- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 29 เนื้อห่านนี่รสชาติเปรี้ยว! พวกนายอย่าซื้อนะ!
บทที่ 29 เนื้อห่านนี่รสชาติเปรี้ยว! พวกนายอย่าซื้อนะ!
บทที่ 29 เนื้อห่านนี่รสชาติเปรี้ยว! พวกนายอย่าซื้อนะ!
ทันทีที่เห็นห่านย่างตัวนี้เดินออกมา นักเรียนทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงจนตาค้าง
แม้แต่เฉินนั่วยีที่เป็นคนขายเองก็ยังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
นี่... นี่มันอธิบายด้วยปฏิกิริยาสะท้อนกลับของเส้นประสาทไม่ได้แล้วมั้ง!
รู้สึกเหมือนนิทานหลุดออกมาในโลกความจริงยังไงชอบกล
เมื่อเห็นวิธีการของตนสยบเหล่านักเรียนได้อยู่หมัด ซูหยวนยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงดัง:
"เพื่อนนักเรียนทุกท่าน นี่คือเมนูใหม่ของโรงอาหารเรา 'ห่านย่างเกล็ดมังกร' เป็นอาหารแนวใหม่ที่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง แล่เนื้อตัวเองใส่จานได้เองครับ"
"เมนูนี้ไม่เพียงคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ครบเครื่องทั้งรูป รส กลิ่น แต่ยังมีคุณค่าทางศิลปะการแสดงที่ยอดเยี่ยม เชิญเพื่อนนักเรียนลองชิมกันได้เต็มที่เลยครับ"
แน่นอน คำพูดเหล่านี้ซูหยวนแต่งขึ้นมาหลอกเด็กทั้งนั้น
สาเหตุที่ห่านย่างตัวนี้ขยับได้ ก็แค่เพราะซูหยวนใช้วิชาควบคุมศพจากวิชาหลอมศพโบราณ ใช้กระดิ่งเรียกวิญญาณควบคุมให้ห่านย่างเคลื่อนไหวเท่านั้นเอง
ถึงยังไงห่านย่างตัวนี้ต่อให้สุกแล้ว ก็ยังถือเป็น 'ซากศพเดินได้' ที่ขยับได้ตามปกติ
คิดว่าซากศพเดินได้จะมาสนใจว่าตัวเองสุกหรือดิบงั้นเหรอ?
นี่คือวิธีดึงดูดลูกค้าที่ซูหยวนพูดถึงก่อนหน้านี้ ใช้จุดขายเรื่องห่านย่างที่แล่เนื้อใส่จานเองได้มาทำการตลาด ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเหล่านักกิน
และเห็นได้ชัดว่า เด็กมัธยมปลายผู้ใสซื่อและโง่เขลา (บริสุทธิ์) ไม่อาจต้านทานสิ่งล่อใจนี้ได้
ส่วนเรื่องที่ว่าวิชาควบคุมศพอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้จะไปสะดุดตาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่?
ซูหยวนค้นข้อมูลมาอย่างดีแล้ว เขาพบว่า... โลกนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีวัฒนธรรมเจียงชือ (ผีกองกอย) ตะปูสะกดวิญญาณที่ใช้ก็แค่ตะปูธรรมดา ส่วนกระดิ่งเรียกวิญญาณในมือก็ซื้อมาจากร้านขายของไหว้เจ้ามาแก้ขัด
โลกนี้เป็นโลกเซียนที่จริงจัง ด้านหนึ่งคือไม่มีวรรณกรรมแฟนตาซีภูตผีปีศาจมากนัก อีกด้านคือยุคปัจจุบันยังขุดไม่เจอวิชาหลอมศพสายมารจากมรดกโบราณ
ดังนั้นต่อให้เขาเอาวิชาหลอมศพโบราณมาใช้ในที่แจ้ง ตราบใดที่เขาไม่พูด ใครจะรู้ล่ะ?
แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้อีกอย่างคือ วิชาหลอมศพได้ถูกค้นพบในมรดกโบราณสักแห่งแล้ว แต่เพราะมันผิดมนุษยธรรมเกินไปเลยถูกแบน
แต่ถึงจะเป็นกรณีหลัง ซูหยวนก็ไม่กลัว
ฉันเป็นแค่คนขายห่าน ห่านที่ทำออกมามันขยับเองได้เฉยๆ ใครจะเอาซอมบี้ที่คนรังเกียจหมาเมินไปโยงกับห่านย่างแสนอร่อยได้ล่ะ?
เอาเป็นว่าไม่ว่าจะมองมุมไหน ซูหยวนก็มีข้ออ้างฟังขึ้นทั้งนั้น
"ห่านย่างเกล็ดมังกรนี่ ขอที่นึง"
ไม่นาน นักเรียนขี้สงสัยคนหนึ่งก็เดินมาที่หน้าต่าง ติ๊ด รูดบัตรอาหารเสียงดัง
ซูหยวนถามยิ้มๆ:
"เพื่อนชอบทานส่วนไหนของห่านครับ?"
"อกห่าน"
สิ้นเสียง นักเรียนทั้งหลายก็เห็นพี่ชายคนตักข้าวเขย่ากระดิ่งในมือเบาๆ เจ้าห่านย่างก็สะบัดปีก ใช้มีดแล่เนื้อเริ่มเฉือนเนื้อส่วนอกของตัวเองอย่างชำนาญ เพียงไม่กี่ทีก็ได้เนื้ออกห่านกว่าหนึ่งจินออกมา
แล่ชิ้น จัดจาน เสิร์ฟ ทุกอย่างลื่นไหลรวดเดียวจบ ทำเอาคนดูตาค้าง
ฉากนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นเหลือเชื่อ
ในยุคที่ทุกคนบำเพ็ญเซียน การควบคุมสิ่งของให้เคลื่อนที่ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้ห่านย่างตัวหนึ่งขยับได้เหมือนสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนขั้นขัดเกลาพลังปราณทั่วไปจะทำได้
ชัดเจนว่า นี่คือวิชาลับระดับตกทอดในตระกูล! เป็นการแสดงอาหารที่น่าทึ่งจนต้องถอนหายใจชม!
นักเรียนคนแรกที่ซื้อห่านย่างเกล็ดมังกรตัดสินใจแล้วว่า ขอแค่รสชาติไม่แย่จนเกินไป เขาจะมาอุดหนุนทุกๆ สองสามวันแน่ๆ เพื่อมาดูการแสดงนี้
คิดได้ดังนั้น นักเรียนคนนี้ก็รีบคว้าตะเกียบ คีบเนื้อห่านเข้าปากอย่างอดใจไม่ไหว
"เป็นไง รสชาติเป็นไงบ้าง?"
เพื่อนร่วมชั้นที่สนิทกันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นักเรียนคนนั้นเคี้ยวเนื้อห่านซ้ำๆ พอกลืนลงไป ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน จนกระทั่งนักเรียนรอบข้างเริ่มร้อนใจ จู่ๆ เขาก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า:
"เนื้อห่านนี่รสชาติมันเปรี้ยว! พวกนายอย่าซื้อนะ!"
สิ้นคำ นักเรียนต่างหน้าถอดสี
หรือว่าห่านย่างที่ดูน่ากินสุดๆ นี่จะเป็นแค่ของสวยแต่รูปจูบไม่หอม?
แต่ในวินาทีถัดมา พวกเขากลับเห็นนักเรียนคนนั้นควักบัตรอาหารออกมาด้วยความเร็วแสง อาศัยจังหวะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ตะโกนลั่น:
"สิบที่! เอามาสิบที่! เอาทุกส่วนเลย!"
เหล่านักเรียน: "......"
ไอ้คนเจ้าเล่ห์!
วินาทีนี้ เหล่านักเรียนไม่ลังเลอีกต่อไป ต่างพากันควักบัตรอาหารออกมาอยากจะลิ้มลองให้ได้!
ในฐานะเมนูใหม่ ห่านย่างเกล็ดมังกรภายใต้การดำเนินงานของซูหยวน ได้แจ้งเกิดในโรงเรียนอย่างถล่มทลาย
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห่านย่างเกล็ดมังกรหนึ่งร้อยชุดก็ขายเกลี้ยง ห่านย่างที่เดิมทีอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตอนนี้ถูกแล่จนเหลือแต่โครงกระดูก
เมื่อไม่มีร่างกาย วิญญาณที่ถูกผนึกไว้ในร่างของมันก็ได้ขึ้นสวรรค์อย่างเป็นทางการ——จริงๆ ก็คือวิญญาณแตกสลายไปนั่นแหละ โลกเซียนสมัยใหม่วิจัยมาแล้วว่า การเวียนว่ายตายเกิดอะไรนั่นไม่มีจริง
"ซูหยวน ซูหยวน เมื่อกี้เราขายห่านย่างเกล็ดมังกรไปร้อยชุด ทำเงินได้รวดเดียวพันสองร้อยหยวนเลยเหรอเนี่ย?!"
เฉินนั่วยีถามด้วยความตื่นเต้น
ซูหยวนพยักหน้าอย่างจริงจัง แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่านักเรียนกระตือรือร้นกันเกินไปหน่อย เดิมทีเขาหวังว่าจะเก็บไว้ขายตอนเย็นบ้าง สรุปว่าแค่เที่ยงครึ่งก็ขายหมดเกลี้ยง แถมยังมีนักเรียนหลายคนมาจองคิวกับเขาโดยตรง
ขอเหอะ อาหารจานละหลายสิบถึงหลักร้อย พวกนายกินกันง่ายๆ งี้เลยเหรอ?
สรุปคือมีฉันจนอยู่คนเดียวสินะ?
อ้อ ใช่ ยังมีคนข้างๆ ฉันอีกคนนี่หว่า
และในวินาทีนี้เอง ซูหยวนเพิ่งตระหนักได้ว่า ตอนคำนวณส่วนแบ่งรายได้ก่อนหน้านี้มีจุดหนึ่งที่เขาไม่ได้คำนวณ นั่นคือกรณีที่ห่านย่างของเขาเป็นที่ต้องการจนผลิตไม่ทัน
ถ้าวันหนึ่งขายได้สองตัว หรือถึงขั้นสามตัว งั้นเขากับเฉินนั่วยี จะมีรายได้คนละสองสามหมื่นต่อเดือนก็ไม่ใช่ฝันแล้วสิ!
"ซูหยวน ขอบใจนะ"
ตอนนั้นเอง เสียงที่จริงใจของเฉินนั่วยีก็ดังขึ้น:
"ถ้าไม่ใช่เพราะนายพาฉันมาหาเงิน ฉันคงลำบากแม้แต่เรื่องกินข้าว"
ซูหยวนหันไปสบตากับดวงตาคู่สวยที่สดใสและจริงจังของเด็กสาว เขาเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เขากระแอมเบาๆ แล้วยิ้ม:
"งั้นหลังจากนี้เธอต้องตั้งใจเรียนวิชาย่างห่านกับฉันให้ดีๆ นะ โดยเฉพาะวิชาสั่นกระดิ่งควบคุมห่านของฉัน ไม่ใช่อะไรที่จะเรียนกันได้ง่ายๆ นะบอกเลย!"
เด็กสาวรีบตอบรับ: "อื้ม ฉันจะตั้งใจดูตั้งใจเรียน จะพยายามช่วยงานนายให้ได้จริงๆ"
และในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยเล่นกัน เสียงที่หนักแน่นทรงพลังก็ดังขึ้นจากหน้าหน้าต่าง:
"ซูหยวน?"
ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ ร่างของซูหยวนก็แข็งทื่อ หันไปมอง เห็นครูประจำชั้น เยว่หลิน ที่กำลังทำหน้าเคร่งขรึม
"ครู... ครูเยว่?"
ไม่รู้ทำไม หัวใจของซูหยวนเต้นรัวตุ้มๆ ต่อมๆ แม้จะรายงานครูประจำชั้นเรื่องทำงานพิเศษที่โรงอาหารแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนคู่รักวัยรุ่นที่ถูกผู้ปกครองจับได้ตอนกำลังจู๋จี๋กัน
อาจเป็นเพราะเขาได้ทำให้อันดับหนึ่งผู้ศักดิ์สิทธิ์ต้องแปดเปื้อนไปแล้วหรือเปล่านะ?
ในขณะที่ซูหยวนไม่รู้จะรับมือยังไง น้ำเสียงของเยว่หลินก็อ่อนลง:
"พวกเธอสองคนนี่มีของเหมือนกันนะ เพิ่งเริ่มงานก็แย่งซีนช่องขายข้าวแผนกอื่นไปหมดเลย"
"แต่พวกเธอก็ต้องระวังด้วย อย่าให้การทำงานพิเศษมากระทบการเรียน ใกล้สอบเข้ามหาลัยแล้ว ยังไงก็ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นหลัก"
"ครับ/ค่ะ ครูเยว่!"
ซูหยวนและเฉินนั่วยีรีบขานรับพร้อมกัน
จากนั้น เยว่หลินก็เปลี่ยนเรื่อง พูดว่า:
"วันนี้ครูมาช้า ซื้อห่านย่างเกล็ดมังกรของเธอไม่ทัน พรุ่งนี้อย่าลืมเก็บไว้ให้ครูสักสองสามที่นะ"