เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 68 อสุรกาย งูดำ

MDB ตอนที่ 68 อสุรกาย งูดำ

MDB ตอนที่ 68 อสุรกาย งูดำ


กำลังโหลดไฟล์

บ้านของหลันซิวอยู่ไม่ไกลจากบ้านของจ้าวหยิง ทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นช่างฝีมือและครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกันภายใต้หลังคาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้พวกท่านจึงไม่พอใจกับการมาของหลินจินโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า

ท้ายที่สุด ตอนนี้ มันก็ดึกเกินไป เวลานี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งในการรับคนแปลกหน้าเข้าบ้าน

พวกเขารู้เรื่องความฝันของลูกสาวเช่นกันแต่คิดว่าเธอคิดมากเกินไป มันเป็นแค่ความฝัน ใครกันจะไม่ฝันร้าย? พวกเขาจะจริงจังกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

“เฮ้อ ลูกของเรายังเด็กและไม่รู้ความ ทำไมพวกเจ้าจะต้องจริงจังตามเธอด้วย” พ่อของหลันซิวกล่าวทันทีที่เขาเปิดประตู

ด้วยความเป็นเด็กผู้หญิงขี้อาย หัวของหลันซิวก็ก้มต่ำลงไปอีก ขณะที่เธอหนีบที่มุมเสื้อคลุมของเธอราวกับว่าเธอทำอะไรผิด จ้าวหยิงรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอเริ่มปลอบโยนหลันซิวราวกับว่าเธอเป็นพี่สาวของเธอ

หลินจินยิ้มและพูดว่า “ข้าต้องขอรบกวนท่านด้วย พวกเราจะรีบตรวจสอบให้เร็วที่สุด”

จากนั้น เขาก็ดึงพ่อของหลันซิวออกมาและกระซิบบางอย่างกับเขา

ชายชราเปลี่ยนทัศนคติทันทีและแสดงความเคารพต่อหลินจิน “ใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย เข้าใจแล้ว เจ้าสามารถใช้เวลาได้ตามที่ต้องการ ข้าจะอยู่อีกห้องหนึ่งกับแม่ของเธอ เจ้าสามารถเรียกพวกเราได้เลย ถ้าเจ้าต้องการอะไร”

เมื่อพูดจบเขาก็กลับมาที่ห้องอย่างร่าเริง

จ้าวหยิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งกับสิ่งนี้ เธอสงสัยว่าหลินจินพูดอะไรกับพ่อของหลันซิวที่ทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติในทันที

หลังจากที่เธอถาม หลินจินก็ตอบว่า “ไม่มีอะไรมาก ข้าบอกเขาว่าข้าเห็นด้วยกับความคิดของเขา ข้าบอกอีกว่าข้าก็คิดว่ามันเป็นความฝันเหมือนกันและข้าก็มาที่นี่เพื่อทำไมหลันซิวสบายใจ เมื่อความกังวลของลูกสาวคลี่คลายลง ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ เขาคิดว่าเราอยู่ข้างเขา แน่นอนว่าทัศนคติของเขาเปลี่ยนไป”

จ้าวหยิงฟังด้วยความชื่นชม คิดว่าเธอได้เรียนรู้เคล็ดลับอีกอย่างแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลันซิวที่กังวลและพูดว่า "ผู้ประเมินหลิน มันไม่ใช่ความฝัน มันเป็นเรื่องจริง”

"ข้ารู้!" ใบหน้าของหลินจินดูเคร่งขรึมขณะที่เขาจ้องมองไปที่ห้องของเธออย่างมืดมน

เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับห้องนั้น

พูดตามตรงหลินจินไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้แต่เขามีลางสังหรณ์ ขณะที่เขาเดินไปสำรวจห้องจากด้านนอก เขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ

“มาเถอะ เข้าไปข้างในกันเถอะ” หลินจินกล่าวขณะที่เขาเข้าไปในห้อง

นี่คือห้องนอนของหลันซิว

หลินจินมองไปรอบ ๆ และเอื้อมมือไปแตะกำแพง จ้าวหยิงและหลันซิวเฝ้าดูขณะที่เขาทำงาน พวกเธอไม่กล้าถามว่ามีอะไรผิดปกติกับห้อง

“จ้าวหยิงพาหลันซิวกลับไปกับเจ้าและปล่อยให้เธออยู่กับเจ้าในคืนนี้” หลินจินกล่าวโดยฉับพลัน

จ้าวหยิงตกตะลึง “อาจารย์หลิน แล้วท่านล่ะ”

"ข้างั้นหรือ?" หลินจินยิ้มและนั่งลงบนเก้าอี้ “ข้าจะอยู่ที่นี่ในคืนนี้”

จากนั้น เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เขาไม่สามารถบอกความจริงกับพวกเธอได้

ปัญหานี้ที่เพื่อนของจ้าวหยิงพบเจอนั้นแย่กว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก และนี่ไม่ใช่คำพูดของหลินจินแต่เป็นคำเตือนที่แสดงโดยพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษ

แน่นอนว่ามันเป็นเพียงคำเตือนและไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีแก้ปัญหา นอกจากนี้ หลินจินในปัจจุบันไม่ได้ถูกกดดัน ดังนั้นเขาจึงมีวิธีจัดการกับสถานการณ์นี้

เหตุผลที่เขาตัดสินใจช่วย หนึ่งเป็นเพราะจ้าวหยิงขอร้องเขา เหตุผลที่สองก็เพราะเจตจำนงของเขาเอง

เขาต้องการให้พิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษบันทึกสัตว์ประเภทอสุรกายตัวแรกของเขา

จ้าวหยิงทั้งสวยงามทั้งรูปร่างหน้าตาและจิตใจ เธอเฉลียวฉลาดไม่ถามคำถามที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป เธอกระซิบคำสองสามคำกับหลันซิว ก่อนที่จะพาเธอจากไป

ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลินจินและเสี่ยวฮั่วเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห้อง

เมื่อไฟดับลง หลินจินก็หลับตาเพื่อพักผ่อนบนเก้าอี้ขณะที่เสี่ยวฮั่วอยู่ข้าง ๆ เขา

เวลาล่วงไปเมื่อล่วงเข้าสู่ราตรีกาล

เกือบทุกคนหลับไปแล้ว ข้างนอกมืดแต่ยังมีแสงจันทร์อยู่บ้าง ใบไม้บนต้นไม้ข้างนอกส่งเสียงกรอบแกรบรับสายลมเย็น

จากหน้าต่างจะเห็นเงาของกิ่งก้านที่แกว่งไกว

หลินจินกำลังหลับสนิทภายในห้อง

มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในวันนี้และเขาก็หมดแรง ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะได้ยินอะไรบางอย่าง หูของเสี่ยวฮั่วยกขึ้นและมันแยกเขี้ยวออกมา

ทันใดนั้นเงาดำก็ปรากฏขึ้น เลื้อยผ่านหน้าต่าง

มันดูเหมือนงู

เสี่ยวฮั่วลุกขึ้นทันทีในขณะที่หลินจินเปิดตาของเขา

เขากำลังงีบหลับ ดังนั้นเสียงกรอบแกรบเบา ๆ มันก็มากเกินพอที่จะปลุกเขาให้ตื่น

“มันมาแล้วเหรอ” หลินจินหาว ในเวลาเดียวกัน ประตูที่ปิดอย่างแน่นหนาก็เปิดออกเองและเงาสีดำขนาดใหญ่ก็คืบคลานเข้ามา

อย่างไรก็ตาม เงานั้นดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติในทันทีและกำลังจะถอยหนี

“เสี่ยวฮั่วไปจับมันมา!” นี่เป็นช่วงเวลาที่หลินจินรอคอยดังนั้นเขาจึงสั่งให้เสี่ยวฮั่วพุ่งไปที่เป้าหมายทันที

ในขณะเดียวกัน หลินจินลุกขึ้นอย่างช้า ๆ และยืดตัวก่อนจะออกไปข้างนอก

เสี่ยวฮั่วกำลังต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในสนาม

สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นั้นเป็นงูสีดำขนาดใหญ่ที่หนาราวกับถังน้ำ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าอันมืดมิด มันเงยหน้าขึ้นด้วยความสับสนและความโกรธอย่างชัดเจนในดวงตาของมัน

มันดูไม่เหมือนสัตว์วิเศษทั่วไป

ออร่าของเสี่ยวฮั่วกดดันมากกว่าคู่ต่อสู้ของเขา ทำให้งูดำกระทำด้วยความระมัดระวัง ประกายแวววาวแวบผ่านดวงตาของงูและเปิดปากของมัน มันพ่นควันสีดำออกมาก่อนที่จะเลื้อยออกไปนอกสนาม

ด้วยการสะบัดหาง หมอกดำก็กระจายออกไปในทันทีและเสี่ยวฮัวก็พุ่งออกจากสนามเพื่อไล่ตามผู้บุกรุก

หลินจินยังคงสงบนิ่ง เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเมื่อมีเสี่ยวฮัวอยู่ใกล้ ๆ และนั่นทำให้เขามั่นใจว่าเขาได้รับอนุญาตให้เป็นเจ้าของสัตว์วิเศษที่ทรงพลังได้ ถ้าเขาไม่มีเสี่ยวฮั่วหรือเสี่ยวฮั่วไม่ได้อยู่ในระดับสาม หลินจินก็คงจะหนีไปจากที่นี่นานแล้ว

เขาปิดประตูตามหลัง เมื่อสัมผัสได้ถึงพันธสัญญาโลหิตของเขา เขาจึงเริ่มไล่ตามสิ่งมีชีวิตทั้งสองไป

หลังจากผ่านตรอกซอกซอยไม่กี่แห่ง เขาก็มาถึงสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบภายในเมืองเมเปิ้ล

ที่แห่งนี้เคยเป็นวัดที่ประทับของเทพเจ้าแห่งปฐพี แต่หลังจากเกิดเพลิงไหม้ไม่นานมานี้ได้ทำลายวัดแห่งนี้ มันก็กลายเป็นที่รกร้างโดยไม่มีใครซ่อมแซม ขนาดตอนกลางวันยังมีคนไม่มากนัก คงไม่ต้องพูดถึงในตอนกลางคืน

เมื่อสัมผัสได้ถึงพันธสัญญาโลหิตของเขา หลินจินรู้ว่าเสี่ยวฮั่วอยู่ใกล้ ๆ

เขาก็ถอนหายใจ ถ้าเขารู้ เขาคงจะพาโกลดี้มาด้วยเหมือนกัน มันจะปลอดภัยกว่ามากเมื่อมีสัตว์วิเศษระดับสามสองตัวอยู่รอบ ๆ

แต่ไม่เป็นไร หลังจากการวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบและการฝึกฝนรูปแบบพลังงานอสูรส่วนแรก จึงทำให้ความแข็งแกร่งของเสี่ยวฮั่วมาถึงระดับที่น่ากลัว

จนถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่พบคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามที่เสี่ยวฮั่วไม่สามารถรับมือได้อย่างเต็มที่

ยกเว้น โกลดี้หลังจากวิวัฒนาการ

ดังนั้น หลินจินจึงรู้สึกสบายใจ

แล้วถ้าเป็นอสุรกายตัวอื่นล่ะ?

หากระดับของมันต่ำกว่าเสี่ยวฮั่ว สิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน

ห้องโถงใหญ่ของวัดที่ถูกทิ้งร้างกลายเป็นซากปรักหักพัง เมื่อเข้าไปในสถานที่ รู้สึกเหมือนเขามาที่ห้องโถงของปีศาจแทน ด้วยรูปปั้นที่พังทลายทั้งความมืดมิด มันจึงทำให้บรรยากาศโดยรอบน่าสะพรึงกลัว

หลินจินเดินไปมาที่ลานซึ่งเขาได้ยินเสียงการต่อสู้และเห็นเปลวไฟที่เสี่ยฮั่วปลดปล่อยออกมา

เมื่อเขาเข้าไปใกล้ หลินจินได้เห็นเสี่ยวฮั่วที่ขยายร่างกายใหญ่ขึ้น ร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงขณะที่ต่อสู้กับงูสีดำขนาดใหญ่

งูดำก็ค่อนข้างทรงพลังเช่นกัน ไม่เพียงแต่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมน้ำได้อีกด้วย

หลินจินรู้สึกสับสน น้ำมาจากไหน?

เขายืดคอเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นบ่อน้ำหน้าต้นไม้ใหญ่

เห็นได้ชัดว่าบ่อน้ำนี้อยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้วเมื่อพิจารณาจากลักษณะที่เก่าแก่ของมัน นี่อาจเป็นที่มาของน้ำทั้งหมด

เมื่อเห็นว่างูดำสามารถต้านทานเสี่ยวฮั่วได้อย่างไร หลินจินก็ตระหนักว่าพวกเขาอยู่ในอาณาเขตของงูดำทำให้ฝ่ายหลังได้เปรียบ

เขาร่ายเวทย์ 'บ้าคลั่ง' อย่างรวดเร็ว

หลังจากสร้างพันธสัญญาโลหิตกับสัตว์เลี้ยงแล้ว มันก็ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ควรจะพึ่งพาสัตว์เลี้ยวของเขาเพียงอย่างเดียว ในบางครั้ง สัตว์วิเศษต้องพึ่งคาถาให้พรจากเจ้าของของมัน

เหมือนตอนนี้ หลังจากได้รับพร 'บ้าคลั่ง' ร่างกายของเซียวฮั่วก็ใหญ่ขึ้น เปล่งออร่าที่ดุร้ายออกมาในขณะที่ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์

เปลวไฟปกคลุมกรงเล็บที่แหลมคมของมันง้างขึ้น ขณะที่เสี่ยวฮั่วฟาดกรงเล็บลงไปที่ตัวงูดำ

จบบทที่ MDB ตอนที่ 68 อสุรกาย งูดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว