- หน้าแรก
- ภรรยามาเฟียของสายลับเฮงซวย
- บทที่ 14 ขอเวลาแค่สามวัน
บทที่ 14 ขอเวลาแค่สามวัน
บทที่ 14 ขอเวลาแค่สามวัน
"ไม่ใช่ว่าผมพยายามจะซื้อใจใคร แต่เป็นเพราะทุกคนเห็นด้วยกับผมต่างหาก" เจิ้งชวนอมยิ้ม "พี่ไช่ ผมต้องทำยังไงพี่ถึงจะยอมรับผมครับ?"
"แกคิดว่าไอ้ที่ดินราคา 30 ล้านนั่น จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าได้งั้นเหรอ?" ไช่อู่แสยะยิ้ม "ฉันไม่เชื่อหรอกว่าที่ดินนกไม่ขี้แบบนั้นจะมีราคาค่านวดได้ขนาดนั้น"
"อีกสามวันเดี๋ยวก็รู้ผลครับ" เจิ้งชวนหัวเราะ "ผมเอาหัวเป็นประกันกับพี่ใหญ่ไว้แล้ว พี่ไช่ช่วยรออีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ?"
"ได้ ถ้าอีกสามวันราคาที่ดินมันพุ่งขึ้นสามเท่าจริง แกจะเป็นผู้จัดการฉันก็ไม่คัดค้าน" ไช่อู่แค่นหัวเราะ "แต่ถ้าไม่ ฉันจะบิดคอแกให้หลุดกระเด็นเลยคอยดู"
"ไม่มีปัญหา ให้พี่ใหญ่เป็นพยานนะครับ" เจิ้งชวนพยักหน้ารับ
"นอกจากนี้ ฉันยังมีอีกเรื่องจะประกาศ" เซิ่นหนานเอ่ยขึ้น "หลายปีมานี้ บริษัทเราไม่เคยมีเบอร์สองอย่างเป็นทางการมาก่อน"
"แต่ตอนนี้จินเฉิงกรุ๊ปก่อตั้งขึ้นแล้ว ก็ถึงเวลาต้องแต่งตั้งรองประธานเสียที"
"ในอนาคต ฉันจะเลือกคนใดคนหนึ่งในพวกนายขึ้นเป็นรองประธาน ถือหุ้นบริษัท 20% ส่วนจะเลือกใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพวกนายเอง"
พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของไช่อู่ก็เปลี่ยนไปทันที
ณ อพาร์ตเมนต์หรูชั้นเดียวขนาดใหญ่ในย่านคนรวย ไช่อู่ขว้างกาน้ำชาดินเผาสีม่วงใบโปรดแตกกระจาย
"เซิ่นหนานนะเซิ่นหนาน... ฉันอยู่จินเฉิงมาตั้งกี่ปี ถึงจะไม่กล้าพูดว่ามีผลงานดีเด่นอะไร แต่ฉันก็ขยันขันแข็ง รับหน้าเสื่อแทนแกมาตั้งกี่เรื่อง"
"ตำแหน่งเบอร์สองมันควรจะเป็นของฉันไม่ใช่หรือไง? นี่ยังคิดจะเลือกใครอีก?" ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
"หึ ดี... ดีมาก เซิ่นหนาน แกจะเล่นแบบนี้ใช่ไหม? ในเมื่อแกไร้น้ำใจ ก็อย่าหาว่าฉันไร้คุณธรรมก็แล้วกัน"
ธนาคารเทียนไห่ ห้องทำงานประธานธนาคาร
"คุณลุงครับ ผมรีบจริงๆ เงินในบัญชีผมเกลี้ยงแล้ว"
อวี้จิ่วนั่งสูบบุหรี่จนควันตลบอบอวลไปทั่วห้อง ชายร่างยักษ์สองคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง บรรยากาศในห้องดูอึมครึมหนักอึ้ง
ชายผมสีดอกเลาคือหวังเทียนฉี ประธานธนาคารเทียนไห่ สีหน้าของเขาดูย่ำแย่สุดขีด
"สามสิบล้านมันมากเกินไป ทางนี้ผมอนุมัติให้ไม่ได้หรอก"
"แถมหนี้เก่าที่คุณกู้ไปก็ยังไม่เคยคืน หนี้เสียพวกนี้ผมยังไม่รู้จะจัดการยังไงเลย"
"ลุง พูดเรื่องพวกนี้ไปก็ไร้ประโยชน์น่า ลุงเป็นคนหน้ามีตาในสังคม ใส่สูทผูกไท ออกงานสังคมไฮโซกับนางแบบสาวๆ ทุกวัน"
อวี้จิ่วขยี้บุหรี่ในที่เขี่ย "ลุงยอมจ่ายเป็นล้านจ้างดาราต๊อกต๋อยเพื่อความสุขแค่ไม่กี่วิ ลุงยังหาเงินมาโปะได้ ทำไมกับผมลุงจะทำให้ไม่ได้ล่ะ?"
หวังเทียนฉีปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก เขารู้ดีว่าถ้าวันนี้ไม่ยอมเสียเลือดเนื้อ ไอ้ตัวหายนะนี่คงไม่ยอมไปแน่ๆ
"ได้เต็มที่แค่ 20 ล้าน นั่นคือลิมิตของผมแล้ว"
"โอเค 20 ล้านก็ 20 ล้าน ไม่ต้องห่วงน่าลุง ผมคืนให้แน่" อวี้จิ่วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที
"แต่คุณต้องช่วยทำอะไรให้ผมอย่างหนึ่ง" หวังเทียนฉีกัดฟันกรอด "มีคนในแบงก์กำลังจับตาดูผมอยู่"
"มันยื่นหลักฐานบางอย่างไปแล้ว และกำลังจะรายงานเรื่องผมไปที่คณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคาร"
"ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้เดี๋ยวพวกผมจัดการให้" อวี้จิ่วลุกขึ้นยืนแล้วยิ้ม "ลุงรีบจัดการเรื่องเงินเถอะ ผมรอใช้อยู่"
"บ่ายนี้เงินจะเข้าบัญชี" หวังเทียนฉีพยักหน้า
อวี้จิ่วโบกมือแล้วเดินออกไป ลูกสมุนสองคนที่เดินตามหลังเก็บมีดวาววับที่ถือโชว์หรากลับเข้าไปซ่อนใต้เสื้อแล้วเดินตามออกไป
ใต้เก้าอี้ของหวังเทียนฉีปรากฏแอ่งน้ำสีเหลืองใสเจิ่งนอง
ตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินไปบนเส้นทางดำมืดสายนี้แล้ว
ทันทีที่อวี้จิ๋วก้าวขาออกจากธนาคาร ก็ได้รับสายจากสวี่เหลียงที่อยู่ทางเขต "มีที่ดินแปลงหนึ่งทางตะวันออกของเมือง โครงการก่อสร้างของรัฐบาลกำลังจะอนุมัติสร้างที่นั่น นายรีบไปยึดที่ตรงนั้นมาเดี๋ยวนี้"
"ตรงไหน?" ดวงตาของอวี้จิ่วเป็นประกาย
"ฉันส่งพิกัดเข้ามือถือไปแล้ว รีบไปเลย โครงการนี้ด่วนมาก พวกเราไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้ามาก่อนเลย"
ปลายสายวางหูไปทันที
จากนั้น ข้อมูลตำแหน่งและแผนผังโดยละเอียดก็ถูกส่งเข้ามาในมือถือของอวี้จิ่ว
"เฉินเทา ติดต่อพวกเราที่อยู่แถวนั้นเดี๋ยวนี้ ให้รีบไปยึดที่ตรงนั้นไว้" อวี้จิ่วตะโกนสั่ง "เราจะเตรียมเงินแล้วรีบตามไป ที่แปลงนี้ราคาจะพุ่งกระฉูด ถ้าโชคดี เราอาจจะได้ทุนที่โดนโกงไปก่อนหน้านี้คืนมาทั้งหมดเลยก็ได้"
"ได้ครับพี่เขย เดี๋ยวผมจัดการให้ รอฟังข่าวดีได้เลย" เฉินเทาทำงานรวดเร็วทันใจ เขารีบโทรศัพท์สั่งการแล้วพาคนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปทันที
อวี้จิ๋วนั่งรอฟังผลอยู่ที่ออฟฟิศตลอดช่วงบ่าย
เขาใช้เวลาว่างศึกษารายละเอียดโครงการจนมั่นใจว่างานนี้ทำกำไรได้หลักร้อยล้านแน่ๆ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้โอกาสนี้พลิกฟื้นสถานะทางการเงินของตัวเอง
ตกเย็น เฉินเทาก็รีบวิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามา ทันทีที่ถึงประตูก็ตะโกนเรียก "พี่เขย!"
"เป็นไงบ้าง?" อวี้จิ่วคว้ามือเฉินเทา "ได้ที่ดินมาไหม?"
"พี่เขย ตอนเราไปถึง ที่ดินแปลงนั้นโดนคนอื่นซื้อตัดหน้าไปแล้วครับ" เฉินเทาพูดด้วยความเจ็บใจ "ผมสืบมาแล้ว ไอ้คนที่ซื้อไปคือเจิ้งชวน"
"ใครนะ? เจิ้งชวน?" อวี้จิ่วขว้างถ้วยชาแตกกระจายด้วยความเดือดดาล "เจิ้งชวน โคตรเหง้าศักราชมันเอ๊ย!"
เขาเดินงุ่นง่านไปมา ความโกรธพุ่งทะลุปรอท
ไอ้เจิ้งชวนนี่มันโผล่มาจากนรกขุมไหน? มันเกิดมาเพื่อเป็นมารขวางคอเขาชัดๆ
ไอ้หลานระยำนี่ชอบมางัดข้อกับเขา แล้วก็ดันก้าวนำหน้าเขาไปก้าวหนึ่งตลอด
"พี่เขย เอาไงดีครับ? ที่ดินแปลงนี้เป็นโปรเจกต์สำคัญซะด้วย" เฉินเทาถามอย่างร้อนรน
"ที่ดินนั่นเป็นของหมู่บ้านไป๋ซาใช่ไหม?" อวี้จิ่วแสยะยิ้มเย็น "ไปลากคอเลขาฯ หมู่บ้านมา ให้มันเซ็นสัญญาเช่าที่ย้อนหลังกับเรา"
"บอกไปว่าเราเช่าที่แปลงนั้นมาตั้งแต่ครึ่งปีก่อนแล้ว การซื้อขายไม่ส่งผลให้สัญญาเช่าระงับ อยากจะได้ที่ตรงนี้ไป ฮึ... ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"
"ได้ครับพี่เขย เดี๋ยวผมจัดการให้เดี๋ยวนี้" เฉินเทาตาลุกวาว พี่เขยเขานี่สมกับเป็นลูกพี่ใหญ่จริงๆ หัวหมอชะมัด
วันต่อมา ที่ดินในหมู่บ้านไป๋ซาก็ถูกล้อมรั้วสังกะสี ตามคำสั่งของเจิ้งชวน ภายในพื้นที่เริ่มมีรถเกลี่ยดินและรถแม็คโครเข้ามาประจำการ
เจิ้งชวนพาเสี่ยวฮุยมาดูหน้างานและประเมินเวลา เรื่องที่ดินแปลงนี้คงเข้าหูเบื้องบนแล้ว อีกวันสองวันคนจากทางเขตคงจะติดต่อมา
"เริ่มงานได้ ถอนต้นไม้ให้หมด ขุดรากฐาน ทำเสียงให้ดังๆ เข้าไว้" เจิ้งชวนปรบมือสั่งการ "ขยับตัวกันหน่อย ทุกคนเร่งมือเข้า!"
"ฟังลูกพี่ชวน ลุยโลด! ถางป่า ขุดดิน ยิ่งเอิกเกริกยิ่งดี!" เสี่ยวฮุยโยนลูกอมเข้าปาก
รถเกลี่ยดินในไซต์งานเริ่มคำรามก้อง โค่นต้นไม้ล้มระเนระนาด คนงานที่จ้างมาต่างลงมือทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
"หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! ใครสั่งให้พวกแกทำงาน?"
ทันใดนั้น ชายหน้าแหลมท่าทางเหมือนลิงกังก็พาพวกบุกเข้ามา
"ใครสั่งให้พวกแกตัดต้นไม้? หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!" ชายหน้าแหลมเหวี่ยงอาวุธในมือฟาดเข้าที่กระจกรถเกลี่ยดิน
เพล้ง! กระจกแตกกระจาย คนขับรีบดับเครื่องยนต์ด้วยความตกใจ
"พวกแกเป็นใคร?" เจิ้งชวนก้าวออกไปขวาง สีหน้าไม่สบอารมณ์
"พี่ชวน ไอ้หมอนี่ชื่ออู๋เฉียง เป็นมือขวาของอวี้จิ่ว คุมบ่อนอยู่ทางเหนือของเมืองหลายแห่ง" เสี่ยวฮุยกระซิบเสียงเครียด "ดูท่าอวี้จิ่วจะจ้องเล่นงานที่ดินแปลงนี้เหมือนกัน"