เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 208 การแข่งขันของเหล่าสาวก PART 4

MDB ตอนที่ 208 การแข่งขันของเหล่าสาวก PART 4

MDB ตอนที่ 208 การแข่งขันของเหล่าสาวก PART 4


ผู้ท้าชิงของหลู่หยุนเหอเพียงแค่ถอนหายใจและยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

เขามั่นใจว่าทักษะการร่ายคาถาของเขานั้นทัดเทียมกับหลู่หยุนเหอ ดังนั้นหากสัตว์วิเศษทั้งสองของพวกเขาอยู่ในระดับสอง เขาอาจมีโอกาสชนะ แต่ถ้าหากอีกฝ่ายเป็นระดับสามแล้วเขายังฝืนสู้ต่อ มันก็คงเสียเวลาเปล่า

หลู่หยุนเหอรู้สึกพึงพอใจกับตัวเอง แต่เขาไม่ได้ก้าวลงจากสังเวียน เขาหันไปทางเซว่เป่าเอ๋อร์และท้าทายเธอต่อ

ท้ายที่สุด เซว่เป่าเอ๋อร์อยู่ในอันดับที่สามและเธอเป็นคนเดียวที่หลู่หยุนเหอมีความมั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะได้ สำหรับอันดับหนึ่งและสองหลู่หยุนเหอไม่สนใจที่จะท้าชิงอันดับเหล่านั้น เขารู้ถึงขีดจำกัดของเขาดี

การต่อสู้รอบถัดไปคือเซว่เป่าเอ๋อร์กับหลู่หยุนเหอ

ในการต่อสู้ครั้งนี้ หลู่หยุนเหอได้เผยให้เห็นว่า เขาตั้งใจจะอาศัยอันดับที่เหนือกว่าของสัตว์วิเศษมาต่อสู้ ในขณะที่เซว่เป่าเอ๋อร์ อาศัยความสามารถของเธอในการร่ายคาถา ถ้าหลู่ปาไม่ได้อยู่ในระดับสาม เขาคงไม่มีโอกาสได้ต่อสู้กับเซว่เป่าเอ๋อร์ได้เลย

ท้ายที่สุด เขาแพ้เซว่เป่าเอ๋อร์หลายครั้งในอดีต

“หลู่ปา ไปเลย!”

ในการแข่งขันครั้งก่อน หลู่หยุนเหอไม่ได้ใช้คาถาใด ๆ และอาศัยความแข็งแกร่งของหลู่ปาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับเซว่เป่าเอ๋อร์ แม้ว่าสัตว์เลี้ยงของเขาจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของระดับ แต่หลู่หยุนเหอก็ไม่กล้าประมาทคู่ต่อสู้ของเขา

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้คาถาเสริมประสิทธิภาพในครั้งนี้

“บ้าคลั่ง! กระหายเลือด! ลมพายุ!”

หลู่หยุนเหอร่ายคาถาสามบทในคราวเดียว พวกมันเข้าสู่หลู่ปาอย่างรวดเร็ว เขาได้ใช้พลังวิญญาณทั้งหมดไป 21 ก้อน นั่นคือพลังวิญญาณทั้งหมดที่หลู่หยุนเหอ

เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจบการแข่งขันอย่างรวดเร็ว

ด้วยคาถาสามคาถา หลู่ปาขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับมีพายุเข้าปกคลุมร่างกายของมัน ทันใดนั้น เจ้าสิงโตก็กระโจนเข้าหาเป้าหมาย

ในทางกลับกัน เซว่เป่าเอ๋อร์ใช้คาถาเดียวเท่านั้น

คาถาอาณาจักรวิญญาณอัคคี

มันเป็นเวอร์ชั่นดัดแปลงที่หลินจินสอนเธอ แม้แต่อาจารย์ของเธอ หลัวเป่าเหอก็กล่าวว่าอาณาจักรวิญญาณอัคคีเวอร์ชั่นใหม่นี้เป็นคาถาเสริมประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของเธอ

ผลลัพธ์ของอาณาจักรวิญญาณอัคคีนั้นทำให้เปลวไฟบนสัตว์เลี้ยงของเธอกลายเป็นสีเขียวมรกต

เปลวเพลิงสีเขียวอันแปลกประหลาดเหล่านี้ลุกโชนอย่างรุนแรง แม้แต่ผู้ชมก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาผิวหนังของพวกเขา

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงสัตว์วิเศษระดับสอง แต่หมาป่าอัคคีของเซว่เป่าเอ๋อร์ก็ไม่ได้ด้อยกว่าหลู่ปาระดับสามเลย

ในที่สุดสัตว์วิเศษทั้งสองก็เริ่มต่อสู้บนสังเวียน

เมื่อเทียบกับการสู้รบสองสามรอบที่แล้ว การต่อสู้ครั้งนี้น่าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด โดยดูจากฝูงชนที่ส่งเสียงโห่ร้องเชียร์กันเสียงดัง

ในสนามประลอง ทั้งหลู่หยุนเหอและเซว่เป่าเอ๋อร์แสดงสีหน้าจริงจังอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นหลักฐานว่าพวกเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการต่อสู้

หลินจินได้ส่ายหัวเบา ๆ

เขามีลางสังหรณ์ว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป หลู่หยุนเหอจะแพ้การต่อสู้

ผู้ชายคนนั้นใจร้อนเกินไป หลู่ปานั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่เสี่ยวชิงของเซว่เป่าเอ๋อร์นั้นก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน แม้ว่าจะมีความแตกต่างของระดับ แต่ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยคาถาอาณาจักรวิญญาณอัคคี เสี่ยวชิงจึงสามารถต่อสู้กับหลู่ปาได้ในช่วงสั้น ๆ

ปัญหาที่นี่คือหลู่หยุนเหอได้ใช้พลังวิญญาณจำนวนมากในครั้งเดียว เขาอาจไม่มีพลังวิญญาณเหลืออยู่อีกแล้ว

เมื่อเทียบกับหลู่หยุนเหอ เซว่เป่าเอ๋อร์ใช้เพียงคาถาเดียวเท่านั้น

แม้ว่าคาถาอาณาจักรวิญญาณอัคคีจะต้องใช้พลังวิญญาณจำนวนมาก โดยใช้ไปราว ๆ 17 ก้อน แต่ปริมาณพลังวิญญาณของเซว่เป่าเอ๋อร์อาจสูงกว่าของหลู่หยุนเหอ ดังนั้น เซว่เป่าเอ๋อร์อาจสามารถใช้มันได้อีกอย่างน้อย ๆ ก็อีกหนึ่งครั้ง

คาถานี้อาจไม่สามารถจัดการกับหลู่ปาได้ แต่ก็มากเกินพอที่จะจัดการกับหลู่หยุนเหอได้

ตามที่หลินจินคาดไว้เซว่เป่าเอ๋อร์เปิดใช้งานคาถาอีกครั้งและจัดการหลู่หยุนเหอในคราวเดียว

หมัดไฟวิญญาณ

ตัวไฟมาจากสัตว์เลี้ยงของเธอ คาถานี้ได้รับการขัดเกลาอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ฝึกตนแห่งไฟ ดังนั้น เซว่เป่าเอ๋อร์ที่ชาญฉลาดพร้อมด้วยไหวพริบ เธอจึงสามารถทำมันได้อย่างง่ายดายในขณะที่ยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ

หมัดเปลวเพลิงได้ตรงไปยังหลู่หยุนเหอ คนหลังตกใจและหลู่ปาที่กำลังต่อสู้อยู่ไม่สามารถปกป้องเจ้าของได้ทันเวลา เมื่อพลังวิญญาณของเขาหมดลง หลู่หยุนก็ไม่มีสิ่งใดมาใช้ปกป้องตัวเอง

“ข้าขอยอมแพ้!”

หลู่หยุนเหอตะโกนออกมาอย่างเด็ดขาด เมื่อต้องเผชิญกับหมัดร้อนแรง เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน

หมัดไฟหยุดกลางอากาศก่อนที่จะสลายหายไป

หลังจากออกจากสนามประลอง สิ่งแรกที่หลู่หยุนเหอพูดกับหลินจินคือ “ข้าประมาทเกินไป!”

“ผิดแล้ว เจ้าหยิ่งทะนงเกินไปต่างหาก!” หลินจินแก้ไข

คราวนี้หลู่หยุนเหอเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เขาคิดแค่เพียงว่าหากหลู่ปาอยู่ในระดับสามแล้ว เขาจะสามารถเอาชนะเซว่เป่าเอ๋อร์ได้อย่างง่ายดาย

เขาไม่คาดคิดว่าเซว่เป่าเอ๋อร์จะสามารถใช้คาถาเพื่อเพิ่มขีดจำกัดของสัตว์เลี้ยงของเธอ ในระหว่างนั้นยังร่ายคาถาโจมตีเพื่อบังคับให้หลู่หยุนเหอยอมจำนนได้อีกด้วย

อันที่จริง ถ้าหลู่หยุนเหอไม่มั่นใจมากเกินไป เขาก็สามารถชนะการต่อสู้ได้ ท้ายที่สุดนี่คือการต่อสู้ของสัตว์วิเศษ หลู่หยุนเหอถือว่าเขามีความได้เปรียบอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขากับแพ้อย่างคาดไม่ถึง

หลู่หยุนเหอรู้สึกอับอายเพราะสิ่งที่หลินจินพูดมาคือความจริง เขาจึงก้มศีรษะขณะที่เขากลับไปนั่งบนที่นั่งของเขา แม้แต่หลู่ปาก็ยังรู้สึกหดหู่ใจ มันก็เดินคอตกตามเจ้าของของมันไป

เซว่เป่าเอ๋อร์ยังคงยืนอยู่บนสังเวียน แม้ว่าหลู่หยุนเหอจะไม่กล้าท้าทายอันดับหนึ่งหรือสอง แต่เธอกล้า

ในอดีตเซว่เป่าเอ๋อร์ยังคงท้าทายหยางเจี๋ยและหลายครั้งเธอก็สามารถบังคับเขาให้จนมุมได้ ทุกคนในสมาพันธ์นักบวชรู้ดีว่าเซว่เป่าเอ๋อร์ไร้ซึ่งความกลัว แต่เมื่อพูดถึงการฝึกฝน เธอเป็นอัจฉริยะที่ไม่เหมือนใคร

รายละเอียดที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือเซว่เป่าเอ๋อร์จะท้าทายคนเพียงคนเดียวในระหว่างการแข่งขัน

และบุคคลนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหยางเจี๋ย

แม้ว่าเธอจะเคยประกาศว่าเธอไม่ต้องการจะท้าทายหยางเจี๋ยโดยเฉพาะ แต่สิ่งที่เธอต้องการท้าทายคือคนที่อยู่ในอันดับหนึ่งของสมาพันธ์นักบวช เพราะเหตุนี้เองคนที่ถูกท้าทายจะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากหากเซว่เป่าเอ๋อร์ต้องการจะสู้ด้วย มันเป็นวิธีที่เธอยอมรับอีกฝ่ายว่าคน ๆ นั้นแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

เมื่อเห็นเซว่เป่าเอ๋อร์ยังคงอยู่บนสนามประลอง หยางเจี๋ยก็ลุกขึ้นพร้อมจะเข้าสู่สังเวียน

แต่ถึงกระนั้น เขาต้องหยุดชะกลางคัน เพราะได้ยินเซว่เป่าเอ๋อร์ตะโกนว่า “พี่หลิน ข้าต้องการประลองกับพี่!”

หยางเจี๋ยตกตะลึง

เขาไม่รู้ว่าจะนั่งหรือจะยืนอีกต่อไป

ในที่สุดเขาก็กัดฟันและนั่งลงโดยไม่สามารถปกปิดความโกรธและความอับอายบนใบหน้าของเขาได้

ลืมหยางเจี๋ยไปได้เลย แม้แต่หลินจินก็ยังคิดว่ามันน่าขายหน้า 'เซว่เป่าเอ๋อร์ยังไม่เคยบอกว่าเธอต้องการท้าทายคุณ ทำไมคุณถึงรีบยืนขึ้นมา?' เขาสงสัย

หลินจินลูบเสี่ยวฮั่วที่กำลังหลับเบา ๆ ก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้า

อาจเป็นเพราะเพิ่งตื่น เสี่ยวฮั่วยังคงมึนงงเล็กน้อย เรื่องนี้มันมีสาเหตุอยู่ เนื่องจากวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบครั้งสุดท้ายของเสี่ยวฮั่วนั้นมันได้เร่งรีบเล็กน้อย แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ส่งผลต่อวิวัฒนาการของมัน แต่ร่างกายของเขาก็ยังอ่อนล้าเพราะเหตุนี้ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เจ้าหมาป่ามีเวลา เสี่ยวฮั่วจึงนอนพักผ่อนทุกครั้งที่ทำได้เพื่อเติมเต็มพลังงานของมัน

เมื่ออยู่ในสนามประลอง หลินจินได้โยนขวดยาให้เซว่เป่าเอ๋อร์

นี่คือยาเม็ดที่หลินจินทำขึ้นเอง เม็ดยาพลังวิญญาณ

เซว่เป่าเอ๋อร์กล่าวว่า "พี่หลิน พี่ไม่จำเป็นต้องให้เม็ดยาข้าก็ได้ ข้ามีเม็ดยาของข้าเอง"

หลินจินโบกมือ “แต่ของข้าแตกต่างจากเม็ดยาพวกนั้น”

เซว่เป่าเอ๋อร์ตะลึงงันหยิบออกมาหนึ่งอันแล้วดมมัน ดวงตาของเธอเป็นประกายและกลืนเข้าไปหนึ่งอันก่อนที่ใบหน้าของนางจะเบ่งบานด้วยความยินดี

อันที่จริงสมาพันธ์นักบวชเองก็ได้จัดเตรียมเม็ดยาพลังงานวิญญาณเช่นกัน แต่เม็ดยาของหลินจินแตกต่างจากเม็ดยาพวกนั้นอย่างสิ้นเชิง

ความคล้ายคลึงกันเพียงอย่างเดียวของพวกมันคือชื่อ แต่เมื่อพูดถึงสรรพคุณแล้ว เม็ดยาที่หลินจินทำขึ้นมานั้น มีประสิทธิภาพมากกว่าเม็ดยาที่ทางสมาพันธ์จัดหาให้อย่างน้อยหลายเท่า มันจึงแตกต่างราวกับฟ้ากับเหว

เซว่เป่าเอ๋อร์ได้ใช้พลังวิญญาณของเธอหมดลงโดยการใช้คาถาอาณาจักรวิญญาณอัคคี ตอนนี้เธอต้องเริ่มรอบใหม่ เห็นได้ชัดว่าเธอต้องเติมพลังวิญญาณของเธอและนี่อยู่ในกฎการแข่งขัน

แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าเม็ดยาจะดีแค่ไหน มันก็ไม่สามารถบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง พลังวิญญาณของเซว่เป่าเอ๋อร์ฟื้นคือประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เธอจ้องไปที่ขวดในมือของเธอ

หลินจินสามารถบอกได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “เจ้าสามารถเก็บพวกมันเอาไว้ได้”

เซว่เป่าเอ๋อร์หัวเราะอย่างมีความสุขขณะที่เธอเก็บมันไว้

“ถ้าอย่างนั้น พี่หลิน เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

เซว่เป่าเอ๋อร์ยืดตัวขึ้นขณะที่เธอเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เห็นได้ชัดว่าเธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะได้ประลองฝีมือกับหลินจิน

ทั้งที่เธอรู้ว่าเธอไม่คู่ควร

หลินจินยิ้ม เขาคิดว่าเซว่เป่าเอ๋อร์เหมือนน้องสาว ดังนั้นเขาจึงไม่คิดทำอะไรรุนแรงกับเธอ ถึงแม้เธอจะต้องการให้เขาทำเช่นนั้นก็ตาม

แต่พูดตามตรง เซว่เป่าเอ๋อร์สามารถทุ่มทุกอย่างที่มีได้ แต่เขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เพราะถ้าหากเขาลงมือเต็มกำลัง เซว่เป่าเอ๋อร์จะไม่มีโอกาสได้ขยับสักก้าวเลย

ดังนั้น หลินจินจึงกล่าวว่า “เชิญเจ้าลงมือก่อนได้เลย”

จบบทที่ MDB ตอนที่ 208 การแข่งขันของเหล่าสาวก PART 4

คัดลอกลิงก์แล้ว