เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 80 ความจริงเปิดเผย

MDB ตอนที่ 80 ความจริงเปิดเผย

MDB ตอนที่ 80 ความจริงเปิดเผย


กำลังโหลดไฟล์

ผู้ประเมินระดับสาม คน ๆ นี้เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในโลกของผู้ประเมินสัตว์วิเศษ

แม้แต่สมาคมประเมินสัตว์วิเศษของเมืองเมเปิ้ลก็ไม่มีผู้ประเมินที่มีตำแหน่งสูงเช่นนี้

หลินจินทำความเคารพทันทีในฐานะผู้ประเมินรุ่นเยาว์ “ข้าน้อยขอคารวะ ท่านผู้อาวุโสตัน!”

ตันซุนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเขาพูดคุยกับชายหนุ่มมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเริ่มชื่นชมหลินจินมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าเขาจะอายุน้อยแต่เขามีทักษะที่ยอดเยี่ยมและไม่หยิ่งผยองเลยแม้แต่น้อย

ทันใดนั้น หลินจินก็สังเกตเห็นภาพวาด เขาเข้าไปทันทีและเมื่อตรวจดูอย่างใกล้ชิด เขาอุทานว่า “นี่ไม่ใช่ภาพวาดที่ข้าทำหายไปไม่ใช่หรือ? ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่?”

คำอธิบายก่อนหน้านี้ของกู่เมียงจงได้รับการยืนยันทันที

นี่เป็นภาพวาดที่เขามอบให้หลินจิน

แล้วภาพวาดของหลินจินมาถึงมือท่านเจ้าเมืองและถูกมอบให้ตันซุนเป็นของขวัญได้อย่างไร?

นี่คือสิ่งที่ฝูงชนต้องการรู้

เนื่องจากเป็นของขวัญจากหวังจีที่ให้กับเจ้าเมือง มันจึงเป็นคำถามของเขาที่จะต้องตอบ

ดังนั้นตันซุนจึงหันไปหาหวังจีและถามว่า "หัวหน้าหวัง ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?"

หวังจีเปียกโชกไปด้วยเหงื่อในตอนนี้ เขาพูดได้เพียงว่า “บางทีผู้ประเมินหลินอาจเผลอทิ้งมันไว้โดยไม่ได้ตั้งใจและภาพวาดก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นของขวัญ”

“สิ่งนี้ไม่สมเหตุสมผล เราไม่สามารถหยิบภาพวาดขึ้นมาโดยบังเอิญและคิดว่ามันเป็นของขวัญได้ หัวหน้าหวังมีอะไรปิดบังพวกเราอยู่หรือเปล่า?” กู่เมียงจงจ้องไปที่หวังจีแสดงความสงสัยเกี่ยวกับคำตอบของเขา

“ไม่ ข้าหมายถึง…ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน มันอาจเป็นลูกน้องของข้าที่เตรียมของขวัญมาให้ ข้าเลยสับสน” หวังจีทำได้แค่พยายามแก้ตัวทั้ง ๆ ที่สีหน้าซีดเผือก

จากนั้น คำพูดฉับพลันของหลินจินก็เจาะผ่านตัวของหวังจีทันที

“นั่นอาจเป็นความจริง คืนนั้น ข้าเหนื่อยมากหลังจากประเมินไข่กลายพันธุ์กลุ่มนั้นจนข้าผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อข้าตื่นขึ้น ภาพวาดก็หายไปแล้ว ค่อนข้างเป็นไปได้ที่ภาพวาดนั้นถูกลูกน้องของท่านนำออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นอย่าโทษหัวหน้าหวังสำหรับเรื่องนี้เลย ตัวเขาเองก็คงไม่รู้เหมือนกัน”

‘ฉิบหายแล้ว!’

ราวกับว่าเขาถูกเปลื้องผ้าในทันที หวังจีรู้สึกมีลมพัดมากระทบกระดูกสันหลังของเขา

ในที่สุด ความลับก็ได้ถูกเปิดเผยแล้ว!

“ไข่กลายพันธุ์?” ตันซุนขมวดคิ้ว ราวกับว่าเขาจำอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาถามทันที “ผู้ประเมินหลิน เจ้ากำลังพูดถึงไข่กลายพันธุ์ที่ท่านเจ้าเมืองส่งมาให้ที่นี่ถูกประเมินโดยเจ้าอย่างงั้นหรือ?”

หลินจินพยักหน้า "ใช่ ข้ารู้มาว่าพวกมันส่งมาจากคฤหาสน์เจ้าเมือง ถ้าข้าจำไม่ผิด พวกมันมีทั้งหมดสิบเอ็ดฟอง”

“เจ้าประเมินพวกมันทั้งหมดเพียงคนเดียวอย่างงั้นหรือ?” ตันซุนยังคงถามต่อไป

หลินจินตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “มีรายงานการประเมินสองฉบับได้จัดทำขึ้นโดยหัวหน้าหวังและผู้ประเมินเกา ดังนั้นข้าจึงเขียนรายงานอีกเก้าฉบับ”

ตันซุนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ตอนนี้เขามีความคิดคร่าว ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกนี้ เขาส่งสายตาดุร้ายใส่หวังจีและคนหลังก็ก้มหน้าลงต่ำแล้วมือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

ไม่ใช่เพราะหวังจีอ่อนแอต่อแรงกดดันแต่การคัดลอกรายงาน มันเป็นเรื่องใหญ่เกินไปสำหรับผู้ประเมินและที่เลวร้ายกว่านั้น เขาไม่เพียงแต่เขาคัดลอกรางงานของหลินจินเท่านั้น แต่เขายังทำลายรายงานการประเมินของชายหนุ่มด้วยเพื่อพยายามลบหลักฐานไปอีกด้วย

หวังจีตัดสินใจทันทีว่าเขาจะไม่ยอมรับเรื่องนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตันซุนไม่ได้ถามเขาแต่หันไปหาหลินจินแทน

“ผู้ประเมินหลิน ข้าเพิ่งประเมินไข่กลายพันธุ์เหล่านั้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นข้าจึงคุ้นเคยกับพวกมันมาก เนื่องจากเจ้าบอกว่าเจ้าได้ประเมินพวกมันด้วยตัวเอง เจ้าต้องจำรายละเอียดบางอย่างได้ ข้ายังไม่ได้ดูรายงานการประเมินของเจ้าเลย ดังนั้น ข้าขอถามเจ้าได้หรือไม่ว่าไข่กลายพันธุ์สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ลวดลายบนไข่นั้นเหมือนแหวนทอง…”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ หลินจินก็ขัดจังหวะ “ข้าจำได้ ไข่กลายพันธุ์ใบนั้นเป็นของตั๊กแตนตำข้าวคมวายุ คุณสมบัติธาตุทอง ข้าได้เขียนรางงานลงไปว่าคือ…”

หลินจินพูดจาฉะฉานเกี่ยวกับทฤษฎีการประเมินและพื้นฐานของเขาอย่างละเอียด เขานำข้อมูลนี้มาจาก 'สำเนา' ของการประเมินในพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษและมันเป็นไปไม่ได้ที่หลินจินจะลืม แม้ว่าเขาจะพยายามก็ตาม เขาแค่ต้องท่องมันออกมาเหมือนเดิมเท่านั้น

ตาของหวังจีเกือบจะโผล่ออกมาจากเบ้าตา หลินจินเป็นผีหรืออย่างไร? เขาจำทุกอย่างได้อย่างไร? และแทบจะเป็นคำต่อคำเลยด้วยซ้ำ

ตันซุน, ตันหลินและผู้ประเมินคนอื่น ๆ ได้ฟังอย่างตั้งใจด้วยสีหน้าที่ตื่นตะลึง บางครั้งดวงตาของพวกเขาจะสว่างขึ้นหรือบางครั้งพวกเขาจะขมวดคิ้วในความคิดลึก ๆ หรือพวกเขาจะเงยขึ้นเพื่อรับฟัง

ทุกคนต่างจดจ่อกับการบรรยายอย่างกะทันหันของหลินจิน

เมื่อหลินจินจบการอธิบาย ฝูงชนก็ยังดูเหมือนว่าต้องการการบรรยายอีก

โดยเฉพาะตันหลินกำลังจ้องมองหลินจินราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด ในฐานะผู้ประเมินระดับสอง เธอคิดว่าตัวเธอเองมีความโดดเด่นมากพอและสามารถจัดเป็นหนึ่งในห้าผู้ประเมินที่อายุต่ำกว่า 30 ปีในเมืองมังกรหยก

แต่วันนี้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอถูกหลินจินบดขยี้ความภาคภูมิใจนั้นไปจนหมดสิ้น

เมื่อพิจารณาจากทฤษฎีการประเมินไข่กลายพันธุ์ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเธอจะมีหนังสืออ้างอิงอยู่หลายเล่ม ตันหลินก็รู้ว่าเธอคงไม่สามารถหาที่มาของไข่ได้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ดึงเอาด้านการแข่งขันของเธอออกมา

ในแง่ของอายุ เธอคล้ายกับหลินจินแต่ในแง่ของประสบการณ์และภูมิหลัง การมีผู้ประเมินระดับสามเป็นพ่อของเธอเพื่อให้คำแนะนำ ในตอนแรก ตันหลินรู้สึกว่าเธอจะไม่แพ้หลินจิน

เมื่อได้ยินทฤษฎีของหลินจนิ ตอนนี้เธอรู้ว่าเธอยังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้ก่อนที่จะไปถึงระดับเดียวกับหลินจิน

จนถึงตอนนี้ ตันซุนได้ยืนยันความสงสัยของเขาแล้ว แม้จะเคยเห็นทฤษฎีที่หลินจินอธิบายอย่างละเอียดในรายงานการประเมินของหวังจีซึ่งเนื้อหาของในมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ข้อโต้แย้งส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน

“หลินจิน ข้าขอถามเจ้าอีกอย่าง เจ้าจำไข่ที่ใหญ่ที่สุดได้หรือไม่? เจ้าประเมินมันอย่างไร?” ตันซุนยังคงถามคำถามต่อไป

หลินจินพยักหน้า “ข้าจำเรื่องนั้นได้ ไทแรนโนซอรัสเพลิงที่มีคุณสมบัติธาตุไฟ สิ่งที่ข้าเขียนในรายงานการประเมินคือ…”

หลินจินอธิบายเนื้อหาของรายงานอันยาวเหยียดอีกครั้ง

ในระหว่างนั้นมีบางคนเริ่มบันทึกรายละเอียดที่สำคัญราวกับว่าพวกเขากำลังเข้าร่วมการบรรยาย

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลายคนก็ทำตามพวกเขาอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่ผ่านไปมาที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาอาจจะคิดว่ามีการบรรยายแบบเปิดเกิดขึ้นที่นี่

ตันซุนพยักหน้าเห็นด้วยในขณะที่ฟังหลินจิน ในฐานะผู้ประเมินระดับสาม หากเขายังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์นี้ ประสบการณ์ทั้งหมดของเขาอาจถือว่าสูญเปล่า

“เอาล่ะ ผู้ประเมินหลิน หยุดพูดได้แล้ว” ตันซุนไม่ได้ถามคำถามอีกต่อไปเพราะมันไม่จำเป็น

เขาหันไปมองหวังจีและถามว่า “หัวหน้าหวัง ข้าขอถามท่านว่า ผู้ประเมินหลินเกี่ยวข้องกับการประเมินไข่กลายพันธุ์พวกนั้นหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดรายงานการประเมินจึงมีเพียงลายมือชื่อของท่านเท่านั้น!”

หนังศีรษะของหวังจีชา เขากำลังมึนงงในขณะที่เขาก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ

ตันซุนมุ่งความสนใจไปที่เกาเจียงและถามว่า “เจ้าคือผู้ประเมินเกาใช่หรือไม่?”

เกาเจียงตกใจพยักหน้าทันที “ใช่ขอรับ ท่านผู้เฒ่าตัน ข้ามีชื่อว่าเกาเจียง”

“ข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้เห็นเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?” ตันซุนถามด้วยสีหน้าดำมืด

เกาเจียงกำลังร้องไห้อยู่ข้างใน ในขณะที่หวังจีสามารถต้านทานได้โดยการนิ่งเงียบ เขาไม่กล้าที่จะทำเช่นนั้น ดังนั้น เกาเจียงจึงทำได้ตอบคำถามไปเท่านั้น

“ข้ารู้เรื่องนี้ด้วยขอรับ”

“ผู้ประเมินหลินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินนี้หรือไม่?”

“ใช่ขอรับ แต่หัวหน้าหวังเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่าง”

“แค่นี้ก็พอแล้ว!”

เพื่อระงับความโกรธ ตันซุนตะโกนใส่หวังจีว่า “หวังจี เจ้ารู้ไหมว่าความผิดของเจ้าอยู่ที่ไหน!?”

ในฐานะผู้ประเมิน การคัดลอกรายงานการประเมินของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

การนำความรู้ของผู้อื่นเป็นความรู้ของตนเองและประกาศต่อสาธารณชนว่าทั้งหมดเป็นงานของเขาเพียงผู้เดียว

นั่นคือบาปที่หวังจีได้กระทำลงไป

“ในรายงานการประเมินทั้ง 11 ฉบับนั้น ข้าไม่เห็นรายงานที่มีชื่อหลินจินเลยสักฉบับ ในฐานะหัวหน้า เจ้าคัดลอกรายงานการประเมินของเขาและรับความดีความชอบแต่เพียงผู้เดียว เจ้าไม่ละอายใจตัวเองบ้างเลยหรือไง?” ตันซุนฟาดด้วยความโกรธเมื่อความประพฤติของหวังจีข้ามเส้นเกินไป

ใบหน้าสีขาวเถ้าของหวังจีถูกปกคลุมด้วยชั้นเหงื่อเย็น เขารู้ว่าความน่าเชื่อถือของเขากำลังลดน้อยลงไป

ในที่สุดฝูงชนก็ตระหนักได้

“ถ้างั้นผู้ประเมินหลินจึงเป็นผู้ประเมินไข่กลายพันธุ์เหล่านั้นสินะ!”

“หัวหน้าหวังทั้งกดขี่ผู้ประเมินหลินจินแล้วยังคัดลอกรายงานและขโมยความดีความชอบไปด้วย! ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก!”

“เมื่อคิดว่าผู้ประเมินหลินได้รับความทุกข์ทรมานจากความคับข้องใจดังกล่าวแล้ว ข้าก็คงรับมันไม่ไหวแน่นอน แล้วก่อนหน้านี้ ข้าได้ยินข่าวลือของเขาด้วยเช่นกัน ข้าคิดว่าเขาไม่คู่ควรกับตำแหน่งที่เขาได้รับ แต่ตอนนี้เมื่อความจริงถูกเปิดเผยแล้ว ข้าละอายใจตัวเองจริง ๆ!”

“ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว มันเป็นเพราะหวังจีที่กดขี่และใส่ร้ายหลินจินมาตลอด!”

ตันซุนหันไปหาตันหลินและถามว่า “หลินเอ๋อร์ ลูกยังเป็นผู้ตรวจการที่ส่งมาจากสำนักงานใหญ่ใช่หรือไม่ ตามกฎของสำนักงานใหญ่ ลูกจะจัดการสถานการณ์นี้อย่างไร?”

ตันหลินตอบด้วยใบหน้าจริงจัง “ตามกฎของสำนักงานใหญ่ การลอกเลียนแบบรายงานของผู้อื่นเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ หัวหน้าหวังยังใช้อำนาจในทางที่ผิดด้วยการกดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชาและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ข้าคิดว่าเขาไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าสมาคมประเมินสัตว์วิเศษของเมืองเมเปิ้ลอีกต่อไป

ในฐานะผู้ตรวจการสำนักงานใหญ่ ข้าต้องเพิกถอนหวังจีจากตำแหน่งหัวหน้าโดยมีผลทันที สำหรับคุณสมบัติของเขาในฐานะผู้ประเมินระดับสอง ข้าจะรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่และพวกเขาจะดำเนินการเพิกถอนตำแหน่งของเขาให้เร็วที่สุด!”

เมื่อกล่าวจบ ตันหลินหยิบเครื่องรางสื่อสารออกมา เธอเขียนการตัดสินใจของเธอ จากนั้นเธอร่ายคาถา เครื่องรางกระจายกลายเป็นแสงทองและหายไปในท้องฟ้าเบื้องบน

เมื่อหวังจีเห็นเช่นนั้น เขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ดวงตาของเขาเหลือกขึ้นทันที แล้วชายชราก็เป็นลมไปในที่สุด

จบบทที่ MDB ตอนที่ 80 ความจริงเปิดเผย

คัดลอกลิงก์แล้ว