เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.17

EP.17

EP.17


EP.17

[มุมมองของปีเตอร์]

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ฉันก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ในกระเป๋านั้นสั่น ซึ่งเป็นสายของเกวน เธอเพิ่งส่งข้อความมาด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดว่า "ดูข่าว"

'มันคงเกี่ยวกับการผจญภัยของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ของเรา'

ฉันเอื้อมมือไปหยิบรีโมท เปิดทีวี และเปลี่ยนไปดูรายการข่าวตอนเย็น

เอ็มเจซึ่งเอาหัวพิงไหล่ชั้นมองมาที่ชั้นด้วยความสับสน เมื่อไม่มีคำตอบ สิ่งเดียวที่ชั้นทำได้คือยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า

“เอ่อ พอดีฉันอยากดูข่าวมากเลย…”

เอ็มเจดูสับสนมากขึ้น เธอจึงยักไหล่และมองไปทางทีวีเพื่อดู

"สวัสดีตอนเย็นทุกคน ผมชื่อ ทราวิส ไมเคิล ผมเป็นพิธีกรรายการข่าว 20.00 น. ของพวกคุณวันนี้ และวันนี้พวกเรามีเรื่องพิเศษ 1 เรื่องมารายงานให้พวกคุณทุกคนทราบ"

ภาพของเกวนและฉันที่กำลังพาคนออกมาจากกองไฟในชุดสไปเดอร์แมนปรากฏอยู่ที่มุมขวาบนของทีวี ฉันต้องบอกว่าฉันนั้นดูดีมาก การสลับสีของชุดสไปเดอร์แมนดั้งเดิมเป็นความคิดที่ดีจริงๆ ทำได้ดีมาก

แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำเพราะเหตุผลด้านสุนทรียศาสตร์ แต่สุดท้ายมันก็ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ฉันอยากแสดงให้เห็นว่าฉันนั้นแตกต่าง ฉันไม่ได้เหมือนปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ทุกคน ฉันเป็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน ฉันไม่รู้ว่าฉันแสดงมันให้ใครเห็น แต่ฉันอยากแสดงมัน... บางทีฉันอาจจะแสดงให้ตัวเองดูก็ได้ เพื่อที่ฉันจะไม่หลงลืมตัวตนของตัวเอง

นักข่าวผมบลอนด์คนใหม่เริ่มพูดเมื่อพวกเขาขยายภาพบนหน้าจอ

“กลุ่มพิทักษ์สันติราช! ไม่ใช่แค่ 1 แต่มีถึง 2 คนได้ปรากฏตัวในเมืองนิวยอร์กของพวกเรา พวกเราไม่ทราบว่าพวกเขามีแรงจูงใจอะไร แต่พวกเขาเริ่มช่วยหยุดยั้งอาชญากรรมในเมืองนี้แล้ว

ภาพที่คุณเห็นตรงหน้าคือภาพที่พวกเขาช่วยนักดับเพลิงช่วยเหลือผู้คนจากอาคารที่กำลังเผาไหม้ในแมนฮัตตัน

ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของพวกเขาที่ทำให้คนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่ามีรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมของพวกเขาหลายฉบับทั่วแมนฮัตตันและควีนส์

ผมรู้ว่าพวกคุณอาจกำลังถามตัวเองว่า พวกเขาปรากฏตัวขึ้นระหว่างสถานที่เหล่านั้นอย่างรวดเร็วได้ยังไง และคำตอบของคำถามนั้นคือ ใย!

มีการพบเห็นทั้ง 2 คนที่แกว่งตัวไปมาทั่วเมืองพร้อมทั้งยิงใยจากข้อมือและใช้ใยเหล่านั้นในการเดินทาง ไม่มีใครรู้ว่าใยเหล่านั้นมันมาจากไหน

แต่ตอนนี้เรามีนักข่าวคนสวย ลินดา โรส อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเธอกำลังพูดคุยกับผู้รอดชีวิตจากอาคารที่ถูกไฟไหม้ และแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขากับกลุ่มศาลเตี้ยเหล่านี้

ลินดา” นักข่าวพยักหน้าและพูดจบ

โทรศัพท์ของชั้นสั่นอีกแล้ว และเป็นข้อความตัวพิมพ์ใหญ่จากเกวนอีกครั้ง

...

เกวน : พวกเราอยู่ในข่าว!!!

ปีเตอร์ : พวกเราเป็นแบบนั้น... มันแทบจะเหมือนจริงเลย

เกวน : ฉันรู้! พวกเราดูเป็นฮีโร่มากในรูปถ่ายเหล่านั้นที่ช่วยพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย

เกวน : นายคิดว่าพวกเขาจะพูดอะไรอีก

เกวน : นายคิดว่าพวกเขาจะพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับพวกเราไหม

เกวน : บางทีมันคงไม่แย่ขนาดนั้น

เกวน : ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ออกข่าว!!!

ปีเตอร์ : ใช่ ฉันบอกได้เลยว่าเธอตื่นเต้นและวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

ปีเตอร์ : ทำไมพวกเราไม่ฟังสิ่งที่พวกเขาจะพูดก่อนล่ะ ฮ่าๆ

...

ขณะที่ฉันกำลังส่งข้อความถึงเกวน ก็มีผู้หญิงคนนึงปรากฏตัวในข่าวต่อหน้ากลุ่มคนที่ถูกเผา ซึ่งเกวนและฉันอยู่ก่อนหน้านี้

“ฉันชื่อลินดา โรส และวันนี้พวกเราอยู่ที่นี่พร้อมกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์อันน่าสลดใจครั้งนี้ ที่กับฉันคือผู้ปกครองของเด็กๆที่ได้มีโอกาสมาพูดคุยเกี่ยวกับกลุ่มพิทักษ์สันติราช

คุณคะ คุณสามารถเล่าให้พวกเราฟังเกี่ยวกับกลุ่มผุ้พิทักษ์สันติราชที่ปรากฏตัวในวันนี้ และเล่าประสบการณ์ของพวกคุณกับพวกเขาได้ไหมคะ"

คนแม่ยิ้มขณะที่ดึงลูกทั้ง 2 คนเข้ามาใกล้ จากนั้นเธอพูดผ่านไมโครโฟนว่า “คะ ต้องขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้กับลูกๆของฉันได้ โดยเฉพาะกับเด็กที่ชื่อโกสต์สไปเดอร์ เธอนั้นเป็นคนไปช่วยลูกทั้ง 2 คนของฉันจากที่ชั้น 2

ถ้าไม่มีเธอ ฉันไม่อยากคิดเลยว่าลูกทั้ง 2 คนนี้จะเป็นยังไงบ้าง หากคุณกำลังดู โกสต์สไปเดอร์ ฉันขอขอบคุณอีกครั้ง"

เมื่อเธอพูดจบ เกวนก็ส่งข้อความหาฉันอีกครั้ง

เกวน: ฉันนนน เธอกำลังพูดถึงฉันนนนน

การได้เห็นเธอเป็นแบบนี้มันทำให้ชั้นยิ้มได้เสมอ นักข่าวสาวจึงเดินไปคุยกับคู่รักที่ห่มผ้าอยู่

เธอเดินไปหาพวกเขาแล้วถามว่า "สวัสดีคะ คุณและคุณผู้หญิง พวกคุณเล่าประสบการณ์ที่พวกคุณมีกับผู้พิทักย์สันติราชในวันนี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่ามันเป็นยังไงบ้าง ดีไหม แย่ไหม มีอะไรที่พวกคุณพอจะแบ่งปันได้ไหม"

มันเป็นคู่รักที่ฉันช่วยไว้ที่ชั้น 1 ที่ติดอยู่ใต้ท่อนไม้และเศษหิน

เอ็มเจลุกขึ้นจากไหล่ของฉันและเริ่มสนใจข่าวมากขึ้น เธอดูมันอย่างสนใจ

พอเห็นเช่นนี้ ฉันก็ยกคิ้วขึ้น “เธอดูสนใจเรื่องนี้จริงๆนะ”

เธอหันศีรษะแล้วถามอย่างตื่นเต้น “แล้วนายไม่สนใจเหรอ พวกเขาพูดถึงฮีโร่ตัวจริง เช่น ฮีโร่ที่มีพลัง มีตัวตนที่เป็นความลับ และอะไรประมาณนั้น”

“ฉันรู้จักเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีทางที่เธอจะหลงใหลในตัวของฮีโร่ได้เลย ถ้าฉันไม่รู้เรื่องนี้ หรือว่าเธอแค่เก็บเรื่องนี้เป็นความลับที่ไม่มีใครรู้”

เอ็มเจที่ได้ยินก็รู้สึกเขินอาย "ไม่ใช่ส่วนที่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำให้ฉันตื่นเต้น แต่เป็นส่วนที่เกี่ยวกับพลังทั้งหมด ฉันสงสัยเสมอว่ามันจะน่าอัศจรรย์แค่ไหนหากมีพลัง บินได้ และอะไรทำนองนั้น"

