เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.247 แฟนแทสติก โฟร์ (13)

EP.247 แฟนแทสติก โฟร์ (13)

EP.247 แฟนแทสติก โฟร์ (13)


EP.247 แฟนแทสติก โฟร์ (13)

[มุมมองบุคคลที่ 3]

“อาคารต่างๆเริ่มจะพังทลายลงมาแล้ว!” สไปเดอร์แมนเตือน “เน้นไปที่การทำให้พวกมันมั่นคง!”

เสียงของบรูซดังก้องไปทั่วระบบสื่อสารของพวกเขา “จากที่ฉันเห็น มีโบสถ์อยู่ใกล้ๆนะ น่าจะมีบังเกอร์ฉุกเฉินสำหรับภัยธรรมชาติ เป็นส่วนบังคับของการก่อสร้างของพวกเขา พาพลเรือนไปที่นั่น”

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน!” สการ์เล็ตสไปเดอร์รายงาน “ด้วยความสามารถใหม่ของฉัน ฉันสามารถสร้างสิ่งที่จะพาคนหลายๆคนไปพร้อมๆกันได้!”

“ดังนั้น ฉันจะเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยของอาคารและลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด!” ไนท์วิงกล่าวเสริม

สการ์เล็ตสไปเดอร์สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสมาธิ 'ฉันเพิ่งได้ความสามารถเหล่านี้มา และฉันต้องสร้างบางอย่างที่ใหญ่และมั่นคงเพียงพอ... ฉันทำได้'

เอ็มเจยื่นมือของเธอออกมาเพื่อส่งพลังจิตของเธอ ร่างใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นทีละชิ้น เสียงกรีดร้องของพลเรือนที่อยู่ไกลออกไปและเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังไปทั่วอากาศ แต่แทนที่จะทำลายสมาธิของเธอ เสียงเหล่านั้นกลับทำให้เธอมีความมุ่งมั่นมากขึ้น

“ฉันคือสกาเล็ตสไปเดอร์…” เธอพึมพำพลางกัดริมฝีปากขณะที่เธอจดจ่อ “และฉันสามารถทำทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่ ฉันสามารถสร้างทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ได้!” ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีชมพูอมแดง

ตรงหน้าเธอมีรางรถไฟปรากฏขึ้น มันทอดยาวออกไปด้านหน้าของเธอ ที่หัวรางรถไฟ ด้านหน้าของรถไฟเริ่มมีรูปร่างขึ้น เมื่อเธอมองตามความยาวของรางรถไฟ ขบวนรถไฟก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละขบวน

เธอพันผ้าไว้บนหลังคารถไฟ และใช้เวทย์มนต์ภาพมายาเพื่อปรับแต่งเครื่องแต่งกายของเธอ โดยผสมผสานรูปลักษณ์ปกติของเธอเข้ากับรูปลักษณ์ของพนักงานควบคุมรถไฟพร้อมหมวก รถไฟส่งเสียงหวีดดังเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน

“ขึ้นรถได้!!” สการ์เล็ตสไปเดอร์ตะโกนพร้อมเอามือปิดปาก “จุดหมายต่อไป : โบสถ์ที่ปลอดภัย! นี่คือเครื่องเล่นที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ต้องซื้อตั๋ว!”

ด้วยความช่วยเหลือจากซูซานและเบนที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาก็เริ่มพาพลเรือนขึ้นรถไฟอย่างรวดเร็ว

คิ้วของสกาเล็ตสไปเดอร์ยังคงขมวดด้วยสมาธิในขณะที่เธอปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยในขณะที่ยังรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างไว้

