เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 158 หย่าร้าง

MDB ตอนที่ 158 หย่าร้าง

MDB ตอนที่ 158 หย่าร้าง


"ทำไม?" ซื่อเหวินจวินถามด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด เธอทั้งตกใจและสับสน

หวู่เฉินเว่ยหัวเราะเยือกเย็น "ทำไม? เจ้าไม่รู้เลยอย่างงั้นเหรอ? ซื่อเหวินจวิน ด้วยความมั่งคั่งมหาศาลของตระกูลเจ้าและอำนาจอันล้นเหลือ เจ้ากดดันให้พ่อแม่ของข้าบังคับให้ข้าแต่งงานเข้ามาในตระกูลของเจ้า ดังนั้นอย่ามาพูดว่าเจ้าไม่รู้ว่าทำไม!!!”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ด้วยความขับข้องใจทั้งหมดที่มีจึงทำให้หวู่เฉินเว่ยตะโกนอย่างเดือดดาลแบบนี้

“แต่พวกเราปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีไม่ใช่หรือ!?” ซื่อเหวินจวินดูเจ็บปวด “ในตอนนั้น แม้แต่พ่อแม่ของเจ้าก็ยังเห็นด้วย”

"หุบปาก!!"

ราวกับว่าหางของเขาถูกเหยียบ หวู่เฉินเว่ยคำรามขึ้นมาทันที “เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดถึงพ่อแม่ของข้า! หลายปีมานี้ หลังจากที่เข้ามาอยู่ในตระกูลซื่อของเจ้า เจ้าเคยปฏิบัติกับข้าเหมือนคนอย่างมีศักดิ์ศรีบ้างไหม? เมื่อใดก็ตามที่ข้าต้องการกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ ข้าต้องขอความเห็นชอบจากเจ้า ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่ของข้าจึงไม่สามารถอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีแถมยังถูกญาติพี่น้องของข้าเยาะเย้ยอย่างโจ่งแจ้ง ในฐานะลูกชายของพวกท่าน ข้าไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความละอาย ในช่วงเวลาสุดท้ายของพวกท่าน ทุกคนต่างบอกว่าพวกท่านไม่มีลูกชายแต่พวกท่านมี! ข้าเป็นลูกชายของพวกท่าน!!”

หวู่เฉินเว่ยดูราวกับว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว เขาเบิกตากว้างเหมือนคนวิกลจริต

“เกี่ยวกับพ่อแม่ของเจ้า เราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ในที่สุดมนุษย์ก็แก่เฒ่าและจากไป ความจริงข้อนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้” ซื่อเหวินจวินถอนหายใจ

หวู่เฉินเว่ยสงบลงเล็กน้อยเช่นกัน แต่เขาก็ยังดูเดือดดาล

“ซื่อเหวินจวิน เมื่อไหร่ที่เจ้านึกถึงความรู้สึกของข้า? ทุกคนข้างนอกนั่นเรียกข้าว่าลูกเขยที่เกาะเจ้ากิน คนรับใช้บางคนในบ้านนี้ไม่เคารพข้าด้วยซ้ำ ข้าเป็นเหมือนสุนัขเลี้ยงที่สามารถอยู่รอดได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยความเมตตาของตระกูลเจ้า ข้าเห็นสิ่งนี้เขียนได้ชัดเจนในดวงตาของเจ้า ข้าจึงเกลียดเจ้า ข้าเกลียดตระกูลซื่อของเจ้า!!”

หวู่เฉินเว่ยยังคงระบายความคับข้องใจของเขาต่อไป “นอกจากนี้ ข้าเกลียดชังกวางตัวนี้มานานแล้ว เจ้าบังคับให้ข้าทำพันธสัญญาโลหิตกับมัน นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าหาโอกาสนำมันเข้าไปในป่าเพื่อแทงมันด้วยมีดแล้วฟันมันด้วยขวาน

ในตอนนั้น ข้า หวู่เฉินเว่ย ก็ได้รู้สึกเหมือนเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ไม่ต้องเชื่อฟังทุกคำสั่งที่เจ้าสั่งข้าทั้งวัน นอกจากนี้ เมื่อทำเช่นนี้ ข้ารู้สึกเหมือนได้แก้แค้นเจ้าในที่สุด!!”

ซื่อเหวินจวินจ้องเขม็งไปที่หวู่เฉินเว่ย เธอเดินไปตบหน้าเขาอย่างแรง

*เพียะ!*

นั่นเป็นเสียงตบที่ทรงพลัง

หวู่เฉินเว่ยไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง

สีหน้าของเขากลับกลายเป็นดุร้ายและบิดเบี้ยวมากขึ้น

เมื่อเห็นสีหน้าของเขา แม้แต่หลินจินก็อยากจะตั้นหน้าเขาอยู่เหมือนกัน

ผู้ชายคนนั้นกำลังโกรธจัด

“ตอนนี้เจ้ากำลังตีข้า เอาสิ ทำไมเจ้าไม่ตีข้าจนตายล่ะ เจ้าไม่เคยเห็นข้าเป็นคนอยู่แล้ว ใช่แล้ว พ่อของเจ้าก็เป็นขยะเหมือนกัน ย้อนกลับไปในตอนนั้น ข้าถ่อมตัวลงและขอให้เขาสอนฉันเรื่องการอัดเม็ดยาแต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าไอ้แก่คนนั้นพูดอะไรกับข้า เขาบอกว่านามสกุลของข้าคือหวู่ไม่ใช่ซื่อ ดังนั้นข้าไม่คู่ควรที่จะเรียนรู้มัน

ในขณะนั้นเอง ข้าตระหนักว่าซื่อของเจ้าไม่เคยคิดว่าข้าเกี่ยวข้องพวกเจ้า พวกเจ้าคอยระวังข้าเสมอเหมือนข้าเป็นขโมย!”

"พอได้แล้ว!!"

ซื่อเหวินจวินกำหมัดแน่นอย่างเย็นชาว่า “หวู่เฉินเว่ย เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากัน พ่อของข้าคิดว่าเจ้าเป็นเหมือนลูกชาย แต่มันเป็นกฎของบรรพบุรุษของเราที่จะไม่สอนวิธีการอัดยาให้ใครก็ตามที่อยู่นอกตระกูล ไม่เพียงแต่เจ้าเท่านั้น แม้แต่แม่และป้าของข้าก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน

เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่า ข้า ซื่อเหวินจวินเคารพพ่อแม่ของเจ้ามากเพียงใด ข้าไม่เคยเพิกเฉยหรือพูดอะไรหยาบคายเลย แต่ตอนนี้ เจ้ากำลังดูถูกพ่อของข้า แม้ว่าข้าจะไม่กตัญญูในฐานะลูกสาว แต่ข้าก็ไม่สามารถทนต่อการกระทำของเจ้านี้ได้

ออกไปซะ ออกจากตระกูลของข้า ข้า ซื่อเหวินจวินกำลังจะหย่ากับเจ้าแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่เต็มใจที่จะเป็นลูกเขยของตระกูลซื่อ ก็ไสหัวออกไป!”

หวู่เฉินเว่ยยิ้มและจากไปทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อไปที่ประตู ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้และหันกลับมามอง “ตระกูลซื่อของเจ้าได้ดูหมิ่นข้า อย่างไรก็ตาม ข้า หวู่เฉินเว่ยจะเป็นคนที่ส่งเจ้าไปที่หลุมฝังศพของเจ้าในที่สุด ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็คอยดูให้ดีอีกไม่นานเกินรอแน่นอน!”

เมื่อพูดจบ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

เขาพยายามที่จะหลบหนี?

ฝันไปเถอะ!

หลินจินลูบเสี่ยวฮั่ว เจ้าตัวเล็กก็รีบพุ่งไปกดหวู่เฉินเว่ยลงบนพื้น ด้วยความขี้ขลาด หวู่เฉินเว่ยจึงกลัวเกินกว่าจะขยับกล้ามเนื้อเพียงตัวเดียว

ซื่อเหวินจวินจ่ายเงินให้เขาเพื่อที่จะไม่ต้องสนใจเขาอีกต่อไป

หลินจินอ้าปากค้างในขณะที่เขามองดูทั้งสองหย่าขาดกัน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คำสาบานของการแต่งงานของพวกเขามีไว้เพื่ออะไร? พวกเขาดูเหมือนศัตรูที่จองล้างจองผลาญกันมากกว่า

โดยเฉพาะหวู่เฉินเหว่ย เขาทำร้ายกวางเพียงเพื่อแก้แค้นซื่อเหวินจวินอย่างงั้นเหรอ?

