล่ะ?

บวกแม่เด็กเรียนคนนี้เข้าไปก็น่าจะพอไหว แต่ถึงจะไล่อีกฝ่ายไปได้ ก็คงสะบักสะบอมไม่น้อย

ในมือก็ไม่มีไม้กันหมาหรืออะไรด้วยสิ

“ซูหยวน...”

เฉินนั่วยีรู้สึกเป็นห่วง อยากจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกซูหยวนกันไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อน บางทีฉันอาจจะจัดการเองได้”

ซูหยวนยิ้มให้สาวน้อย แล้วหันไปมองชายหนุ่มร่างยักษ์

ชายหนุ่มใส่เสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นออกกำลังกายตามสไตล์เด็กสายกีฬาและตอนนี้เสื้อผ้าบางๆ สองชิ้นนั้นดันเปียกโชก บนตัวยังมีคราบเหงื่อที่ยังไม่เช็ดให้แห้ง

ประกอบกับเวลาตอนนี้ ซูหยวนเดาอย่างกล้าหาญว่า หมอนี่น่าจะเพิ่งซ้อมเสร็จมาหมาดๆ

“งั้นก็...”

แววตาซูหยวนวูบไหว วิชามาร·ดัชนีลิขิต ทำงานทันที เหนือหัวชายหนุ่มร่างยักษ์มีชะตาปรากฏขึ้น

【วันเล่นขา (บังเกิดผลแล้ว)】

นั่นไง!

แถมยังเป็นวันเล่นขาพอดีเป๊ะ นั่นมันฝันร้ายของคนเล่นกล้ามชัดๆ!

ซูหยวนสมองแล่นปรู๊ด มีแผนในใจแล้ว

ท่าทางที่ซูหยวนจ้องชายหนุ่มร่างยักษ์ไม่พูดไม่จา กลับถูกหวงเซิงมองว่าเป็นการแสร้งทำใจดีสู้เสือ!

เขาหัวเราะเยาะ:

“ถึงตอนนี้แล้ว ยังจะมาเก๊กเป็นฮีโร่ต่อหน้าเทพธิดาอีกเหรอ? ฉันว่าแก...”

แต่ไม่ทันให้หวงเซิงพูดจบ เขาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าซูหยวนปรากฏรอยยิ้มเป็นกันเอง ยื่นมือออกไปหาลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง

“ที่แท้ก็รุ่นพี่มหาลัยนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

พูดพลาง ซูหยวนก็พุ่งไปตรงหน้าชายหนุ่มร่างยักษ์ราวกับสายลม จับมืออีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น

เห็นภาพนี้ หวงเซิงสะใจสุดๆ:

“ตอนนี้เพิ่งคิดจะมาประจบพวกเราเหรอ? สายไปแล้วเว้ย!”

“พี่ จัดการสั่งสอนมันให้รู้สำนึกเลย!”

ชายหนุ่มร่างยักษ์มองมือที่ซูหยวนยื่นมาให้ถึงที่ ยิ้มเหยียดหยาม กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปนขึ้นทันใด มือใหญ่ราวกับพัดใบลานบีบมือซูหยวนอย่างแรง!

“อ๊ากกก——”

วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้น

หวงเซิงที่ยืนหันหลังให้ทั้งสอง รีบหันไปมอง เห็นเงาร่างหนึ่งในสองร่างข้างหลัง ทรุดฮวบคุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด!

“วะฮ่าฮ่าฮ่า ซูหยวนเอ๋ยซูหยวน ฟ้าคลั่งย่อมมีฝน คนคลั่งย่อมมีภัย ตอนนี้แกเข้าใจหรือยัง?”

“แกอย่าหาว่าฉันเล่นสกปรกนะ ฉันแค่เชิญรุ่นพี่มหาลัยมาประมือกับแกหน่อยเท่านั้น หวังดีนะเนี่ย ไปฟ้องครูก็ไม่มีประโยชน์”

“จำบทเรียนวันนี้ไว้ ต่อไปอยู่ให้ห่างจากดาวโรงเรียนซะ ไม่งั้นเจอครั้งหน้าก็อัดครั้งหน้า!”

หวงเซิงเท้าเอวหัวเราะเยาะ แต่หัวเราะไปหัวเราะมา เขากลับรู้สึกว่าเสียงกรีดร้องโหยหวนต่อเนื่องนี้มันแปลกๆ

นี่มันไม่ใช่เสียงซูหยวนนี่หว่า แต่เป็นเสียงพี่ชายเขาเอง!

หวงเซิงหันขวับ แล้วก็ต้องพบกับภาพสยอง พี่ชายร่างยักษ์ผู้น่าเกรงขามของเขา ตอนนี้กลับคุกเข่าร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพรากอยู่ตรงหน้าซูหยวน กล้ามเนื้อทุกตารางนิ้วทั่วร่างสั่นระริก เป็นตะคริว!

ในสภาพนี้ พี่ชายเขาจะไปมีแรงที่ไหน มือข้างหนึ่งพยายามจะดึงออกจากฝ่ามือซูหยวนสุดชีวิต แต่กลับถูกซูหยวนจับไว้แน่น

“พี่! ม่ายยย!!!”

หวงเซิงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

เขาขยับตัวจะเข้าไปทำอะไรสักอย่างตามสัญชาตญาณ แต่ได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ จากเฉินนั่วยีที่อยู่ไม่ไกล

ร่างกายเขาแข็งทื่อทันที

ดาวโรงเรียนระดับท็อป 3 ของชั้นปียังยืนอยู่ข้างซูหยวนนะ! ถ้าเขากล้าลอบกัด คนต่อไปที่ต้องคุกเข่าขอชีวิตก็คือเขานั่นแหละ

แต่ต่อให้หวงเซิงสมองแตกตายก็คิดไม่ออก พี่ชายที่เป็นสายกีฬาผิวแทนสุดแกร่ง แค่จับมือกับซูหยวน ก็โดนบีบจนสภาพดูไม่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

สรุปว่าเมื่อเช้าที่ซูหยวนต่อยเขา หมอนั่นยังออมแรงให้อีกเหรอ?

แรงของซูหยวนย่อมไม่เยอะเท่าลูกพี่ลูกน้องหวงเซิง สาเหตุที่อีกฝ่ายคุกเข่ามันง่ายมาก

ตอนจับมือ ซูหยวนอัดพลังวิญญาณอันธการจำนวนมหาศาลเข้าไปในร่างอีกฝ่าย ยกระดับความไวต่อความรู้สึกของร่างกายขึ้นพรวดพราด

ระดับที่เพิ่มขึ้นก็ประมาณ... ร้อยเท่าเห็นจะได้

ถ้าเด็กมหาลัยตรงหน้าอยู่ในสภาพปกติ อาจจะยังพอขับพลังวิญญาณอันธการออกจากร่างกายได้อย่างใจเย็น แต่บังเอิญว่าอีกฝ่ายเพิ่งเล่นขามานี่สิ

ตอนนี้ขาของอีกฝ่ายทั้งปวดทั้งชา เดินยังขาสั่น พอความไวต่อความรู้สึกเพิ่มขึ้นนิดหน่อยก็ทนไม่ไหวแล้ว

ทรุดลงไปกองแทบเท้า ให้เขาทำอะไรตามใจชอบ มันก็เรื่องปกติ

ส่วนหวงเซิง? เมื่อเช้าแพ้เร็วเกินไป เลยไม่รู้จักผลของพลังวิญญาณอันธการ

หวงเซิงกลืนน้ำลาย พูดด้วยความหวาดกลัว:

“ซู... ซูหยวน ฉันผิดไปแล้ว นาย... ท่านช่วยยกโทษด้วย ปล่อยพวกเราไปได้ไหมครับ?”

“ปล่อยพวกนายไป?”

มุมปากซูหยวนยกยิ้ม เอียงคอมองหวงเซิง:

“มึงมานี่”

หวงเซิงเดินตัวสั่นงันงกมาตรงหน้าซูหยวน จากนั้นเขาก็ต้องผวาเมื่อเห็นซูหยวนล้วงยาออกมาสองเม็ดจากกระเป๋า

เม็ดหนึ่งสีเหลืองเข้ม อีกเม็ดสีน้ำเงิน

“ตอนนี้ฉันมีทางเลือกให้นายสองทาง”

ซูหยวนเอ่ยช้าๆ:

“ทางแรก: กินยาพวกนี้เข้าไปดีๆ”

“ทางที่สอง: โดนกูอัดจนต้องคุกเข่า แล้วค่อยกินยาพวกนี้เข้าไปดีๆ”

ฟังน้ำเสียงเย็นชานั้น หวงเซิงรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น!

ราวกับว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กมัธยม แต่เป็นจอมมารในคราบเด็กมัธยม!

ยาที่ไม่รู้สรรพคุณสองเม็ด ใครจะกล้ากินมั่วซั่ว!

หวงเซิงส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง เหมือนสาวน้อยที่โดนนักเลงต้อนจนมุม

“หัวหน้าห้อง ป้อนยาเพื่อนนักเรียนหวงหน่อย”

ซูหยวนแค่นเสียง

เฉินนั่วยีเคลื่อนไหววูบเดียว เตะเข้าที่ชายโครงหวงเซิง

หวงเซิงหายใจไม่ออก ทรุดฮวบคุกเข่าลงทันที ปากอ้ากว้างตามสัญชาตญาณ

ซูหยวนดีดนิ้ว ส่งยาหมุนติ้วสองเม็ดเข้าลำคอหวงเซิงไปเต็มๆ ละลายในปากทันที

“อื้อ อื้อออ!”

หวงเซิงกุมคอพยายามจะล้วงคออ้วกสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรออกมา น้ำตาไหลพราก

“มึง ซูหยวน! มึงเอาอะไรให้กูกิน?”

ซูหยวนยิ้มเหี้ยม:

“วางใจ ของดี กินแล้วไม่ตายหรอก”

หวงเซิงงงตึ้บ

นิยามคำว่าของดีของมึงคือกินแล้วไม่ตายแค่นั้นเรอะ!

ความจริงซูหยวนก็ไม่ได้ทำอะไรหวงเซิงจริงๆ นั่นแหละ

ในยาสองเม็ดนี้ ยาสี้นำเงินย่อมเป็นยาฝึกกายที่ซูหยวนกินบ่อยๆ ซึ่งช่วยเร่งความเร็วในการดูดซึมสารอาหารอย่างมหาศาล ทำให้หัวแหลมเปี๊ยบ

ส่วนยาสีเหลือง... คือยาที่ทำให้รู้สึกอิ่มนานหนึ่งสัปดาห์ กินอะไรไม่ลง ที่ได้มาจากร้านบุฟเฟต์คราวก่อน

จริงๆ ซูหยวนสงสัยมานานแล้ว ยาสีน้ำเงินทำให้กินจุ ส่วนยาสีเหลืองทำให้ถือศีลอด ถ้าเอามารวมกัน ผลลัพธ์จะเป็นยังไง?

กำลังคิดอยู่ หวงเซิงก็เริ่มออกอาการ

เขาล้มตึงลงกับพื้น ชักกระตุกด้วยความทรมาน:

“ท้อง ท้องฉันปวดมาก! อาหาร... ฉันต้องการอาหาร!”

“แหวะ แหวะ!!! ทำไมพอคิดถึงของกินแล้วอยากจะอ้วกวะ? ทรมานชิบ อยากอ้วก...”

หวงเซิงนอนกุมท้องกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น มุมปากซูหยวนยกยิ้มอย่างเปรมปรีดิ์ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

จากนั้น เขาก็ค่อยๆ หันไปมองลูกพี่ลูกน้องของหวงเซิง

ลูกพี่ลูกน้องหวงเซิงกำลังนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้า

(ถ้าใครงงชื่อตอนนี้ ให้พิมพ์หามีมว่า “Well, I just wanna say that I’m a huge fan” ดูครับ 55555+)

จบบทที่ บทที่ 50 ซาตาน: ผมแค่จะบอกว่า ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณครับ!

คัดลอกลิงก์แล้ว