ใบหน้าของเอ็มเจแดงขึ้นเรื่อยๆ “ฉันก็ชอบฟังเรื่องราวต่างๆของพวกเขาเหมือนกัน” จากนั้นเอ็มเจก็หายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ฉันไม่เคยบอกใครเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่... ความฝันของฉันคือการเป็นนักข่าวหรือผู้สื่อข่าว ฉันชอบค้นหาความจริงและรับฟังมุมมองที่แตกต่างกันของผู้คนที่มีต่อสิ่งต่างๆ เช่น มุมมองของพวกเขาและอะไรประมาณนั้น”

เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ ฉันอดไม่ได้ที่จะลูบหัวเธอ “ทำไมเธอไม่พูดก่อนหน้านี้ล่ะ เอ็มเจ ฉันคิดว่ามันวิเศษมากที่เธอมีความฝันและเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ”

เอ็มเจก้มหัวลง “เพราะมันไม่มีอะไรดีเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกนายทำอยู่ แฮร์รี่อยากทำงานเป็นนักสิ่งแวดล้อม เกวนอยากทำงานเป็นนักชีววิทยา แต่ฉันไม่รู้จริงๆว่าพวกนายอยากทำอะไรโดยเฉพาะ แต่ฉันรู้ว่ามันฉลาด

ฉันคิดว่าพวกนายคงจะดูถูกมันหรือล้อเลียนมัน เพราะมันไม่ฉลาดหรือเป็นประโยชน์กับคนอื่นเท่าไหร่"

ฉันเดาว่าเธอคงรู้สึกเปราะบางเล็กน้อยและเริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะแสดงสิ่งที่เธอคิดกับชั้น นั่นก็ดี แต่เมื่อได้ยินเธอพูด ฉันก็ถอนหายใจออกมาขณะที่พาเธอเข้ามาใกล้และพิงศีรษะไว้กับศีรษะของเธอ

"เอ็มเจ เธอก็รู้จักพวกเรามานานมากแล้ว เธอคิดจริงๆเหรอว่าพวกเราจะหัวเราะหรือล้อเลียนบางสิ่งที่เธอรักหรือหลงใหล"

เอ็มเจส่ายหัวเล็กน้อย "ฉันรู้ว่าพวกนายคงไม่ทำ แต่ความกลัวต่อความเป็นไปได้นั้นมันก็ยังคงมีอยู่"

“เอ็มเจ ถ้าเธออยากเป็นนักข่าว / ผู้รายงานข่าวจริงๆ ขอให้เธอรู้ไว้ว่าชั้นคือผู้ที่สนับสนุนเธอ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มันนั้นไม่ง่ายเลย มันไม่มีงานไหนที่ง่ายเลย แต่ฉันรู้จักเธอดี ถ้าจะมีใครทำได้ ก็คือเธอ”

เอ็มเจหลับตาลงและถอนหายใจด้วยความโล่งใจ "ขอบคุณนะพ่อเสือ มันมีความหมายมาก"

จากนั้นเกวนก็ส่งข้อความมา

...

เกวน : นายได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดถึงพวกเราไหม พวกเขาทุกคนใจดีมาก

ปีเตอร์ : ขอโทษที ฉันไม่ได้สนใจข่าว

เกวน : อะไรนะ ? แล้วนายทำอะไรอยู่!

ปีเตอร์ : ตอนนี้ฉันอยู่กับเอ็มเจ ฉันแค่ปลอบใจเธอและพูดคุยบางเรื่องกับเธอ

เกวน : เกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม นายต้องการให้ฉันไปช่วยที่นั่นไหม

ปีเตอร์ : เห้ย เรื่องนี้มันยาวจริงๆ แต่สรุปก็คือ....

...

หลังจากที่ฉันอธิบายทุกอย่างแล้ว เกวนก็ส่งข้อความมากมาย

...

เกวน : อะไรนะ!

เกวน : ไอ้ห่านั่น

เกวน : เขากล้าดียังไง

เกวน : เขาสมควรโดนต่อยทุกหมัดนั่น น่าเสียดายที่ลุงเบ็นต้องหยุดนายไว้

เกวน : เขาได้รับสิ่งที่สมควรได้รับแล้ว

เกวน : เอ็มเจ เป็นอะไรรึเปล่า ?

ปีเตอร์ : ใช่ ตอนนี้เธอสบายดี

เกวน : ฉันควรไปที่นั่นมั้ย ?

ปีเตอร์ : ไม่เป็นไร ทุกอย่างได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว

เกวน : นายแน่ใจเหรอ ?

ปีเตอร์ : ใช่ พวกเราต่อสู้และช่วยเหลือผู้คนมาตลอดทั้งวัน เธอคงจะเหนื่อยแล้ว ฉันจะดูแลเรื่องต่างๆให้เธอเอง

เกวน : แล้วนายล่ะ พวกเราก็ทำแบบเดียวกันเลย นายจะบอกว่านายไม่เหนื่อยเหรอ ?

ปีเตอร์ : จริงๆก็เหนื่อย แต่จริงๆแล้วทุกอย่างก็จบไปแล้ว

เกวน : ...ถ้านายพูดแบบนั้น

...

เมื่อฉันเห็นเวลาแล้วและฉันส่งข้อความหาเกวนมากแค่ไหน ฉันจึงหันไปหาเอ็มเจแล้วพูดว่า "กลับมาเร็วๆ นี้"

ขณะที่ฉันกำลังเดินไปที่ห้องใต้ดิน เอ็มเจก็เรียกฉัน “นายจะไปไหน” เธอถามด้วยความอยากรู้

“เอากล่องเครื่องมือ” ชั้นพูดในขณะที่เดินต่อไป

เอ็มเจเริ่มติดตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นายจะเอาไปทำอะไร ?"

“ฉันจะซ่อมประตูบ้านเธอ แน่นอนถ้าฉันปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแล้วคงมีของถูกขโมยไป ฉันคงรู้สึกผิดแน่”

เอ็มเจเริ่มวิตกกังวลเล็กน้อย “นายคิดว่าจะมีคนบุกรุกเข้าไปแล้วหรือเปล่า ถ้าพวกเขาขโมยของจนเกลี้ยง... พวกเราจะทำยังไง” เอ็มเจถามด้วยความกังวลโดยไม่มีเหตุผล

"ไม่มีใครเข้ามารบกวน เธอสบายใจได้"

“นายมั่นใจขนาดนั้นได้ยังไง ?”

“เพราะว่า... โซฟาที่พวกเรานั่งอยู่นั้นอยู่ข้างหน้าต่างและเธออาศัยอยู่ตรงข้ามถนน ดังนั้น ฉันจึงคอยดูทุกสิ่งทุกอย่าง”

“ฮะ” เอ็มเจหยุดเต้นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อได้ยินฉันและหยุดชะงักก่อนจะเบ้ปาก “งั้นพูดก่อนสิว่า ทำไมนายต้องทำให้ฉันตกใจขนาดนั้นด้วย”

ชั้นยิ้มเยาะเธอและพูดตลกๆว่า "มันชัดเจนไหมล่ะ เพราะมันตลกดี"

เมื่อฉันได้กล่องเครื่องมือแล้ว ฉันก็เดินไปที่บ้านของเธอ ขณะที่เธอยังคงเดินตามชั้นมาโดยไม่รู้ว่าจะทำอะไร

ฉันถอนหายใจกับคำถามนั้น “อยากช่วยฉันมั้ย ?”

“ได้เหรอ ?” เธอถามอย่างตื่นเต้น

"ใช่"

จากนั้นฉันก็เริ่มประกอบทุกอย่างกลับเข้าที่เหมือนเดิมในขณะที่เอ็มเจส่งเครื่องมือที่ชั้นต้องการให้ชั้น

"ตะปู"

"นี่"

"ค้อน"

“นี่”

"สกรู"

“ตรงนี้”

"ไขควง"

"ได้แล้ว"

ฉันเช็ดมือเมื่อฉันทำเสร็จ

“ขอบคุณ” เอ็มเจกล่าว

แต่ฉันก็แค่ปัดมันทิ้งไป “อย่าเลย เพราะฉันเป็นคนทำลายมันตั้งแต่แรก”

“แต่ฉันยังอยากจะขอบคุณนายสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

เมื่อเอ็มเจกล่าวขอบคุณ เธอก็หันหลังกลับและกำลังจะเดินกลับเข้าไปข้างใน เธอคิดว่าตัวเองกำลังจะไปไหนกันแน่ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ฉันจะทิ้งเธอไว้คนเดียวหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้

“แล้วนั่นเธอคิดว่าเธอจะไปไหน” ชั้นถาม

เอ็มเจมองชั้นด้วยความสับสนแล้วชี้ไปที่ประตูพร้อมเอียงหัวเล็กน้อย "เอ่อ กลับบ้านไง"

ฉันเยาะเย้ย “ใช่ ไม่มีทางที่ฉันจะทิ้งเธอไว้ในบ้านว่างๆคนเดียวได้หรอก เธอมาพักค้างคืนที่นี่กับฉันก็ได้ ฉันมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์เลยว่าลุงเบ็นจะเข้าใจ”

เอ็มเจยิ้มเบาๆ ก่อนจะถามอย่างเก้ๆกังๆและชี้ไปที่ประตู "แล้วฉันสามารถอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ไหม"

“ฮะ ? นั่นมันชัดเจนอยู่แล้วสิ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก แค่นั้นเอง ฉันไม่ได้ห้ามเธอทำอย่างอื่นนะ เธอควรอยู่ที่นี่ อย่าทำให้ฉันต้องพาเธอกลับไปกับฉันล่ะ”

ฉันจึงดูเวลาและเห็นว่าถึงเวลาที่ป้าเมย์ต้องเลิกงานแล้ว “เมื่อเธอมา ฉันจะทำอาหารเย็นให้ทาน เตรียมตัวไว้ให้ดี”

เอ็มเจพยักหน้าอย่างเขินอายและเดินกลับเข้าไปข้างในด้วยความเขินอาย เมื่อเธอหายไป ฉันก็กลับบ้านและโทรหาป้าเมย์และลุงเบ็นเพื่ออธิบายสถานการณ์ให้ฟัง

ทั้ง 2 คนนั้นเข้าใจสถานการณ์และกล่าวว่าพวกเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่ปีเตอร์พูด

ลุงเบ็นบอกว่าพวกเราจะคุยกันพรุ่งนี้ และว่าจะดีกว่าถ้าพวกเราพูดคุยเรื่องนี้กันแบบเห็นหน้ากันตอนที่เอ็มเจไม่อยู่

เมื่อฉันคุยโทรศัพท์เสร็จ ฉันก็เริ่มทำอาหารมื้อเย็น ตอนที่ฉันเกือบจะกินเสร็จทั้งป้าเมย์และเอ็มเจก็เข้าประตูมาพร้อมๆกันพอดี

เอ็มเจรออยู่ขณะที่ป้าเมย์ได้พักผ่อนหลังจากทำงานมาทั้งวัน หลังจากจัดโต๊ะได้ไม่กี่นาที ลุงเบ็นก็เข้ามา เขาไม่ได้พูดอะไรเลย เขาแค่บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว

ชั้นพยายามถามเขาว่าเขาหมายความว่ายังไง แต่เขาไม่ยอมบอก ซึ่งมันน่าเป็นห่วงมาก จากนั้นพวกเราก็รับประทานอาหารเย็นร่วมกันและเข้านอน

พวกเรานั้นไม่มีห้องว่างดังนั้นเอ็มเจกับชั้นจึงต้องนอนเตียงเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะพวกเราเคยนอนเตียงเดียวกันตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้เกวนกับชั้นเริ่มเดทกันมาซักพักแล้ว ซึ่งชั้นโชคดีที่ชั้นได้คุยกับเกวนเรื่องนี้และเธอก็เข้าใจ เพราะเธอรู้ว่าชั้นจะไม่นอกใจเธอ

[มุมมองบุคคลที่ 3]

ปีเตอร์นอนบนเตียงโดยหันหลังให้เอ็มเจเพื่อเคารพพื้นที่ของเธอ เมื่อเขานอนบนเตียง เขาก็หลับไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากรู้สึกเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน แม้ว่าพวกเขาจะมีพละกำลังมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกเหนื่อย

ขณะที่ปีเตอร์กำลังหลับ เอ็มเจยังคงตื่นอยู่ เธอมองแผ่นหลังของเขาด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา เธอกดศีรษะของเธอแนบกับแผ่นหลังของเขาเบาๆ เพื่อไม่ให้เขาตื่น

เธอหลับตาลงในขณะที่น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่เต็มใจ น้ำตาของเธอชะล้างเครื่องสำอางที่เธอใช้ปกปิดดวงตาสีดำของเธอออกไปเล็กน้อย

‘ฉันรักนาย... ฉันรักนายนะ แต่นายกลับไม่มีวันเป็นของชั้น เพราะหัวใจของนายเป็นของผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่ฉัน และมันเจ็บปวดมาก’

เอ็มเจร้องไห้จนหลับไปอย่างเงียบๆ...

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.17

คัดลอกลิงก์แล้ว