เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 409 หลินจินมุ่งหน้าไป

MDB ตอนที่ 409 หลินจินมุ่งหน้าไป

MDB ตอนที่ 409 หลินจินมุ่งหน้าไป


การกลับมาที่เมืองเมเปิ้ลของพวกเขาไม่อาจมาได้ในเวลาที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ไม่นานหลังจากที่ชายโลงศพกับเฒ่าเต่ามาถึงเมืองเมเปิ้ล หลินจินก็กลับมาจากเมืองหลวงด้วยนกอินทรี ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงมาเจอกันระหว่างทางกลับไปยังคฤหาสน์

เมื่อเห็นชายโลงศพและเต่าเฒ่า หลินจินก็ตระหนักได้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นจนทำให้เขาลืมโลงผุไปแล้ว แท้จริงแล้วเขาคือผู้ที่ให้มาดามผีเด็กแจ้งให้ชายโลงศพมารับซอมบี้คธูลู

อย่างไรก็ตาม เมื่อชายโลงศพกับเฒ่าเต่าเห็นหลินจิน พวกเขาก็คุกเข่าลงทันที

“ผู้ประเมินหลิน พวกเรามันไร้ประโยชน์…”

ถัดจากนั้น เวลาก็ผ่านไปพักใหญ่...

“เอี้ยง!!!”

เสียงร้องของนกอินทรีดังขึ้นเหนือท้องฟ้าของเมืองเมเปิ้ล หลินจินออกเดินทางอย่างไม่แยแสไปยังเมืองรี้ดด้วยนกอินทรีของเขา

ด้วยความรู้สึกวิตกกังวล หลินจินจึงเสกคาถาเพื่อเพิ่มขนาดทางกายภาพของนกอินทรีอีกหนึ่งเท่า ดังนั้นความเร็วในการบินของมันก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ในขณะนี้ หลินจินไม่มีเวลาว่างที่จะจัดการสิ่งอื่นใด

ชายโลงศพกับเฒ่าเต่าบอกทุกสิ่งที่พวกเขารู้ หลินจินจึงรู้ว่าวานรยักษ์ขาวได้ต่อสู้กับพระภิกษุจากวัดต้าหลัว และในขณะนี้ได้หายตัวไป ส่วนชางเอ๋อร์ เธอได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับพระอธิการแห่งห้องโถงขับไล่ปีศาจแห่งวัดตัวหลัว พวกเขาบอกเขาว่าร่างของเธอถูกฝังอยู่ใต้เมืองเส้นทางนิรันดร์

ใคร ๆ ก็สามารถจินตนาการถึงอารมณ์ของหลินจินได้ในทันทีที่เขาได้ทราบข่าว

หลินจินเป็นใจเย็น แต่ยิ่งเป็นคนที่ใจเย็นมากเท่าไร เมื่อเดือดดาลขึ้นมาความโกรธเกรี้ยวจะเพิ่มขึ้นร้อยเท่าพันเท่า

“วัดต้าหลัว หากมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับชางเอ๋อร์และวานรยักษ์ขาวล่ะก็ ฉันจะบดขยี้นิกายของพวกแกและทำลายวัดของพวกแกไม่ให้เหลือซาก!”

หลินจินรู้สึกโกรธอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาโกรธมากมากกว่าตอนที่เขาโกรธหยางฉิงซื่อเสียอีก

ถึงแม้หยางฉิงซื่อจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แต่พวกเขาไม่ใช่คนรู้จักของหลินจิน แต่คราวนี้ คนได้รับบาดเจ็บคือชางเอ๋อร์และวานรยักษ์ขาว ซึ่งทั้งสองคนเป็นศิษย์ที่หลินจินยอมรับ

ด้วยการปรับปรุงขนาด นกอินทรีพุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้หลินจินไปถึงเขตแดนของเมืองรี้ดได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง

เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน เขาจึงปล่อยให้นกอินทรีหยุดอยู่เหนือคฤหาสน์เฉียว ก่อนที่เขาจะกระโดดลงมาและตกลงไปภายในกำแพงคฤหาสน์ของพวกเขา

มีเรื่องหนึ่งที่หลินจินต้องการคำตอบจากตระกูลเฉียว

เฉียวเฟยกงโผล่ออกมาจากอาคารทันทีที่เขาได้ยินข่าวการมาถึงของหลินจิน ตอนแรกเขาตกตะลึง แต่ไม่นานเขาก็รีบเข้ามาทักทายเขา พร้อมกันนั้น โกลดี้ก็กระโดดโลดเต้นออกมาจากภายในบ้าน

เมื่อเห็นหลินจิน เจ้าไก่ก็ส่งเสียงดังก่อนที่จะบินเข้าไปในอ้อมแขนของอีกฝ่าย

“ผู้ประเมินหลิน ในที่สุด ท่านก็มาถึงแล้ว!”

เฉียวเฟยกงเป็นกังวลมาสองวันแล้ว เขาได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเส้นทางนิรันดร์ และยังส่งคนไปตรวจสอบสถานที่นั้นแล้ว

จากการตรวจสอบพบว่าเมืองเส้นทางนิรันดร์กลายเป็นซากปรักหักพัง เหลือเพียงหลุมลึกประมาณ 30 เมตร และกว้าง 300 เมตร มันเป็นผลมาจากการปะทะกันระหว่างชางเอ๋อร์กับพระอธิการ

เหตุการณ์นี้เกินกว่าสามัญสำนึกของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลเฉียวจะกังวลอย่างมาก

หลินจินรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ผิด เขาแค่อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ต่อจากนั้น เฉียวเฟยกงบอกกับหลินจินทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขารู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น

เมื่อรวมสิ่งที่เขารับรู้มาจากชายโลงศพกับเฒ่าเต่าเข้าด้วยกัน หลินจินก็พอจะรู้คร่าว ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่

“หลังจากที่วานรยักษ์ขาวล่อให้พระภิกษุของวัดต้าหลัวออกไป เหล่าหัวขโมยก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อปล้นสมบัติของตระกูลเฉียว นี่คือทั้งหมดที่เกิดขึ้นสินะ”

หลินจินคิดดีว่าเหตุการณ์ทั้งสองต้องมีความเชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ทราบรายละเอียดเบื้องหลังและไม่ต้องการคาดเดาไปโดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม

เขาเหลือบมองเฉียวเฟยกงแล้วพูดว่า

“ท่านเฉียว เนื่องจากสมบัติของท่านถูกปล้นไปแล้ว ดังนั้น ตระกูลของท่านน่าจะปลอดภัยแล้ว”

นี่คือข้อเท็จจริง

"จริงด้วย หากข้ารู้เรื่องนี้ก่อนหน้านี้ ข้าควรจะให้สิ่งที่พวกหัวขโมยต้องการไปตั้งนานแล้ว เฮ้อ! พอมาคิดว่าหลายคนต้องตายไป เพราะความดื้อรั้นของข้า... ข้าก็รู้สึกผิดแทบขาดใจ!

แต่ก็ยังดีที่ตอนนี้เรากลับมามีความสงบสุขอีกครั้ง ข้าเพียงหวังว่าเราจะอยู่อย่างสงบสุขนับจากนี้ไป และเราจะไม่ประสบปัญหาเช่นนี้อีก”

เฉียวเฟยกงรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

หลินจินพยักหน้า เขาไม่ได้วางแผนที่จะบอกเฉียวเฟยกงว่าเขาจะทำอะไรต่อไปด้วย เพราะจะทำให้อีกฝ่ายตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

ณ ตอนนี้ ดูเหมือนว่าวัดต้าหลัวจะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ประเมินมาร ไม่อย่างนั้น ทำไมพวกเขาถึงช่วยฝ่ายหลังทำภารกิจของพวกเขาด้วยล่ะ?

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เนื่องจากวัดต้าหลัวกล้าที่จะเล่นงานวานรยักษ์ขาวและชางเอ๋อร์ หลินจินจะไม่มีวันปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แม้ว่ามันจะหมายถึงการทำลายล้างหรือทำให้เกิดการนองเลือด หลินจินก็จะต้องให้พวกเขาชดใช้

“ท่านเฉียว ข้ามีอย่างอื่นที่ต้องจัดการ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัว”

เมื่อพูดจบ หลินจินก็ทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้าและเหยียบก้อนเมฆ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนหลังนกอินทรีของเขา จากนั้น นกอินทรีก็พุ่งตรงไปข้างหน้ามุ่งสู่เมืองเส้นทางนิรันดร์ นกอินทรีก็ส่งเสียงร้องดัง ราวกับว่ามันกำลังบอกลาตระกูลเฉียว

สายลมพัดแรงรอบตัวพวกเขา ชวนให้ผู้เดินทางสามารถรับชมสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างตื่นเต้น

แต่ทว่า บนหลังของนกอินทรี บรรยากาศตรงนั้นไม่ค่อยจะสู้ดี อันเนื่องมาจากสีหน้าอันน่ากลัวของหลินจิน

โกลดี้สามารถรับรู้ได้ถึงจิตสังหารจากเขา ด้วยเหตุนี้เอง เจ้าไก่ที่มักจะทำตัวดื้อรั้น มันจึงตัดสินใจประพฤติตนอยู่ในร่องในรอยในเวลานี้

ไม่นาน นกอินทรีก็บินจากเมืองรี้ดไปถึงเทือกเส้นทางนิรันดร์

ในความเป็นจริง จากท้องฟ้า พวกเขาสามารถมองเห็นหลุกลึกจากขอบฟ้าอันห่างไกลได้ทันที

หัวใจของหลินจินเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

เคล็ดวิชาหรือพลังเหนือธรรมชาติแบบไหนที่สามารถสร้างความเสียหายเช่นนี้ได้? ความจริงที่ว่าแผ่นดินถูกแยกออกจากกัน มันบ่งบอกถึงความรุนแรงของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน

หลินจินตัดสินใจกระโดดลงมาจากท้องฟ้าไปยังเบื้องล่างทันที

ในเวลาเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ตรงบริเวณโดยรอบของหลุมลึกเช่นกัน

มีชาวบ้านและทหาร แต่ส่วนใหญ่แต่งกายเหมือนข้าราชการ ในหมู่พวกเขามีชายคนหนึ่งเต็มไปด้วยออร่าอันเย่อหยิ่ง

ก่อนที่หลินจินจะลงมา กลุ่มก็สังเกตเห็นนกอินทรีเร่งความเร็วมาแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในอาณาจักรมังกรหยกหรือประเทศอื่น นกอินทรีเป็นสัตว์ราคาแพงที่มีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะสามารถหาซื้อได้

ดังนั้นการมาถึงของหลินจินจึงดึงดูดความสนใจของพวกเขาเกือบจะในทันที แม้ว่าพวกเขาจะผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งลงจากนกอินทรี

“ท่านเจ้าเมืองหวัง นั่นเป็นพลเมืองของเมืองรี้ดใช่หรือไม่?”

ในกลุ่มนั้น ชายวัยกลางคนที่มีท่าทางเย่อหยิ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ชายที่เขากำลังพูดคุยด้วยคือหวังหยวนเฉียว เจ้าเมืองแห่งเมืองรี้ด ส่วนอีกคนเป็นหัวหน้ากองกำลังขนนกเหล็กซึ่งเป็นกองกำลังแห่งชาติ เขามีชื่อว่า เฉินหรู่หยวน

เนื่องจากสถานะที่สำคัญและภูมิหลังที่โดดเด่นของเขา แม้แต่เจ้าเมืองหวังก็ยังต้องคำนึงถึงคำพูดและพฤติกรรมของเขาต่อหน้าอีกฝ่าย

หวังหยวนเฉียวเหลือบมองหลินจินก่อนจะส่ายหัว

“หัวหน้าเฉิน ข้าไม่เคยเห็นชายคนนั้นมาก่อน ดังนั้นเขาไม่น่าจะใช่พลเมืองจากเมืองรี้ด”

"โอ้!" เฉินหรู่หยวนพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเขามีทีท่าไม่พอใจ บางทีเขารู้สึกรำคาญกับความหยาบคายของผู้มาใหม่

หากพลเมืองปกติคนใดปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน อาจสร้างความขุ่นเคืองแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้

หากพวกเขาเป็นขุนนาง นี่หมายถึงการดูหมิ่นเฉินหรู่หยวนอย่างโจ่งแจ้ง เพราะเขาไม่คิดจะมาทักทายตัวเขาที่มีตำแหน่งสูงสุดที่นี่ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เช่นกัน

หวังหยวนเฉียวสามารถบอกได้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเขาจึงหันไปให้คำแนะนำที่จำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา พ่อบ้านของคฤหาสน์เจ้าเมืองของเขารีบไปทันที

"เจ้าเป็นใคร!? ทหารรักษาเมืองได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้หมดแล้ว ดังนั้นหากคุณเป็นคนธรรมดาสามัญ ขอให้เจ้าออกไปทันที! หากเจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โปรดระบุตัวตนของเจ้มา!”

พ่อบ้านประกาศ

เห็นได้ชัดว่า หลินจินไม่คิดจะสนใจอีกฝ่ายในตอนนี้

ลืมพ่อบ้านของคฤหาสน์เจ้าเมืองไปได้เลย แม้เหอเฉียนจะอยู่ที่นี่ หลินจินก็ไม่คิดจะไว้หน้าอีกฝ่ายที่เป็นถึงจักรพรรดิด้วยซ้ำ

นั่นเป็นเพราะว่าหลินจินสัมผัสได้ถึงพลังของสัตว์ปีศาจอันเบาบางที่มาจากด้านล่าง

นี่เรื่องเร่งด่วน

ดังนั้น หลินจินกระโดดและพุ่งทะยานไปข้างหน้า

“หยุดนะ!”

พ่อบ้านตกใจและรีบสั่งสัตว์เลี้ยงของเขาให้หยุดชายคนนั้นทันที อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักได้ว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม คู่หู ของเขาจะไม่ขยับเขยื้อนราวกับว่ามันเป็นอัมพาต

ในชั่วพริบตา หลินจินก็กระโดดลงไปในหลุมลึกแล้วหายลับตาไป

“ท่านเจ้าเมือง ชายคนนั้น…”

“ข้าเห็นแล้ว!” เจ้าเมืองหวังกล่าว

หวังหยวนเฉียวมองเห็นปลอกแขนวงแหวนสัตว์วิเศษที่หลินจินสวมอยู่ก่อนที่เขาจะกระโดดลงไป

ซึ่งมันเป็นวงแหวนสามห่วง

จบบทที่ MDB ตอนที่ 409 หลินจินมุ่งหน้าไป

คัดลอกลิงก์แล้ว