เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 งานเลี้ยงหงเหมิน

บทที่ 21 งานเลี้ยงหงเหมิน

บทที่ 21 งานเลี้ยงหงเหมิน


"ลูกพี่ พี่ไม่เห็นต้องเอาตัวไปเสี่ยงเลย อวี้จิ่วเพิ่งเสียหายหนักขนาดนั้น ครั้งนี้มันต้องจ้องจะแก้แค้นแน่" เจิ้งชวนยิ้มแห้งๆ

"ไม่เป็นไรหรอก แค่ไปเจอหน้ากัน ฉันตีกับไอ้เด็กนี่มาตั้งแต่เล็กจนโต ทำไมจะไม่รู้นิสัยมัน ไม่ต้องห่วง"

เซิ่นหนานหันไปสั่ง "เจ้างู ไปกับฉัน"

"ได้ครับลูกพี่ เดี๋ยวผมเรียกพี่น้องไปด้วยสักหน่อย" งูเขียวรับคำ

"ไม่ต้อง ไปกันแค่นี้แหละ สวนอิมพีเรียลเป็นถิ่นของอวี้จิ่ว ถ้ามันคิดจะเล่นตุกติกจริง ขนไปกี่คนก็ไม่มีความหมาย"

เซิ่นหนานส่ายหน้า "สู้ไม่พาใครไปเลยดีกว่า แบบนั้นดูน่าเกรงขามกว่าเยอะ"

"ครับลูกพี่" งูเขียวพยักหน้า

เจิ้งชวนอ้าปากค้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นี่แหละนิสัยของพ่อตาเขา ตัดสินใจอะไรแล้ว ใครก็เปลี่ยนใจไม่ได้

เย็นวันนั้น เซิ่นหนานพางูเขียวไปงานเลี้ยงแค่สองคนจริงๆ

"ฮ่าฮ่า พี่หนาน ไม่เจอกันนานเลยนะ!" อวี้จิ่วหัวเราะร่า เดินเข้าไปสวมกอดเซิ่นหนาน

"ตอแหล" เซิ่นหนานชี้หน้าอวี้จิ่วแล้วหัวเราะ "เมื่อไม่กี่วันก่อนแกเพิ่งไปที่ถิ่นฉันไม่ใช่หรือไง?"

"ไม่เจอกันวันเดียวเหมือนจากกันสามปีไงครับ" อวี้จิ่วยิ้มตอบ "เชิญนั่งครับพี่หนาน"

"น้องเก้า นายทำแบบนี้ไม่ค่อยแฟร์นะ" เซิ่นหนานนั่งลง "สองสามวันมานี้ทำไมปล่อยให้ลูกน้องไปป่วนที่ถิ่นฉันบ่อยจัง?"

"ธุรกิจไนต์คลับมันหากินยากขึ้นทุกวัน ตำรวจก็ขยันลงตรวจ แถมยังต้องจ่ายส่วยเบื้องบน กำไรก็น้อยลงเรื่อยๆ ถ้าทุกคนทำตัวดีเหมือนพี่ แล้วใครจะทำเงินได้ล่ะ?"

"พี่หนานพูดถูกครับ ลูกน้องผมมันไม่รู้ความ เดี๋ยวผมจะกลับไปสั่งสอนพวกมันให้" อวี้จิ่วยิ้มแห้งๆ

เขามองไปรอบๆ "แล้วเจิ้งชวน น้องชายคนใหม่ของพี่ล่ะ? ทำไมไม่มาด้วย?"

"มันติดธุระ อีกอย่างถ้าน้องเก้าเจอหน้ามัน จะไม่ฉีกอกมันเอาเหรอ?" เซิ่นหนานหัวเราะร่า

"ก็ถูกครับ ถ้าเจอหน้ามัน ผมสับมันเละแน่" อวี้จิ่วพยักหน้าหงึกๆ กัดฟันพูดด้วยความแค้น

เขาแค้นเข้ากระดูกดำจริงๆ เงินในบัญชีโดนกวาดเกลี้ยง บริษัทปล่อยกู้ที่เพิ่งเปิดก็เจ๊งไม่เป็นท่า

ถ้าไม่ได้เส้นสายช่วยไว้ ป่านนี้ลูกน้องคงไม่ได้เงินเดือนกันหมดแล้ว

ถ้าเจอเจิ้งชวน เขาคงสับไอ้เด็กนั่นเป็นชิ้นๆ จริงๆ

"น้องเก้า ในเมื่อฉันมาแล้ว มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ดีกว่า" เซิ่นหนานพูดไม่อ้อมค้อม "ยังไงเราก็คนวงการเดียวกัน ใช่ไหม?"

"ครับ พี่หนานเป็นคนตรงไปตรงมา งั้นผมไม่อ้อมค้อมละนะ" อวี้จิ่วพยักหน้าแล้วพูดเข้าประเด็น "ผมอยากได้สัมปทานเหมืองที่ภูเขาผู่ซานทางตะวันตกของเมือง"

"กินจุเหมือนกันนี่" สีหน้าของเซิ่นหนานเย็นชาลง "หินบนภูเขาผู่ซานนั่นเป็นหินแกรนิตทั้งหมด"

"ถ้าเอามาระเบิดย่อยก็จะได้หินกรวดคุณภาพสูง ตอนนี้ไซต์ก่อสร้างกำลังขาดแคลนหินพวกนี้อยู่พอดี นายจะกินชิ้นปลามันชิ้นนี้ ถามหน่อยว่าฟันแข็งแรงพอหรือยัง? ไม่กลัวฟันหักหรือไง?"

"พี่หนาน ผมไม่ได้จะเอาของพี่เปล่าๆ นะ ผมเอาสัมปทานดูดทรายในแม่น้ำมาแลก พี่ไม่ขาดทุนหรอก" อวี้จิ่วยิ้ม

"นายไม่ขาดทุน แต่ฉันขาดทุนย่อยยับน่ะสิ"

"ทรายห่วยๆ ของนายคุณภาพต่ำจะตาย ขายก็ไม่ออก กล้าดียังไงเอามาแลกกับฉัน?" เซิ่นหนานแค่นเสียง

อวี้จิ่วกล่าวว่า "ยังไงซะ ผมก็เพิ่งเสียท่าให้น้องชายพี่ไปเยอะขนาดนั้น ถ้าพี่ไม่แบ่งผลประโยชน์ให้ผมบ้าง ผมจะเอาหน้าที่ไหนไปคุยกับลูกน้อง"

"อีกอย่าง สิ่งที่พี่ทำมันก็ผิดมารยาท เพราะงั้นที่ผมมาขอส่วนแบ่งบ้าง มันก็สมเหตุสมผลไม่ใช่เหรอ"

"นั่นมันปัญหาของนาย พวกเราทำมาหากินด้วยฝีมือมาตลอด ที่ผ่านมาก็สู้กันซึ่งๆ หน้า ไม่เคยใช้วิธีปล้นกันหน้าด้านๆ แบบนี้" เซิ่นหนานจ้องหน้าอวี้จิ่ว "เว้นแต่ว่านายอยากจะแหกกฎ"

"แล้วถ้าวันนี้ผมอยากจะแหกกฎขึ้นมาล่ะ?" ทันใดนั้นอวี้จิ่วก็คว้าถ้วยชาปาทิ้งลงพื้นเต็มแรง

เพล้ง!

ประตูห้องส่วนตัวถูกถีบเปิดออก กลุ่มคนกรูเข้ามาล้อมกรอบเซิ่นหนานและงูเขียวไว้ทุกทิศทาง

งูเขียวล้วงมือกุมอาวุธในกระเป๋า จ้องอวี้จิ่วเขม็ง รอจังหวะเข้าชาร์จ

ทว่าอวี้จิ่วรู้ทันอยู่แล้ว เขารีบถอยหลังไปหลายก้าว โดยมีลูกน้องห้าหกคนมายืนขวางหน้าไว้

"พี่หนาน เรารู้จักกันมานาน อย่าบีบให้ผมต้องลงมือเลย แค่ภูเขาหินลูกเดียว ไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตมาทิ้งหรอกมั้ง" อวี้จิ่วหัวเราะ

"น้องเก้า รู้ไหมทำไมชื่อเสียงนายถึงสู้ฉันไม่ได้สักที?" เซิ่นหนานหัวเราะ "เพราะวิธีการของนายมันสกปรกไงล่ะ"

"ตราบใดที่ฉันยังอยู่ นายก็เป็นได้แค่พวกปลายแถววันยังค่ำ"

"พอเถียงสู้ไม่ได้ก็จะปล้น สันดานนายมันเป็นแบบนี้ ถึงซื้อใจคนไม่ได้ไง"

"ความตายมาจ่อคอหอยแล้วยังปากดีอีกเหรอ?" อวี้จิ่วคำรามลั่น "จัดการเซิ่นหนานซะ ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น"

สิ้นเสียงคำรามของอวี้จิ่ว เหล่าสมุนก็พุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง

เซิ่นหนานคว้ามีดสปาร์ตามาฟันใส่ไม่ยั้ง ส่วนงูเขียวก็ระเบิดฟอร์ม พุ่งสวนเข้าไปกลางวงล้อม

ทุกครั้งที่ใบมีดสั้นในมือเขากรีดผ่าน จะต้องมีคนร้องโหยหวนและร่วงลงไปกองกับพื้น เพียงครู่เดียวกายของงูเขียวก็ชุ่มไปด้วยเลือด

แต่เขากลับเป็นพวกที่ยิ่งเห็นเลือดยิ่งคึก

แต่ถึงอย่างนั้น คนนับร้อยล้อมกรอบคนแค่สองคน ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ต้านไม่ไหว ทั้งคู่เริ่มถูกต้อนจนมุม อันตรายรุมเร้าเข้ามาทุกที

ทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องก็ดังขึ้น "หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสียงนั้นทำเอาทุกคนชะงักและแหวกทางให้เจิ้งชวนที่เดินวางมาดเข้ามา

เขาใส่เสื้อแจ็คเก็ตที่ดูพองหนาผิดปกติ

"หึ ยังมีคนไม่กลัวตายโผล่มาอีกคนแฮะ" อวี้จิ่วหัวเราะลั่น ชี้หน้าเจิ้งชวนอย่างดุเดือด "ต่อให้แกไม่มา ฉันก็จะไปลากตัวแกมาสับเป็นชิ้นๆ อยู่ดี"

"ในเมื่อรนหาที่มาเอง ก็ประหยัดเวลาฉันไปได้เยอะ"

"อาชวน แกมาทำไม?" เซิ่นหนานกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

"ผมมารับลูกพี่กลับบ้านครับ" เจิ้งชวนยิ้มกวนๆ

"กลับบ้าน? คิดว่าจะออกไปได้เหรอ?" อู๋เฉียง สมุนมือขวาของอวี้จิ่วชี้มีดสปาร์ตาใส่เจิ้งชวน "วันนี้ไม่มีใครได้ออกไปทั้งนั้น"

"อวี้จิ่ว คุณทำแบบนี้มันผิดจรรยาบรรณนะ" เจิ้งชวนเมินอู๋เฉียงแล้วหันไปมองอวี้จิ่วด้วยสายตาเย็นชา "วงการนักเลงเทียนไห่มันเสื่อมเสีย ก็เพราะมีคนอย่างคุณนำทางผิดๆ นี่แหละ"

"ถ้าเก่งจริงก็ดวลกันซึ่งๆ หน้าสิ เป็นลูกผู้ชายประสาอะไรมาวางกับดักหมาหมู่แบบนี้?"

"เลิกพล่ามไร้สาระ มาแล้วก็ลงนรกไปพร้อมกันเลย" อวี้จิ่วแสยะยิ้ม "ฆ่ามันซะ"

ฝูงคนโห่ร้องเตรียมจะพุ่งเข้าใส่

"ใครกล้าก็ลองดู" จู่ๆ เจิ้งชวนก็กระชากเสื้อเปิดออก เผยให้เห็นระเบิดทำมือมัดติดอยู่เต็มหน้าอกและแผ่นหลัง

ในมือทั้งสองข้างกำชนวนระเบิดเอาไว้ ไฟแช็กจ่ออยู่ที่สายชนวนพร้อมจุดทุกเมื่อ

"ใครไม่อยากตายก็เข้ามา เข้ามาสิ ตายพร้อมกันให้หมดนี่แหละ"

คนโหดเหี้ยมยังต้องกลัวพวกบ้าดีเดือด แต่พวกบ้าดีเดือดต้องกลัวพวกไม่เสียดายชีวิต

ลูกน้องของอวี้จิ่วที่ตอนแรกฮึกเหิมจะฆ่าเซิ่นหนาน พอเห็นภาพตรงหน้าก็กลัวจนหัวหด ถอยกรูดกันออกมา

"ไอ้หนู ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะบ้าขนาดนั้น" อวี้จิ่วแค่นเสียง

"งั้นก็ลองดูสิ" เจิ้งชวนแสยะยิ้ม "ระเบิดบนตัวผมอาจมีไม่เยอะ แต่ถ้าบึ้มขึ้นมา รับรองว่าไม่มีใครรอดออกไปได้สักคน"

จบบทที่ บทที่ 21 งานเลี้ยงหงเหมิน

คัดลอกลิงก์แล้ว