ถ้าเป็นเช่นนั้น ความคิดของชายคนนั้นก็บิดเบี้ยวเกินไป

ถ้าเขาเกลียดการเป็นลูกเขยและพบว่าซื่อเหวินจวินครอบงำเขามากเกินไป เขาก็ควรจะขอหย่ากับเธอและจากไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังคงดื่มด่ำกับสิ่งที่ตระกูลซื่อสามารถมอบให้เขาได้ในขณะที่เป็นเจ้าบ้านที่อื่น

ซื่อเหวินจวินสงบสติอารมณ์ลง เห็นได้ชัดว่ามีน้ำตาในดวงตาของเธอ แต่เธอกลั้นไว้และหันไปทางหลินจิน

“ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านสิ่งที่เห็นสิ่งที่น่าละอาย ตอนนี้หวู่เฉินเว่ยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลซื่อของข้าอีกต่อไป ส่วนอาการบาดเจ็บของตั๋วเอ๋อร์ค่อนข้างหนัก ดังนั้นข้าจึงอยากจะรบกวนผู้ประเมินหลินดูแลมันต่อไป จริงสิ ท่านผู้ประเมินหลินได้โปรดรับสิ่งนี้ด้วย”

หลังจากพูดจบ ซื่อเหวินจวินก็ถอดจี้หยกออกจากรอบเอวของเธอแล้วยื่นให้หลินจิน

“ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้าและการรักษาตั๋วเอ๋อร์ต้องใช้ส่วนผสมทางยาเช่นกัน ท่านสามารถนำจี้นี้ไปที่ห้องโถงยาของตระกูลซื่อและหยิบยาหรือสมุนไพรที่ท่านต้องการโดยไม่ต้องจ่ายสักเหรียญเดียว”

นี่เป็นของรางวัลที่ยอดเยี่ยม เขาจะต้องใช้โดยไม่เสียเปล่า

หลินจินเอื้อมมือออกไปหยิบอย่างรวดเร็ว

ตามที่ซื่อเหวินจวินกล่าว เธอต้องการให้หลินจินดูแลตั๋วเอ๋อร์ หลังจากที่หลินจินรับกวางเข้ามา เขาไม่เคยคิดที่จะไล่มันออกไป ดังนั้นคำขอนี้จึงไม่มีปัญหา

สำหรับหวู่เฉินเว่ยที่ถูกเสี่ยวฮั่วจู่โจม เขาถูกหลินจินส่งไปให้ทางเจ้าหน้าที่

เนื่องจากเขาสูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลซื่อ การตั้งข้อหาเขาในการสั่งการลอบวางเพลิงไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ

ผู้กระทำความผิดได้รับโทษและหลินจินได้รับผลประโยชน์ ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกับที่หลินจินคาดไว้ ในตอนบ่าย พ่อบ้านเฒ่าของตระกูลซื่อปรากฏตัวที่สมาคมประเมินสัตว์วิเศษเพื่อไปเยี่ยมหลินจินในห้องโถงประเมินของเขา

“ผู้ประเมินหลิน!” พ่อบ้านเฒ่าโค้งคำนับ

หลินจินจำได้ว่าเขาเป็นผู้ดูแลหลักของคฤหาสน์ซื่อ ในขณะที่เขากำลังสงสัยเกี่ยวกับการมาถึงของชายชรา คนหลังก็แจ้งเขาให้ทราบโดยทันที

ตอนนี้หวู่เฉินเว่ยได้รับการปล่อยตัวแล้ว

หลินจินรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อเขาส่งหวู่เฉินเว่ยไปยังหน่วยงานท้องถิ่นในเช้าวันนี้ อย่างน้อยชายคนนั้นควรถูกตั้งข้อหาลอบวางเพลิง เนื่องจากพวกอันธพาลสามารถให้การเป็นพยานได้

ในเมืองเมเปิ้ล โทษของการลอบวางเพลิงไม่ใช่โทษเบา ดังนั้นแล้วชายผู้นี้จะถูกปล่อยตัวในทันทีได้อย่างไร?

“ผู้ประเมินหลิน เหล่าอันธพาลได้เปลี่ยนคำให้การในคดีลอบวางเพลิง แต่เนื่องจากทางการมีหลักฐานการกระทำของพวกเขา พวกเขาจึงไม่สามารถโกหกได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดกล่าวว่าพวกเขาไม่รู้จักหวู่เฉินเว่ยเห็นได้ชัดว่ามีคนติดสินบนพวกเขาและพวกเขาก็ประกันตัวหวู่เฉินเว่ยออกไป หากไม่มีหลักฐานเพียงพอและมีคนเข้าไปแทรกแซงในที่มืด จึงทำให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวหวู่เฉินเหว่ยออกมา”

เมื่อเขาได้ยินข้อมูลของพ่อบ้านเฒ่า หลินจินก็พบว่ามันฟังดูไม่สมเหตุสมผล

ตอนนี้หวู่เฉินเว่ยหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว หากปราศจากอิทธิพลของตระกูลซื่อ ใครจะโง่พอที่จะประกันตัวเขา?

“คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือตระกูลเฉิน!” พ่อบ้านเฒ่ากล่าว

ตระกูลเฉิน?

เมื่อได้รับความกระจ่างจากพ่อบ้านเฒ่า เขาก็พบว่าเป็นตระกูลเฉินจากห้องโถงยาเฉินซึ่งหมายถึงตระกูลของเฉินหยวนหยวน

นี่เป็นเรื่องบังเอิญครั้งใหญ่

ทำไมตระกูลเฉินถึงยื่นมือเข้ามาช่วยหวู่เฉินเว่ย?

พ่อบ้านเฒ่าไม่ได้บอกว่าทำไมและเขาก็คงไม่รู้เหมือนกัน เขามาเพื่อแจ้งหลินจินทราบเพราะซื่อเหวินจวินรู้ว่า แม้หวู่เฉินเว่ยจะขี้ขลาดแต่เขาก็ยังเป็นคนโหดเหี้ยม เมื่อเห็นว่าเขาทำร้ายกวางและพยายามเผาบ้านของหลินจินเพียงเพื่อให้แน่ใจว่ามันตาย ทุกคนสามารถบอกได้เลยว่าชายผู้นี้พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายสำเร็จ

เขาจะไม่เล่นงานหลินจินอย่างโจ่งแจ้งแต่จะลอบโจมตีในที่มืดแทน

ซื่อเหวินจวินกลัวว่าหวู่เฉินเว่ยมุ่งเป้าไปที่หลินจินและทำอะไรสกปรก ดังนั้นเธอจึงส่งพ่อบ้านเฒ่ามาที่นี่เพื่อแจ้งเขาด้วยความปรารถนาดีเพื่อที่หลินจินจะได้เตรียมพร้อมในกรณีที่หวู่ฉินเว่ยลอบโจมตีเขา

“ท่านผู้เฒ่า ข้าต้องขอบคุณความปรารถนาดีของท่านซื่อ จากนี้ไป ข้าจะระวังตัวให้ดี” หลินจินกล่าว

จากนั้น พ่อบ้านเฒ่าโค้งคำนับก่อนจะจากไป

เรื่องนี้ไม่มีอะไรแปลกสำหรับเขา สำหรับเขาทั้งตระกูลเฉินหรือหวู่เฉินเว่ย ทั้งสองฝ่ายก็น่ากลัวและน่ารังเกียจพอ ๆ กัน เห็นได้ชัดว่าหวู่เฉินเว่ยเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด ในขณะที่เฉินเหวินหลินของตระกูลเฉินก็เป็นคนหน้าซื่อใจคด เมื่อทั้งสองร่วมมือกันสิ่งที่ตามมา มันต้องไม่ง่ายต่อการรับมืออย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาต้องการที่จะเล่นงานหลินจิน เขายินดีที่จะรับมันด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง เขาจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจที่บังอาจมาท้าทายเขา

ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็จะทำตัวตามปกติอย่างที่เคยเป็นมา

อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องระมัดระวังตัวไว้บ้าง ตั้งแต่สมัยโบราณ มันง่ายเสมอที่จะหลบการโจมตีแบบตรงไปตรงมาแต่ยากที่จะป้องกันจากการโจมที่แอบซ่อนอยู่

เพื่อให้มีไพ่ในมือเพื่อมาขึ้น หลินจินวางแผนที่จะช่วยให้หมาป่าเงาวิวัฒนาการเมื่อเขากลับไป เขาจะใช้วิธีการวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบด้วย

เพื่อให้หมาป่าเงาบรรลุวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบ เห็นได้ชัดว่าหลินจินต้องการสมุนไพรและอัดเม็ดยาเป็น 'เม็ดยาวิญญาณอสูรเงา'

พิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษมีข้อมูลการอัดเม็ดยาทั้งหมดที่จำเป็น ในขณะเดียวกัน ส่วนผสมส่วนใหญ่ของเม็ดยาสามารถพบได้ในห้องโถงยา ดังนั้น หลินจินจึงวางแผนที่จะเดินทางไปที่ห้องโถงยาของตระกูลซื่อ

ตระกูลซื่อมีห้องโถงยามากมายทั่วเมืองเมเปิ้ล หลินจินเข้ามาในร้านที่ใหญ่ที่สุด เมื่อส่งจี้หยกที่ซื่อเหวินจวินมอบให้เขา เจ้าของร้านก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่จะปฏิบัติต่อหลินจินราวกับเป็นแขกคนสำคัญทันที

“ผู้ประเมินหลินขอรับ เจ้าของของเราแจ้งให้เราทราบว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณของเรา ทุกสิ่งที่ท่านต้องการ ท่านไม่ต้องเสียแม้แต่เหรียญเดียว” เจ้าของร้านอธิบายด้วยรอยยิ้มขณะนำชามา

หลินจินตอบอย่างสุภาพว่า “ท่านควรเรียกเก็บเงินจากข้า ข้ามาที่นี่เพราะว่าห้องโถงยาของตระกูลซื่อใหญ่กว่ามากและข้ากำลังมองหาส่วนผสมสองอย่างสำหรับการทำเม็ดยา ข้าสงสัยว่าท่านพอจะมีของที่ข้าต้องการหรือไม่?”

เจ้าของร้านให้หลินจินบอกสิ่งที่ของต้องการ หลินจินจึงกล่าวว่า

“ข้าต้องการดอกราตรีและวิญญาณอสูรระดับหนึ่ง”

ทั้งสองชิ้นนี้หาได้ยากจริง ๆ ภายใต้สถานการณ์ปกติ พวกมันไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินด้วยซ้ำ แม้แต่วิญญาณอสูรที่หลินจินใช้สำหรับวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบของเสี่ยวฮั่ว เขาก็ได้มาจากการเอา 'ชนะ' หลู่เสี่ยวหยุน

หลู่หยุนเหอ พี่ชายของเธอมอบวิญญาณอสูรให้กับเธอและกล่าวกันว่าหายากมาที่จะได้รับมา

สำหรับดอกราตรี ไม่มีเจ้าหน้าที่ของห้องโถงยาคนใดเคยได้ยินชื่อของมันมาก่อน แต่เนื่องจากมันถูกเขียนในพิพิธภัณฑ์ ของชิ้นนี้มันต้องมีอยู่จริง

เจ้าของร้านครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งโดยไม่ได้ให้คำตอบในทันที จากนั้นเขาก็ให้หลินจินรอสักครู่

เนื่องจากหลินจินไม่ได้เร่งรีบ เขาจึงนั่งจิบชาอย่างเพลิดเพลิน

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าและผ้าม่านถูกผลักออกด้านข้างเมื่อมีคนเข้ามา ที่น่าแปลกใจก็คือ คนที่ปรากฏตัวไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่เป็นซื่อเหวินจวิน

เธอได้ปรากฏตัวขึ้นเป็นการส่วนตัว

จบบทที่ MDB ตอนที่ 158 หย่าร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว