เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 300 เมืองฟานมุ่งหน้าแก้แค้น

MDB ตอนที่ 300 เมืองฟานมุ่งหน้าแก้แค้น

MDB ตอนที่ 300 เมืองฟานมุ่งหน้าแก้แค้น


“ท่านเจ้าเมือง บางทีเราอาจจะคิดมากเกินไป ลองคิดดูสิหลินจินไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เขามีอาจารย์ที่มีชื่อว่า 'ภัณฑารักษ์' และสัตว์วิเศษระดับสี่ เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาควรค่าแก่การทำความรู้จักแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะการประเมินของหลินจินก็น่าเหลือเชื่อมาก แม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ในระดับสาม แต่อย่างน้อย ๆ ก็ใกล้เคียง บางทีจักรพรรดิทรงเล็งเห้นถึงสามารถของเขา ดังนั้นการให้ข้อยกเว้นแก่เขาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยขอรับ”

เมื่อได้ยินการคาดคะเนของจั่วเหวินถัง ไป่เจิ้นคงก็รู้สึกว่าความคิดนี้ดูสมเหตุสมผล

ตอนนี้ไป่เจิ้นคงให้ความสนใจในหลินจินอย่างมาก ถึงเขาจะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมจักรพรรดิทรงให้ความสำคัญกับหลินจินมากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเขาต้องผูกมิตรกับหลินจินและห้ามตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม หลายชั่วโมงต่อมา ไป่เจิ้นคงได้รับจดหมายส่วนตัวจากเจ้าเมืองฟาน

เนื่องจากเมืองเมเปิ้ลและเมืองฟานเป็นดั่งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ไป่เจิ้นคงและเจ้าเมืองฟานจึงค่อนข้างสนิทมสนมกันดี เมื่อได้รับจดหมาย เขาก็เปิดอ่าน แต่หลังจากอ่านจบ ไป่เจิ้นคงก็เผยสีหน้าแปลก ๆ ออกมา

จั่วเหวินถังไม่รู้เนื้อหาของจดหมาย แต่หลังจากรับใช้ไป่เจิ้นคงมาหลายปี เขาก็รู้ว่าเจ้านายของเขาเก็บอารมณ์เก่งแค้ไหน แม้แต่ในที่ส่วนตัว ไป่เจิ้นคงก็ไม่เปิดเผยสีหน้าของเขาออกมาอย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม แค่เพียงอ่านจดหมายที่ได้รับมาว่า เขาก็เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายรู้สึกตกใจและกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

ในสถานการณ์เช่นนี้ จั่วเหวินถังรู้ดีว่าควรจะวางตัวอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้น เนื้อหาในจดหมายต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ถ้าเขาถามอย่างไม่สมเหตุสมผล เจ้าเมืองคงไม่รู้จะหาคำตอบไหนมาตอบเขา

อย่างไรก็ดี ไป่เจิ้นคงไม่ได้วางแผนที่จะซ่อนสิ่งนี้จากพ่อบ้านของเขา

“เหวินถัง เจ้าเมืองของเมืองฟานได้เขียนถึงข้าโดยขอให้ข้าตามหาคนให้เขา เจ้าช่วยบอกข้าที ข้าควรจะช่วยเขาดีหรือไม่?”

หลังจากพูดอย่างนั้น ไป่เจิ้นคงก็ยื่นจดหมายให้จั่วเหวินถัง โดยบอกว่าเขาสามารถอ่านมันได้เช่นกัน

คนหลังรับและอ่านอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเข้าใจความหมายของเจ้าเมืองไป่

“อืม… คนที่เจ้าเมืองฟานกำลังมองหาคือหลินจินใช่หรือไม่ขอรับ? หลินจินที่เพิ่งกลับมาจากเมืองหลวง ดังนั้นเขาจึงต้องผ่านเขตแดนของเมืองฟาน

นอกจากนี้ จดหมายฉบับนี้ระบุว่าหลินจินกำลังเลี้ยงสัตว์ปีศาจและปล่อยให้มันทำร้ายลูกชายของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการคำอธิบายจากหลินจิน”

ด้วยความเป็นคนฉลาด จั่วเหวินถังรู้ว่าเจ้าเมืองฟานเขียนจดหมายฉบับนี้เพราะเขาแน่ใจว่าหลินจินเป็นฝ่ายผิด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะเคลื่อนไหว เขาแค่ต้องการแจ้งให้ไป่เจิ้นคงทราบก่อน

เพราะท้ายที่สุด มันเป็นเรื่องหยาบคายที่จะโจมตีใครบางคนในอาณาเขตของผู้อื่นโดยไม่แจ้งให้เจ้าเมืองทราบ

“เจ้าเมืองฟานเป็นคนรักลูกชายยิ่งกว่าสิ่งใด เขามีลูกสาว 4 คน แต่มีลูกชายเพียงแค่คนเดียว ตอนนี้ลูกชายของเขาได้รับบาดเจ็บจากสัตว์ปีศาจ แน่นอนว่าเขาต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกชายของเขา ข้าคิดว่ายอดฝีมือใต้สังกัดของเจ้าเมืองฟานน่าจะอยู่ในเมืองเมเปิ้ลของเราแล้วตอนนี้”

ไป่เจิ้นคงพูดทันทีในขณะที่เขายังคงครุ่นคิด

จั่วเหวินถังมีความคิดหนึ่งเข้ามาและเขารีบตอบกลับไปว่า

“ท่านเจ้าเมือง เราปล่อยให้เรื่องเลยเถิดไม่ได้ ลืมเรื่องหลินจินกำลังเลี้ยงสัตว์ปีศาจไปได้เลย แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่เขาก็ไม่สามารถถูกทำร้ายได้

ด้วยตัวตนของเขาในฐานะผู้พิทักษ์ของประเทศเพียงอย่างเดียว เขาไม่ใช่คนที่เจ้าเมืองจะสามารถยั่วยุได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าหลินจินได้รับความสนใจจากจักรพรรดิ การยั่วยุเขามีแต่จะแค่สร้างปัญหาขอรับ”

ไป่เจิ้นคงถอนหายใจเบา ๆ “ข้ารู้เรื่องนั้นดี แต่ด้วยนิสัยของเจ้าเมืองฟานที่ข้ารู้จักดี เขาอาจจะไม่รอคำตอบของข้า เขาต้องคิดว่าการแจ้งข้าด้วยจดหมายนี้น่าจะเพียงพอแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น…” ตอนนี้จั่วเหวินถังรู้แล้วว่าเจ้าเมืองฟานต้องเริ่มดำเนินการแล้ว ความกังวลของไป่เจิ้นคงในตอนนี้คือวิธีที่เขาควรจะตอบสนองในฐานะตัวแทนของเมืองเมเปิ้ล

จั่วเหวินถังโค้งคำนับโดยไม่ลังเลและพูดว่า “เจ้าเมืองฟานกำลังสร้างปัญหาให้กับตัวเอง ท่านเจ้าเมือง ในฐานะเจ้าเมืองแห่งเมืองเมเปิ้ล ท่านเป็นเหมือนพ่อแม่ของพลเมืองที่รักของเรา ท่านคงไม่สามารถดูคนของเราถูกรังแกได้ใช่ไหมขอรับ?”

มันเป็นคำขอร้องเล็กน้อย แต่คนอย่างไป่เจิ้นคงเข้าใจความหมายของจั่วเหวินถังอย่างชัดเจน

“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เหวินถัง เจ้าช่วยจัดการเรื่องนี้ทีและทำอย่างเงียบ ๆ ด้วย” ไป่เจิ้นกงสั่ง

จั่วเหวินถังรับคำสั่งของเขาและจากไป หลังจากที่เขาจากไป ไป่เจิ้นคงก็ยกจดหมายอีกครั้งและส่ายหัว

“เฒ่าฟาน ข้าเพิ่งช่วยเจ้าไปมากโขเลย มาดูกันว่าเจ้าจะขอบคุณข้าอย่างไรในภายหลัง”

ด้านนอกสมาคมประเมินสัตว์วิเศษของเมืองเมเปิ้ลมีชายที่ดูเป็นศัตรูสองสามกลุ่มยืนอยู่กับสัตว์วิเศษของพวกเขา

คนพวกนี้รูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อของพวกเขาได้รับการขัดเกลาและลมหายใจของพวกเขาก็สม่ำเสมอ คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ แม้แต่สัตว์เลี้ยงของพวกเขาก็ยังมีกลิ่นอายของความดุร้าย

พวกเขาเป็นยอดฝีมือของเมืองฟาน

มีคนมากกว่า 20 คนและมีสัตว์วิเศษระดับสามกว่า 10 ตัว

นอกจากจะเป็นยอดฝีมือแล้ว พวกเขายังนำ 'สิ่งประดิษฐ์' ที่ทรงพลังจำนวนมากมาด้วย พวกเขาเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ ด้วยสิ่งนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน พวกเขาก็สามารถโค่นชายคนนั้นได้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้คนเหล่านี้กำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่รอบนอกสมาคมประเมินสัตว์วิเศษแห่งเมืองเมเปิ้ล บางคนก็สำรวจโดยรอบ บางคนก็เข้าไปข้างในเพื่อรวบรวมข้อมูลและรักษาความปลอดภัยตำแหน่งของเป้าหมาย

“เจ้าพบเขาแล้วหรือยัง?”

"เจอแล้ว คน ๆ นี้เป็นหัวหน้าของสมาคมประเมินสัตว์วิเศษ ดังนั้นมันจึงง่ายที่จะหาเขาเจอ”

"หัวหน้า? เฮอะ! แล้วไง ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องจับเขาในข้อหายั่วยุเจ้าเมืองของเราอยู่ดี”

“เตรียมตัวไว้ก่อนดีกว่า จงจำไว้ว่า เราต้องออกเดินทางไปเมืองฟานทันทีหลังจากจับตัวเขาได้ ท่านเจ้าเมืองของเราได้ส่งจอหมายไปยังเจ้าเมืองแห่งเมืองเมเปิ้ลแล้ว ดังนั้นพวกเขาคงจะไม่เข้ามายุ่งกับพวกเรา”

“อย่ากังวลไป เราทุกคนมีประสบการณ์ แม้ว่าเขาจะมีทักษะบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับพวกเรา”

"ก็จริง แต่แล้วเราต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด”

หลังจากกล่าวจบ พวกเขาก็พร้อมที่จะเข้าไป

มีเพียงกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งขวางเส้นทางของพวกเขาอย่างกะทันหัน และนำพวกเขาไปไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก จั่วเหวินถัง

ในฐานะพ่อบ้านคฤหาสน์เจ้าเมือง ความแข็งแกร่งของจั่วเหวินถังไม่ต้องสงสัยเลย สัตว์เลี้ยงของเขาไม่เพียงอยู่ในระดับสามเท่านั้น ระดับการบ่มเพาะพันธสัญญาโลหิตของเขาก็ยังอยู่ในอาณาจักรที่ห้าอีกด้วย

ยอดฝีมือของเมืองฟานอาจไม่รู้จักคนอื่น แต่พวกเขารู้จักคนอย่างจั่วเหวินถังอย่างแน่นอน

“พ่อบ้านจั่ว ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

หัวหน้ายอดฝีมืดของเมืองฟานรู้สึกมึนงงดังนั้นเขาจึงถามอย่างไม่แน่ใจว่า

“พ่อบ้านจั่ว ท่านมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือเราหรือไม่?”

สำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งนี้ดูเหมือนเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับพวกเขา

จั่วเหวินถังส่ายหัว “พวกท่านเดินทางจากเมืองฟานตั้งไกล และตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ทำไมพวกท่านไม่มาดื่มน้ำดื่มท่ากันก่อนล่ะ?”

ยอดฝีมือของเมืองฟานเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่อถึงอะไร ถ้าเขามาที่นี่เพื่อช่วย เขาจะเสนอเครื่องดื่มให้พวกเขาได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าเขามาที่นี่เพื่อหยุดพวกเขา

สีหน้าของพวกเขามืดลงทันที

“พ่อบ้านจั่ว ท่านเจ้าเมืองของเราได้ออกคำสั่งเด็ดขาดและไม่มีใครสามารถแทรกแซงได้ หากพ่อบ้านจั่วไม่ช่วยเราก็ช่วยหลีกทางไป เมื่อภารกิจของเราเสร็จสิ้น เราจะมาขอบคุณท่านในภายหลัง”

"เดี๋ยวก่อน!" จั่วเหวินถังยกมือขึ้นเพื่อหยุดพวกเขา “ข้ามาที่นี่เพื่อหยุดพวกท่าน ข้าทำสิ่งนี้เพื่อพวกท่านและท่านเจ้าเมืองของพวกท่านด้วย ถือซะว่าเห็นแก่ข้า เราไปไปคุยกันที่อื่นกันเถอะ”

เห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือของเมืองฟานโกรธและปฏิเสธที่จะฟัง อย่างไรก็ตาม จั่วเหวินถังก็เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

อีกฝ่ายมีกำลังคนราว ๆ 20 คน แต่เมื่อจั่วเหวินถังปรบมือก็มีนักสู้มากกว่า 100 คน เข้ามาล้อมรอบกลุ่มของพวกเขาทันที นอกจากนี้ แต่ละคนยังดูน่าเกรงขามและมีพละกำลังมากพอที่จะเอาชนะผู้บุกรุกได้

จบบทที่ MDB ตอนที่ 300 เมืองฟานมุ่งหน้าแก้แค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว