เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ระบบมาแล้ว แต่ดันสั่งให้ผมไปก่อความวุ่นวายครองใต้หล้า

บทที่ 1 ระบบมาแล้ว แต่ดันสั่งให้ผมไปก่อความวุ่นวายครองใต้หล้า

บทที่ 1 ระบบมาแล้ว แต่ดันสั่งให้ผมไปก่อความวุ่นวายครองใต้หล้า


"นายรู้จักทฤษฎีผ้าเช็ดปากไหม?"

"บนโต๊ะกลม ถ้ามีคนหนึ่งหยิบผ้าเช็ดปากทางขวามือก่อน ทุกคนก็จะหยิบทางขวาตาม แต่ถ้าเขาหยิบทางซ้าย คนอื่นๆ ก็จะหยิบทางซ้ายตามไปด้วย"

"และตอนนี้ ตัวฉันผู้นี้ได้หยิบ 'ผ้าเช็ดปาก' ผืนแรกนั้นขึ้นมาแล้ว!"

ภายในโรงอาหารของโรงเรียน ซูหยวนดึงกระดาษทิชชูออกมาเช็ดปากอย่างสง่างาม พลางเอ่ยคำคมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ฉู่หลานซีที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจว่า

"ทำไมจู่ๆ ถึงได้ทำตัวกร่างนักฮะ? ไอ้หมา นี่เอ็งเปิดโปรเหรอ?"

"เปิดโปรอะไรกัน ฉันไม่เคยปิดต่างหากเล่า"

ซูหยวนตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง สายตามองกวาดไปทั่วอย่างผู้เหนือกว่า

ฉู่หลานซีเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาดอกท้อที่มองหมายังดูเหมือนรักหมดใจคู่นั้นโค้งลงเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มเย็นชา

"ในเมื่อท่านจอมทัพซูเก่งกล้าสามารถขนาดนี้ งั้นต่อไปข้าวในโรงอาหารแกก็จ่ายเองเถอะ ต่อไปฉันจะไม่เลี้ยงแกอีกแล้ว และคนอย่างฉันจะกล้าให้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่านทำการบ้านแทนได้ยังไงกัน?"

เมื่อไม้ตายนี้ถูกงัดออกมา หากเป็นซูหยวนคนเก่าคงรีบก้มกราบขอขมาทันที แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่หลานซีต้องตกตะลึงก็คือ วันนี้ซูหยวนกลับเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน

"ลูกผู้ชายยืนหยัดอยู่ระหว่างฟ้าดิน จะยอมก้มหัวอยู่ใต้คนอื่นไปตลอดได้อย่างไร!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่หลานซีก็รู้สึกประหลาดใจทันที

เจ้าหมอนี่... หรือว่ามันจะเปิดโปรจริงๆ!

และความจริงก็เป็นอย่างที่ฉู่หลานซีคาดเดา

ในเวลานี้ เบื้องหน้าสายตาของซูหยวนปรากฏแถบความคืบหน้าเสมือนจริง พร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เด่นหรา

[กำลังโหลดระบบ]

วินาทีที่เห็นตัวอักษรบรรทัดนี้ ซูหยวนน้ำตาแทบไหลพราก!

ข้ามมิติมาตั้งหลายปี ในที่สุดตูข้าก็มีระบบกับเขาบ้างแล้ว!

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงชีวิตสิบแปดปีที่ผ่านมา มีเพียงคำว่ายากลำบากเท่านั้นที่บรรยายได้!

เริ่มต้นด้วยการเป็นเด็กกำพร้า ร่ำเรียนอย่างหนักมาสิบปี แม้จะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายระดับท็อปของเมืองได้ แต่ก็ต้องรับจ้างทำการบ้าน ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาค่าเทอมและค่าครองชีพ ไม่เคยได้พักผ่อนแม้แต่ชั่วขณะ

แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!

ระบบมาแล้ว! ฟ้าเปิดแล้ว! ระบบมาแล้ว ซูหยวนคนนี้จะลืมตาอ้าปากได้เสียที!

[โหลดระบบเสร็จสิ้น]

เมื่อแถบความคืบหน้าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียงจักรกลใสๆ ก็ดังขึ้นในสมองของซูหยวนทันที

[ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ผูกมัดกับระบบปั่นป่วนใต้หล้า ตราบใดที่โฮสต์ทำภารกิจจอมมารสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถกลายเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคได้]

[ภารกิจจอมมารมือใหม่ถูกประกาศแล้ว]

[ภารกิจ: ช่วงชิงวาสนา (ยังไม่สำเร็จ)]

[ในฐานะจอมมาร การฆ่าคนชิงสมบัติควรเป็นเรื่องง่ายดายดั่งการกินข้าวและดื่มน้ำ จงไปแย่งชิงวาสนาของผู้อื่นมาเป็นของตนเองเสีย!]