“ฉู่ ฉู่!!” เธอร้องออกมาพร้อมทำท่าเลียนแบบเสียงหวูดรถไฟในขณะที่ยื่นมือไปข้างหน้า รอยทางปรากฏขึ้นข้างหน้ารถไฟ ก่อตัวขึ้นตามเวลาจริง ในขณะที่รอยทางเดิมด้านหลังหายไป เธอยกรถไฟขึ้นเหนือถนนเพื่อเปิดทาง ขณะที่ซูซานช่วยยกพลเรือนขึ้นบนรถไฟ ในขณะเดียวกัน สไปเดอร์แมนและคนอื่นๆช่วยกันอุ้มผู้คนขึ้นมาจากด้านล่าง แล้ววางพวกเขาลงบนรถไฟที่กำลังเคลื่อนที่

ระหว่างนี้…

ไนท์วิงต้องเผชิญกับความท้าทายของตัวเอง

เขาพลิกตัวไปในอากาศ พุ่งข้ามหลังคาบ้านและขว้างระเบิดใยระหว่างอาคารที่พังทลายเพื่อยึดอาคารเอาไว้ด้วยกัน

เขาสังเกตเห็นอาคารหลังนึงเอียงไปข้างหน้าบนถนน โดยยังมีผู้คนติดอยู่ข้างใน

เขาตอบสนองทันทีโดยยิงใยหลายเส้นไปที่โครงสร้างที่ตกลงมาและกระชากมันด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา ดึงมันกลับไปหาอาคารข้างเคียง ขณะที่มันแกว่งขึ้นไป เขาก็กระโจนผ่านหน้าต่าง ปล่อยทุ่นระเบิดที่เกาะติดกับโครงสร้างข้างเคียง เมื่ออาคารทั้ง 2 ชนกัน ทุ่นระเบิดก็ระเบิดและปิดผนึกอาคารทั้ง 2 ก็เข้าด้วยกันด้วยใยเสริมแรง

ภายในนั้น เฟอร์นิเจอร์และเศษซากต่างๆร่วงหล่นลงมาในอากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนไป ไนท์วิงแทบไม่มีเวลาตอบสนองแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กสองคน เด็กผู้ชาย 1 คนและเด็กผู้หญิง 1 คน ซึ่งนอนขดตัวด้วยความหวาดกลัว

เขายิงใยแมงมุมใส่พวกเขาโดยไม่ลังเล และกระชากพวกเขาเข้ามาในอ้อมแขนของเขา เขาหันตัวอย่างรวดเร็วและพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างอีกบานหนึ่ง ปกป้องเด็กๆ ที่กำลังพุ่งทะลุกระจกและพุ่งออกไปในอากาศ

เขาพลิกตัวขณะล้มลงบนพื้นถนนด้านล่าง เศษแก้วตกลงมา แต่เขายังคงปกป้องเด็กๆ โดยปล่อยให้เศษแก้วตกลงมาโดนตัวเขาแทน

เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เขาก็มองขึ้นไป บาดแผลเล็กๆน้อยๆ เกิดขึ้นที่ใบหน้าของเขา แต่มันก็หายได้เกือบจะในทันที

“พวกเธอ 2 คนโอเคไหม” ไนท์วิงถามเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นร่างกายที่สั่นสะเทิ้มของพวกเขา เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กๆ ก่อนจะปัดเศษหินเล็กๆออกจากผมของพวกเขาอย่างอ่อนโยน

พวกเขาส่งเสียง "ครับ / คะ" เบาๆอย่างอ่อนแรงและท้อแท้ ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายด้วยน้ำตา

ไนท์วิงเอื้อมมือไปหยิบลูกอมเล็กๆ 2 แท่งจากเข็มขัดเครื่องมือของเขา “นี่จะช่วยให้พวกเธอสงบลงได้ ฉันจะไปหาพ่อกับแม่ของพวกเธอ รอฉันที่นี่ก่อนนะ ตกลงไหม”

เด็กๆรับขนมด้วยการพยักหน้าอย่างลังเลก่อนที่ไนท์วิงจะถอยกลับเข้าไปในอาคาร

...

สไปเดอร์แมนสังเกตวิธีการจัดการภารกิจของทุกคน จึงตัดสินใจเดินไปหาจอห์นนี่และไฟร์สตาร์

เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยเส้นสีน้ำเงิน เขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองด้วยความคล่องตัว ฝ่าโค้งที่แหลมคมอย่างแม่นยำ จนกระทั่งมาถึงสิ่งที่ดูเหมือนหลุมยุบขนาดใหญ่พอที่จะกลืนรถบรรทุกที่อยู่กลางถนนได้

เขาโดดขึ้นไปในอากาศ พับแขนและหมุนตัวกลับอย่างแม่นยำ ก่อนจะดำดิ่งลงไปในหลุม เขาลงจอดอย่างสง่างามและหยุดรถบรรทุกที่ถูกทับ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรถบรรทุกที่รับน้ำหนักมากที่สุดจากการตก

กลิ่นเลือดฟุ้งกระจายไปในอากาศ และดวงตาอันแหลมคมของสไปเดอร์แมนก็จ้องไปที่ร่างที่แหลกสลายของคนขับรถบรรทุกทั้ง 2 ในห้องโดยสารทันที

เขาส่งเสียงคำรามต่ำด้วยความไม่พอใจพร้อมกำหมัดแน่น เมื่อมองไปข้างหน้า เขาก็เห็นหลุมยุบเปิดออกสู่ระบบถ้ำกว้างใหญ่ใต้เมือง

“อาเรีย ?” สไปเดอร์แมนร้องออกมาด้วยเสียงหนักแน่น “เธออยู่ตรงนั้นไหม” การเห็นศพทำให้เขาอารมณ์เสีย

“ก็… มันหน่วงนิดหน่อย” อาเรียตอบ เสียงของเธอเริ่มสั่นเล็กน้อย “มีบางอย่างรบกวนการเชื่อมต่อ แต่หนูก็ยังใช้งานได้”

“เธอสามารถทำแผนที่พื้นที่และค้นหาตำแหน่งของจอห์นนี่และไฟร์สตาร์ได้ไหม” เขาถามขณะก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

“หนูจัดการได้…” อาเรียตอบ ภาพเมืองจากด้านบนปรากฏขึ้นใน HUD ของเขา และซูมเข้าไปอย่างรวดเร็ว โครงสร้างเหนือพื้นดินหายไป เหลือเพียงแผนที่ถ้ำใต้ดิน เส้นทางเรืองแสงช่วยเน้นตำแหน่งของคู่ไฟ

สไปเดอร์แมนหยุดชะงัก หันกลับไปมองคนขับรถบรรทุกที่บาดเจ็บสาหัส “อาเรีย ตั้งคำเตือนให้นำศพกลับไปคืนครอบครัว”

“ตั้งเตือนความจำไว้…” อาเรียพูดก่อนจะลังเลใจเล็กน้อย “พ่อ หนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอยากรู้ ราวกับเป็นเด็กในความมหัศจรรย์ของมัน

“หืม ?” สไปเดอร์แมนตอบขณะกระโดดข้ามก้อนหิน เมื่อเขาตกลงมา สายตาของเขาจับได้ถึงบางอย่าง แอ่งเลือดข้างมือที่อ่อนปวกเปียกและยื่นออกมาจากใต้ก้อนหินที่ล้มลง

เขาหยุดคิดสักครู่ นึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจมีใครสักคนร่วงลงที่นี่ ขาหัก , คลาน และร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่แรงสั่นสะเทือนจะพัดเอาเพดานถ้ำลงมาทับพวกเขา

เขากำหมัดแน่น หัวใจเต้นแรง แต่เขาก็บังคับตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า และวิ่งต่อไปตามเส้นทางที่ทำเครื่องหมายไว้

“บางทีอาจเป็นเพราะหนูเป็นเอไอ และหนูก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้” อาเรียเริ่มพูด “แต่ทำไมการตายของพวกเขาถึงส่งผลต่อพ่อมากขนาดนั้น กฎข้อแรกของพ่อคือพ่อไม่สามารถช่วยทุกคนได้ใช่ไหม พ่อพูดมาหลายครั้งแล้ว ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้ ทำไมมันถึงยังทำร้ายพ่ออยู่ล่ะ นั่นมัน… ขัดแย้งกันเองไม่ใช่เหรอ”

รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นใต้หน้ากากของสไปเดอร์แมน เขาหัวเราะเบาๆ “มันมีข้อแตกต่างอยู่อย่างนึงนะ อาเรีย ระหว่างการยอมรับว่าเธอไม่สามารถช่วยทุกคนได้กับการยอมแพ้ที่จะพยายาม ฉันยอมรับความจริงนั้นแล้ว แต่ฉันจะไม่หยุดพยายามเด็ดขาด”

เขาข้ามสิ่งกีดขวางอีกอันไป น้ำเสียงของเขานิ่งแต่ครุ่นคิด “ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถช่วยทุกคนได้ ไม่ว่าฉันจะปรารถนามากเพียงใด ไม่ว่าฉันจะพยายามโน้มน้าวตัวเองให้เชื่อเป็นอย่างอื่นมากเพียงใด มันเป็นข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การที่ฉันพยายามต่อไปแม้จะรู้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มันผิดหรือเปล่า ? ไม่ มันไม่ใช่เลย

“ฉันจึงโศกเศร้าให้กับพวกเขา คนที่ฉันไม่สามารถช่วยได้ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำได้น้อยที่สุดสำหรับพวกเขา ฉันโศกเศร้าเพราะในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการใครสักคนมาช่วยเหลือ ฉันไม่อยู่ที่นั่น

"ฉันเคยพูดเรื่องนี้มาก่อนแล้วนะ อาเรีย งานของฮีโร่คือการทรมานตัวเอง"

...

ที่ปลายสายสื่อสาร บรูซนั่งฟังอย่างเงียบๆ สีหน้าเคร่งขรึม เด็กคิดแบบนี้ได้ก็ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

...

“หนูเข้าใจแล้ว” อาเรียพูดหลังจากหยุดคิดไปครู่หนึ่ง “กำลังอัปเดตระบบ…” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นโทนหุ่นยนต์มากขึ้นในตอนท้าย

“ลูกกำลังทำอะไรอยู่” สไปเดอร์แมนถามขณะเดินฝ่าก้อนหินอีกชุดหนึ่ง

“เพิ่มโปรแกรมที่เหมือนมนุษย์ของหนูเข้าไปด้วย” เธอกล่าวตอบ “เพื่อที่หนูจะได้เข้าใจพ่อดีขึ้น หนูเคยพยายามสังเกตคนอื่นเพื่อเรียนรู้ แต่คุณ พ่อ… คุณนั้นเป็นคนที่หนูเข้าใจน้อยที่สุด และแปลกพอสมควรที่หนูชอบแบบนั้น” เธอกล่าวอย่างชื่นชอบ

สไปเดอร์แมนหัวเราะอีกครั้ง ส่ายหัวขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า หัวใจของเขาเบาสบายขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นเรื่องหนักหนาในขณะนั้นก็ตาม

สไปเดอร์แมนเจาะเข้าไปในส่วนหนึ่งของถ้ำที่ถูกปิดกั้นด้วยหินที่ตกลงมาและเดินหน้าต่อ

ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของจอห์นนี่ก็ดังก้องไปทั่วถ้ำ

"ฉันคือ Torch (ทอร์ช / คบเพลิง) ! ฉันคือ Human Torch (ฮิวแมนทอร์ช / มนุษย์เพลิง) ! ฉลาดสุดๆ! อัจฉริยภาพของฉันเองบางครั้งก็ทำให้ฉันประหลาดใจ!"

“อืม…” เสียงของไฟร์สตาร์ฟังดูเหนื่อยล้าทางจิตใจ

สไปเดอร์แมนขึงใยขึ้นไปบนเพดานเหนือพวกเขา ซึ่งเขามองเห็นจอห์นนี่และไฟร์สตาร์ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความเร็วปานกลาง

"หวัดดีทุกคน" สไปเดอร์แมนทักทายพร้อมกับวิ่งถอยหลังและคว่ำหัวลง

"ปี-"

“สไปเดอร์แมน” สไปเดอร์แมนแก้ไขทันทีเมื่อเห็นว่าจอห์นนี่กำลังจะเอ่ยชื่อจริงของเขาออกมา

“อ๋อ ใช่! สไปเดอร์แมน! ฟังนี่หน่อย!” จอห์นนี่พูดอย่างตื่นเต้น “ฉันเพิ่งคิดชื่อซูเปอร์ฮีโร่ของฉันได้! ดูสิ ขณะที่เรากำลังบินผ่านถ้ำนี้ ฉันพูดกับแอล—”

"ไฟร์สตาร์" ไฟร์สตาร์และสไปเดอร์แมนพูดพร้อมกัน

“ถูกต้อง! ฉันพูดกับไฟร์สตาร์ว่า ‘นายรู้ไหมว่าด้วยพลังของเรา เราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฉายหรือคบเพลิง ฉันเองก็เป็นมนุษย์คบเพลิงเหมือนกัน!’ แล้วปัง! ฮิวแมนทอร์ช! นั่นคือฉันเอง! จอห์นนี่ สตอร์ม! ฮิวแมนทอร์ช! มันฟังดูทั้งน่ากลัวและเท่ และมันก็พูดออกมาได้ตรงประเด็น มนุษย์เพลิงแห่งแฟนแทสติก โฟร์… ฉันรักชีวิตของฉันจริงๆ!” จอห์นนี่ประกาศอย่างภาคภูมิใจ

"เอาล่ะ ฉันขอทักทายฮิวแมนทอร์ช 1 ในสมาชิกกลุ่มแฟนแทสติก โฟร์อย่างเป็นทางการแล้ว" สไปเดอร์แมนกล่าวด้วยการโค้งคำนับอย่างดราม่า

“ขอบคุณ ขอบคุณ ฉัน ฮิวแมนทอร์ช ขอน้อมรับการต้อนรับจากนายด้วยความเต็มใจ” จอห์นนี่พูดด้วยรอยยิ้ม

จู่ๆสไปเดอร์แมนก็พลิกตัวขึ้นตรงและกระซิบว่า "เงียบก่อน! ฉันตรวจจับบางอย่างได้..."

ทั้งจอห์นนี่และไฟร์สตาร์ต่างหยุดนิ่งทันที และหันกลับมาสนใจเขา

“ปิดเครื่องสัก 2-3 วินาที นายจะเปิดเผยตัวเรา ฉันตรวจพบร่างหลายร่างอยู่ข้างหน้า”

จอห์นนี่และไฟร์สตาร์ลดตัวลงสู่พื้นและดับไฟลง

"กี่คน ?" ไฟร์สตาร์ถาม

“มีมากเกินกว่าจะนับ… ฉันคิดว่าหลายร้อย หรือบางทีอาจถึงหลายพัน” สไปเดอร์แมนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“แล้วไง ? เราบุกเข้าไปจัดการพวกมันได้ในครั้งเดียว” จอห์นนี่พูดอย่างมั่นใจ “ด้วยกำลังของพวดเรา พละกำลังและความเร็วของนาย พวกเราสามารถกวาดล้างกองทัพทั้งหมดได้”

“เราต้องประเมินสถานการณ์ก่อน จอห์นนี่” ไฟร์สตาร์พูดอย่างเข้มงวด “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร-”

"ฮิวแมนทอร์ช หรือเรียกสั้นๆว่า ทอร์ช" จอห์นนี่แก้ไขอย่างภาคภูมิใจ

“-หรือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่” ไฟร์สตาร์พูดต่อโดยไม่สนใจเขา “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขามีระเบิด ถ้าเราเร่งการระเบิด เราอาจจุดชนวนระเบิดและทำให้คนตายเป็นล้าน”

“อืม เข้าใจแล้ว” จอห์นนี่ยอมรับพร้อมยักไหล่ “แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็คิดว่านั่นเป็นวิธีที่น่าเบื่อที่สุด”

“โชคดีสำหรับพวกเราที่เราไม่ได้ถามนาย” ไฟร์สตาร์เยาะเย้ย ทันใดนั้นเธอก็เกร็งขึ้น “นายได้ยินไหม” เธอเอ่ยกระซิบ

จอห์นนี่ฟังอยู่ครู่นึงแล้วพยักหน้า พวกเขามองหน้ากันก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ที่ปลายอุโมงค์ มีแสงสลัวๆกระพริบ

จอห์นนี่และไฟร์สตาร์คุกเข่าลงต่ำ ในขณะที่สไปเดอร์แมนห้อยหัวลงจากใย

“ไอ้พวกงี่เง่าจากเบื้องบนไม่รังเกียจฉันอีกต่อไปแล้ว!” เสียงนึงดังขึ้น “พวกมันทำให้ฉันกลายเป็นคนนอกกลุ่ม ปฏิบัติกับฉันเหมือนเป็นสิ่งสกปรก!”

ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาพูดไม่ออก

พวกมันถูกจัดวางอยู่ตรงทางเข้าอุโมงค์แห่งนึงที่นำไปสู่ห้องใต้ดินขนาดใหญ่ เบื้องล่างมีกองทัพสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กผิวสีส้มที่มีดวงตาเล็กและผ้าเตี่ยวขาดรุ่ยยืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบ

ตรงกลางของงานมีรูปปั้นสูงตระหง่านยืนอยู่ โดยมีชายคนนึงยืนอยู่บนฝ่ามือที่เหยียดออกของรูปปั้น ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับที่รูปปั้นนี้ถูกสร้างเป็นต้นแบบ

เขาเป็นคนตัวเตี้ย น้ำหนักเกิน และมีอายุกลางคน สวมชุดลาเท็กซ์สีเขียว เขาถือไม้เท้าไว้ในมือข้างนึงและสวมแว่นตาสีน้ำเงินหนาปิดตาเพื่อให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้น้อยที่สุด

“พวกเขาไล่ฉันออกจากสังคมเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของฉันเท่านั้น!” ชายคนนั้นตะโกน “แต่โชคร้ายสำหรับพวกเขา พวกเขาส่งฉันไปในที่ที่ฉันต้องการอยู่พอดี! ที่นี่ ฉันคือผู้ยิ่งใหญ่! ฉันได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองแล้ว การมองเห็นที่สมบูรณ์แบบในความมืด! และตอนนี้ ฉันคือผู้นำของพวกแก!

“มนุษย์โง่เขลาเหล่านั้นได้มอบกองทัพให้แก่ฉัน! และด้วยสิ่งนี้ ฉันจะทำให้พวกแกได้รับผลตอบแทนสำหรับการกระทำของพวกเขา! ฉันจะทำให้โลกของพวกแกมืดมน! พวกเขาจะตาบอด ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตใต้ดินกับฉันในฐานะผู้ปกครองของพวกเขา! พวกเขาจะเสียใจในวันที่พวกเขาเยาะเย้ย-

THE MOLE MAN (โมลแมน)!!!"

สไปเดอร์แมน , จอห์นนี่ และไฟร์สตาร์สบตากันก่อนจะเอามือปิดปาก r;dg-kพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิต

“โมลแมน…” พวกเขาพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงกระซิบและขบขัน

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.247 แฟนแทสติก โฟร์ (13)

คัดลอกลิงก์แล้ว