[ความคืบหน้าภารกิจ: 0/10]

[รางวัลภารกิจ: หัวใจมารฟ่านจิ้ง]

ซูหยวน: "......"

แปลกชิบเป๋ง ขอดูอีกรอบซิ

ไม่ได้ตาฝาด มันคือระบบก่อกวนใต้หล้าจริงๆ!

นี่... นี่ใครเอาระบบบ้านี่มายัดใส่ตัวฉันเนี่ย?

ฉันเป็นผู้ข้ามมิติที่ถูกกฎหมาย ทำงานส่งตัวเองเรียน แม้แต่รากวิญญาณดีๆ สักอันยังไม่มีปัญญาเช่า ตอนนี้อุตส่าห์มีระบบกับเขาแล้ว แต่เปิดมาก็สั่งให้ฉันไปทำเรื่องผิดกฎหมายทำลายศีลธรรมเลยเนี่ยนะ?

ฆ่าคนชิงสมบัติ? แย่งชิงวาสนา?

ทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยขโมยเงินใครแม้แต่หยวนเดียว เรื่องไร้ศีลธรรมที่สุดที่เคยทำก็แค่ตอนเห็นเงินร้อยหยวนตกอยู่ที่พื้น แล้วรีบเอาเท้าเหยียบทับไว้ ยืนเผชิญหน้ากับเจ้าของเงินอยู่ตรงนั้นสามวันสามคืนเท่านั้นเอง

แล้วจู่ๆ ก็มีระบบแบบนี้โผล่มา!

นี่... นี่ใครกำลังจะใส่ร้ายฉัน!

ส่วนฉู่หลานซีที่อยู่ข้างๆ ได้เห็นสีหน้าของซูหยวนเปลี่ยนจากตื่นเต้น เป็นเย็นชา เป็นเหงาหงอย เป็นตกตะลึง และสุดท้ายกลายเป็นสิ้นหวัง ก็ได้แต่เอ่ยชมในใจว่ายอดเยี่ยม

นึกไม่ถึงว่าเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองจะอายุยังน้อย แต่กลับมีฝีมือการแสดงระดับดาราอาวุโสขนาดนี้

ตุ้บ—

ซูหยวนฟุบลงกับโต๊ะอย่างแรง คว้ามือฉู่หลานซีไว้แล้วพูดว่า

"เตี่ยครับ เมื่อกี้ผมแค่ล้อเล่น เตี่ยอย่าเก็บไปใส่ใจเลย อีกอย่างงานผมดีขนาดนี้ นักเรียนทั่วไปจะมาเทียบผมได้ยังไงล่ะครับ"

"แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย"

ฉู่หลานซียกยิ้มมุมปาก ถือถาดอาหารเดินออกจากที่นั่ง ก่อนไปก็ยังทิ้งท้ายว่า

"การบ้านวันนี้ก็ฝากด้วยนะ คืนนี้ฉันมีธุระ ไม่ต้องรอฉันล่ะ"

"พ่อบุญธรรมเดินทางปลอดภัยครับ"

"สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก ฝากไว้ก่อนเถอะ! (เสียงกระซิบเบาหวิว)"

"นายว่าอะไรนะ?"

"เปล่าครับ ผมบอกว่าจะทำการบ้านให้เตี่ยไปชั่วชีวิตเลย"

ซูหยวนหนุ่มน้อยยืนตรงเคารพทันที จนกระทั่งแผ่นหลังของฉู่หลานซีหายลับไปจากสายตา ซูหยวนก็มองดูหน้าต่างระบบที่ขัดลูกตานั้น แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"ไอ้ระบบเวรนี่จะเล่นกูซะแล้ว ถ้าจะมาแบบนี้สู้ไม่มาซะยังดีกว่า ให้ระบบผู้บำเพ็ญมารมาทำซากอะไร?"

"ตอนนี้ไปทางไหนก็มีแต่เครือข่ายกล้องวงจรปิดพลังเทพไร้จุดบอด ผู้บำเพ็ญมารไม่มีทางรอดหรอก ขืนไปทำผิดกฎหมาย รับรองโดนจับร้อยเปอร์เซ็นต์!"

หลังจากรีบกวาดข้าวในถาดจนหมด ซูหยวนก็เดินออกจากโรงอาหาร ออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ใกล้ๆ

บนท้องฟ้ามีกระบี่บินและเรือเหาะแล่นผ่านไปมาระหว่างตึกสูงระฟ้าเป็นระยะ

แถมยังมีคนขี่นกกระเรียนเซียนด้วย

ดูนั่นสิ หลังนกกระเรียนยังมีเมฆมงคลสีเหลืองอ่อนห้อยตามมาเป็นสายเลย...

เดี๋ยวนะ นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่เมฆมงคล แต่นกกระเรียนนั่นขี้กลางอากาศ!

โชคดีที่วินาทีต่อมา พนักงานทำความสะอาดเมืองก็ขี่กระบี่บินพุ่งขึ้นฟ้าอย่างชำนาญ ใช้ถุงใบหนึ่งรับสิ่งปฏิกูลที่ลอยเคว้งนั้นไว้ แล้วพุ่งเข้าไปเรียกค่าปรับจากเจ้าของนกกระเรียน

ซูหยวนชินชากับภาพเหล่านี้ไปนานแล้ว

เขาคือผู้ข้ามมิติ วันหนึ่งขณะกลับบ้านหลังเลิกงาน เขาเคราะห์ร้ายจากการเข้าไปช่วยคน จนได้มาโผล่ในโลกที่อารยธรรมการบำเพ็ญเพียรเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดแห่งนี้

จากที่รู้มา โลกที่เรียกว่า 'บลูสตาร์' แห่งนี้เมื่อสามร้อยปีก่อน มีระดับการพัฒนาแทบจะเหมือนกับโลกมนุษย์ในช่วงเวลาเดียวกันเป๊ะๆ และไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรอยู่เลย

แต่พอถึงช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม บลูสตาร์ก็เกิดปรากฏการณ์พลังวิญญาณฟื้นคืนชีพ โบราณสถานมรดกเซียนต่างๆ ปรากฏขึ้นบนโลก ทำให้โลกนี้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างจากโลกมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

หลังจากล้มลุกคลุกคลานพัฒนามากว่าสามร้อยปี อารยธรรมมนุษย์บนบลูสตาร์ก็รวมเป็นหนึ่งเดียว โลกเข้าสู่สภาวะสงบสุข

มาถึงยุคที่ซูหยวนอยู่ ความรู้เรื่องการบำเพ็ญเพียรแพร่หลาย ผู้บำเพ็ญระดับสูงออกเดินทางจากดาวแม่เพื่อสำรวจทะเลดวงดาว รากวิญญาณเทียมเข้าถึงทุกครัวเรือน กลายเป็นยุคแห่งการบำเพ็ญเพียรของปวงชนอย่างแท้จริง

ซูหยวนคือนักเรียน...กำพร้า ที่สอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายด้านวิถีเซียนระดับท็อปของเมืองได้ด้วยความพยายามของตัวเอง

แต่อีกสองร้อยกว่าวันก็จะสอบเกาเข่า (สอบเข้ามหาวิทยาลัย) แล้ว ผลการเรียนของเขากลับอยู่แค่ระดับกลางค่อนบนของโรงเรียน แทบจะหมดหวังกับมหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำ

เดิมทีคิดว่าการมาของระบบจะช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ แต่เห็นได้ชัดว่าความหวังของเขาพังทลายลงแล้ว

ตอนนี้ซูหยวนเริ่มคิดแล้วว่าควรจะไปเรียนวิชาชีพสักอย่างล่วงหน้าดีไหม เผื่อเรียนจบแล้วจะได้หางานทำได้ง่ายๆ

คงไม่ใช่ต้องไปผสมปูนก่อสร้างจริงๆ หรอกนะ

เมื่อรถไฟใต้ดินถึงสถานี ซูหยวนเดินไปหยุดหน้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง รูดบัตรเข้าตึกอย่างชำนาญ ขึ้นลิฟต์เหาะไปยังชั้นยี่สิบแปด ไขกุญแจห้องหนึ่งแล้วเดินเข้าไป

นี่คือห้องชุดขนาดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่กว่าแปดสิบตารางเมตร ด้วยกำลังทรัพย์ของเด็กกำพร้าอย่างซูหยวนย่อมไม่มีปัญญาเช่าห้องใหญ่ขนาดนี้ แต่เขาหารค่าเช่ากับคนอื่น

รูมเมทที่หารค่าเช่าก็ไม่ใช่ใครอื่น คือเพื่อนร่วมชั้นที่มีสถานะเป็นพ่อลูกสลับขั้วกันอย่างฉู่หลานซีนั่นเอง

พรุ่งนี้เป็นวันรำลึกการฟื้นคืนชีพของพลังวิญญาณ เป็นวันหยุดราชการที่หยุดยาวติดต่อกันสามวัน ดังนั้นซูหยวนจึงยังไม่รีบร้อนทำการบ้านให้ลูกชาย เขาเอนตัวลงนอนบนโซฟา หยิบมือถือขึ้นมาเริ่มหางานในกลุ่มหางานพาร์ทไทม์ต่างๆ

ระบบเขาไม่หวังพึ่งแล้ว มีแต่การทำงานเท่านั้นที่หล่อเลี้ยงชีวิตได้

ไม่นาน ซูหยวนก็เล็งงานพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งไว้ หลังจากตกลงค่าแรงกับผู้จัดการร้านเรียบร้อย เขาก็หยิบการบ้านของตัวเองและของฉู่หลานซีออกมาจากถุงเก็บของมิติ แล้วลงมือเขียนอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อทำการบ้านเสร็จ เวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าผู้บำเพ็ญขั้นขัดเกลาพลังปราณควรนอนวันละสี่ชั่วโมง ในฐานะผู้บำเพ็ญขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นที่ห้า ซูหยวนเตรียมจะไถดูคลิปสั้นอีกสักชั่วโมงแล้วค่อยนอน

แต่ในตอนนั้นเอง มือถือของซูหยวนก็ดังขึ้น

ฉู่หลานซี: ไอ้ลูกชาย เตี่ยสั่งเดลิเวอรี่ไว้ใกล้จะถึงแล้ว ออกไปรับให้หน่อย อีกสิบนาทีพ่อจะกลับถึงบ้าน

อ่านข้อความจบ ซูหยวนก็เดาะลิ้นเบาๆ

จังหวะนั้นเอง จู่ๆ นอกหน้าต่างก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้น

ซูหยวนหันขวับไปมอง ก็เห็นไรเดอร์สวมหมวกกันน็อก สวมชุดคลุมสีเหลือง ขี่กระบี่บินพุ่งมาด้วยความเร็วสูง

ก่อนที่จะพุ่งชนหน้าต่างบ้านซูหยวน กระบี่บินเล่มนั้นก็หักเลี้ยวขวางลำ เบรกหยุดที่หน้าต่างได้อย่างเฉียดฉิวในเสี้ยววินาที

"หนีฮ่าวครับ จิงโจ้เดลิเวอรี่ยินดีให้บริการ นี่คือผลไม้วิญญาณที่คุณสั่งครับ"

ซูหยวนเปิดหน้าต่าง รับอาหารมาจากมือไรเดอร์

"ขอให้มีความสุขกับการรับประทานและชีวิตที่สดใส โปรดให้คะแนนห้าดาวด้วยนะครับ"

ไรเดอร์หนุ่มยิงฟันขาวโชว์รอยยิ้มเจิดจ้า

ซูหยวนกำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ๆ ไม่ไกลนักก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีก เมื่อมองไป ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดรปภ. เหยียบไม้ง่ามบินไล่กวดมาด้วยท่าทางดุดัน!

"เดลิเวอรี่ห้ามเข้า! ไอ้เด็กเวรจะหนีไปไหน!"

ลุงยามตวาดลั่น ไม้ง่ามใต้เท้ากลายเป็นลำแสงสีแดงคมกริบ พุ่งเข้าใส่ไรเดอร์หนุ่มตรงหน้าหมายจะตรึงให้ติด!

ไรเดอร์หนุ่มไม่เกรงกลัว มือประสานอินเรียกร้อยปราณกระบี่สีเขียวล้อมรอบกาย พุ่งเข้าปะทะกับไม้ง่ามกันจลาจลที่พุ่งเข้ามา!

ท่ามกลางเสียงปะทะ เคร้งคร้าง ของไม้ง่ามและปราณกระบี่ ไรเดอร์หนุ่มใช้วิชาหลบหนีหายไปในพริบตา ก่อนไปยังหัวเราะลั่น:

"ตาเฒ่าหวัง ไม้ง่ามของลุงยังเร็วไม่พอ และโหดไม่พอ! รีบกลับบ้านไปเลี้ยงหลานเถอะไป๊!"

"ฮึ!"

ลุงยามแค่นเสียงเย็น ชี้นิ้วไปไกลๆ ที่ปลายไม้ง่ามกันจลาจลพลันมีกระสุนบินสองลูกยิงพุ่งออกไป จู่โจมใส่ไรเดอร์หนุ่มด้วยความเร็วสูงท่ามกลางสายตาตื่นตะลึง

สิ้นเสียง ตูม ตูม สองครั้ง กระสุนบินปะทะร่างไรเดอร์หนุ่ม กลายเป็นตาข่ายพลังวิญญาณสองผืน มัดร่างอีกฝ่ายไว้อย่างแน่นหนา

"นึกไม่ถึงล่ะสิ อุปกรณ์ของนิติบุคคลเราอัปเกรดรุ่นใหม่แล้วเว้ย!"

ลุงยามกวักมือเรียก ไม้ง่ามบินกลับมาที่ใต้เท้า มือหนึ่งหิ้วคอไรเดอร์สภาพสะบักสะบอม แล้วหันมาทำวันทยหัตถ์ให้ซูหยวนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"ปกป้องความปลอดภัยของลูกบ้าน เป็นหน้าที่ที่พวกเรามิอาจปฏิเสธ!"

พูดจบ ก็หิ้วไรเดอร์บินจากไป

ซูหยวน: "......"

นี่คือการประลองของยอดฝีมืองั้นหรือ? แต่ภาพลักษณ์มันดูแปลกๆ ไปหน่อยไหม?

ซูหยวนเองก็เป็นคนในพื้นที่มานาน เรื่องแบบนี้ก็แค่แปลกใจนิดหน่อย เขาปิดหน้าต่างแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มองดูถุงบรรจุภัณฑ์หนักอึ้ง แล้วเหลือบดูราคาบนใบเสร็จ ซูหยวนถึงกับมุมปากกระตุก

เจ้าฉู่หลานซีนี่มันรู้จักหาความสุขใส่ตัวจริงๆ ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกทั้งคืน กลับมายังต้องกินผลไม้ตัดแต่งอีก ช่องว่างระหว่างคนเราทำไมมันห่างกันขนาดนี้นะ?

เขาเปิดถุงอย่างไม่ใส่ใจ มองดูผลไม้ตัดแต่งสีแดงสดในกล่อง กำลังจะโยนไว้บนโต๊ะ แต่จู่ๆ หูข้างขวาก็ได้ยินเสียง ติ๊งต่อง ดังขึ้น

[ภารกิจจอมมาร: ช่วงชิงวาสนา (กำลังดำเนินการ)]

ซูหยวน: "???"

อะไรวะนั่น?!

สิบนาทีต่อมา ฉู่หลานซีในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำ ขายาวเรียวสวย สวมมาดหนุ่มคูลเดินเข้าบ้านมา คว้าถุงเดลิเวอรี่บนโต๊ะหน้าประตู แต่กลับพบว่าข้างในว่างเปล่า?

"แปลก แก้วมังกรฉันล่ะ?"

ฉู่หลานซีพึมพำ เปิดไฟกวาดตามองห้องนั่งเล่น ได้ยินเสียง กุกกัก ดังมาจากห้องซูหยวน

เขาเดินย่องเบาๆ ไปหน้าห้องนอนซูหยวน ผลักประตูที่แง้มอยู่เข้าไป ก็เห็นซูหยวนนั่งหันหลังให้ประตู ตัวงออยู่ข้างโต๊ะหนังสือทำอะไรบางอย่าง

มีกลิ่นหอมของผลไม้ลอยออกมาจากทางนั้น

ฉู่หลานซีเลิกคิ้ว ก้าวยาวๆ พุ่งเข้าไปหาซูหยวน คว้าคอเสื้อด้านหลังของซูหยวนไว้ จ้องมองคราบน้ำสีแดงสดที่มุมปากของอีกฝ่าย แล้วหรี่ตาตวาดถาม:

"แก้วมังกรของป๋าอยู่ไหน? ซูหยวน เอ็งเห็นไหม"

"ไม่ ไม่เห็น"

ซูหยวนหลบสายตา

ฉู่หลานซีชี้ไปที่กล่องใส่ผลไม้ที่ซูหยวนซ่อนไว้ในลิ้นชักทันที

"แล้วที่กินอยู่นั่นคืออะไร?"

"กละ..กล้วย"

ซูหยวนแกล้งโง่ต่อไป พยายามกลืนแก้วมังกรคำสุดท้ายลงท้องอย่างยากลำบาก

[ภารกิจจอมมาร: ช่วงชิงวาสนา (กำลังดำเนินการ)]

[ความคืบหน้าภารกิจ: 1/10]

จบบทที่ บทที่ 1 ระบบมาแล้ว แต่ดันสั่งให้ผมไปก่อความวุ่นวายครองใต้หล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว